มหาวิหาร Notre Dame แห่งปารีส – budapest/paris ตอนที่ 10.2

– blog นี้ ย้ายมาจาก blog เก่านะครับ –

จากตอนเช้าที่เราไป Sacré-Cœur กันมา สายๆก็เข้าใจกลางเมืองปารีส โดยจุดที่เรามาโผล่คือ น้ำพุ Saint Michel

-
สร้างขึ้นราวช่วงปี 1855-1860

-

-
ฑูต Michael กำลังจัดการปีศาจอยู่

-
อ่านรายละเอียดเกี่ยวกับน้ำพุเพิ่มเติมได้ที่ Fontaine Saint-Michel

จากนั้นเราก็ไปทานข้าวเที่ยงกัน ร้านแถวนั้นเยอะมาก เพราะใกล้สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม สุดท้ายเลือกร้าน Le Petit Pont

-
จานนี้เป็นแกะ เกรียมกรอบ ทานกับมันฝรั่งอร่อยดีครับ

-
จานนี้เป็นสเต็กเนื้อ จานนี้ไม่ได้ชิม

-
หอยแมลงภู่อบ หอยสดใหม่ ทานๆไปอยากได้น้ำจิ้มซีฟู้ดบ้านเรา หะหะ

-
หอยทาก escagot เจ้านี้กลิ่นโคลนไม่ค่อยเยอะ

โดยรวมก็อร่อยดี ราคาสูงนิดเพราะอยู่บริเวณที่ท่องเที่ยว

จากร้านข้าวแค่เดินข้ามสะพานมาก็จะถึงจุดหมาย

-
มหาวิหาร Notre Dame แห่งปารีส นั่นเอง

-
หลายคนน่าจะคุ้นหูชื่อที่นี่จากหนัง คนค่อมแห่งน็อทร์-ดาม

-

-
เริ่มก่อสร้างขึ้นในปี 1163

-

-
สถาปัตยกรรมของมหาวิหารแห่งนี้เรียกว่า กอธิกแบบฝรั่งเศส ด้านหน้าทางเข้า จะมีจุดกิโลเมตรที่ 0 เปรียบได้ว่าที่แห่งนี้เป็นศูนย์กลางของมหานครปารีส

-
ด้านหน้ามีที่นั่งตั้งอยู่ไม่แน่ใจว่าตั้งตลอด หรือเพิ่งมาตั้งฉลอง 850 ปี (นับจากปีเริ่มก่อนสร้าง)

-

-

-

-

ชิ้นงานตกแห่งด้านหน้าของวิหาร งานละเอียด ประณีต

-

-
ภายในมีเทียนจุด สามารถบริจาคได้ 5 ยูโร

-

-

-

-

-

-
ความสวยงามภายในของที่นี่อย่างหนึ่งก็คืองาน stained glass

-

-

-

-
มีรูปปั้นเกี่ยวกับ คริสต์ศาสนา อยู่โดยรอบ

-
อันนี้เหมือนเป็นแบบจำลอง เรื่องราวต่างๆในคริสต์ศาสนา เช่นกัน

-
วันนี้ที่ไปเค้ามี สวดมนต์ ร้องเพลงกันอยู่ด้วย

-
อันนี้เห็นแล้วนึกถึงหัวเข็มขัด Hermès หะหะ

-
ด้านบนเพดาน ไม่มีรูปวาด แต่ก็สวยงามด้วยวัสดุ และ ลายเส้นโครงสร้าง

-
นักท่องเที่ยวเพียบ

-

-
ออกมาด้านนอก เดินวนๆด้านหลัง

-

-
ตอนที่ไปมีบางส่วน ปิดซ่อมแซมอยู่

-

-

-
ด้านข้างฝั่งใกล้แม่น้ำ

-
ถนนติดวิหารมี เครป ขายอยู่หลายเจ้า แต่ลองแล้วก็เฉยๆ ไม่ได้อร่อยอะไรมาก

-

ปิดท้ายตอนนี้ด้วยรถ swift รุ่น 2 ประตู ที่ไม่ได้เอาเข้าในไทย สวยดี

-

– blog นี้ ย้ายมาจาก blog เก่านะครับ –

Similar Posts

  • |

    Yona Yona Beer Works สาขา Kanda – Tokyo

    สำหรับแบรนด์เบียร์ญี่ปุ่นที่เข้ามาทำตลาดในไทยก็จะมี Hitachino, Baird, Kagua, Coedo แล้วก็ Yona Yona (YO-HO) เจ้านี้นี่หละครับ ตัวที่เอาเข้ามาขายในไทยที่คุ้นๆ ตา คือ ตัว Pale Ale, Aooni IPA, Tokyo Black แล้วก็ตัว Wit ที่กระป๋องเป็นรูปแมว ทีนี้ที่โตเกียวนี่แบรนด์นี้เค้าก็มีบาร์เป็นของตัวเองด้วย มีอยู่ 3 สาขา กระจายตามที่ต่างๆ สาขาที่ผมได้ไปลองนั่งดูคือสาขา Kanda ครับ ตัวร้านนี่ติดบันไดสถานีรถไฟ metro เลยครับ วันที่ไปนี่คนแน่นร้าน ส่วนใหญ่เป็นพนักงานออฟฟิศ คุยกันเสียงดัง ร้านไม่ต้องเปิดเพลงเลย ผมได้นั่งริมผนังฝั่งซ้ายมือครับ นั่งๆ อยู่นี่กลิ่นอาหารโชยมาตลอด หอมมากๆ สุดท้ายเลยลองสั่งไก่จานดังของร้านมาลองซะหน่อย

  • ตื่นมาที่อพาร์ตเมนต์ย่าน Montmartre ดูหอไอเฟล สะพาน Pont De Bir-Hakeim – budapest/paris ตอนที่ 9.1

    – blog นี้ ย้ายมาจาก blog เก่านะครับ – เช้านี้เราตื่นขึ้นมาในอพาร์ตเมนต์ย่าน Montmartre ย่านเท่ๆเก๋ๆ ซึ่งอยู่ตอนเหนือของปารีส เป็นย่านศิลปิน แถวนี้เป็นที่รู้จักของชาวต่างชาติขึ้นมาก็จากหนังเรื่อง Amélie อพาร์ตเมนต์ที่เราพักนี้จองจาก booking.com ซึ่ง ตอนแรกเราจองที่อื่น แต่เกิดข้อผิดพลาดขึ้น (อ่าน) เลยต้องย้ายมาที่นี่แทน

  • |

    Pasteur Street คราฟท์เบียร์เจ้าดังของ Ho Chi Minh – ประเทศเวียดนาม

    ร้านที่สองของทริปหลังจากที่ไป Heart Of The Darkness ตอนกลางวัน ช่วงเย็นผมไปกินเลี้ยงที่ร้าน เสร็จก็ย้ายไปตอนกันที่ Pasteur Street ครับ Pasteur Street นับเป็นเจ้าแรกๆ ของคราฟท์เบียร์ในเวียดนาม (ก่อนหน้ามี Luoisiane กับ Platinum) โดย Pasteur Street เริ่มผลิตตั้งแต่ปี 2015 มีเจ้าของเป็นชาวอเมริกัน 3 คนครับ เจ้านี้หลายคนน่าจะคุ้นเพราะมีแบบสดเข้ามาขายในไทยแล้วเช่นกัน ช่วงแรกๆ ที่เปิด Taproom นี่ก็จะเป็นฝรั่งและชาวต่างชาติซะเยอะ ปัจจุบันคนเวียดนามเริ่มเก็ตคราฟท์เบียร์แล้ว ลูกค้าก็เลยกลายเป็นคนท้องที่ผสมกับนักท่องเที่ยว(อย่างเช่นผมนี่เอง ฮ่าๆ) ที่อ่านมาเบียร์แต่ละตัวของ Pasteur Street จะมีส่วนผสมอย่างน้อยหนึ่งชนิดที่เป็นวัตถุดิบของเวียดนาม อย่างเช่น มะลิ เสาวรส ขนุน แตงโม หรือทุเรียนก็ยังมี สำหรับตัว Taproom ก็ตั้งอยู่บนถนน Pasteur เลยนั่นเอง (ก็คือที่มาของชื่อโรง) ซึ่งอยู่ใจกลางเมือง Ho Chi Minh ครับ วันที่ผมได้ขึ้นไปนั่งที่ตึกด้านหลัง เข้าใจว่าเป็นส่วนที่เพิ่งเปิดใหม่ อยู่บนดาดฟ้าและมีห้องแอร์ขนาดกลางๆ…

  • ชมพระอาทิตย์ตกน้ำที่ทะเลสาบ Shinji เมือง Matsue – Japan Nov ตอนที่ 5.1

    โปรแกรมวันที่ 5 ของเรา จะเดินทางไปทางทิศตะวันตกอีก 120 กิโลเมตร นั่งรถไฟราวๆ 2 ชั่วโมง 20 นาที ได้ครับ จุดหมายของเราวันนี้คือเมือง Matsue (松江 – มัตซึเอะ) ซึ่งเราจะไปดูพระอาทิตย์ตกที่ทะเลสาบชินจิกันครับ จริงๆแล้วเมือง Matsue จะมีกิจกรรมอื่นๆที่ได้รับความนิยมอยู่อีก 2-3 อย่าง เช่น ไปดูปราสาท Matsue ซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ในญี่ปุ่น รองจากปราสาทฮิเมจิ หรือ ไม่ก็ไปเดินชมหมู่บ้านซามูไร ซึ่งรักษาสภาพเอาไว้อย่างดี อีกโปรแกรมที่เราเสิร์ชแล้วจะก็คือนั่งเรือรอบคลองที่อยู่รอบตัวเมือง แต่เวลาเราไม่ค่อยเยอะก็เลยได้แต่ดูพระอาทิตย์ตกครับ ซึ่งเราก็ดันไปดูผิดที่อีก หะหะ จุดชมพระอาทิตย์ตกที่นิยมกันจะเป็นบริเวณ Art Museum ที่อยู่ติดทะเลสาบชินจิ ห่างจากสถานี Matsue ประมาณกิโลกว่าๆ จากจุดนี้จะเห็นเกาะเล็กๆที่มีต้นไม้อยู่เป็นมุมฮิตที่จะมาถ่ายรูปกัน แต่เราเอาสะดวก ดูมันจากฝั่งทิศเหนือของทะเลสาบใกล้ๆกับที่พักเลยครับ **อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Matsue ได้ที่กระทู้ของคุณ CMV ครับ

  • |

    Goodbeer Faucets สาขา Fukuoka

    ร้านคราฟท์เบียร์ใน Tokyo ที่ผมชอบมากเป็นพิเศษคือ Goodbeer Faucets สาขา Shibuya ครับถ้าไป Tokyo ทีไรก็หาวันแวะไปทุกครั้ง ทีนี้พอมีโอกาสมา Fukuoka ก็เลยมาลองอีกสาขา สาขานี้ชื่อ Hakata ครับ สาขานี้จะอยู่ที่ตึก Barbizon 103 ริมแม่น้ำ Naka ที่นักท่องเที่ยวนิยมมาทานร้านริมถนน (Yatai) เดินจากสถานี Tenjimminami ประมาณ 550 เมตรครับ แต่แนะนำให้นั่งรถเมล์เอาจะลงใกล้กว่ามาก ลงป้าย Minami Shinchi ครับ ร้านขึ้นมาชั้น 2 เข้ามาปุ๊บแปลกใจคนน้อยมาก สาขา Shibuya นี่แน่นทุกวัน สาขานี้เงียบๆ สบายๆ อากาศไม่หนาวมากผมเลยออกไปนั่งด้านนอก มีคูรักอยู่หนึ่งคู่เราไปป่วนซะงั้น วิวดีเลยครับ ติดริมแม่น้ำ มีเรือล่องไปมาด้วย

  • |

    รีวิว Emirates Lounge สนามบินสุวรรณภูมิ

    ทริปฮ่องกงคราวนี้ เดินทางชั้น Business Class ของสายการบิน Emirates ซึ่งราคาตั๋วก็กำลังดีไม่แพงมาก ในช่วงโปรโมชั่นน่าจะอยู่แถว 12,000 บาท พอนั่งชั้นธุรกิจก็เลยได้สิทธิไปนั่งเลาจน์ของ Emirates ด้วยครับ ตัวเลาจน์อยู่ที่ชั้น 3 ฝั่ง D  เดินไปจากตรงทางแยกนิดเดียว เข้ามาด้านในก็ดูเรียบหรู จำนวนผู้โดยสารเยอะพอสมควร เกือบทั้งหมดก็คือที่จะเดินทางไปฮ่องกงไฟลท์ EK 384 นั่นเองครับ ตัวเลาจน์ขนาดค่อนข้างใหญ่ อาหารและเครื่องดื่มอยู่ทางฝั่งขวามือ มีโต๊ะสูงทานอาหารและเก้าอี้อาร์มแชร์กับโต๊ะเตี้ย ในเลาจน์ตรงคนเยอะๆ ก็เสียงดำครับ แถวไลน์อาหารนี่ค่อนข้างโช้งเช้งเลย ต้องถอยออกมาไกลๆ ถึงจะพอสงบหน่อย


แสดงความคิดเห็น