มหาวิหารฟลอเรนซ์ (Florence Cathedral) – ยุโรป 2013 ตอนที่ 4.1

วันนี้เรามากันในตัวเมืองฟลอเรนซ์ (Florence) ถ้าเป็นแบบอิตาลีก็จะเรียกว่า ฟิเรนเซ่ (Firenze) เมืองใหญ่ เมืองเก่าแก่อีกเมืองของอิตาลี อยู่ในแคว้นทัสคานี เคยเป็นเมืองหลวงอยู่ช่วงปี 1865-1870

คนไทยหลายคนก็จะอาจจะรู้จักเมืองฟลอเรนซ์จากทีมฟุตบอลฟิออเรนติน่า(Fiorentina) ม่วงมหากาฬทีมดังประจำเมือง

เมืองฟลอเรนซ์ในยุคกลางนั้นนับว่าเป็นศูนย์กลางทางการค้าและทางการเงิน นอกจากนี้ ยังถือกันว่าเป็นที่เกิดของสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยา (ยุคRenaissance) โดยมีตระกูล Medici เป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนพวกศิลปินเอกของโลก เช่น
เลโอนาร์โด มีเกลันเจโล (ไมเคิล แองเจโล)

europe13_125
รถทัวร์มาส่งเราลงที่จตุรัส San Marco
europe13_126
รูปปั้นของนายพล Manfredo Fanti
europe13_127
ทางเข้าโบสถ์ San Marco (Saint Mark) ซึ่งตอนนี้เป็นพิพิธภัณฑ์ไปแล้ว
europe13_128
ทางเดินไปมหาวิหาร
europe13_129
จักรยาน
europe13_130
ประตูไม้
europe13_131
หน้าต่าง
europe13_132
เห็นวิหารอยู่ลิบๆ
europe13_133
ถึงแล้ว มหาวิหารฟลอเรนซ์
europe13_134
เป็นสไตล์กอธิค
europe13_135
สร้างระหว่างปี 1296 ถึงปี 1436
europe13_136
ด้านหน้าของมหาวิหารประดับตกแต่งด้วยหินอ่อนสีขาว เขียว และชมพู
europe13_137
ไอ้หอระฆังฝั่งขวานี่มาสร้างทีหลังในปี 1334 เสร็จในปี 1359
europe13_138
อันนี้เป็นประตูของหอศีลจุ่ม
europe13_139
เป็นงานบรอนซ์
europe13_140
เล่าเรื่องตามไบเบิล
europe13_141
งานละเอียดมากๆ
europe13_142
มีทั้งหมดสามแผ่นใหญ่ๆ
europe13_143
เรื่องราวในไบเบิ้ล
europe13_144
เป็นผลงานของ Lorenzo Ghiberti
europe13_145
แตที่ดูใหม่ๆนี่เพราะทั้งหมดเป็นของเลียนแบบ หะหะ
europe13_146
ด้านบนของประตูเป็นงานโมเสกของ Nicolò Barabino
europe13_147
ส่วนนี้เพิ่งมาทำใหม่ในช่วงปี 1857-1870
europe13_148
งานละเอียดละออ
europe13_149
พระเยซู
europe13_150
หอระฆัง Giotto’s Bell Tower
Florence_Cathedral
ภาพมุมสูงของ มหาวิหารฟลอเรนซ์ (Florence Cathedral) (ภาพจาก Google)

จากมหาวิหาร เดินมาอีกประมาณ 300 เมตรก็จะเจอ piazza della signoria

europe13_151
ระหว่างทาง
europe13_152
บริเวณ piazza della signoria ตึกซ้ายมือคือ Palazzo Vecchio หรือ Old Palace นั่นเอง
europe13_153
Cosimo I de’ Medici ดยุคคนที่ 2 ของ florence ภายหลังกลายมาเป็น Grand Duke of Tuscany คนแรก
europe13_154
น้ำพุ Fountain of Neptune ผลงานของ Bartolomeo Ammannati สร้างขึ้นในปี 1565
europe13_155
เทพเนปจูน น้ำพุแห่งนี้นั้นโดนคนแอบมาทุบทำลายอยู่หลายครั้ง เมื่อปี 2005 มีคนมาปีนจนแขนหักไปทีนึง
europe13_157
Palazzo Vecchio ปัจจุบันเป็นที่ว่าการเมือง (Town Hall) แต่มีหลายส่วนที่เปิดให้เข้าชมได้
europe13_158
วันที่เราไปมีงานอะไรซักอย่างพอดี
europe13_159
เจ้าหน้าที่มากันเพียบ

europe13_156
ด้านขวาเป็น Loggia della Signoria ที่รวมงานประติมากรรมไว้หลายชิ้น

 

europe13_165
แผนที่ว่าชิ้นไหนเป็นงานใคร
europe13_164
รายละเอียดของแต่ละงาน

europe13_161
[15] สิงโต
europe13_162
[2] Perseus ตัดหัว Medusa เป็นทองแดง งานของ Benvenuto Cellini
europe13_171
[3] The rape of Polyxena
europe13_160
[4] Sabine
europe13_163
[7] Menelaus อุ้ม Patroclus
europe13_166
[11] Hercules ทุบ Centaur Nesso อยู่
europe13_170
[6] Thusnelda

europe13_167
Sabine
europe13_168
Sabine
europe13_169
Sabine
europe13_172
Sabine
europe13_173
ด้านหน้าทางเข้า Palazzo Vecchio เป็น Hercules กับ Cacus งานของ Baccio Bandinelli
europe13_174
แล้วก็ชิ้นนี้ David ผลงานเลื่องชื่อของ มีเกลันเจโล แต่อันนี้เป็นของปลอมนะครับ
europe13_175
เข้ามาภายใน เสาละเอียดอีกแล้ว
europe13_176
แต่ก็ดูโทรมบ้างไปตามกาลเวลา
europe13_177
กลางโถงมีน้ำพุ ด้านบนของน้ำพุ มี Putto กับโลมา อยู่ เป็นงานทองแดงของ Verrocchio
europe13_180
ตรงที่ติดกันเป็น Uffizi อาคารที่รวมงานศิลปะไว้อีกเพียบ แต่เราไม่ได้เข้าไปดูน่าเสียดายเหมือนกัน ส่วนงานนี้คือ Cosimo de’ Medici นับว่าเป็น Medici คนแรกที่ขึ้นมามีอำนาจ

จากตรงนี้เราจะเดินต่อไปยังสะพาน Ponte Vecchio ซึ่งจะเป็นตอนต่อไปครับ

รวม Wikipedia ที่เกี่ยวข้อง

Similar Posts

  • |

    รีวิว Southwark Apartments Christchurch – New Zealand 2014 ตอนที่ 6.4

    ขับออกจาก Murdoch James เรามุ่งหน้าไปทางทิศะวันตกเฉียงใต้บนทางหลวงหมายเลข 2 สู่ Wellington เมืองหลวงของประเทศ New Zealand ที่อยู่ห่างออกไปราว 90 กิโลเมตรได้ ระหว่างทางผ่านภูเขาหลายช่วง ซึ่งขับค่อนข้างยาก ทางเล็ก ขึ้นเนินลงเนินตลอด ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ก็พอดีกับที่กะเอาไว้ มาถึง Wellington เราไม่ได้แวะเที่ยวอะไรเลย มุ่งหน้าไปสนามบิน ระหว่างทางมีซ่อมถนนทำให้รถติดเป็นบางช่วง เข้าเขตสนามบิน เราก็เอารถไปเติมน้ำมันให้เต็มถัง เสร็จก็เข้าไปจอดบริเวณจุดรับรถคืนของบริษัทเช่ารถ เอากุญแจไปให้พนักงานที่อยู่ในตัวคารผู้โดยสาร แล้วก็ไปเช็คอิน โหลดกระเป๋ากัน เราบินด้วยสายการ JetStar สายการบินโลว์คอสต์ ทำให้ต้องซื้อน้ำหนักเพิ่มสำหรับกระเป๋าเดินทาง ในส่วนนี้เรากะคร่าวๆตั้งแต่ตอนจองตั๋วมาแล้ว ทำให้ไม่มีปัญหาอะไร เครื่องใช้เวลาแป๊บเดียว 40 นาที เราก็ข้ามก็มายังเกาะใต้ โดยลงจอดที่เมือง Christchurch เมืองที่หลายๆคนน่าจะคุ้นหูเพราะมีแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ไปไม่กี่ปีก่อนนี้ และเป็นเมืองที่มีนักเรียนไทยมาเรียนกันเยอะเป็นอันดับต้นๆอีกด้วย พอมาถึงเราก็ไปทำเรื่องรับรถรุ่นเดิมหน้าตาเหมือนเดิมเปี๊ยบ เสร็จก็ขับไปยังที่พักของเราวันนี้ เป็น Apartment ข้างนอกดูโทรมๆหน่อย ลานจอดรถก็พื้นเป็นดาวอังคาร  มาถึงไม่มีคนรับเรื่องแล้ว โทรไปโทรจนทราบว่าเค้าเอากุญแจเก็บไว้บนโต๊ะ โทรคุยจนได้ code เปิดเข้าอาคารไป…

  • |

    2203 x Spiegelau x Captain Barrel ชิมเบียร์ในแก้วพิเศษที่ร้าน 2203

    มีโอกาสกลับไปร้าน 2203 อีกครั้ง ไปกันบ่อยมาก เนื่องจากทางร้านมักจะมีอีเวนต์ดีๆ เกี่ยวกับเบียร์จัดขึ้นประจำครับ เรียกว่าผมไปแทบจะทุกเดือนเลยหละครับ สำหรับคราวนี้ไม่ได้ไปแค่ดื่มเบียร์ แต่เป็นเรื่องของภาชนะที่ใส่เบียร์ วันนี้จะไปฟังเรื่อง “แก้ว” กันครับ งานที่ไปเป็นการจัดร่วมกันของ Great Earth ผู้นำเข้าแก้ว Spiegelau, Captain Barrel ผู้นำเข้าเบียร์เจ้าดัง อย่างแบรนด์ De Molen La Trappe เป็นต้น และทางร้าน 2203 เป็นเจ้าบ้าน เปิดร้านช่วงบ่ายวันอาทิตย์ ต้อนรับทุกๆคนครับ ในงานก็จะมีแก้วมาทั้งหมด 4 แบบ แต่ละแบบก็จะเหมาะสำหรับเบียร์แต่ละสไตล์ครับ สี่แบบนี้ คือ Wheat, IPA, Stout และ Barrel Aged โดยทาง Spiegelau นั้นจากที่ทำแก้วไวน์ ก็ขยายขอบเขตมาสู่ฝั่งคราฟท์เบียร์ ซึ่งทั้ง 4 ดีไซน์นี้ก็มีการร่วมมือกับแบรนด์ดังๆ อย่างเช่น Dog Fish Head, Sierra…

  • สวนดอกไม้ Shikisai no oka – Hokkaido ตอนที่ 5.1

    วันที่ 5 ของการเดินทางวันนี้เราออกนอกตัวเมือง Asahikawa ไปไกลขึ้นอีกหน่อย จุดหมายคือเมือง Biei Biei (美瑛町) อยู่ห่างจาก Asahikawa มาทางใต้ประมาณ 25 กิโลเมตร 25 กิโล ดูไม่ไกลมาก แต่พอไปจริงก็ใช้เวลาพอสมควร เพราะ 1. เราไม่คุ้นทาง ไม่ชินจราจร 2. ที่ญี่ปุ่นจำกัดความเร็วค่อนข้างต่ำ 60-80 กิโลเมตร/ชั่วโมง เท่านั้น ซึ่งกลัวผิดกฎจราจรแล้วจะอดมาอีก หะหะ เลยขับตามกฎเป๊ะๆ 25 กิโล ก็เลยใช้เวลาราว 40-50 นาที สถานที่แรกที่เราจะไปวันนี้ก็คือสวนดอกไม้ Shikisai no oka (四季彩の丘)

  • Lausanne & Geneva – ยุโรป 2013 ตอนที่ 8.2

    จาก Bern เราเดินทางต่อไปยัง Geneva โดยระหว่างทางมีไปผ่านเมือง Lausanne แว้บๆด้วย ซึ่งที่ Lausanne ผู้คนก็จะใช้ภาษาฝรั่งเศสในการพูดคุย อย่างที่เคยเขียนไปแล้วว่าเมืองไหนอยู่ใกล้ประเทศอะไร คนในเมืองก็จะพูดภาษาของประเทศใกล้ๆนั่นเอง สถานที่ท่องเที่ยวที่คนรู้จักก็คือ สำนักงานใหญ่คณะกรรมการโอลิมปิคสากล (International Olympic Committee) แล้วตัวเมืองก็จะติดกับทะเลสาบเจนีวา ซึ่งยาวจากเจนีวามาถึง Lausanne นี่ โดยสามารถถึงเรือจากท่าเรือ Ouchy ล่องข้ามทะเลสาบไปฝั่งฝรั่งเศสได้เลยเช่นกัน

  • |

    บิน Emirates เส้นทาง กรุงเทพ-ดูไบ-โรม – ยุโรป 2013 ตอนที่ 1

    ทริปนี้เป็นทริปต่อเนื่องจากทริปฮอกไกโด กลับมาจากญี่ปุ่น 10 วันก็ไปยุโรปกันต่อเลย ทริปนี้ไปกับทัวร์อีกครั้ง หลังจากที่ไม่ได้ไปทัวร์มาหลายปี ล่าสุดที่ไปก็คือจีน คราวนั้นไป จิ่วจ้ายโกว ทริปนี้ไปกับทัวร์ก็จริง แต่ก็เป็นคนรู้จักกันหมด คือเป็นก๊วนเพื่อนของพี่ชาย ซึ่งเราก็รู้จักมักจี่เกือบทุกคน ก่อนการเดินทางก็มีเรื่องวุ่นวายนิดหน่อยเล็กๆน้อย เช่น วีซ่าเชงเก้น ได้แบบเฉียดฉิวมาก ก่อนบินวันเดียว ถ้าเป็นไปได้อย่าไปขออิตาลีเพราะอ่านมาได้เฉียดหวุดหวิดกันทุกคน บางคนได้ช้ากว่าวันบินเลยด้วยซ้ำ แล้วก็มีเรื่องโรงแรม ที่ทัวร์เปลี่ยนใกล้วันจะไปแล้วเช่นกัน คือเกรดห่วยลงบ้าง โลเคชันไม่ค่อยดีบ้าง การไปทัวร์ก็จะดีตรงที่ไม่ต้องแพลนมาก ไม่ต้องคิดอะไร เค้าให้ไปไหนก็ไป แต่ส่วนมากสถานที่เที่ยวเราก็เลือกไปบอกว่า อยากไปไหน อยากดูอะไร แล้วบริษัททัวร์ก็จัดมาค่อนข้างหลวม ก็เลยสบายๆ อีกเรื่องอาหารก็ต้องไปกินร้านทัวร์ลงซะส่วนใหญ่ เกือบจะทุกมื้อ มาถึงวันเดินทาง เราออกช่วงเช้า แล้วก็ไปถึงที่อิตาลีช่วงค่ำๆ โดยแวะที่ดูไบก่อน เป็นครั้งแรกที่บิน Emirates เคยบินแต่ Etihad ก็ตามมาตราฐานสายการบินตะวันออกกลาง คือเครื่องใหม่ อุปกรณ์อำนวยความสะดวกดี อาหารใช้ได้ (สำหรับคนชอบพวกเครื่องเทศ)

  • เที่ยวสวนสัตว์ Asahiyama – Hokkaido ตอนที่ 4.1

    ที่เที่ยวยอดนิยมแห่งหนึ่งของเมือง Asahikawa ก็คือที่นี่ สวนสัตว์ Asahiyama (旭山動物園) อยู่ทางทิศตะวันออกของตัวเมือง Asahikawa ไปประมาณ 10-11 กิโลเมตร เราเดินทางโดยรถเช่า ขับจากโรงแรมไปแป๊บเดียวก็ถึง การเดินทางด้วยรถสาธารณะก็น่าจะไม่ลำบากมาก


แสดงความคิดเห็น