• |

    Ba Hao บาร์สไตล์จีน บรรยากาศดี – ซอยนานา เยาวราช

    ยังคงวนเวียนอยู่แถวซอย นานา เยาวราชอีกหนึ่งร้านครับ โดยเดินจากร้าน Pijiu มานิดเดียวก็จะเป็นร้านบาร์บรรยากาศจีนๆ ย้อนยุคที่กำลังดังในช่วงนี้เลยครับ ร้านนี้มีชื่อว่า Ba Hao ซึ่งแปลว่า ‘หมายเลข 8’ ครับ ตัวร้านอยู่ตรงตึกหัวมุมก็เป็นบ้านเลขที่ 8 บรรยากาศจีนตั้งแต่หน้าร้าน เค้ารีโนเวทสวยงามตั้งแต่หน้าร้านยันข้างในเลย พอเข้ามาปุ๊บฝั่งซ้ายมือจะเป็นโซนบาร์ครับ ไฟในร้านสีออกโทนแดงสลัวๆ โต๊ะจะกระจายตัวอยู่รอบร้าน วันที่ไปโต๊ะเต็มทั้งหมด เหลือโต๊ะกลมหินอ่อนอยู่กลางร้าน 4 ที่นั่งพอดีสำหรับกลุ่มของเราครับ ติดกับบาร์เป็นครัวและบันไดขึ้นชั้นสองซึ่งเป็น Airbnb ส่วนมุมร้านด้านในเป็นห้องน้ำ ซึ่งออกแบบได้สวยงามมากๆ ถ้ามาต้องแวะชมให้ได้ ในร้านเปิดเพลงจีนโบราณๆ แบบยุค 20’s-30’s อะไรประมาณนี้ แอร์เย็นสบายหอมกลิ่นยาจีน กลิ่นแบบขาหมู สำหรับอาหารก็จะเป็นเมนูจีนแบบทันสมัยหน่อย ส่วนเครื่องดื่มที่ร้านมีคราฟท์เบียร์สดเสิร์ฟอยู่ 4 ตัว แล้วก็มีเมนูคอกเทลซึ่งเป็น signature ของร้านอยู่อีก 3-4 เมนู ซึ่งจะมีส่วนผสมของยาจีน หรือวัตถุดิบที่มีความจีนๆ ประกอบอยู่ด้วย

  • Pijiu จิบคราฟท์เบียร์ในร้านจีนๆ – ซอยนานา เยาวราช

    ปีสองปีที่ผ่านซอยนานา(แถวเยาวราชไม่ใช่สุขุมวิท) กลายมาแหล่งเที่ยวเท่ๆ เก๋ๆ แห่งใหม่ของกรุงเทพฯ ครับ ซึ่งอยู่ดีๆ ก็มีร้านเล็กๆ บาร์ มาเปิดบริเวณนี้กันเพียบ น่าด้วยบรรยากาศที่ดูเป็น Chinatown ก็เลยมีทั้งฝรั่งและคนไทยมาเปิดร้าน มีร้านดังๆ ที่ผมได้ยินชื่อ อย่าง Teens Of Thailand และ Tep Bar เป็นต้น ครั้งแรกที่ผมมีโอกาสมาแถวนี้ก็คืองานเบียร์ที่จัดที่ร้าน Cho Why ครั้งที่สองมาก็เป็นอีกงานเบียร์จัดที่ร้านเดิม พอมารอบที่สามนี่ถึงได้มาลองนั่งร้านอื่นๆ ครับ โดยวันนี้ผมกระโดดไปมาสามร้านในโซนนี้ ที่จริงอยากลองอีกร้านแต่วันที่ไปดันเป็นวันหยุดของเค้า คงต้องกลับไปซ้ำครั้งหน้า ร้านแรกที่ผมแวะเป็นร้านที่เห็นรูปในเน็ตมาซักพักแต่ยังไม่ได้มาเสียทีชื่อร้านว่า ‘Pijiu’ ผีจิ่วซึ่งแปลว่าเบียร์ในภาษาจีนนั่นเองครับ ร้านนี้เป็นร้านขายคราฟท์เบียร์ บรรยากาศร้านสลัวๆ สวยงาม แอร์เย็นเจี๊ยบ เสียงเพลง jazz ดังกระจายครอบคลุมทั่วร้าน มีแทปเบียร์สดอยู่ 4 แทป แล้วก็มีตู้เบียร์ขวดอีก 1 ตู้ครับ

  • |

    Torisuke Izakaya ร้านเล็กแต่อบอุ่น Shibuya

    ร้านนี้เป็นร้านที่ไม่ได้หามาก่อน แต่มาหาเอาหน้างานครับ คือเดินอยู่แถว Shibuya ตัดซอยเล็กซอยน้อยไปมา หลบฝูงมหาชนที่มาพาเหรดงาน Haloween กัน ก็เจอร้านนี้ บรรยากาศดูบ้านๆ แล้วพอมีที่ไม่ต้องต่อคิว ขอเข้าไปทานรองท้องซักหน่อย เข้ามาในร้านฝั่งซ้ายเป็ยบริเวณเคาท์เตอร์ติดกับครัวครับ มี่ทั้งส่วนของการปิ้งย่าง อยู่ด้านหน้า ควันโขมงนิดหน่อย ตรงกลางๆ เป็นส่วนทำปลาดิบ ส่วนด้านในสุดเป็นโซนเตาแกสพวกต้ม ทอด ในร้านมีทั้งคุณพี่ผู้ชาย คุณป้าอายุมากหน่อย ประจำอยู่ในแต่ละสเตชันของตัวแล้วก็มีคนหนุ่มวิ่งรับแขก ในสุดของร้านเป็นโต๊ะแบบนั่งพื้นมีลูกค้านั่งแน่นอยู่ทั้งสองโต๊ะครับ ตัวผมเองนั่งที่เคาท์เตอร์แล้วพนักงานก็มาต้อนรับ พูดอังกฤษได้นิดหน่อย ดีตรงที่มีเมนูภาษาอังกฤษ ซึ่งที่นี่ก็มีทั้งยากิโทริ ปลาดิบแบบง่าย ของทอดอะไรงี้ครับ

  • บ้านดอกแก้ว จิบคราฟท์เบียร์ในบ้านโบราณ – พระราม 6 ซอย 28

    ร้านนี้ผมมาเป็นครั้งที่ 2 ครับ ครั้งแรกมาวันเปิดตัวคนค่อนข้างเยอะไม่ได้ลองอาหาร ก็เลยกลับมาอีกรอบตั้งแต่ช่วงเย็นๆ วันเสาร์ ฟ้ายังไม่มืด มาเก็บบรรยากาศตอนร้านโล่งๆ ลูกค้ายังไม่เข้า ซึ่งพอค่ำๆ ซักสองสามทุ่มนี่คนเริ่มเต็มร้านละครับ ‘บ้านดอกแก้ว’ เป็นร้านใหม่ของทีม Mystic Rooftop ร้านเบียร์บนดาดฟ้าชั้นที่ 4 ประดิพัทธิ์ซึ่งมีการเปลี่ยนโลเคชันมาที่ใหม่ ไม่ไกลจากที่เดิมมาก คืออยู่ในซอย พระราม 28 (ซอยศาสนา) จุดเด่นของที่นี่ก็คือตัวร้านเป็นบ้านไม้เก่าอายุเกือบร้อยปี บรรยากาศย้อนยุค ที่ร้านมีเบียร์สดทั้งหมด 10 ทั้งคราฟท์นอกและคราฟท์ไทยต้มนอก แล้วก็ยังมีเบียร์สดอีกแน่นตู้เย็นสองบานครับ นอกจากเบียร์ที่ร้านยังมีอาหารอร่อยๆ บริการด้วย เป็นอาหารไทย อาหารอีสาน หรือจะเป็นพวกอาหารจานเดียว รวมถึงเมนูของทานเล่นแกล้มเบียร์

  • |

    Taketora ราเม็งเจ้าอร่อย Kabukicho – Shinjuku

    อีกหนึ่งร้านราเม็งในทริปนี้ ซึ่งเรียกว่าเป็นร้านที่อยู่ใกล้โรงแรมมากที่สุดครับ คือติดโรงแรม Hotel Gracery Shinjuku เลย ร้านนี้หาเจอด้วยแอพฯ Ramen Map ที่ผมมักจะใช้หาร้านราเม็งเป็นประจำครับ โดยในโตเกียวนี่มีทั้งหมด 3 สาขา แล้วก็มีที่ Okinawa อีก 2 สาขา ตัวร้านหน้ากว้างค่อยข้างเล็ก แต่ได้ความลึกครับ ร้านนี้นี่แทบจะเปิด 24 ชั่วโมงเลยคือปิดช่วง 9.00-11.00 ครับ ซึ่งวันที่ผมไปทานนี่ก็เป็นช่วงดึกๆ ราว 4 ทุ่มกว่า แต่ลูกค้าก็ยังเยอะ คือรอคิวแป๊บนึง ลูกค้าที่มารอพร้อมกับผมนี่มาเป็นหมู่คณะใหญ่ๆ ฟังไม่ออกว่าคนดินโอหรือฟิลิปปินส์ น่าจะแถวๆ นี้ ภายในร้านจะดูแคบๆ หน่อยครับ เป็นเคาท์เตอร์อยู่ด้านหน้า ส่วนโต๊ะจะอยู่ด้านหลังร้าน อีกประมาณ 10 กว่าที่ครับ ซึ่งผมก็นั่งที่เคาท์เตอร์ ไม่ได้เข้าไปด้านหลัง สำหรับร้านนี้ใช้วิธีทานก่อน จ่ายทีหลัง ไม่ต้องกดคูปองจากตู้ครับ

  • |

    Taruichi ร้าน Izakaya เสิร์ฟเนื้อปลาวาฬ – Shinjuku

    นอกจากราเม็งแล้ว ทริปนี้ผมก็ยังมีโอกาสได้แวะไปทานพวกร้าน Izakaya หรือร้านนั่งดื่มสไตล์ญี่ปุ่น บางร้านก็อาจจะเน้นเมนูปลาดิบ บางร้านเน้นของทอด หรือบางร้านก็อาจจะมีรวมๆ หลายห อย่างเลย รอบนี้ผมได้ไป 2-3 ร้าน ส่วนมากก็จะทานช่วงค่ำๆ ก่อนออกไปหาร้านคราฟท์เบียร์ดื่ม ร้านนี้ Taruichi(樽一) อยู่ไม่ไกลจากโรง Hotel Gracery Shinjuku ที่พัก อยู่ในโซน Kabukicho เหมือนกันครับ เดินจากตัวโรงแรมประมาณ 300 เมตร ถ้าจากสถานี JR Shinjuku เลยก็จะประมาณ 550 เมตร ระหว่างทางไปผ่านร้านเหล้า บาร์นิดหน่อย ตัวร้านอยู่ชั้นใต้ดินครับ ลงมาทางบันไดร้านจะอยู่ซ้ายมือ เข้าไปในร้านคนเยอะเหมือนกันครับ พนักงานมาต้อนรับพูดภาษาอังกฤษได้ค่อนข้างโอเค เมนูก็มีภาษาอังกฤษ ที่นั่งเป็นแบบโต๊ะสูง สำหรับร้านนี้ขึ้นชื่อเรื่องเนื้อปลาวาฬเอามาแล่เป็นซาชิมิ มีหลายชิ้นส่วนของปลา นำมาปรุงแต่ละเมนูต่างๆ กันไป

  • | | | |

    Log Road ที่เดินเล่นแถว Daikanyama Tokyo

    ที่นี่จดไว้ตั้งแต่หาข้อมูลของทริปนี้ เห็นรูปแล้วอยากมาครับ Log Road จะเรียกว่าอะไรดี เป็นโครงการที่มีร้านเสื้อผ้า ร้านกาแฟ และร้านเบียร์เรียงตัวกันเป็นทางยาวประมาณ 100 เมตร จำนวนร้านไม่เยอะ แต่ร้านค่อนข้างใหญ่ครับ โครงการนี้ตั้งอยู่บนทางรถไฟสาย Tokyu Toyoko (วิ่งระหว่าง Tokyo-Yokohama) สายเก่า ซึ่งก็อยู่ไม่ไกลจากเส้นทางใหม่ที่ขยับไปเล็กน้อยครับ อยู่ทางด้านทิศเหนือ ใกล้กับสถานี Daikanyama เดินจากสถานีประมาณ 100 เมตรนิดๆ พอมาถึงก็ประหลาดใจนิดนึง คือได้เจอกับโรงเบียร์ Spring Valley ของ Kirin ตั้งอยู่เป็นร้านแรกเลย ไม่ได้ตั้งใจจะมาที่นี่ แต่คอเบียร์อย่างเราเจอแล้วก็เลยต้องแวะจิบซะหน่อยครับ อิ่มก็อิ่ม แต่ไหนๆ ก็มาแล้ว พลาดก็คงเสียดาย

  • |

    Kita no Daichi ราเม็งสไตล์ซัปโปโร Shinjuku

    ราเม็งร้านนี้หลบมุมอยู่ด้านในของตึกครับ อยู่ใกล้กับร้าน Bicqlo (Bic camera + Uniqlo) แล้วก็ใกล้กับร้านแผ่นเสียง Disk Union ที่ผมชอบไปด้วยครับ เสิร์ชเจอมาจาก tabelog ก็เลยลองแวะทานดู เข้ามาในร้านช่วงบ่ายแก่ๆ ไม่มีลูกค้าเลยครับ ตอนแรกก็แบบเอาไงดีวะ หนีออกมาได้รึเปล่า ฮ่าๆ แต่ฝนมาโปรยๆ อยู่ด้านนอกแล้วก็หิวนิดหน่อยก็เลยยอมทานดูครับ ที่นี่เป็นราเม็งสไตล์ฮอกไกโด ซึ่งเมนูที่ฮิตของฝั่งฮอกไกโดเค้าจะนิยมใส่เนยและข้าวโพดลงไปในราเม็งเพื่อให้ความหวาน เค็ม และ มันๆ เพิ่มด้วย แต่ตัวผมเองไม่ค่อยชอบรู้สึกเลี่ยนไปนิด ก็เลยสั่งเมนูแนะนำ สั่งเป้นแบบซุปเกลือครับ

  • |

    Tenkaippin ราเม็ง Kabukicho Shinjuku

    ร้านนี้เป็นร้านที่อยู่หน้าโรงแรม Hotel Gracery Shinjuku ครับ คืออยู่ในโซน Kabukicho นั่นเอง วันที่ทานเป็นวันที่ผมไปดื่มเบียร์จากร้านอื่นมาแล้ว ก่อนเข้าโรงแรมก็แวะทานซะหน่อย ตอนเดินมานี่มีพี่คนดำมาชวนไปบาร์รัวๆ พยายามบอกปัดว่าจะไปกินราเม็งเฉยๆ ฮ่าๆ Tenkaippin เป็นเชนร้านราเม็งเจ้าใหญ่อีกหนึ่งแห่งของญี่ปุ่นครับ เปิดสาขาแรกที่เมืองเกียวโตตั้งแต่ปี 1981 ปัจจุบันมีมากกว่า 230 สาขาทั่วญี่ปุ่น มีไปเปิดบนเกาะฮาวายด้วย น้ำซุปของที่นี่จะมีไก่เป็นเบส ซึ่งเคี่ยวจนค้นหนาครับ แม้ว่าจะกลับมาดึกแล้วร้านนี้ก็ยังมีคิวนิดหน่อยครับ แต่รอไม่นานก็ได้นั่ง เปิดดูเมนูไม่มีภาษาอังกฤษ ใช้วิธีดูรูป และดูว่าเมนูไหนได้รับความนิยมก็สั่งเมนูนั้น ร้านนี้เป้นแบบทานก่อนจ่ายทีหลัง ไม่ต้องกดคูปองครับ