The Instant Ramen Museum พิพิธภัณฑ์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป Nissin Cup Noodles- osaka ตอนที่ 4.1

– blog นี้ ย้ายมาจาก blog เก่านะครับ –

กินมื้อเช้าเป็นข้าวปั้นอยู่หลายวัน วันนี้ได้ข้าวเช้าแบบเป็นชิ้นเป็นอันหน่อย ที่ร้าน Italian Tomato Cafe Jr. ตัวร้านก็อยู่ใน Namba walk นั่นหละครับ ใกล้ๆโรงแรม ตื่นเช้ามาทานก็ออกไปเที่ยว

อาหารก็จะออกแนวฝรั่งๆหน่อย ช่วงเช้าเสิร์ฟ morning set ซึ่งราคาจะถูกกว่าเมนูธรรมดาพอสมควร

InstantMuseum_36
หน้าร้าน
InstantMuseum_35
สั่งกาแฟมากิน 250 เยน รสชาติเลวร้ายเข้าขั้นวิกฤต ไม่ควรสั่งโดยเด็ดขาด
InstantMuseum_34
อันนี้เป็น Morning Set
InstantMuseum_33
Morning Set ทั้งชุดก็จะมี ไข่คน เบคอน ขนมปัง สลัด และ กาแฟ ทั้งชุดเพียง 420 เยน เท่านั้น
InstantMuseum_32
น่ารับประทาน
InstantMuseum_31
ส่วนจานนี้เป็น แซนด์วิช สั่งแยกไม่ได้สั่งเป็นชุด
InstantMuseum_30
รสชาติพอได้ ไม่ได้อร่อยมากมาย ราคา 430 เยน สรุปว่าถ้ามาเช้า ควรสั่ง Morning Set เพราะถูกกว่าเยอะ
InstantMuseum_29
เสร็จจากมื้อเช้าก็นั่งรถไฟออกนอกเมืองไปที่สถานี Ikeda (池田駅) ค่าเดินทาง 270 เยน
InstantMuseum_28
ที่สถานีก็มีแผนที่บอกทาง วันนี้ที่เราจะไปก็คือ The Instant Ramen Museum ดูจากแผนที่จะอยู่ ด้านบนๆ ค่อนไปทางซ้าย
InstantMuseum_27
เดินมาไม่ไกลจากสถานีก็จะถึง โดยด้านหน้าของพิพิธภัณฑ์จะมีรูปปั้นของลุง Momofuku Ando (安藤 百福) ผู้เรียกได้ว่า บิดาของบะหมี่ถ้วย บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
InstantMuseum_26
Momofuku Ando ยืนบนบะหมี่ถ้วย ในมือก็ต้องมีซองบะหมี่ด้วย
InstantMuseum_25
ภายในก็จะมีแบบของบะหมี่ ที่ Nissin เคยจำหน่ายมา
InstantMuseum_24
หลายแบบมากๆ (ดู video ข้างล่างประกอบ)

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ เข้าชมฟรี และมี Audio Guide ให้ยืมฟังด้วย ฟรีเช่นกันแต่ต้องมัดจำเครื่องละ 2,000 เยน
ภายในก็จะมีโซนที่เล่าประวัติการคิดค้น การผลิต เรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ซึ่งก็นับว่าเป็นที่แรกของโลกโดยมีจุดเริ่มต้นจากห้องครัวเล็กๆของลุง Momofuku Ando นี่หละครับ

InstantMuseum_23
เค้าจำลองมาทั้งห้องแบบนี้
InstantMuseum_22
อุปกรณ์ต่างๆ สามารถหยิบจับดูได้

ไอ้ที่ทอดนี่เจ๋งดี เด็กๆสนุกกันใหญ่

มีห้องให้นั่งดูวิดิโอเล่าเรื่อง ดูเพลิน แต่พูดญี่ปุ่น ต้องใส่ Audio Guide ฟังภาษาอังกฤษเอา (คลิปนี้เราไม่ได้ถ่าย ค้นจากใน youtube มา) ในวิดิโอก็มีเล่าหลายเรื่องๆ เช่นว่า ตอนทีทำใส่ถ้วยก็เพราะจะไปขายฝรั่ง ก็เลยต้องหาวิธีแบบกินง่ายๆ แล้วไอ้ตอนใส่ ก็ตั้งบะหมี่บนแท่น แล้วปล่อยถ้วยลงมาจากด้านบน เพราะถ้าเอาถ้วยมา แล้วปล่อยบะหมี่ มันจะลงไม่ตรง

หรืออย่างขั้นตอนการทำ ตอนเด็กๆไม่เคยรู้มาก่อนว่าไอ้เส้นมาม่า เส้นบะหที่กึ่งสำเร็จรูปนี่เค้าใช้ทอดเอา เพิ่งมารู้ไม่เกิน 10 ปี อีกอย่าง เรื่องตัวซุป ที่ญี่ปุ่นจะเป็นแบบเส้นมันชุบซุปมาเรียบร้อยแล้วทอด ของบ้านเรามันจะแยกผงกับเส้นมา

InstantMuseum_21
เครื่องทำเส้นสมัยแรกๆ
InstantMuseum_20
เครื่องปิดซอง
InstantMuseum_19
ขนใส่ลังแบบนี้กันไปส่ง
InstantMuseum_18
ซองแบบดั้งเดิม ชอบจริงๆ chikin ramen นี่  หะหะ
InstantMuseum_17
มีการเอาขึ้นไปกินบนอวกาศกันด้วย !! มี 4 รส คือ ออริจินัล ทงโคตสึ มิโสะ และ เคอรรี่
InstantMuseum_16
รสทงโคตสึ (กระดูกหมู)
InstantMuseum_15
ชิคเก้น โซบะ
InstantMuseum_14
ตัวบะหมี่ถ้วย (Cup Noodles )ออกตอนปี 1971
InstantMuseum_13
นอกจากมาดูประวัติแล้ว กิจกรรมยอดนิยมที่ต้องมาทำที่นี่ก็คือทำบะหมี่ถ้วยของคุณเอง !! โดยมีราคา 300 เยน ต่อถ้วย
InstantMuseum_12
ส่วนประกอบที่เลือกใส่ลงไปได้
InstantMuseum_11
เค้าจะให้ถ้วยเปล่ามาแบบนี้
InstantMuseum_10
เราก็วาดออกมาเป็นแบบนี้ (วาดห่วยมาก หะหะ)
InstantMuseum_09
เค้ามีสีให้วาดเล่นได้ตามใจชอบเลยครับ
InstantMuseum_08
เสร็จแล้วไปเลือกส่วนประกอบใส่
InstantMuseum_07
มีหลายอย่างเลย

ขั้นตอนการบรรจุ

InstantMuseum_06
สุดท้ายมาที่นี่ทั้งที ก็ต้องกินบะหมี่ถ้วยกัน ส่วนที่เราสามารถซื้อรับประทาน จะอยู่ด้านหลังอีกทางนึงครับ
InstantMuseum_05
กับแบบนี้ มินิจิ๋วๆ ถ้วยเด็ก
InstantMuseum_04
NO RAMEN NO LIFE !!
InstantMuseum_03
ชามใหญ่ เสร็จแล้วเป็นแบบนี้ รสดีเกินคาด มันอร่อยกว่าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่เราเคยไปเยอะ น้ำซุปอร่อย เส้นนุ่ม ตอนก่อนกลับไทย เลยซื้อรสนี้กลับมาด้วย
InstantMuseum_02
ถ้วยยักษ์
InstantMuseum_01
ไก่น่ารัก สัญลักษณ์ของที่นี่อีกหนึ่งอย่าง

สรุปว่าเป็นอีกพิพิธภัณฑ์ที่สนุกมากๆ และฟรีด้วย หากมีโอกาสก็เป็นอีกแห่งที่น่าเดินทางมาครับ

เว็บไซต์ของพิพิธภัณฑ์

-
คลิกเพื่อดูแผนที่

คนอื่นเค้าว่ายังไงบ้าง

tripadvisor
clipmass.com

– blog นี้ ย้ายมาจาก blog เก่านะครับ –

Similar Posts

  • Bocholter Brouwerijmuseum พิพิธภัณฑ์โรงเบียร์ Martens เมือง Bocholt

    จากโรง Achel คณะของเราเดินทางลงใต้ต่ออีกประมาณ 20 กิโลเมตรในประเทศเบลเยี่ยม มีจุดหมายคือ เมือง Bocholt ครับ ที่นี่เราจะมาแวะเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ Bocholter Brouwerijmuseum ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับโรงเบียร์ Martens (เจ้าของโรงก็คือเจ้าของพิพิธภัณฑ์นั่นเอง) มาถึงเราก็นั่งจิบเบียร์กันที่ร้าน Brasserie DE TORENKRUIER ใกล้ๆ กับตัวโรง ซักพักก็ไปเยี่ยมชมตัวพิพิธภัณฑ์กันครับ

  • Hopbuds ร้านคราฟท์เบียร์เจ้าเด็ดในเมือง Nagoya

    คืนสุดท้ายของทริปนี้หลังจากไปอยู่ต่างจังหวัดหลายวัน ผมกลับมานอนที่โรง Centrair Hotel ในสนามบินเพราะไฟลท์บินกลับนั้นเป็นช่วงเช้าครับ ตื่นมาก็ลงมาเช็คอินได้เลย หลังจากเก็บของที่โรงแรมเสร็จก็นั่งรถไฟเข้ามาในตัวเมือง Nagoya ร้านแรกที่จะไปคืนนี้ชื่อว่า Hopbuds ตัวร้านจะอยู่ไกลสถานีรถไฟนิดนึง ผมลงรถไฟที่สถานี Kanazawa แล้วต่อรถเมล์สาย 26 มาลงป้ายใกล้ๆ เดินต่ออีกประมาณ 400 เมตรก็ถึงร้านครับ (ถ้าลงสถานีใต้ดิน Higashi-Betsuin หรือ Kamimaezu จะเดินประมาณ 650 เมตร) ร้านนี้ขายแต่เบียร์กระป๋องและขวด ไม่มีแทปเบียร์สด และไม่มีอาหาร แต่ selection ที่นี่เด็ดๆ ทั้งนั้น พวก Hazy หรือ Barrel Aged Imperial Stout เปรี้ยว มีให้เลือกเยอะมาก รวมถึงมีตัวเด็ดๆ ที่พี่ฝรั่งเจ้าของร้าน แอบเก็บไว้ อย่างวันที่ผมไป แกก็บอกมี Cloudwater นะ กระป๋องละ 3000เยน ประมาณ 900 บาท! สนใจไหม

  • Thrash Zone คราฟท์เบียร์บาร์สไตล์ Heavy Metal – Yokohama

    จากร้าน Antenna America พวกเราเดินทางกันต่อมายังร้านดังอีกร้านของ Yokohama ครับ เป็นร้านที่ผมได้ยินชื่อมานานแล้วเช่นกัน คะแนนในเว็บ ratebeer นี่เป็นอันดับหนึ่งเลยครับ ร้านนี้ชื่อว่า Thrash Zone ครับอยู่ห่างจากสถานี Yokohama ประมาณ 500 เมตรเท่านั้นครับ ตัวร้านจะอยู่ตรงหัวมุมพอดี ทางเข้าเล็กๆ ร้านไม่กว้างแต่ลึกยาวเข้าไปประมาณนึง ที่นี่มีจุดเด่นก็คือเพลง heavy metal มีตู้แอมป์ Marshall เรียงกันเป็นแผงเพื่อนตกแต่งร้าน พนักงาน(ไม่แน่ใจว่าเจ้าของรึเปล่า) ก็ดูรอคๆ ในทีวีเปิดสารคดีวงดนตรีเมทัล อย่างวง Pantera  แต่ร้านเงียบๆ ไม่เปิดเพลงเมทัลนะครับ ภายในร้านร้อนนิดๆ อาจจะเพราะผมจิบมาแล้วด้วย

  • |

    แวะทานข้าวที่ร้าน Tomitaya สถานี Miyazu – Japan Nov14 ตอนที่ 3.1

    โปรแกรมการเดินทางวันที่ 3 เราจะออกเดินทางจากตัวเมืองเกียวโต ออกไปนอกๆเมืองหน่อย ชื่อเมือง Amanohashidate คือยังเป็น Kyoto อยู่ แต่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 100 กิโลมเตร นั่งรถไฟออกมาก็เกือบ 2 ชั่วโมงได้ ตัวรถไฟก็ค่อนข้างเก่า วิ่งส่ายๆช้าๆ กว่าจะถึงเล่นเอามึนๆ เขียนหนังสือไม่ค่อยได้ เราไม่ได้ตรงไปยังสถานี Amanohashidate เลย แต่เราแวะลงที่สถานี Miyazu เพื่อทานข้าวกันก่อน ที่มาแวะทานที่สถานีนี้เพราะลองเสิร์ชๆดูแล้ว แถว Amanohashidate มีไม่ค่อยมีอะไรทานมากเท่าไหร่ เลยตัดสินใจ มาลงสถานีนี้เพื่อทานข้าวอย่างเดียว เสร็จแล้วค่อยนั่งรถไฟไปชมวิว ร้าน Tomitaya(富田屋) อยู่หน้าสถานีเลย ออกมาก็เห็นเป็นสง่าอยู่ร้านเดียว เพราะแถวนี้ดูเป็นเมืองเล็กๆเงียบๆ ไม่ค่อยมีร้าน เข้าร้านไปลูกค้าแน่นเพราะเป็นช่วงพักเที่ยง เมนูญี่ปุ่นล้วนอย่างเคย ก็งูๆปลาๆกับคุณป้าที่รับออกเดอร์ เปิดรูปประกอบ จนพอสั่งอาหารได้ ร้านนี้จะมีเมนูหลากหลาย เป็นทั้งร้านข้าวด้วย กลางคืนก็คงสั่งกับแกล้ม ทานได้ด้วย สำหรับกลางวันมีเซ็ตอาหาร เราเลยจัดมา 1 ชุด

  • |

    รีวิว Suginoi Hotel โรงแรมสุดอลังการ Beppu

    จาก Yufuin คณะของเราเดินต่อมายังเมือง Beppu ที่อยู่ไม่ไกลกันครับ เมืองนี้ผมเคยมาเมื่อทริปที่แล้ว เป็นเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องบ่อน้ำพุร้อน เพราะมีกระจายอยู่ทั่วเมืองแต่ละบ่อก็จะมีจุดเด่นที่ต่างกันไปครับอ่านได้จาก post เก่า สำหรับทริปนี้ได้มาพักที่โรงแรมชื่อดังของเมืองนั่นก็คือ Suginoi โรงแรมขนาดใหญ่สุดอลังการครับ การเดินทางจากสถานีจะมาถึงรถ Shuttle Bus สีม่วง ด้านหลังสถานี Beppu ซึ่งจะมีรถออกเป็นรอบๆ พอมาถึงก็ต้องดูว่าเราจะลงตึกไหนเพราะมี 3-4 ตึกเลยทีเดียว ที่นี่เค้าจะมาเล่นสระน้ำอุ่นที่ดาดฟ้ากันครับ ซึ่งตอนกลางคืนจะมีแสดงโชว์ไฟและน้ำพุด้วย ส่วนตัวห้องพัก ห้องที่ผมได้เหมือนจะเพิ่งรีโนเวทไม่นาน เลยดูใหม่ ใหญ่ สะอาดดีมาก

  • |

    Yamaya หม้อไฟ Motsunabe สถานี Hakata – Kyushu 2014 ตอนที่ 11.2

    หลังจากเช็คอินที่โรงแรมเสร็จ กรุปของเราก็แยกย้ายกันไปชอปปิ้งนิดหน่อย ตัวผมแยกไปร้านแผ่นเสียงที่อ่านเจอมา ร้านกลางๆไม่เล็กไม่ใหญ่ แผ่นเยอะเหมือนกัน รื้อๆ ไม่ค่อยเจอถูกใจ พอใกล้เวลาก็เดินทางกลับโรงแรม เพื่อจะออกไปทานข้าวเย็นครับ มื้อนี่ก็เป็นหม้อไฟของขึ้นชื่อของ Fukuoka อีกรอบ ร้านที่ไปวันนี้ชื่อ Yamaya อยู่ใกล้ๆ สถานี Hakata เช่นเคยครับ เดินจากโรงแรมไปไม่ไกลก็ถึง เมนูหลากหลายพอสมควร สั่งหม้อไฟ (Motsu Nabe) มา 1 ชุด แล้วก็สั่งไข่ปลา สั่งปลาย่างมาด้วย วันนี้ไม่ทานเบียร์แต่ลองเป็นเหล้ายุสุแทน หอมดีครับ


แสดงความคิดเห็น