japan

  • |

    OEDO Antique Market in Yoyogi Park ตลาดนัดของวินเทจ

    ทานกาแฟเสร็จก็เดินทางมายังสถานี Harajuku ครับ โปรแกรมต่อไปของเราวันนี้คือไปยังตลาดนัดที่สวน Yoyogi แต่อย่าลงที่สถานี Yoyogi นะครับ ให้ต่อมาลง Harajuku แล้วเดินจะใกล้กว่าครับ ตอนแรกผมหลงเข้าไปในตัวสวน เพราะคิดว่าเค้าจะจัดในสวน แต่จริงๆแล้ว มันอยู่เลยสวนไปอีกนิดนึง แนะนำให้ดูแผนที่ด้านล่างก่อนไปครับ อย่าเดินเข้าไปในสวนนะครับ ที่จริงผมอยากมาเดินตลาด flea market ซึ่งจะขายของมือสองหลากหลายหน่อย แต่สัปดาห์ที่ไปดันเป็นงานขายของ Antique ของวินเทจพอดีครับ ถ้าอยากรู้ว่าอาทิตย์ไหนเป็นงานอะไร สามารถดูที่เว็บของทางสวนครับ

  • |

    MUD Coffee ร้านกาแฟเท่ๆ แถว Shibuya

    จากศาลเจ้า Toshogu ชาวคณะก็รีบเดินทางกลับไปยังสถานีรถไฟครับ รถใน Nikko ติดพอสมควร กว่าจะถึงสถานีก็เล่นเอาฉิวเฉียด รถบัสส่งที่สถานี Tobu-Nikko แต่เราต้องกลับ Tokyo ที่สถานี  JR Nikko ที่อยู่ใกล้ๆกัน  เพราะอยากจะให้เพื่อนได้ลองนั่ง Shinkansen ด้วย แม้จะนั่งแค่ 24 นาทีก็ตาม เส้นทางก็เลยจะเป็น NIKKO >> UTSUNOMIYA >> OMIYA >> SHIBUYA ได้นั่ง Shinkansen ตรง UTSUNOMIYA-OMIYA ครับ ประมาณ 2 ชั่วโมงกว่าก็มาถึง Shibuya ที่มาลงสถานีนี้ก็เพราะว่าคืนนี้เราจะนอน Airbnb บริเวณแถวนี้อีก 1 คืน (เป็นคืนวันเสาร์โรงแรมใน Tokyo เต็มอีกเช่นเคย) มาถึงก็เอากระเป๋าฝากไว้ที่ลอคเกอร์ของสถานี แล้วหากาแฟทานกันซะหน่อยครับ ร้านที่หามาชื่อ MUD Coffee อยู่ทางทิศใต้ของสถานี เป็นร้านที่มีต้นกำเนิดอยู่ที่นิวยอร์ค ทำให้บรรยากาศและการตกแต่งก็จะมีความเป็นอเมริกันสูง ดูลุยๆ มันๆหน่อย เสิร์ฟทันอาหาร…

  • ศาลเจ้า Toshogu เมือง Nikko

    เช้าวันนี้ชาวคณะรีบออกจากโรงแรม Kinugawa Grand Hotel เพื่อไปแวะศาลเจ้า Toshogu ก่อนกลับเข้า Tokyo ครับ โดยมีรถตู้ของโรงแรมมาส่งที่สถานี Kinugawa Onsen นั่งรถไปลงสถานี Tobu-Nikko จริงๆเราสามารถขึ้นรถบัสด้วย pass ที่ซื้อเมื่อวานได้ แต่ต้องทำเวลา เลยขึ้น Taxi ไปแทนครับ ถ้าเดินทางมาด้วย Taxi จะเลี้ยวเข้าอีกทางนึง ไม่ต้องเดินตั้งแต่ด้านหน้า มาถึงก็ซื้อตั๋วเข้าชม โดยเจ้าหน้าที่ก็แจ้งว่าประตู Yomeimon กำลังบูรณะอยู่ ถ้าไม่แจ้งไว้เดี๋ยวซื้อตั๋วเข้าไปชมแล้วจะบ่น สำหรับศาลเจ้า Toshogu เป็นสถานที่ฝังศพของ Tokugawa Ieyasu โชกุนผู้ยิ่งใหญ่ของตระกูล Tokugawa ที่ปกครองญี่ปุ่นยาวนานถึง 250 ปี (1603-1868) เดิมที่สร้างขึ้นเพื่อบูชาเทพเจ้าแห่งแสงสว่าง ภายหลังมีการต่อเติมเพิ่มขึ้นในยุคสมัยของ Tokugawa Iemitsu (หลานปู่ของ Ieyasu) จนมีอาคารและขนาดใหญ่ในปัจจุบัน หลักๆ ที่นักท่องเที่ยวมาดูที่นี่ก็คือประตู Yomeimon, อาคารหลัก Gohonsha, โกศเก็บศพของ Tokugawa Ieyasu, ไม้แกะสลัก 3 ชิ้น คือ Nemurineko…

  • |

    รีวิวเรียวกัง Kinugawa Grand Hotel

    เดินไปเดินมาในหมอกจนเริ่มเย็นก็ถึงเวลาที่จะเดินทางไปพักผ่อนครับ ที่พักของชาวคณะวันนี้เป็นเรียวกัง อยู่แถว Kinugawa-Onsen คือเดินทางขึ้นเหนือไปอีกนิด ใช้เวลานั่งรถบัสกลับจากทะเลสาบ Chuzenji มาราว 45 นาที แล้วก็นั่งรถไฟต่อ มาลงสถานี Kinugawa-Onsen อีก 45 นาทีได้ มาถึง Kinugawa-Onsen เวลายังไม่เย็นมากแต่ฟ้าก็มืดแล้ว สถานีเงียบสงบ หันทิศหาโรงแรมจนเจอแล้วเดินตาม google map ซึ่งก็พาไปเดินในทางแปลกๆ เล็กๆ โผล่มาใกล้โรงแรม คุณป้าคนญี่ปุ่นหัวเราะเบาๆ ทำนองว่า ทำไมไม่เดินถนนเส้นใหญ่มากัน โรงแรมของเราคืนนี้ชื่อ Kinugawa Grand Hotel เป็นตึกใหญ่ มีห้องพักทั้งแบบเรียวกังและแบบตะวันตก ตัวโรงแรมหรูหราดีครับ ถึงจะไม่ใหม่มาก แต่ก็สะอาดสะอ้าน ในราคาที่จองมามีอาหารเช้าและเย็นแบบ Kaiseki ให้ด้วย

  • Nikko ในวันหมอกคลุม

    ทานข้าวกลางวันเสร็จ ผมก็หวังว่าหมอกที่ปกคลุมไปทั่วเมืองจะหายไป ปรากฎว่าพอบ่ายๆ หมอกยิ่งลงหนักเลยครับ แทบจะมองไม่เห็นอะไรเลย ตรงบริเวณทะเลสาบ Chuzenji นี่มองไม่เห็นน้ำเลยด้วยซ้ำ ลองเดินไปดูน้ำตกซื่อดังอีกอันของ Nikko นั่นก็คือน้ำตก Kegon ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากป้ายรถเบอร์ 24 เท่าไหร่ เดินนิดเดียวครับ ที่จริงเจ้าหน้าที่ที่สถานี Tobu-Nikko ก็บอกไว้แล้วว่าไม่น่าจะเห็น พอเดินไปดูก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ กลับมาแถวท่ารถเพื่อขึ้นไปดูวิวทะเลสาบโดยหวังว่าขึ้นไปสูงๆบนๆ คงไม่มีมีหมอก ระหว่างรอก็เข้าร้านซื้อของที่ระลึกกลับมาครับ Yuba (ยูบะ) สด เป็นของขึ้นชื่อของ Nikko ครับ ผมหิ้วกลับมา 4 กล่องได้ หั่นเป็นคำๆ จิ้มวาซาบิและโชยุ ทานเพลินมากครับ

  • |

    Inariya ร้านโซบะเมือง Nikko

    จากน้ำตก Ryozu ผมก็ขึ้นรถบัสกลับมาตรงท่ารถป้าย 24 (Chuzenji Onsen) ซึ่งเป็นป้ายหลัก จะต่อรถไปไหนหรือนั่งรถกลับไปสถานี Nikko ก็ต้องมาขึ้นที่นี่ครับ ซึ่งจะมีป้ายย่อยเป็น 24A 24B 24C ด้วย ต้องดูปลายทางให้ดี บริเวณนี้มี Information Center สามารถสอบถามได้ครับ เวลาก็บ่ายคล้อยแล้วครับ หาข้าวทานกันดีกว่า สำหรับของขึ้นชื่อที่นิกโก้นี่ก็คือ Yuba (ゆば) หรือฟองเต้าหู้นั่นเอง เป็นเมนูโปรดของผมอยู่แล้วครับ เดินไปเดินมาหาร้านว่าจะทานอะไรดีก็มีร้านโซบะ ดูท่าทางน่าจะพอไหว หน้าร้านมีตู้โชว์อาหารปลอม เข้าไปด้านในลูกค้าแน่นเลยครับ มีคุณป้ารับลูกค้าอยู่คนเดียว คุณป้าพูดอังกฤษไม่ค่อยได้ ผมใช้วิธีจำชื่อแล้วมาชี้เมนู กับเปิด google translate แปลเอา ก็สั่งจนสำเร็จครับ

  • |

    น้ำตก Ryozu Nikko

    โปรแกรมของวันนี้คือออกเดินทางไปยัง Nikko เมืองมรดกโลกแห่งหนึ่งของญี่ปุ่นครับ นับเป็นความลงตัวเพราะตั้งใจว่าทริปนี้จะออกไปต่างจังหวัดซักวันสองวัน แล้ววันศุกร์ในโตเกียวโรงแรมเต็มหมด ก็เลยออกเดินทางไปพักผ่อนนอกเมืองพอดี Nikko เป็นเมืองที่อยู่ทางทิศเหนือของโตเกียวไปประมาณ 150 กิโลเมตร นั่งรถบัสหรือรถไฟใช้เวลาราวๆ 2-2.30 ชั่วโมงครับ ส่วนตัวแล้วเคยมากับที่บ้านเมื่อหลายปีก่อน จำได้ว่ามาแค่ ศาลเจ้า Toshogu อย่างเดียว การเดินทางเป็นยังไงก็จำไม่ค่อยได้แล้ว การเดินทางของพวกเราเริ่มจากสถานี Shinjuku ที่จะมีรถไฟวิ่งตรงไป Nikko ตอนเช้าตรู่ 7.30 วันละ 1 รอบเท่านั้น ค่าโดยสารคนละ 4,000 เยน ซึ่งคุ้นๆว่าต้องจองล่วงหน้าครับ น่าจะเป็น reserved seat ทั้งขบวน ถ้าเกิดพลาดเที่ยวนี้ก็ยังเดินทางไปได้ แต่จะเปลี่ยนรถ 3 ที

  • | |

    Meiji No Yakata Cake Shop ร้านขนมสถานี Tobu-Nikko

    Nikko เป็นอีกหนึ่งเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมที่ไม่ไกลจาก Tokyo ครับ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2-3 ชั่วโมงครับ สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจก็จะเป็นศาลเจ้า น้ำตก ทะเลสาบ และธรรมชาติอื่นๆ ซึ่งจะขอเล่าในตอนต่อๆ ไป แต่วันนี้เราจะไปนั่งจิบกาแฟและทานขนมกันซักหน่อยครับ ร้านที่ว่านี่ชื่อ Meiji No Yakata อยู่ติดสถานี Tobu-Nikko เลยครับ ฝั่งซ้ายมือของสถานี ที่นี่เป็นสาขาเล็กๆของร้านครับ ร้านหลักอยู่ใน Nikko เหมือนกันห่างออกไปราว 2 กิโลเมตรครับ รถไฟจาก Shinjuku มาถึงประมาณ 9 โมงครึ่ง ร้าน Meiji No Yakata เปิด 10 โมง ซึ่งพนักงานก็ตรงเวลามากครับ 9.55 เข้าไปก็ยังไม่ขาย บอกให้รอ 10 โมงตรง ร้านมีสองชั้น ที่นั่งจะอยู่ชั้นบนครับ ตกแต่งด้วยไม้เป็นหลักดูอบอุ่นๆ ให้อารมณ์ชนบทในยุโรปอะไรแบบนี้

  • |

    Miraku Tei ปิ้งย่างสไตล์เกาหลี Shinjuku

    กลับจาก Daikanyama มาแถวที่โรงแรม ผมแวะรื้อแผ่นเสียงที่ร้าน disk union จนค่ำๆ ก็หาร้านข้าวเย็นครับ เป็นวันที่เดินหาหลายร้านมาก วันนี้ตั้งใจอยากทานเนื้อย่างก็เลยเดินไปตามร้านที่จดมา ปรากฎว่า เดินไป 4 ร้าน ไม่ได้เข้าซักร้าน เต็มบ้าง ไม่รับต่างชาติบ้าง จนมาเจอร้านี้ Miraku Tei นี่หละครับ ตอนแรกก็จดๆจ้อง เอาไงดีหว่า คนดูน้อยๆ มันจะเวิร์คไหม สุดท้ายก็ตัดสินใจกันว่ากินไปเถอะ ไปร้านอื่นที่คะแนนเยอะๆ ก็เต็มอยู่ดี เดินวนหาอยู่หลายร้านแล้ว ขนาดร้านไม่เล็กไม่ใหญ่ครับ พนักงานเป็นคุณลุงพูดภาษาอังกฤษพอสื่อสารกันได้ เมนูมีรูปและเป็นภาษาอังกฤษ ค่อนข้างเป็นมิตรกับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ร้านนี้เป็นปิ้งย่างแบบเกาหลี เมนูต่างๆก็จะปรุงรสแบบเกาหลี มีกิมจิ มีซุป