โรงไวน์ Church Road, Napier – New Zealand 2014 ตอนที่ 4.3

หลังจากทานข้าวที่ร้าน Ujazi เสร็จก็เข้าสู่ไฮไลท์ช่วงแรกของทริป NZ 2014 ในครั้งนี้ คือเริ่มตะลุยโรงไวน์ต่างๆ ซึ่งเป็นโปรแกรมที่เรามีความสุขมาก ก่อนหน้านี้เราไม่เคยทัวร์โรงไวน์เลย เคยแต่ไปโรงเหล้าและโรงเบียร์ เช่นที่ Dewar’s Whiskey Distillery หรือ Yamazaki Distillery ของ Suntory การมาเยือนโรงไวน์ในทริปนี้เลยทำให้เราได้เข้าใจกระบวนการขั้นตอนการผลิตแบบเห็นของจริง หลังจากที่อ่านมาในหนังสือ

เกริ่นเรื่องไวน์คร่าวๆ ออกตัวก่อนว่าไม่ได้เป็นโปร หรือกูรูใดๆ เป็นเพียงคนที่ชอบเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ก็จะขอเล่าตามที่พอรู้เพื่อให้ผู้ที่ไม่สันทัดอ่านตามได้เข้าใจขึ้นเล็กน้อย แต่อาจจะไม่ดีเทลมากมายนะครับ

ไวน์ New Zealand นับเป็นหนึ่งในไวน์โลกใหม่ ตัวอย่างไวน์โลกใหม่อื่นๆก็เช่น ออสเตรเลีย ชิลี อเมริกา แอฟริกาใต้ พูดง่ายๆก็คือนอกยุโรปนั่นเอง ถ้าเป็นไวน์โลกเก่าก็จะมี ฝรั่งเศส อิตาลี สเปน เป็นต้น นอกจากสถานที่แล้ว กระบวนการผลิตของแต่ละที่ก็จะต่างกันไป สำหรับไวน์ New Zealand พันธุ์องุ่นที่มีชื่อเสียงก็คือ ไวน์ขาว Sauvignon Blanc ส่วนไวน์แดงจะมีพันธุ์ที่เด่นคือ Pinot Noir, Syrah และการเบลนด์หลายๆพันธุ์สไตล์ Bordeaux


สำหรับองุ่นแล้วพันธุ์เดียวกัน ปลูกคนละที่ก็รสชาติต่างกันได้ ขึ้นอยู่กับทั้งดิน ฟ้า อากาศ อุณหภูมิ แต่ละพันธุ์ก็จะเจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่ สภาพอากาศที่แตกต่างกันออกไป ทำให้ไวน์นั้นนอกจากจะบอกพันธุ์แล้วก็จะบอกแหล่งปลูก (region) ด้วยว่ามาจากที่ใด  ลองมาดูกันว่าNZ มีกี่ region และปลูกองุ่นพันธุ์อะไรกันบ้าง

NZ_Wine_Region
แผนที่แสดง region ของไวน์ New Zealand (ขอบคุณรูปจากเว็บ nicks.com.au)

Region ที่มีชื่อเสียงก็คือ Central Otago, Canterbury, Marlborough, Martinborough และ Hawke’s Bay
โดยจุดที่เรากำลังจะไปวันนี้นั้นอยู่ใน region Hawke’s Bay ซึ่งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของเกาะเหนือ องุ่นพันธุ์ที่มีชื่อเสียงก็คือ Cabernet, Cabernet Franc, Merlot, Shiraz(Syrah) และ Pinot Noir ส่วนไวน์ขาวจะเป็นพันธุ์ Chardonnay

ตอนที่หาข้อมูลมาก็ทำให้ทราบว่าจากที่ Napier นี่จะมี Classic Wine Trail เป็นเส้นทางที่เราจะสามารถขับชิมไวน์แวะไร่องุ่นลงใต้ไปเรื่อยจนข้ามฝั่งไปจบที่เมือง Blenheim ด้านบนของเกาะใต้ โปรแกรมนี้เลยถูกจัดเข้ามาในทริปทันที

เกริ่นมาซักพัก ก็ถึงเวลาไปดูของจริง โรงไวน์โรงแรกที่เราจะไปเยี่ยมชมในทริปนี้คือ Church Road Winery ที่อยู่ด้านตะวันตกของเมือง Napier เป็นโรงไวน์ที่เก่าแก่ที่สุดโรงหนึ่งของ NZ ก่อตั้งเมื่อปี 1897 เรียกว่ากว่า 100 ปีมาแล้ว ซึ่งตัวโรงไวน์ปัจจุบันก็ยังอยู่ในบริเวณเดิม ไม่ไกลจากที่ก่อตั้ง

ที่นี่มีครบทั้งทัวร์โรงไวน์ พาชมพิพิธภัณฑ์ ชิมไวน์ และขายไวน์ โดยทัวร์จะมีวันละ 2 รอบคือ 11 โมง กับ บ่าย 2 โมง ถ้าเป็นไปได้แนะนำว่าโทรจองดีกว่าเพื่อความชัวร์

NZ14_0279
ด้านหน้าของโรงไวน์ ป้ายชัดเจนครับ
NZ14_0278
วันนี้เปิดให้เยี่ยมชมได้ครับ
NZ14_0280
ถ้าเราไม่ขับมาเองก็สามารถซื้อทัวร์จากในตัวเมืองได้ โดยทัวร์พวกนี้ก็จะพาไปทุกโรงดังๆ และรวมค่าชิมไวน์กับอาหารให้ด้วย
NZ14i_0104
ตัวอย่างของโปรแกรมทัวร์โรงไวน์
NZ14i_0105
ไป 4 โรง แล้วก็มีข้าวเที่ยงกับชีสให้ด้วย
NZ14_0281
มีโต๊ะ outdoor ในช่วง summer สามารถมานั่งจิบไวน์ได้เลย
NZ14_0282
บริเวณทางเข้า wine Cellar และร้านอาหาร
NZ14_0364
มีกลุ่มคุณลุงคุณป้ามาเทสติ้งอยู่ เราก็เข้าไปแจ้งความประสงค์ว่าจะขอเดินทัวร์โรงไวน์ โดยมีค่าใช้จ่ายคนละ 15 NZD
NZ14_0284
ระหว่างรอเวลารอบเดินทัวร์โรงไวน์ ก็เดินถ่ายรูปไวน์ที่มีขายเล่นไปก่อนครับ
NZ14_0285
พวกนี้จะแพงหน่อยเป็นตัวสูงสุดของ Church Road เรียกว่า ‘Grand Reserve’
NZ14_0286
‘Grand Reserve’ ราคาจะราวๆ 40 NZD ถ้าแพงกว่านี้ก็จะเป็นตัวพิเศษที่มีชื่อว่า ‘TOM’
NZ14_0287
องุ่นแต่ละพันธุ์ก็จะราคาต่างกันไป
NZ14_0283
Wine Tasting วันนี้ เป็นองุ่นพันธุ์ Marzemino และ Sauvignon Gris
NZ14_0288
มีห้องอาหารด้วย แต่ไม่ได้เปิดทุกวัน อาจจะปิดในบางช่วง ต้องดูจากในเว็บไซต์อีกทีครับ
NZ14_0289
พอถึงเวลา 14.00 พนักงานสาว 2 คนก็มารับแนะนำตัวและเริ่มพาทัวร์ วันนี้มีบ้านเรากรุ๊ปเดียวครับ ในรูปคือองุ่นกำลังถูกเอาขึ้นจากรถไปยังเครื่องบด
NZ14_0290
เครื่องบดองุ่น ตัวน้ำที่ได้ออกมาก็จะถูกส่งไปยังถังอีกส่วนหนึ่ง แนะนำว่าให้อ่าน ขั้นตอนการผลิตไวน์แบบคร่าวๆ เพื่อจะได้เข้าใจ ลำดับการทำงานครับ
NZ14_0291
แทงค์ในการหมักไวน์ ขั้นตอนแรกเป็นสแตนเลสครับ
NZ14_0293
การเคลื่อนย้ายน้ำองุ่นจะส่งผ่านท่อเอา
NZ14_0294
มาหมักต่อในถังไม้
NZ14_0296
เสร็จก็ไปใส่ถังไม้โอคเล็กๆ เมื่อได้ระยะเวลาที่กำลังก็จะนำมาผ่านวิธีการต่างและบรรจุใส่ขวดเพื่อออกวางจำหน่ายครับ
NZ14_0297
แทงค์ขนาดใหญ่ด้านนนอกอาคาร
NZ14_0298
เจ้าหน้าที่พาเราลอด เพื่อจะไปยังตึกเก่าแก่ของ Church Road
NZ14_0299
ด้านขวามือเป็นเนินเขา ซึ่งมีการปลูกองุ่นอยู่ด้วย
NZ14_0300
นี่หละครับไร่องุ่นบนไหล่เขา
ChurchRoad-pano-thumb
พานอรามา
NZ14_0301
เดินต่อมาอีกนิดนึง
NZ14_0302
ก็จะเจอกับตึกเก่าดั้งเดิมของที่นี่ ตึกนี้เป็นโรงงานแห่งของ Church Road
NZ14_0314
สภาพก็เริ่มดูเก่าแก่มากแล้ว แต่ยังสะอาดสะอ้านอยู่
NZ14_0303
โดยในปัจจุบัน ไม่ได้ใช้ในการผลิต แต่เป็นส่วนที่ยังใช้ในการบ่มหมักอยู่
NZ14_0304
เจ้าหน้าที่พาเข้าไปดูด้านใน
NZ14_0305
ถังไม้โอ๊ควางอยู่เป็นพรึ่ด
NZ14_0306
ถังพวกนี้ส่วนใหญ่จะมาจากฝรั่งเศส เป็นถังไม้โอ๊คทำมือ ราคาต่อใบหนึ่งค่อนข้างสูง
NZ14_0307
การบ่มน้ำไวน์ในถังจะช่วยเพิ่ม ทั้งความหอม ความนุ่มนวล ทำให้รสชาติดีขึ้น ไม่บาดคอ ยิ่งหมักนานก็จะยิ่งดี ทำให้ราคาไวน์สูงตามระยะเวลาในการหมักไปด้วย
NZ14_0309
มุมนี้เป็นมุมยอดนิยมครับ
NZ14_0312
ตีตราว่ายี่ห้อ Saury จากฝรั่งเศส
NZ14_0315
ออกมาด้านนอกอีกครั้ง เจ้าหน้าที่พาเดินอ้อมไปอีกฝั่งเพื่อลงไปด้านล่างของตึกนี้
NZ14_0319
ด้านล่างเป็นส่วนที่เป็นพิพิธภัณฑ์เล่าความเป็นมาของ Church Road Winery โดยที่แต่เดิมนั้น ห้องใต้ดินนี่เป็นที่หมักบ่มน้ำองุ่น พอจะใช้ก็สูบขึ้นไป ผ่านท่อตรงมุมห้อง ปัจจุบันเอาปูนโบกไปหมดแล้วตามรูป
NZ14_0318
มีตู้เก็บไวน์ขวดเก่าแก่เอาไว้
NZ14_0317
ไม่น่าจะดื่มได้แล้วหละ
NZ14_0316
ภายในก็จะมีอุปกรณ์การผลิตไวน์แบบโบราณแสดงให้ดู
NZ14_0320
เครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ
NZ14_0321
ทั้งการปลูก และเก็บเกี่ยว
NZ14_0322
แผนที่ของ Church Road Winery
NZ14_0326
อันนี้เป็นความรู้ใหม่อีกอย่างของเรา ไอ้แผ่นนี้มันคืออะไรรู้ไหมครับ ?
NZ14_0325
มันจะคืออะไรสำหรับการผลิตไวน์หนอ
NZ14_0324
พอเป็นรูแบบนี้นึกออกรึยังครับ ใช่แล้วครับ มันคือ จุกคอร์ก ปิดขวดนั่นเอง ไม่เคยรู้ว่ามันจะเป็นเปลือกไม้แผ่นๆแบบนี้แล้วมันตัดเป็นกลมๆ
NZ14_0329
ตัดมาจากต้นมันแบบนี้เลย
NZ14_0327
แล้วก็มันตัดออกเป็นจุก อันนี้เป็นเครื่องแบบโบราณนะครับ
NZ14_0330
หุ่นจำลองแสดงขั้นตอนการผลิตไวน์ของ Church Road
NZ14_0332
อุปกรณ์สำหรับบดองุ่น
NZ14_0331
เครื่องบดอีกแบบหนึ่ง ใช้ในช่วง 1920-1930
NZ14_0333
คำอธิบายเรื่องการบดและคั้นน้ำองุ่น
NZ14_0334
หุ่นคนจำลองแสดงวิธีการใช้งานเครื่องบด
NZ14_0336
หุ่นจำลองแสดงการผลิตแชมเปญ หรือไวน์แบบมีฟองนั่นเอง
NZ14_0335
คำอธิบายการผลิตแชมเปญ
NZ14_0337
การผลิตถังบาร์เรลสำหรับใส่น้ำไวน์
NZ14_0338
คำอธิบาย
NZ14_0340
อุปกรณ์ต่างๆ
NZ14_0339
คำอธิบาย
NZ14_0342
อุปกรณ์ต่างๆในการกรองสิ่งที่ไม่ต้องการออก
NZ14_0341
คำอธิบาย
NZ14_0343
ดูดน้ำองุ่นมาใส่บ่อไว้
NZ14_0344
ทีมงานของ Church Road
NZ14_0345
ภาพมุมสูงแสดงพื้นที่ของ Church Road Winery
NZ14_0347
มาอีกห้องจะเป็นเรื่องประวัติศาสตร์ของไวน์
NZ14_0348
การขนส่งไวน์ของชาวกรีกโบราณ
NZ14_0346
ภาชนะเป็นดินเผาแบบนี้
NZ14_0349
มาอีกห้องเป็นส่วนที่เก้บไวน์ปีเก่าๆเอาไว้
NZ14_0350
ขวดนี้เป็น Cabernet Sauvignon ปี 70 และ 71
NZ14_0351
ขวดนี้ปี 69 เลย
NZ14_0352
ปี 72 ซึ่งขวดเหล่านี้ เจ้าหน้าที่บอกว่าไม่น่าจะทานได้แล้ว น่าจะกลายเป็นน้ำส้มสายชูหมดแล้ว
NZ14_0353
จบจากส่วนพิพิธภัณฑ์ เดินออกมาก็เป็นห้องเก็บถังไวน์ ซึ่งเป็นของปัจจุบัน เอามาทานได้จริง อยู่ในขั้นตอนการบ่มหมักอยู่
NZ14_0354
อากาศในส่วนนี้จะเย็นๆชื้นๆกว่าด้านนอก
NZ14_0355
พอออกมาด้านนอกคราวนี้ออกจากส่วนตึกเก่าแล้ว เป็นโรงหลังคาสูง
NZ14_0356
แปะบาร์โค้ดเอาไว้ด้วยเพื่อสะดวกในการตรวจสอบว่าเป็นองุ่นพันธุ์อะไร ปีไหน
NZ14_0357
เดินชมจนเรียบร้อยก็กลับมาที่อาคารด้านหน้า เพื่อทำการชิมไวน์ ซึ่งราคาค่าทัวร์รวมค่าชิมอยู่แล้ว สำหรับการชิมไวน์ (Wine Tasting) บางที่จะฟรีบางที่จะคิดเงิน แต่ส่วนมากถ้าซื้อกลับก็จะใช้ ค่าชิมเป็นส่วนลดในการซื้อได้ด้วย
NZ14_0358
ปกติมักจะเริ่มด้วยไวน์ขาวเพราะมีรสที่อ่อนกว่า
NZ14_0359
ระหว่างชิม เจ้าหน้าที่ก็จะเล่าอธิบายเกี่ยวกับไวน์ตัวนั้นๆให้ฟัง
NZ14_0360
ตัวไหนมีกลิ่นเป็นอย่างไร รสคล้ายอะไร เหมาะกับอาหารชนิดไหน
NZ14_0361
อันนี้เป็นรูปคุณแม่ผมเองครับ 😀
NZ14_0362
เปลี่ยนมาเป็นไวน์แดงบ้าง
NZ14_0363
รูปนี้ถ่ายขาดไปหน่อย แก้วไหนเราทานแล้วไม่ชอบ หรือไม่อยากดื่มจนหมดก็สามารถเทใส่ถังที่เค้าเตรียมมาได้เลย ไม่ถือเป็นการเสียมารยาทนะครับ
NZ14_0365
ชิมไปหกตัวได้ เริ่มพริ้ว
NZ14_0367
ชิมเสร็จถูกใจตัวไหนก็ซื้อกลับไปทาน หรือไปฝากเพื่อน
NZ14_0368
สำหรับราคานั้น มาซื้อถึงที่ไม่ได้แปลว่าจะได้ราคาถูกเป็นพิเศษ หลายๆตัวเราดูราคาเปรียบเทียบกับ supermarket กลายเป้นข้างนอกถูกกว่าที่โรงงานอีก ฉะนั้นต้องเช็คราคาดีๆ หรือซื้อตัวหายากจะดีกว่าครับ
NZ14_0369
ขวดนี้เป็นตัว Syrah ธรรมดา ไม่ใช่รุ่นพิเศษ

เรียกว่าเต็มอิ่มและได้ความรู้ใหม่ๆ ในการทำไวน์ รวมทั้งได้เห็นของจริงหลังจากเคยอ่านแต่ในหนังสือ แล้วก็ได้ชิมไวน์หลายตัวด้วย สำหรับที่ Church Road Winery นี้ ตัวที่เราชิมแล้วถูกใจก็จะเป็น Rosé และ Sauvignon Blanc พวกไวน์แดงไม่ค่อยโดนเท่าไหร่สำหรับโรงนี้ ใครเป็นคอไวน์ อยากดูการผลิตของจริงเป็นโรงที่น่ามาเดินทัวร์ครับ

Church Road Winery – Napier, Hawke’s Bay
เบอร์ : +64 6 844 2053
เปิด : Cellar Door – Summer : 10.00-17.00, Winter : 10.30-16.30
ร้านอาหาร – Summer : 11.00-15.00, Winter : 11.30-14.30
ปิดวันหยุด Public Holiday
เว็บไซต์
foursquare

ทัวร์ชมโรงไวน์และพิพิธภัณฑ์มีวันละ 2 รอบ 11.00 และ 14.00 ค่าชม 15 NZD รวมค่า Wine Tasting

แผนที่โรงไวน์ Church Road Winery

Similar Posts

  • |

    Euston Tap คราฟท์เบียร์บาร์สองฝั่งถนนหน้าสถานี Euston – London

    ร้านเบียร์ร้านสุดท้ายในลอนดอนคือร้านนี้ Euston Tap ครับ เป็นร้านที่อยู่หน้าสถานี Euston ซึ่งวันรุ่งขึ้นผมก็ต้องกลับมาอีกเพื่อขึ้นรถไฟไปยังแมนเชสเตอร์นั่นเอง ความแปลกของร้านนี้ก็คือตัวร้านจะแยกกันสองตึก หน้าตาโบราณๆ เหมือนซุ้มประตูอะไรประมาณนี้ครับ เดินดูสองฝั่งแล้วก็เลือกนั่งตัวร้านฝั่งซ้ายมือครับ รู้สึกว่าจะมีบันไดขึ้นไปชั้นสองด้วยแต่ผมไม่ได้ขึ้นไปครับ ภายในกลิ่นอับๆ แบบร้านเหล้า ฮ่าๆ ช่วงค่ำๆที่ไปมีลูกค้าอยู่หลายคนครับ ยืนแปะตามบาร์รอบๆ ร้าน ที่นี่มีเบียร์สดทั้งแบบ Keg และ Cask Ale นอกจากนี้ก็มี เบียร์ขวดแช่อยู่ในตู้เยอะพอสมควรครับ

  • |

    Smith Street Taps ที่สุดของคราฟท์เบียร์บาร์

    เก็บของที่โรงแรม แวะลองชิมร้าน Hop Heads บาร์ใต้โรงแรมเรียบร้อย ก็ข้ามถนนมาขึ้นไฟใต้ดินที่สถานี Dhoby Ghaut ลงที่สถานี Chinatown เพราะมีนัดกับ Brewer ชาวไทยที่ส่งเบียร์ประกวดและมาร่วมออกงานที่ Craft Singapore ครับ เรานัดกันที่ร้าน Smith Street Taps ร้านที่ได้คะแนนเยอะสุดจากทุกเว็บไซต์เบียร์ ตำแหน่งที่ระบุไว้ ตัวร้านอยู่ที่ Chinatown Complex ครับ พอถึง ผมเริ่มหวั่นๆ ว่าเอ๊ะ มาถูกที่รึเปล่า มันจะมีร้านเบียร์จริงๆ เหรอ คือบรรยากาศของ Chinatown Complex นี่ข้างล่างจะเป็นร้านขายของ คล้ายๆ คลองถมเซ็นเตอร์ แต่ร้านปิดแล้วนะครับ ขึ้นมาชั้น 2 ก็จะเป็นศูนย์อาหาร ผมนึกถึงตลาดสามย่านอันเก่าก่อนทุบ มีร้านข้าวเป็นห้องๆ ขายบะหมี่ ขายข้าวหน้าเป็ดกัน แล้วมันจะมีร้านคราฟท์เบียร์ได้จริงๆ เหรอวะเนี่ย เดินจนเจอร้าน ก็งงครับ คือเป็นห้องๆ เหมือนร้านก๋วยเตี๋ยวนั่นแหละครับ หน้าร้านก็เป็นโต๊ะแชร์ๆกันของศูนย์อาหาร มีเบียร์สดเสิร์ฟอยู่หลายตัวเลยทีเดียว คุณลุงเจ้าของก็ดูคล่องแคล่ว ใส่เสื้อ Sierra…

  • |

    รีวิวโรงแรม Sansuikan เมือง Beppu – Kyushu 2014 ตอนที่ 9.3

    ดูลิงและทานข้าวเสร็จ ก็เดินทางมายังโรงแรมของเราในเมือง Beppu นี่ครับ เราพักกันที่ โรงแรม Sansuikan อยู่ห่างจากสถานี Bppu ประมาณ 4.5 กิโลเมตรครับ จากสถานีวันนี้เรานั่งแทกซี่มาที่โรงแรมเลย ที่นี่เราจะนอน 2 คืนครับ ตัวโรงแรมเป็นตึกแบบโรงแรมทั่วไป แต่ห้องพักที่จองเป็นแบบญี่ปุ่น คือนอนฟูกบนพื้น มีอาหารให้ทั้งมื้อเย็นและเช้า โดยมื้อเย็นจะเป็นแบบไคเซกิ หรือเป็นคอร์สนั่นเองครับ ตอนเช็คอินหรือตอนมาดูห้อง ถ้าเราไม่ทานอะไรให้แจ้งพนักงานไว้ด้วย เค้าจะได้เตรียมอาหารให้เราได้ถูกต้องครับ วันที่ไปพนักงงานพูดอังกฤษได้ไม่คล่องเท่าไหร่ แต่ก็พอสื่อสารกันได้ครับ อีกอย่างนึงของโรงแรมแบบเรียวกังก็คือจะมีบ่อน้ำร้อนออนเซนให้อาบ ของที่นี่แยกชายหญิงตามปกติ มีโซนเอาท์ดอร์ น้ำร้อนกำลังดีครับ อากาศก็เย็นดี เวลาลงออนเซนนี่ตอนแรกมันจะร้อนสุดๆ ต้องฝืนๆหน่อย ร่างกายจะค่อยๆปรับตัวได้ครับ แต่ถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็ช่างมันเถอะครับ หะหะ

  • |

    Song Fa Bak kut teh สาขา New Bridge Road – สิงคโปร์

    ‘บักกุ๊ดเต๋’ หรือซุปกระดูกหมูเป็นอีกหนึ่งอาหารดังขึ้นชื่อของสิงคโปร์ เป็นหนึ่งในเมนูที่ผมจะหาร้านไปทานทุกครั้งเวลาไปสิงคโปร์ครับ อย่างคราวก่อนก็ไปร้านดัง Ng Ah Sio สาขาถนน Rangoon คราวนี้พี่ชายพามาอีกร้านชื่อว่า ‘Song Fa’ Song Fa เป็นร้านดังเช่นกันครับ เปิดบริการมาตั้งแต่ปี 1969 มีหลายสาขา ในสิงคโปร์เองก็มีถึง 7 สาขา แล้วก็ยังไปเปิดที่ จาการ์ต้า อินโดนีเซีย อีก 4 สาขา ล่าสุดมีข่าวว่าจะมาเปิดที่ไทยแล้วด้วยครับ สำหรับสาขาที่ผมไปลองอยู่บนถนน New Bridge Road บนเส้นนี้มีสองสาขานะครับ การเดินทางด้วยรถไฟให้ลงที่สถานี Clark Quay จากตัวสถานีเดินมาไม่ไกลครับ ผมมาถึงช่วงสองทุ่มกว่าๆ เกือบถึงเวลาปิดร้าน หน้าร้านมีคิวยาวพอสมควร แต่ก็ไหลค่อนข้างเร็ว ระหว่างรอพนักงานก็จพนำเมนูมาให้เราดูไปพลางๆ ว่าจะสั่งอะไรทานบ้าง ไม่นานก็ได้ที่นั่งครับ

  • |

    Niboshi Ramen Tamagoro Shinjuku

    มาถึงวันที่ 9 ของทริปเดือนพฤษภาคมครับ วันนี้เป็นวันว่างทุกคนแยกย้ายไปเดินตามที่ต้องการ ไปชอปปิ้ง ไปไหนก็ได้ แล้วตอนเย็นนัดเจอกัน เพื่อทานข้าวด้วยกันเช่นเคย ตัวผมเองไปเดินซื้อแผ่นเสียงจากร้าน disk union ได้มาหลายแผ่นอยู่ครับ ตอนกลางวันก็เลยทานข้าวคนเดียว ไม่ได้ไปไหนไกลทานมันแถว Shinjuku แถวร้านแผ่นเสียงนี่หละครับ เปิดแอพหาร้านราเม็งใกล้ๆ ทานดู เจอร้านนี้ ‘Niboshi Ramen Tamagoro’ เดินไปนิดเดียวถึงเลย คะแนนใช้ได้ก็เลยเอาร้านนี้หละครับ ร้านนี้เป็นสไตล์ซุปปลา แบบที่นิยมทานเป็นซึเคะเม็ง (แยกเส้นแยกน้ำ) จริงๆ เป็นแบบที่ผมเริ่มแหยงๆ แล้ว เพราะส่วนมาจะเค็มปื้ด แบบยอมแพ้เลย ด้วยความหิวและขี้เกียจก็เลยจำใจลองดูอีกครั้ง

  • ตึกของเล่น Yamashiroya สถานี Ueno

    จากสวนสัตว์ Ueno ก็เดินลงมาจากสวนไปตลาด Ameyoko ครับ แต่ไม่ได้เข้าตลาดไปเลย คราวนี้เราแวะตึกของเล่นที่อยู่ติดถนนใหญ่ ตึกนี้ชื่อ Yamashiroya ครับ มีอยู่7 ชั้น เป็นของเล่นทั้งตึกเลยครับ จริงๆที่นี่ดังมานานแล้วหละครับ ในเว็บ ในกระทู้แนะนำกันเพียบแต่ผมก็ไม่เคยรู้จัก ไม่เคยมาเลย มีทริปนี้พี่ที่รู้จักกันฝากมาซื้อของที่นี่เลยได้รู้จักครับ ด้านหน้ามีตู้กดไข่ Gachapon อยู่เพียบครับ ถ้าไม่ถึงใจด้านบนก็ยังมีอีก ภายในก็จะมีทั้ง Gundam ตุ๊กตา ฟิกเกอร์ โมเดล ปืนของเล่น รถเหล็ก tomicad การ์ด เลโก้ nanoblock สินค้าค่อนข้างหลากหลายครับ แต่ราคาที่นี่ไม่ถูกครับ บางอย่างค่อนข้างสูง ได้เปรียบตรงที่ร้านสะอาดเป็นระเบียบ แล้วก็เดินทางสะดวกดีครับ


แสดงความคิดเห็น