| |

วันสุดท้ายในฮังการี บินกลับฝรั่งเศสด้วยสายการบิน EasyJet พร้อมความวุ่นวายในการจองอพาร์ตเมนต์ – budapest/paris ตอนที่ 8

– blog นี้ ย้ายมาจาก blog เก่านะครับ –

ช่วงวันสองวันสุดท้ายใน Budapest เราไม่ได้ไปไหนแล้ว หมดแรง ก็อยู่แถวที่พัก ว่ายน้ำ ซึ่งเป็นประสบการณ์ครั้งแรกในชีวิตของเรา ที่ข้างนอกขาวโพลนด้วยหิมะ แต่เรายังว่ายน้ำได้ เป็นสระในร่มน้ำอุ่น แปลกๆดี

ตอนเย็นเรากลับมากินห้องอาหารของโรงแรมอีกที (ทานไปแล้วเมื่อวันแรกที่มาถึง)

-
เมนู

-
ขนมปังฟรี

-
กุลาช อร่อย เผ็ดร้อนกำลังดีครับ

-
สตูว์

-
ขาห่าน กรอบ ซอสก็รสดีครับ

-
ปลาดุก (cat fish) กับเครื่องใน ที่นี่มีเมนูปลาดุกหลายร้านเหมือนกัน สงสัยจะจับได้ในแม่น้ำดานูบ

-
ตับห่าน วันนี้ สู้วันแรกไม่ได้ รู้สึกเหมือนว่าวันแรกเกรียมกว่า

จบมื้อนี้เราก็กลับที่พัก แพคของยัดนู้นนี่ที่ชอปปิ้งมาเข้ากระเป๋า แล้วก็เข้านอน

เช้าเราก็มาสนามบิน ซึ่งมาเร็วไปหน่อย เพราะ EasyJet ไม่ให้ check in ก่อน ต้องรอจนเหลือ 2 ชั่วโมง จึงจะ check in ได้

ที่สนามบิน Budapest Ferenc Liszt International Airport (BUD) เรากินแซนด์วิชรองท้องก่อนขึ้นเครื่อง

-

-
ตอนจะขึ้นเครื่องก็ทุลักทุเลพอสมควรด้วยความที่เป็นโลว์คอสต์ ก็ต้องเดินออกจากตัวสนามบินมาเตนท์ๆแบบนี้ตอนก็ขึ้นเครื่อง

-
แล้วฝนก็ดันตกปรอยๆเสียด้วยเลยเปียกปอนกันไปหมดครับ

-
พอเทคออฟ ก็สั่งเบียร์มาจิบแก้เบื่อ ราคา 4.50 ยูโร ประมาณ 2 ชั่วโมงก็ถึงสนามบิน Charles de Gaulle (CDG)

พอถึง Paris ช่วงหัวค่ำบรรยากาศตอนแรกทุกคนคึกคักนิดๆเพราะเริ่มนิ่งๆกับบรรยากาศเนือยๆของ Budapest แล้ว
เราลงมาก็โทรหาเจ้าของอพาร์ตเมนต์ที่จองมา กว่าจะได้คุยก็ลำบากพอสมควรเพราะตอนนั้นยังไม่มีซิมของฝรั่งเศส
ต้องหาเหรียญ การกดเบอร์ก็ไม่ถูกเสียทีว่าต้องกดตัวไหนก่อนบ้าง

สุดท้ายจนได้คุยกับเจ้าของที่พัก พอรู้เรื่องกันก็นั่ง taxi ไปย่าน montmartre ตอนออกจากสนามบินไม่ค่อยติด เพราะเป็นซูเปอร์ไฮเวย์ แต่พอใกล้ๆเมืองก็เริ่มติด taxi มี GPS สามารถ กรอกบ้านเลขที่ ชื่อถนน แล้วก็ขับตามได้เลย
ประมาณ 50 นาทีเราก็มาถึง ฝนตก ปัญหาเริ่มเกิดขึ้น คือเราไม่สามารถติดต่อเจ้าของอพาร์ตเมนต์ได้ เพราะไม่มีโทรศัพท์
แล้วตึกที่เรามาตามที่อยู่ที่ได้รับนั้น ไม่สามารถเข้าไปได้มันต้องใช้คีย์การ์ดในการเข้าไป สุดท้ายเราก็ใช้วิธีรอ พอมีใครเปิดเราก็พุ่งเข้าไป อย่างน้อยเข้าไปหลบฝนก่อน แป๊บนึงก็มีผู้หญิงคนนึงมาถามว่า มาทำอะไรยังไง ซึ่งเค้าก็พูดแต่ฝรั่งเศส ฟังอังกฤษไม่ออก เราก็ฟังฝรั่งเศสไม่ออก ซักพักเค้าก็ไปตามคุณป้ามาอีกคน เหมือนพอจะฟังอังกกฤษออก คุยไปคุยมา ผู้หญิงคนแรกพยายามจะไล่เราออกไปจากตึก บอกว่าเรามาผิดที่ จะโทรหาเจ้าของอพาร์ตเมนต์ที่เราติดต่อไว้ก็ไม่ได้เพราะซิมฮังการีเงินหมดไปแล้ว แป๊บนึงมีลุงมาช่วย แต่สถานการณ์ก็ไม่ดีขึ้นเท่าไหร่ เจ๊คนแรกพยายามจะไล่เราออกไปให้ได้

ร่วมๆครึ่งชั่วโมง คนที่เราติดต่อไว้ก็โผล่มา เป็นวัยรุ่นสาวออกแนวเฮ้วๆ น่าจะราวๆนักศึกษามหาลัย พูดอังกฤษได้
ก็มาบอกว่า ที่พักของเราจะไปอีกที่นึง ไม่ใช่ที่นี่ คือที่อยู่ที่เราได้มาอะถูกแล้ว แต่เค้ามีปัญหากับเจ้าของตึก เลยเปลี่ยนเป็นที่อื่น ซึ่งก็ไม่ไกลมาก แต่มันเป็นทางลาดไปมาบวกกับฝนตก เลยต้องนั่งแทกซี่ไป ทีนี้แทกซี่ที่มาเป็นผู้หญิงก็พูดอังกฤษไม่ได้อีก ทางก็ไม่ชำนาญ วนไปวนมาจนถึงที่พัก

ไม่มีลิฟต์แบกกระเป๋ากันเมื่อย 4 ชั้น วัยรุ่นเจ้าของ ขอโทษขอโพยเราใหญ่ บอกว่าผิดพลาดจริงๆ เสร็จก็คุยรายละเอียดเรื่องที่พัก วิธีใช้อุปกรณ์ต่างๆ แล้วก็จากไป

เราสี่คนก็โล่งใจ ตอนแรกคิดว่าจะต้องไปลุยฝนหาโรงแรมนอนกันเสียแล้ว นับเป็นเรื่องตื่นเต้นในชีวิตอีกเรื่องนึง สรุปว่าจากตอนแรกที่ที่พักจะติดกับ Sacré-Cœur Basilica ก็กระเถิบออกมาหน่อยแต่ก็ยังเป็นย่าน montmartre

พอจัดการเรื่องที่พักเสร็จ ก็มาหาอะไรกินแถวๆนั้น

-
ร้านที่เราไปชื่อ Bistrot des Martyrs (link ใน 4sq)

-
เปิดไวน์แดงกินหนึ่งขวด

-
ขนมปังฟรี

-
มาฝรั่งเศสก็ต้องกินหอยทาก (Escargot)

-
จิ้มแล้วก็เข้าปากเรากินแล้วก็เฉยๆ รู้สึกมันมีกินโคลนๆ ดินๆ ยังไงไม่รู้

-
จานนี้คืออะไรหว่า จำไม่ได้แล้ว

-
ขาเป็ด

-
สตูวมั๊ง

-
tartare steak จานนี้จำได้ดีเพราะมันสดมาก เป็นเนื้อสับๆแล้วปรุงรสนิดหน่อย อร่อยดีครับ ดิบๆ มันๆ
อารมณ์เดียวกับ Yukke ของญี่ปุ่น

หลังจากผ่านเรื่องระทึกขวัญมา พอได้ทานข้าวก็ทำให้รู้สึกดีขึ้น กลับไปปีนบันไดสี่ชั้นขึ้นไปนอน ก่อนจะตื่นมาลุยปารีสในวันพรุ่งนี้ครับ

– blog นี้ ย้ายมาจาก blog เก่านะครับ –

Similar Posts

  • Shinsoko Sushi ย่านสีลม

    – ร้านนี้ย้ายไปซอยสุขุมวิท 26 แล้วครับ – ช่วง2-3เดือนที่ผ่านมานี้ไม่ค่อยได้เข้าเมืองเลยไม่มีร้านที่ไปลองใหม่ๆมาแนะนำกัน มาสัปดาห์ก่อนเพิ่งจะมีโอกาสไปลองร้านใหม่แถว สีลม เป็นร้านซูชิ คาดว่าน่าจะเพิ่งเป็นใหม่ไม่นาน ตัวร้านอยู่ใน ซอย นราธิวาสราชนครินทร์ 1 หรือจะเข้าทาง สีลมและ สุรวงส์ก็ได้ ด้วยความที่ร้านอยู่ในซอยที่จอดจึงอาจจะหายากหน่อย แนะนำให้เดินเข้ามาจะสะดวกกว่า ทางร้านเน้นเมนูซูชิเป็นหลัก ราคากลางๆค่อนไปทางสูง บรรยากาศ สบายๆ ขนาดร้านไม่เล็กไม่ใหญ่

  • |

    Izumi โซบะเจ้าอร่อย Yufuin

    ในเมือง Yufuin ถ้าเดินตามถนน Shopping Street ไปเรื่อยๆ จะเจอกับทะเลสาบ Kirrin ครับ ซึ่งติดกับทะเลสาบก็จะมีร้านโซบะเจ้าดังอยู่ชื่อร้าน Izumi ร้านจะเป็นอาคารสไตล์ญี่ปุ่นขนาดใหญ่พอสมควรครับ ด้านหน้ามีกระจกเห็นเค้ากำลังหั่นเส้นโซบะสดๆ โชคดีคิวไม่ยาวรอแป๊บเดียวก็ได้ที่นั่งเลยครับ โซบะมี่ทั้งร้อนและเย็นครับ เมนูเป็นภาษาอังกฤษ คุณลุงที่มาต้อนรับก็พอพูดภาษาอังกฤษได้ ด้านนอกร้านมีโต๊ะที่มองเห็นวิวทะเลสาบเลย แต่ช่วงที่ไปหนาวมากเลยไม่มีคนนั่งครับ ถ้าเป็นอากาศดีๆ สงสัยคนจะเต็มครับ

  • |

    Tenkaippin ราเม็ง Kabukicho Shinjuku

    ร้านนี้เป็นร้านที่อยู่หน้าโรงแรม Hotel Gracery Shinjuku ครับ คืออยู่ในโซน Kabukicho นั่นเอง วันที่ทานเป็นวันที่ผมไปดื่มเบียร์จากร้านอื่นมาแล้ว ก่อนเข้าโรงแรมก็แวะทานซะหน่อย ตอนเดินมานี่มีพี่คนดำมาชวนไปบาร์รัวๆ พยายามบอกปัดว่าจะไปกินราเม็งเฉยๆ ฮ่าๆ Tenkaippin เป็นเชนร้านราเม็งเจ้าใหญ่อีกหนึ่งแห่งของญี่ปุ่นครับ เปิดสาขาแรกที่เมืองเกียวโตตั้งแต่ปี 1981 ปัจจุบันมีมากกว่า 230 สาขาทั่วญี่ปุ่น มีไปเปิดบนเกาะฮาวายด้วย น้ำซุปของที่นี่จะมีไก่เป็นเบส ซึ่งเคี่ยวจนค้นหนาครับ แม้ว่าจะกลับมาดึกแล้วร้านนี้ก็ยังมีคิวนิดหน่อยครับ แต่รอไม่นานก็ได้นั่ง เปิดดูเมนูไม่มีภาษาอังกฤษ ใช้วิธีดูรูป และดูว่าเมนูไหนได้รับความนิยมก็สั่งเมนูนั้น ร้านนี้เป้นแบบทานก่อนจ่ายทีหลัง ไม่ต้องกดคูปองครับ

  • |

    World Breakfast All Day ชิมรสอาหารเช้าจากทั่วโลก – Aoyama, Tokyo

    World Breakfast All Day เป็นร้านอาหารที่มีคอนเซปท์ตามชื่อร้านเลยครับ โดยอาหารที่ขายในร้านจะเป็นอาหารเช้าแบบต่างๆ จากทั่วโลกสลับหมุนกันไป มีอาหารเช้าแบบอังกฤษและสวิตเซอร์แลนด์ยืนพื้น แล้วก็จะมีเมนูพิเศษเปลี่ยนไปแต่ละเดือน ช่วงที่ผมไปเมนูพิเศษเป็นอาหารเช้า Mongolia แปลกดีครับ ตัวร้านมีขนาดค่อนข้างเล็กเปิดประตูมาก็เจอโต๊ะยาว Long Table เลยมีโต๊ะเดียวทั้งร้าน แชร์ๆโต๊ะกันครับ ครัวก็จะอยู่ติดกัน มองเห็นได้วาสแม่ครัวปรุงอะไรกันอยู่บ้าง รอบๆ ร้านยังมีผลิตภัณฑ์อาหารกระป๋อง ซอสต่างๆ วางขายอยู่ด้วย ผมไปสายๆวันธรรมดา ทางร้านมีลูกค้าอยู่นิดหน่อย พอเที่ยงแล้วถึงได้มาเยอะขึ้น ในร้านก็มีพนักงานสาวอยู่ 2-3 คน รับออเดอร์ด้วย ปรุงอาหารด้วย ลูกค้าเป็นญี่ปุ่นชาวญี่ปุ่นเกือบทั้งหมด แต่ก็มีเห็นนักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่คนนึงครับ

  • มะกัน ต้นเลือดหมูร้านอร่อย – จังหวัดเลย

    เช้าวันที่สองในทริปมาเที่ยวจังหวัดเลยของผมคราวนี้ มีโปรแกรมง่ายๆ คร่าวๆ ว่า หาข้าวเช้าทาน เสร็จนั่งจิบกาแฟ ทำงานไปให้พอถึงเที่ยง ทานข้าวในเมือง แล้วค่อยออกเดินทางไปเชียงคานหลังทานข้าวเสร็จครับ ทำการบ้านตั้งแต่ก่อนเดินทางมาว่าจะไปร้านชื่อเท่ๆ ว่ามะกัน ที่นี่มีเมนูต้มเลือดหมูเป็นของขึ้นชื่อ แล้วก็ยังมีเมนูไข่กระทะขายด้วย ตอนแรกตั้งใจจะทานแต่เลือดหมู ไปๆ มาๆ ก็เอาวะ ลองมันทั้งสองอย่างเลย ตัวร้านเป็นอาคารพาณิชย์สองห้องครับ ร้านขนาดใหญ่พอสมควร วันที่ไปเป็นช่วงเช้าวันธรรมดา ลูกค้าก็ยังมีหลายโต๊ะอยู่ เท่าที่สังเกตุดูน่าจะเป็นคนในท้องที่มาทานกัน โต๊ะนักท่องเที่ยวอย่างผมดูไม่น่าจะมีเท่าไหร่

  • |

    Craft SINGAPORE 2016

    เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาที่สิงคโปร์มีงานเบียร์งานใหญ่ครับ ชื่อ Craft Singapore 2016 คิดว่าน่าจะจัดเป็นครั้งแรก โดยจัดขึ้นบริเวณ Marina Bay Waterfront ใกล้ๆ กับตึก Marina Bay Sands งานมี 3 วันครับ 4-5-6 มีนาคม ค่าเข้างานโหดเหมือนกันคือ 95 SGD หรือประมาณเกือบๆ 2,500 บาท แต่ก็จะได้ voucher ไว้ซื้อเบียร์และอาหารกลับมา 50 SGD ครับ (โหดอยู่ดี) ภายในงานก็จะมีคราฟท์เบียร์เจ้าต่างๆ มาขายทั้งแบรนด์จากฝั่งยุโรปและอเมริกา และแบรนด์เล็กๆ จากเอเชียอีกหลายเจ้าเลยหละครับ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีเบียร์ลำซิ่งและ Stonehead ซึ่งนับว่าเป็นตัวแทนคราฟท์ไทย ไปออกบูธในงานและร่วมประกวดเบียร์ด้วย น่าเสียดายที่พลาดรางวัลไป แต่ก็ถือว่าเป็นนก้าวแรกของคราฟท์ไทยในเวทีระดับสากลครับ นอกจากเบียร์แล้วก็มีร้านอาหารมาอีกประมาณ 7-8 เจ้า แต่ละเจ้าก็จะเน้นอาหารทานง่าย พวกเบอร์เกอร์อะไรแบบนี้ ตัวผมเองได้ลองชิมสามเมนูก็ใช้ได้เลยครับ ส่วนเบียร์นั้นลองชิมไปประมาณ 6-7 ตัว ก็มีที่ถูกใจและไม่ถูกใจปนๆกัน


แสดงความคิดเห็น