Titlis – ยุโรป 2013 ตอนที่ 7.1

โปรแกรมแรกของเราในสวิตเซอร์แลนด์ คือ เดินทางไปยัง ยอดเขา Titlis อีกหนึ่งไฮไลท์ของสวิตเซอร์แลนด์
โดยเราต้องเดินทางด้วยรถทัวร์ออกจากตัวเมือง Lucerne ลงใต้ประมาณ 40 กิโลเมตร
ระหว่างการเดินทางก็จะผ่านทุ่งหญ้า ภูเขา บ้านเมืองแบบชนบท ซึ่งอากาศและสิ่งแวดล้อมดูเป็นธรรมชาติดีมาก

บ้านก็จะเป็นบ้านหลังเล็กๆ ทำฟาร์มปลูกพืชผักต่างๆบ้างหรือเลี้ยงสัตว์ต่างๆ บางช่วงก็ผ่านป่าที่ต้นไม้ขึ้นหนา บางช่วงก็เป็นทะเลสาบก็มี

พอมาถึงทางขึ้นก็จะเป็นที่จอดรถกว้างๆ มีทั้งรถเก๋งและรถทัวร์จอด มีที่พัก โรงแรมอยู่ใกล้ๆด้วย
ไกด์ก็ไปจัดการเรื่องตั๋วอะไรต่างๆให้เรา

europe13_382
วิวระหว่างเดินทางไป
europe13_383
แปลงปลูกพืช
europe13_385
มีภูเขาเล็กๆประปรายตลอดทาง
europe13_386
บ้านก็เป็นบ้านไม้หลังเล็กๆ
europe13_387
วิวเริ่มเปลี่ยนเป็นภูเขาที่มีหิมะ
europe13_388
เป็นบ่อน้ำ ทะเลสาบบ้าง
europe13_389
บริเวณที่จอดรถ
europe13_390
รถทัวร์ของนักท่องเที่ยวเพียบ
europe13_391
วิวภูเขาหลังลานที่จอดรถ
europe13_392
Ausfahrt แปลว่าทางออก
europe13_396
ใกล้ๆที่จอด มีที่พัก เหมือนรีสอร์ทอะไรงี้อยู่ด้วย
europe13_393
ป้ายบริเวณทางขึ้น engelberg คือชื่อเมือง
europe13_398
ตั๋วสติกเกอร์ แปะไว้ก่อนขึ้นกระเช้า
europe13_400
ขึ้นกระเช้าแล้ว
europe13_404
กระเช้านึงจะนั่งได้ประมาณ 4 คน
europe13_406
วิวข้างล่างจะเป็นทุ่งหญ้าสีเขียว
europe13_408
หลังนี้เหมือนเป็นที่เก็บอุปกรณ์ หรือโรงเลี้ยงสัตว์
europe13_409
ซึ่งใกล้ๆก็จะเป็นฝูงวัว
europe13_413
เริ่มขึ้นสูงอีกรอบ
europe13_414
เริ่มเห็นหิมะนืดหน่อย
europe13_416
ถึงที่พักจุดแรก ต้องเปลี่ยนกระเช้าเป็นอีกคัน
europe13_418
หน้าตาของกระเช้าจากจุดพักแรกไปจุดพักที่สอง
europe13_419
กระเช้าโล่งๆของนักเล่นสกี เห็นแล้วเสียวแทน
europe13_420
ขึ้นอีกต่อ เริ่มขาวโพลนแล้ว
europe13_427
ดูหิมะเยอะอย่างนี้ แต่เราไปช่วงมิถุนายน อากาศก็ไม่ได้หนาวมากเท่าไหร่ เพราะแดดแรง
europe13_428
ใกล้ถึงจุดพักที่สอง
europe13_429
จุดพักที่สอง สูง 8036 ฟุต
europe13_430
อุณหภูมิเกือบๆ 0 องศา
europe13_431
เปลี่ยนมาขึ้นกระเช้าคันที่สามซึ่งเป็นกระเช้าที่มีชื่อเสียงเพราะสามารถหมุนได้ 360 องศาเห็นวิวโดยรอบเลย
europe13_434
หิมะขาวเนียน
europe13_435
มาถึงจุดสูงสุดแล้ว 10,000 ฟุต
europe13_436
เห็นเมฆลอยใกล้มาก
europe13_437
วิวจากห้องอาหาร
europe13_439
พอมาถึงยอด ไกด์ก็พามาทานข้าวก่อน เป็นคล้ายๆอาหารจีน รสชาติก็เฉยๆ กินกันตาย แต่วิวสวยมาก
europe13_440
เดินออกมาจากชั้นบนตัวตึกก็จะเป็นลานหิมะโล่งๆ
europe13_441
นักท่องเที่ยวเต็มไปหมด ซึ่งเป็นคนอินเดียเยอะมาก มากกว่าประเทศอื่นๆ ไม่รู้เพราะว่าอะไร
europe13_442
โครงเหล็กอันนี้เหมือนเป็นสถานีอะไรซักอย่าง เห็นแล้วนึกถึงพวก Final Fantasy ภาค 7
europe13_443
สะพานนี้เป็นจุดที่เสียวที่สุด คือเดินข้ามระหว่างเขา ข้างล่างเป็นเหวสูงมาก มองไปนี่เสียวท้องวาบๆ
europe13_450
ใกล้เวลานัดหมายก็เตรียมเดินทางลง
europe13_453
บ้านไม้ของเจ้าหน้าที่ หิมะหนาท่วมหลังคา
europe13_454
ดูนุ่มมากกก
europe13_455
ได้เวลาก็ลงกระเช้า
europe13_457
เมฆอ้วนๆ
europe13_463
ตอนลงก็จะเปลี่ยนกระเช้า 3 รอบเหมือนเดิม
europe13_468
ลงมาจนเห็นบ้านเป็นหลังเล็กๆ
europe13_471
วิวขาลงก็สวยไม่แพ้ขาขึ้น
europe13_472
ใกล้ถึงลานจอดแล้วครับ
europe13_473
ถึงลานจอดก็เดินทางกลับเข้าเมืองลูเซิร์นซึ่งจะมาเล่าต่อในตอนหน้าครับ

Similar Posts

  • |

    Gion ย่านเกอิชา และ ข้าวเย็นหมูทอดอร่อยๆที่ Katsukura สถานี Kyoto – osaka ตอนที่ 2.5

    – blog นี้ ย้ายมาจาก blog เก่านะครับ – จากตลาด Nishiki เราไปเดินย่านเกอิชาชื่อย่าน Gion (祇園) มันจะมืดๆเงียบๆหน่อย

  • |

    Shin อูด้งเทพ สถานี Shinjuku

    สายๆ วันนี้หาข้าวทานก่อนจะไปชอปปิ้งครับ มื้อนี้เป็นอูด้ง เป็นร้านที่แอพ foursquare จะเด้งมาเชียร์ให้ไปลองตลอด ชื่อร้านสั้นๆ พยางค์เดียวว่า ‘Shin’ (慎) อยู่แถวสถานี JR Shinjuku เช่นเคย แต่ถ้ามาจากรถใต้ดินสาย Keio ก็จะใกล้กว่าครับ ไม่ไกลร้านราเม็งร้านดัง Fuunji ร้านอยู่ด้านหลังของโรงแรม Hotel Sunroute Plaza จากโรงแรมให้เดินทะลุตึกข้างๆโรงแรมที่มีร้านสตาร์บัคส์ พอออกมาเดินไปทางขวา เจอ Family Mart เลี้ยวซ้ายเข้าซอยไป ร้านจะอยู่ฝั่งซ้ายมือครับ ขนาดร้านค่อนข้างเล็ก เป็นห้องเดียว มีโต๊ะสองโต๊ะ ที่เหลือนั่งตรงเคาท์เตอร์ คิวหน้าร้านมีนิดหน่อย พอได้เข้ามาในร้านปุ๊บแอร์ก็ยังสู้อากาศร้อนของเดือนสิงหาคมไม่ไหวอยู่ดีครับ แค่นั้นไม่พอผมกับพี่ชายยังสั่งเป็นอูด้งร้อนมากินให้เหงื่อท่วมเข้าไปอีก ที่เหลือทั้งร้านทานอูด้งเย็นหมดเลย ฮ่าๆ

  • |

    จิบเบียร์สดที่โรงเบียร์ Mondo Brewing – London

    สำหรับที่นี่ Mondo Brewing เป็นโรงสุดท้ายในลอนดอนที่ผมได้แวะไปครับ แวะไปหลังจากทานข้าวที่ The Ledbury เสร็จ ซึ่งเป็นวันที่ฝนตกยาวทั้งวัน การเดินทางเลยลำบากนิดหน่อย และตัวโรง Mondo เองก็อยู่ค่อนข้างไกลนิดหน่อย ตรงข้ามฝั่งแม่น้ำมาทางทิศใต้ครับ เดินฝ่าฝนจากป้ายรถเมล์ก็มาถึงหน้าโรง เป็นอาคารก่ออิฐดูเท่ไปอีกแบบ ที่นี่เปิด 4 วันต่อสัปดาห์ คือ พุธ-เสาร์ครับ วันเสาร์เปิดตั้งแต่บ่ายสองพอเดินเข้าประตูไป โรงต้มก็จะอยู่ขวามือ มองเห็นถังหมักอะไรอย่างนี้ ส่วนฝั่งซ้ายมือเป็นแทปรูมครับ มี 15 หัวแทป แต่วันนี้จัมป์แค่ 11 ตัว แล้วก็มีเบียร์ขวดในตู้เย็น ผมไปถึงช่วงห้าโมงกว่าหกโมงนี่ก้มีลูกค้านั่งอยู่ สามสี่กลุ่มแล้วครับ โดยบริเวณบาร์มีคุณลุงดูกวนๆ สไตล์อังกฤษ ถามนู่นถามนี่พวกเรา ประมาณว่าแกคงงงว่าพวกเอเชียมาโผล่โรงนี้ได้ยังไง ไม่พอยังแซวผมเรื่องไม่ใช้กระเป๋าสตางค์ แบบ นี่รู้รึเปล่าพวกเรามีสิ่งที่เรียกว่ากระเป๋าสตางค์นะ คือผมเอาเหรียญทั้งหมดใส่ถุงซิปลอคเพราะมันหยิบสะดวกดี กวน(ตีน)มาก

  • ข้ามทะเลไปชม Torii และศาลเจ้าบนเกาะ miyajima ที่เมือง hiroshima – osaka ตอนที่ 7.1

    – blog นี้ ย้ายมาจาก blog เก่านะครับ – ตื่นเช้ามาที่เมืองฮิโรชิมาในวันที่ 7 ของทริป เมื่อคืนพักที่ โรงแรม hotel sunroute ซึ่งดีตรงที่อยู่ใกล้ พิพิธภัณฑ์และ atomic dome (เดี๋ยวไปกันอีกทีพรุ่งนี้) จากโรงแรมเรานั่งรถรางไปขึ้นรถไฟเพื่อไปลงเรือข้ามฟากข้ามไปเกาะ Itsukushima หรือที่เรียกกันว่าเกาะ miyajima (宮島)

  • | |

    โรงเบียร์ Spring Valley, Daikanyama – Tokyo

    ร้านนี้ไม่ได้ตั้งใจจะมาครับ ทีแรกตั้งใจว่าจะมาเดินโครงการ LOG Road ที่ย้าน Daikanyama ปรากฎมาถึง อ้าว เจอ Spring Valley ด้วยเฉยเลย มาถึงแล้วจะแค่ถ่ายรูปหน้าอย่างเดียวก็คงจะรู้สึกผิดเลยแวะจิบซักแก้วสองแก้วครับ Spring Valley เป็นแบรนด์ย่อยของ Kirin โดยชื่อนั้นเป็นชื่อเก่าดั้งเดิมของ Kirin ตั้งแต่สมัยก่อตั้ง พอเทรนด์คราฟท์เบียร์มาก็เลยจับมาแต่งตัวใหม่ มีร้านที่ Yokohama และ ที่นี่โครงการ Log Road ย่าน Daikanyama ครับ ตัวร้านจะมี 2 ชั้น ด้านนอกมีโต๊ะนั่งได้อีก 5-6 โต๊ะ ข้างในร้านเป็นโถงใหญ่แบบโรงเบียร์ เข้าไปข้างในเห็นถังหมักเบียร์ที่ตั้งใจโชว์เอาไว้เรียงรายทั้ง 2 ชั้นของร้านครับ วันที่ไปลูกค้าเยอะพอสมควร

  • ศาลเจ้า Toshogu เมือง Nikko

    เช้าวันนี้ชาวคณะรีบออกจากโรงแรม Kinugawa Grand Hotel เพื่อไปแวะศาลเจ้า Toshogu ก่อนกลับเข้า Tokyo ครับ โดยมีรถตู้ของโรงแรมมาส่งที่สถานี Kinugawa Onsen นั่งรถไปลงสถานี Tobu-Nikko จริงๆเราสามารถขึ้นรถบัสด้วย pass ที่ซื้อเมื่อวานได้ แต่ต้องทำเวลา เลยขึ้น Taxi ไปแทนครับ ถ้าเดินทางมาด้วย Taxi จะเลี้ยวเข้าอีกทางนึง ไม่ต้องเดินตั้งแต่ด้านหน้า มาถึงก็ซื้อตั๋วเข้าชม โดยเจ้าหน้าที่ก็แจ้งว่าประตู Yomeimon กำลังบูรณะอยู่ ถ้าไม่แจ้งไว้เดี๋ยวซื้อตั๋วเข้าไปชมแล้วจะบ่น สำหรับศาลเจ้า Toshogu เป็นสถานที่ฝังศพของ Tokugawa Ieyasu โชกุนผู้ยิ่งใหญ่ของตระกูล Tokugawa ที่ปกครองญี่ปุ่นยาวนานถึง 250 ปี (1603-1868) เดิมที่สร้างขึ้นเพื่อบูชาเทพเจ้าแห่งแสงสว่าง ภายหลังมีการต่อเติมเพิ่มขึ้นในยุคสมัยของ Tokugawa Iemitsu (หลานปู่ของ Ieyasu) จนมีอาคารและขนาดใหญ่ในปัจจุบัน หลักๆ ที่นักท่องเที่ยวมาดูที่นี่ก็คือประตู Yomeimon, อาคารหลัก Gohonsha, โกศเก็บศพของ Tokugawa Ieyasu, ไม้แกะสลัก 3 ชิ้น คือ Nemurineko…


แสดงความคิดเห็น