|

Sour Pongdang ลองชิมเบียร์เปรี้ยวในซอยคราฟท์เบียร์ – โซล เกาหลี

ในกรุงโซล ย่าน Itaewon – Noksapyeong เป็นโซนที่มีร้านคราฟท์เบียร์เยอะมากครับ ร้านดังๆ ร้านแปลกๆ มาเปิดแถวนี้กันหลายเจ้า The Booth เอย Magpie เอย แล้วก็พวกร้านอื่นๆ อีกเพียบ โดยเฉพาะในซอย Noksapyeong-daero 54-gil นี่คือสวรรค์ของนักดื่มเลยครับ

ร้านแรกที่คณะของเราเข้าไปนั่งชิมกันมีชื่อว่า Sour Pongdang มีคอนเสปท์ตามชื่อร้าน คือขายเฉพาะเบียร์เปรี้ยว เฉพาะทางสุดๆ มีเป็นเบียร์สด 9 แทป ทั้ง Berliner weisse / Sour Ale / Gose / Saison เป็นต้น แล้วก็ยังมีมีเบียร์อีกหลายสิบตัวครับ

บรรยากาศในร้านจะสลัวๆ มืดๆ หน่อย โต๊ะอยู่ฝั่งซ้ายมือของร้าน ฝั่งขวาเป็นเคาท์เตอร์ให้พอยืนแปะๆ ได้ มีหนังสือเรื่องเบียร์เปรี้ยว แล้ก็ขวดเบียร์เรียงรายโชว์อยู่ทั้งบนโต๊ะ และชั้นวางของติดผนังร้าน ในร้านมีพนักงานผู้หญิงอยู่คนเดียวครับ ภาษาอังกฤษดีเลย

ป้ายซอย Noksapyeong-daero 54-gil
เป็นร้านคราฟท์เบียร์ยาวๆ ทั้งซอยเลยครับ
ด้านหน้าร้านเป็นกระจกใส เห็นไฟสลัวๆ ด้านใน
ป้ายหน้าร้านครับ
บรรยากาศภายในร้าน แอร์เย็น ไฟมืดๆ แดงๆ หน่อย
ขวดเบียร์เปรี้ยวสไตล์ต่างๆ จากทั่วโลก
หนังสือเกี่ยวกับเบียร์เปรี้ยวโดยเฉพาะ
neon light สวยงาม พนักงานสาวกำลังกดเบียร์จากแทปให้เราครับ
มีเป็นเบียร์สดทั้งหมด 9 แทป
ติดกันเป็นตู้แช่เบียร์ขวด
ขวดเบียร์ที่โชว์อยู่บนผนังร้าน เน้นเบียร์เปรี้ยวครับ
แก้วแรกเป็น Sang Noir ของ Cascade Brewing รสหวานๆ แล้วก็รสกาแฟเปรี้ยว ตามด้วยชอคโกแลตนิดๆ อร่อยเลยครับ
แก้วที่ 2 เป็น Blackcap Raspberry ของ Cascade Brewing เช่นกัน รสออก เปรี้ยวตามด้วยหวาน รสราสเบอรี่ชัดมาก
แก้วที่สามเป็น Strawberry ของ Cascade Brewing อีก กินมันอยู่เจ้าเดียวนี่หละครับ ฮ่าๆ ตัวนี้แปลกหน่อยออก brett ฟังกี้ นัวๆ ยางๆ เป็นเปรี้ยวแบบโหดนิดๆ
สั่งชีสและโคลด์คัทมาทานแกล้มเพลินๆ
แก้วสุดท้ายในคืนนี้เป็น Seouliner Weisse ของทางร้านเอง ทานแล้วนึกถึงน้ำฝรั่ง รสเปรี้ยวๆ สดชื่นดีครับ

ร้านบรรยากาศดีครับ เปิดเพลงช้าๆ คลอๆ โต๊ะของเรานี่ไปนั่งติดอยู่กับคู่หนุ่มสาว สงสารเค้าเหมือนกัน เหมือนจะมานั่งสวีท แต่ไอ้เราคนไทย/ เกาหลี นั่งคุยกันเรื่อง เสียวแมว เสียงหมา เสียงวัว ของสองประเทศ ฮ่าๆ สวีทกันยังไงดี
ใครชอบของแปลกๆ ใหม่ๆ ถ้ายังไม่เคยลองเบียร์เปรี้ยว น่าแวะมาลองมากๆ ครับ

Sour Pongdang สถานี Noksapyeong
เบอร์ : +82 10-8464-1447
เปิด : จันทร์- พฤหัสบดี 18.00-24.00 ศุกร์ 17.00-01.00 เสาร์ 16.00-01.00 อาทิตย์ 16.00-23.00
เว็บไซต์
เพจ
foursquare

เมนูร้าน Sour Pongdang
เมนูร้าน Sour Pongdang
เมนูร้าน Sour Pongdang
เมนูร้าน Sour Pongdang
เมนูร้าน Sour Pongdang
เมนูร้าน Sour Pongdang

Similar Posts

  • |

    Ba Hao บาร์สไตล์จีน บรรยากาศดี – ซอยนานา เยาวราช

    ยังคงวนเวียนอยู่แถวซอย นานา เยาวราชอีกหนึ่งร้านครับ โดยเดินจากร้าน Pijiu มานิดเดียวก็จะเป็นร้านบาร์บรรยากาศจีนๆ ย้อนยุคที่กำลังดังในช่วงนี้เลยครับ ร้านนี้มีชื่อว่า Ba Hao ซึ่งแปลว่า ‘หมายเลข 8’ ครับ ตัวร้านอยู่ตรงตึกหัวมุมก็เป็นบ้านเลขที่ 8 บรรยากาศจีนตั้งแต่หน้าร้าน เค้ารีโนเวทสวยงามตั้งแต่หน้าร้านยันข้างในเลย พอเข้ามาปุ๊บฝั่งซ้ายมือจะเป็นโซนบาร์ครับ ไฟในร้านสีออกโทนแดงสลัวๆ โต๊ะจะกระจายตัวอยู่รอบร้าน วันที่ไปโต๊ะเต็มทั้งหมด เหลือโต๊ะกลมหินอ่อนอยู่กลางร้าน 4 ที่นั่งพอดีสำหรับกลุ่มของเราครับ ติดกับบาร์เป็นครัวและบันไดขึ้นชั้นสองซึ่งเป็น Airbnb ส่วนมุมร้านด้านในเป็นห้องน้ำ ซึ่งออกแบบได้สวยงามมากๆ ถ้ามาต้องแวะชมให้ได้ ในร้านเปิดเพลงจีนโบราณๆ แบบยุค 20’s-30’s อะไรประมาณนี้ แอร์เย็นสบายหอมกลิ่นยาจีน กลิ่นแบบขาหมู สำหรับอาหารก็จะเป็นเมนูจีนแบบทันสมัยหน่อย ส่วนเครื่องดื่มที่ร้านมีคราฟท์เบียร์สดเสิร์ฟอยู่ 4 ตัว แล้วก็มีเมนูคอกเทลซึ่งเป็น signature ของร้านอยู่อีก 3-4 เมนู ซึ่งจะมีส่วนผสมของยาจีน หรือวัตถุดิบที่มีความจีนๆ ประกอบอยู่ด้วย

  • The Farmhouse คราฟท์เบียร์ในบ้านหลังใหญ่เมือง Nagano – ประเทศญี่ปุ่น

    หลังจากที่พักที่เมือง Nagano หนึ่งคืน วันต่อมาหลังจากข้าวเที่ยงที่ร้านอาหาร Meijitei ผมก็นั่งรถไฟต่อไปยังสถานี Yudanaka ซึ่งห่างออกไปประมาณ 45 นาทีครับ ที่นี่มีลิงแช่บ่อออนเซนหรือ Snow Monkey เป็นสถานที่เที่ยวสำคัญ แต่สำหรับคอเบียร์ เมืองนี้เป็นสถานที่ตั้งของโรง Tamamura Honten ผู้ผลิตแบรนด์ดัง ‘Shiga Kogen’ นั่นเองครับ ซึ่งหลังจากเก็บของที่โรงแรมแล้ว ผมก็นั่ง Taxi ไปที่ตัวโรง ปรากฎว่าเค้าไม่มีแทปรูมครับ มีแต่สาเกให้ชิม และก็เบียร์สดสองแทป พร้อมกับเบียร์ขวดอีกนิดหน่อยเลยสอบถามพนักงาน ได้ความว่าให้ไปร้านชื่อ The Farmhouse ที่อยู่ห่างออกไปอีกนิด

  • ตัวเมือง Amanohashidate – Japan Nov14 ตอนที่ 3.2

    ทานข้าวเสร็จเรานั่งรถไฟต่อมาจาก Miyazu นิดเดียวก็ถึงสถานี Amanohashidate จากสถานีเราเดินไปยังท่าเรือเพื่อขึ้นเรือข้ามไปอีกฝั่ง ซึ่งว่ากันว่าดูวิวของตัว Sand Bar ได้สวยกว่าการดูจากฝั่งนี้ เรือจะใช้เวลาประมาณ 12 นาที แต่ถ้าใครฟิตๆ หรือเวลาเยอะหน่อย อาจจะเดินไปบน Sand Bar ซึ่งมีความยาว 3.6 กิโลเมตร เดินราวๆ 1 ชั่วโมง หรือปั่นจักรยานก็จะเหลือ 20 นาที ระหว่างทางเดินไปก็จะมีร้านขนมและของที่ระลึกประปราย เราเดินมาเจอร้านใหญ่ร้านนึง ดูมีของเยอะ แล้วก็ไม่ผิดหวังได้คราฟท์เบียร์ของแถวนี้กลับมา 3-4 ขวด เจ้าของร้านอัธยาศัยดี ถามว่ามาจากไหน มานานไหม จะไปไหนบ้าง ซื้อเสร็จเราก็เดินต่อไปยังท่าเรือ ช่วงที่เราไปมีนักท่องเที่ยวไม่ค่อยเยอะมากเท่าไหร่ ตัวเรือจะมีตารางเวลาเป็นรอบๆต้องคอยดูให้ดีทั้งขาไปและขากลับครับ

  • |

    รีวิวโรงแรม Shinjuku Prince Hotel

    รีวิวนี้เป็นเก็บตกนิดหน่อยครับ เป็นมินิรีวิวสั้นๆ ของโรงแรม Shinjuku Prince Hotel โรงแรมยอดนิยมย่าน Shinjuku ของทั้งคนไทยคนจีน ครั้งหลังๆนี่คือมีพนักงานบางคนที่สามารถพูดภาษาไทย พนักงานคนไทย เลยด้วยซ้ำครับ เป็นโรงแรมที่ผมมาพักบ่อยครั้งพอสมควร คือถ้าหาที่ในโตเกียวก็จะดูที่นี่เป็นที่แรกๆ ข้อดีของที่นี่คือใกล้สถานี JR Shinjuku ตัวโรงแรมอยู่ทางทิศเหนือของสถานี ใกล้ร้านอาหารหลายร้านมาก เช่น Rokkasen เนื้อย่างเจ้าดัง หรือห้างโยโดบาชิ BIC Camera ก็เดินนิดเดียวครับ ร้านราเม็ง ร้านของกินเพียบ แต่ข้อเสียอย่างนึงก็คือขนาดค่อนข้างเล็ก อาจจะอึดอัดนิดหน่อย แต่ถ้าไม่ซีเรียสเพราะว่ายังไงเราก็อยู่นอกโรงแรมมากกว่าอยู่แล้ว Shinjuku Prince ก็เป็นตัวเลือกที่ดีมากครับ อีกอย่างคือราคาเดี๋ยวนี้ก็ไม่ได้ถูกเท่าไหร่ ถ้าเป็นช่วงศุกร์เสาร์ก็อาจจะต้องจองล่วงหน้านานเหมือนกันครับ

  • | |

    รีวิวโรงแรม Hotel Erdinger Weißbräu – Erding, Germany

    เดือนกันยายนปี 2016 ผมและครอบครัวได้เดินทางไปเที่ยวยุโรปกันครับ ไม่ได้ไปหลายปีเลยครับ ก่อนหน้านี้ต้องย้อนไปถึงปี 2013 โน่น ทริปนี้จะเริ่มที่เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมันนีและไปจบที่เมืองโคเปนฮาเกน ประเทศเดนมาร์ก ผมออกเดินทางจากไทยด้วยสายการบิน Finnair ไปผ่านฟินแลนด์แล้วก็เปลี่ยนเครื่องไปมิวนิค พอมาถึงมีปัญหานิดหน่อยคือรถเข็นของหลานมาไม่มาด้วย กว่าจะคุยกับเจ้าหน้าที่เรียบร้อยก็เป็นชั่วโมงครับ ออกมาก็โทรคุยกับพี่คนไทยที่ได้ติดต่อว่าจ้างให้ขับรถให้เราตลอดทริปนี้ครับ จากสนามบินขับรถไม่ไกลก็ถึงเมือง Erding ที่พักคืนแรกครับ ซึ่งตอนหาโรงแรมมาก็สะดุดโรงแรมนี้ เพราะชื่อ Erdinger Weißbräu คุ้นๆ กันไหมครับ ที่เมืองนี้ก็คือต้นกำเนิดของเบียร์ยี่ห้อ Erdinger นั่นเองครับ ตอนแรกคิดว่านอนในโซนโรงเบียร์เลย แต่ปรากฎว่าตัวโรงไม่ได้อยู่ที่นี่ครับ กลายเป็นโรงแรมและร้านอาหารอย่างเดียว

  • |

    รีวิวเรียวกัง Kinugawa Grand Hotel

    เดินไปเดินมาในหมอกจนเริ่มเย็นก็ถึงเวลาที่จะเดินทางไปพักผ่อนครับ ที่พักของชาวคณะวันนี้เป็นเรียวกัง อยู่แถว Kinugawa-Onsen คือเดินทางขึ้นเหนือไปอีกนิด ใช้เวลานั่งรถบัสกลับจากทะเลสาบ Chuzenji มาราว 45 นาที แล้วก็นั่งรถไฟต่อ มาลงสถานี Kinugawa-Onsen อีก 45 นาทีได้ มาถึง Kinugawa-Onsen เวลายังไม่เย็นมากแต่ฟ้าก็มืดแล้ว สถานีเงียบสงบ หันทิศหาโรงแรมจนเจอแล้วเดินตาม google map ซึ่งก็พาไปเดินในทางแปลกๆ เล็กๆ โผล่มาใกล้โรงแรม คุณป้าคนญี่ปุ่นหัวเราะเบาๆ ทำนองว่า ทำไมไม่เดินถนนเส้นใหญ่มากัน โรงแรมของเราคืนนี้ชื่อ Kinugawa Grand Hotel เป็นตึกใหญ่ มีห้องพักทั้งแบบเรียวกังและแบบตะวันตก ตัวโรงแรมหรูหราดีครับ ถึงจะไม่ใหม่มาก แต่ก็สะอาดสะอ้าน ในราคาที่จองมามีอาหารเช้าและเย็นแบบ Kaiseki ให้ด้วย


แสดงความคิดเห็น