Denmark

  • | |

    Cafe Dyrehaven ร้านอาหารเช้าบรรยากาศดี – Copenhagen, Denmark

    ข้าวเช้าวันที่สอง ผมเดินออกจากที่พัก Airbnb ไปตามถนน Halmtorvet ผ่านย่าน meatpacking ที่มีร้าน warpigs kihoskh fermentoren และอีกหลายๆ ร้านครับ แต่วันนี้ยังไม่ดื่ม เราออกไปหาข้าวเช้าทานกัน เดินมาประมาณ 850 ก็ถึงครับ เป้าหมายของเช้านี้คือร้านชื่อ Café Dyrehaven เป็นร้านที่เปิดตั้งแต่เช้าและปิดดึกถึงตี 2 ครับ คือพอค่ำๆก็แปลงสภาพกลายเป็นบาร์ เสิร์ฟเครื่องดื่ม บรรยากาศร้านดูอบอุ่นด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้ที่ใช้ตกแต่ง เสียงเพลง britpop อย่างวง oasis คลออยู่เบาๆ วันที่ไปลูกค้ามาเกือบเต็มร้าน นั่งจิบๆ ละเลียดกาแฟไป เพราะว่าอาหารยังไม่เสิร์ฟ พอ 10 โมงพนักงานถึงจะรับ order อาหารครับ โดยที่นี่สั่งก่อนยังไม่ต้องจ่ายเงินครับ กินเสร็จค่อยจ่าย

  • | |

    Torvehallerne สุดยอดตลาดอาหาร – Copenhagen, Denmark

    วันที่ 2 ใน Copenhagen ช่วงเช้าผมเดินไปทางไปยัง Ntional Museum ของ Denmark ซึ่งขนาดใหญ่มาก เดินดูกันจนอ้วกไปเลยครับ ถ้าเดินดูเดินอ่านแบบละเอียด อาจจะต้องใช้เวลา 2 วัน เดี๋ยวจะมาเขียนถึงอีกที ออกจากพิพิธภัณฑ์มาช่วงเย็นๆ ผมก็เดินทางไปยัง Torvehallerne ด้วยรถไฟครับ สำหรับที่ Copenhagen นี้ ตั๋วโดยสารถ้าวิ่งในโซนจะใช้ได้ทั้งรถบัสและรถไฟ ขึ้นลงกี่รอบก็ได้ภายใน 1 ชั่วโมง ที่จริงจากสถานี Kongens Nytorv ไป Torvehallerne ประมาณกิโลนิดๆเท่านั้นครับ แต่ขาหมดแรงแล้วเดินไม่ไหวเลยขอนั่งรถไฟแล้วกัน ทำเวลาด้วยครับ นั่งสถานีเดียวมาลงสถานี Norreport เดิน 100 เมตรก็ถึงหน้าตลาด Torvehallerne ครับ Torvehallerne เป็นตลาดรูปแบบเหมือนซูเปอร์มาร์เก็ต ไม่ได้เป็นตลาดสดแบบดั้งเดิมครับ ตัวอาคารเป็นโลหะและกระจก มี 2 อาคาร ภายในมีร้านขายของหลากหลายชนิด เนื้อวัว เนื้อหมู ไส้กรอก อาหารทะเล ผักสด ผลไม้ ชีส เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กาแฟ…

  • |

    Madklubben ร้านอร่อย บรรยากาศดี Copenhagen, Denmark

    หลังจากลากกระเป๋าไปเช็คอินที่โรงแรมที่เล็กที่สุดในโลกแล้ว ผมก็เดินซอกแซกตามซอยเล็กๆออกมาโผล่ที่ถนน Vesterbrogade เป็นถนนเส้นยอดนิยมอีกหนึ่งเส้นของ Copenhagen ครับ มีร้านอาหาร ร้านเก๋ๆ ร้านแผ่นเสียง ร้านของตกแต่งบ้าน เดินไปทางตะวันออกเรื่อยๆก็จะเจอกับสถานีรถไฟหลัก Copenhagen เป้าหมายของเย็นวันนี้ก็คือร้านอาหารชื่อ madklubben ชื่อร้านแปลตรงๆ ตัวได้ว่า food club (mad-food, klubben-club) เป็นเครือร้านอาหารเจ้าใหญ่ใน Copenhagen มีร้านหลายแห่ง แต่ละแห่งก็จะแตกต่างกันไปด้วยคอนเซปท์และเมนูที่เสิร์ฟครับ สำหรับสาขา Vesterbro ขนาดร้านค่อนข้างใหญ่ ด้านหน้าร้านมีเก้าอี้สีเหลืองเด่นเรียงรายอยู่ พอเข้าไปด้านในจะตกแต่งแบบสแกดิเนเวียน โมเดิร์น แต่ดูอบอุ่นหน่อย พนักงานเดินมาสอบถามว่าได้จองไว้ไหม ก็บอกไปว่าไม่ได้จอง โชคดีที่ผมมาเร็วยังมีที่ว่างอยู่ พนักงานพาไปนั่งด้านในร้านอีกฝั่งครับ

  • | |

    Granola ร้านอาหารบรรยากาศดี – Copenhagen, Denmark

    ร้านนี้ถ้าเราพักที่ Central Hotel & Cafe จะได้ทานอาหารเช้าฟรีที่นี่ครับ โดยเลือกเมนูไหนก็ได้ ตัวร้านอยู่ห่างจากโรงแรมนิดเดียว หรือถ้าเดินมาจากสถานี Copenhagen ก็ประมาณ 1 กิโล ซึ่ง 1 กิโลนี่เดินกันสบายๆ ผมเคยจะขึ้นรถเมล์ พนักงานขับรถบอกเดินเถอะๆ ฮ่าๆ ตัวร้านอยู่หัวมุมของตึกพอดีครับ มีโต๊ะเล็กๆ นั่งจิบกาแฟอยู่ด้านนอก ด้านในสีโทนเทาๆ มีเฟอร์นิเจอร์ไม้สร้างบรรยากาศอบอุ่นๆ ตอนกลางคืนเหมือนจะกลายเป็นบาร์ย่อมๆ ได้ เช้าวันที่ผมไป ลูกค้าแน่นร้านเลยครับ เข้าไปก็บอกพนักงานว่ามาจากโรงแรมเค้าก็โอเคพาไปนั่งโต๊ะ เอาเมนูมาให้ เมนูน่าอร่อยหลายอย่างครับ มีตั่งแต่ Breakfast จานใหญ่ 165 DKK ประมาณ 850 บาท ใส่ไข่ ใส่แฮม ไส้กรอก ชีส มุสลี มะเขือเทศ พร้อมขนมปัง เยอะมากๆ หรือจะสั่งแค่ออมเลตเฉยๆ ก็ได้ แน่นอนครับ ค่าโรงแรมแพงเราต้องเอาให้คุ้ม ผมก็เลยสั่งชุดใหญ่หละครับ  ฮ่าๆ

  • |

    รีวิวห้องพัก Airbnb ย่าน Vesterbro, Copenhagen

    คราวก่อนเขียนถึงโรงแรมที่เล็กที่สุดในโลกซึ่งผมไปพักในคืนแรกวันที่มาถึง Copenhagen คราวนี้มาพูดถึงห้องพัก Airbnb ที่ผมมาพักอีก 4 คืนก่อนจบทริปครับ ตอนหาห้องหาอยู่ซักพักเหมือนกัน ส่งไปจอง 2-3 เจ้า เค้าไม่ตอบ จนมีเจ้านี้ตอบมา ผมเลือกหาจากโลเคชันที่ใกล้สถานี Copenhagen แถวย่าน Vesterbro ซึ่งมีร้านเบียร์ เช่น Mikkeller และร้านอาหารน่าอร่อยหลายร้าน คือเป็นย่านเท่ๆ แห่งนึงของเมือง Copenhagen นั่นหละครับ จากสถานีเดินมาประมาณแค่ 450 เมตรเท่านั้น วันที่ไปถึงคุณ Mie โฮสต์มาต้อนรับอย่างดีแล้วก็พาขึ้นไปบนห้อง ห้องเราจะเป็นห้องนอนแยกจากห้องใหญ่ ด้านนอกมีห้องนั่งเล่นและครัวครับ ซึ่งตอนที่ไปเค้ากำลัง renovate ห้องนิดหน่อย แต่ห้องนอนของเราสะอาดเรียบร้อยดี ส่วนห้องน้ำจะอยู่แยก เวลาจะเข้าก็เดินออกจากห้องนอนมาเข้าห้องน้ำของบ้าน

  • |

    รีวิว Central Hotel og Cafe โรงแรมที่เล็กที่สุดในโลก – Copenhagen, Denmark

    เมื่อเดือนตุลาคมปี 2016 ที่ผมไปเที่ยว Copenhagen นั้น ผมเข้าพัก 2 ที่ครับ คืนแรกเป็นโรงแรม ส่วน 3-4 คืนที่เหลือพัก Airbnb ซึ่งโรงแรมที่พักคืนแรกนี่ไม่ธรรมดา เพราะทั้งโรงแรมมีอยู่ 1 ห้องพักครับ เจ้าของก็เลยเคลมว่าเป็นโรงแรมที่เล็กที่สุดในโลก ฮ่าๆ จริงๆ จะเรียกว่าเป็นห้องพักก็ได้ แต่มันจะดูไม่เท่และไม่ตื่นเต้น ตัวโรงแรมอยู่ในย่านที่ชื่อว่า Vesterbro ห่างจากสถานี Copenhagen ประมาณ 1 กิโลครับ พอมาถึงก็จะเจอกับตึกไซส์เล็กๆ น่ารัก 2 ชั้น ชั้นล่าเป็นตัว cafe ซึ่งก็ขนาดนิดเดียว มีที่นั่งด้านน่าอีก 2 โต๊ะ เดินไปหาพนักงาน เค้าก็ดูรู้เลยว่ามาคนที่มาพัก หยิบกุญแจแล้วก็พาเข้าประตูตึกข้างๆ ขึ้นบันไดมา ชั้น 2 แล้วก็จะเจอห้องพักครับ

  • |

    Himmeriget คราฟท์เบียร์บาร์เล็กๆ บรรยากาศดี Copenhagen

    ร้านสุดท้ายของทริปนี้ผมมาที่ร้าน Himmeriget เป็นร้านเล็กๆ ขนาด 2 ห้องอยู่บนถนน Aboulevard แถวๆหน้าร้านนี่ทำให้นึกถึงถนนราชดำเนินแต่ขนาดเล็กลงหน่อยครับ เป็นโซนที่ดูเงียบๆ ไม่พลุกพล่าน บรรยากาศภายในร้านดูสลัวๆ อบอุ่นๆ ฝั่งนึงเป็นบาร์ อีกฝั่งเป็นที่นั่ง เพลงในร้านเป็นเพลงวง The Beatles สลับกับวง 70s-80s อื่นๆ คลอเบาๆ คนเกือบเต็มร้านครับ ที่ร้านมีเบียร์สดทั้งหมด 10 แทป แล้วก็มีเบียร์ขวดอีกพอสมควร ซีเลคชั่นของที่นี่เจ๋งดี มีตัวแปลกๆ หาทานสดยากหลายตัวเลยครับ สังเกตดูเป็นแนวเบียร์เปรี้ยวเยอะเหมือนกัน

  • |

    Kihoskh สุดยอดร้านขายของชำในฝัน Copenhagen

    การเดินดูร้านขายของชำนับเป็นความสนุกในการเที่ยวอย่างนึงครับ เพราะเราก็จะได้เจอของใช้ในชีวิตประจำวันจริงๆ ของคนเมืองนั้นๆ ซึ่งก็จะไม่ได้เป็นของแบรนด์เนม ของใช้แพงๆ ที่วางโชว์ในย่านชอปปิ้ง แต่ร้านที่เรานี่ไม่ได้เป็นร้านของชำธรรมดา เพราะร้าน Kihoskh เป็นร้านของชำที่ร่วมเอาของเจ๋งๆ มาไว้ที่ร้าน เริ่มตั้งแต่ ผักผลไม้ นมน้ำ ชีสแฮม ธรรมดา จนมาถึงเหล้าไวน์และที่เจ๋งก็คือมีคราฟท์เบียร์มากมายหลายแบรนด์จากทั่วโลก นอกจากนี้ยังมีหนังสือนิตยสาร รวมถึงแผ่นเสียง ! วางขายอยู่ในร้าน ส่วนของกินก็มีพวกเบเกอรี่ต่างๆ เสิร์ฟพร้อมกาแฟ ซึ่งสามารถซื้อแล้วนั่งดื่มหน้าร้านได้เลยครับ พอตกเย็นก็กลายเป็นที่แฮงค์เอาท์แบบบ้านๆ แต่เบียร์เพียบ

  • |

    BRUS บาร์ของคราฟท์เบียร์แบรนด์ To Øl Copenhagen

    คราฟท์เบียร์เจ้าดังอีกหนึ่งแบรนด์ของ Denmark นอกจาก Mikkeller ก็คือ To Øl ซึ่งสองแบรนด์นี้ก็จะดีสนิทสนมกลมเกลียวกันดี ออกงานด้วยกัน มีร้านร่วมกัน (Mikkeller & Friends) เบียร์ที่ทำก็เป็นแบบยิปซีเหมือนกัน (ไม่มีโรงต้มเป็นของตัวเอง) ซึ่งหลายคนอาจจะไม่เคยรู้มาก่อนว่า แท้จริงแล้ว Tobias Emil Jensen และ Tore Gynther (To Øl) เป็นลูกศิษย์ของ Mikkel (Mikkeller) ที่โรงเรียน Det Fri ใน Copenhagen ทั้ง 3 คนเคยคุยกันว่าทำไมมันมีแต่เบียร์โบราณๆ แบบเดิมๆ ที่น่าเบื่ออยู่มาเป็น 100 ปีแล้ว ไม่มีอะไรแปลกๆ ตื่นเต้นๆ บ้างเลย สุดท้ายก็เลยลงมือทำเบียร์แบบ Homebrew โดยต้มกันมันในห้องครัวโรงเรียนนี่หละครับ แต่ก็ต้มกันช่วงกลางคืน 4 ทุ่ม ถึง 6 โมงเช้า นี่มาเรียนหรือมาต้มเบียร์กันวะ จากนั้นก็อย่างที่รู้กันว่า Mikkeller ก็ดังในระดับสากลในปี 2006…