|

หอเอนเมืองปิซ่า (Leaning Tower of Pisa) – ยุโรป 2013 ตอนที่ 3

เช้าวันนี้เราออกเดินทางจากโรมเมืองหลวงของอิตาลี มุ่งหน้าขึ้นเหนือไปยังเมือง ปิซ่า เมืองชายฝั่งทะเลซึ่งอยู่ด้านตะวันตกของประเทศ

เราจะเดินทางประมาณ 3-4 ชั่วโมง ระหว่างทางก็มีแวะร้าน Autogrill เป็นร้านบนถนนไฮเวย์
มีทั้งร้านข้าว ของกิน ของฝาก จุกจิก จะว่าไปก็เหมือนร้านของฝากใหญ่ๆบนถนนต่างจังหวัดบ้านเรานั่นหละครับ
พวกชอคโกแลต ขนม ไวน์ ราคาก็จะถูก สามารถซื้อติดมือมาฝากคน หรือซื้อกินเองก็ดีครับ

rometovenice
จากโรมมาปิซ่า ระยะทางปรมาณ 360 กิโลเมตร เราเดินทางด้วยรถทัวร์ นั่งค่อนข้างสบายครับ
europe13_080
ระหว่างทางก็เป็นทุ่งหญ้าบ้าง เนินเขาเล็กๆบ้าง

พอมาถึงเมืองปิซ่าก็ได้เวลาข้าวเที่ยงก็ไปกินอาหารจีนอย่างเคย ซึ่งร้านวันนี้ห่วยมาก ไม่ขอลงรูปละกัน รสชาติไม่ได้ความเลย กินเสร็จก็นั่งรถ ไปใกล้ๆตัวหอเอน แต่รถทัวร์ใหญ่เข้าไม่ได้ ต้องจอดแล้วขึ้นรถเมลต่อเข้าไปบริเวณหอเอน

ก่อนเรามาก็คิดว่า หอเอนปิซ่า (Leaning Tower of Pisa) นี่ตั้งอยู่โดดๆอันเดียว คือถ้าเห็นตามรูปถ่ายก็ชวนให้คิดอย่างนั้น แต่จริงๆแล้วมันอยู่ในกำแพง ซึ่งในนั้นมี 4 อาคารอยู่ในบริเวณเดียวกัน (Piazza del Miracoli) ก็คือ

1. Battistero – หอศีลจุ่ม
2. Pisa Cathedral – โบสถ์
3. Leaning Tower of Pisa – หอเอน (หอระฆัง)
4. Campo Santo – สุสาน

Piazza_Del_Duomo
รูปบริเวณ Piazza Del Duomo จากมุมสูง (รูปจาก Google)
europe13_081
ทั้งสามอาคาร หน้าสุดคือหอศีลจุ่ม โบสถ์ และ หอเอน
europe13_082
หอศีลจุ่ม ไว้ประกอบพิธีทางศาสนาคริสต์ ชั้นล่างเป็นศิลปะโรมาเนสก์ (Romanesque) ส่วนด้านบนเป็นแบบกอธิค (Gothic)
europe13_084
เริ่มสร้างปี 1153 เสร็จปี 1363 (สร้างกัน 200กว่าปีเลยเหรอ o_O)
europe13_083
หลังตรงกลางเป็นโบสถ์ เป็นอาคารแรกที่สร้างขึ้น
europe13_085
เริ่มก่อสร้างในปี 1064
europe13_089
เคยโดนไฟไหม้ในช่วงปี 1595
europe13_090
ด้านหน้าของโบสถ์
europe13_091
เราเข้าไปเดินดู รอรอบขึ้นหอเอน
europe13_092
ภายใน
europe13_093
เพดานสวยงามมากๆ
europe13_094
นักท่องเที่ยวเยอะทั้งข้างในและข้างนอก
europe13_095
เพดานจากอีกมุม
europe13_096
ตัวเสาคาดว่าเอามาจากมัสยิดของเมืองปาแลร์โม่
europe13_097
โถงกลางโบสถ์
europe13_098
Duomo di Pisa
europe13_099
Duomo di Pisa
europe13_100
เพดานรูปที่ 3 หะหะ
europe13_101
ม้านั่ง
europe13_102
นักท่องเที่ยว
europe13_103
เดินเข้าไปด้านใน
europe13_104
รูปพระเยซู
europe13_105
เป็นงาน mosaic
europe13_106
Duomo di Pisa
europe13_107
Duomo di Pisa
europe13_108
ธรรมาสน์ สำหรับเทศน์ รอดจากการโดนไฟไหม้เช่นกัน สร้างปี 1302-1310
europe13_110
งานแกะละเอียดมาก
europe13_109
โคมไฟ เชื่อว่ากาลิเลโอมาคิดทฤษฎีจากที่นี่ด้วย (แต่โตมไฟดั้งเดิมโดนเอาไปเก็บแล้ว)
europe13_111
มีหีบศพ
europe13_112
ไม่รู้ว่าเป็นศพใคร
europe13_113
เทียนไฟฟ้าบูชาพระเจ้า
europe13_086
ออกมาดูหอเอน
europe13i_047
หอเอนปิซ่าสร้างขึ้นในปี 1173 เสร็จเมื่อปี 1350 ใช้เวลาสร้างประมาณ 175 ปี
europe13i_048
ตัวหอเอน 3.97 องศา แต่ก็ดูเอียงมากๆ
europe13i_049
เป็นหินอ่อนสีขาว ทั้งหมด 8 ชั้น สูง 55.86 เมตร
europe13i_050
โดยที่นี่กาลิเลโอได้มาทดลองปล่อยลูกบอล 2 ลูกขนาดไม่เท่ากันลงพื้น เพื่อทดสอบแรงโน้มถ่วงของโลก
europe13i_051
ถ่ายใกล้ๆมุมเสยกสวยไปอีกแบบ
europe13_087
ในหนังหนีตามกาลิเลโอ น้องต่ายก็มาปล่อยลูกบอลที่นี่เหมือนกัน 😀
europe13_088
ดูจากบางมุมจะเห็นว่าเอียงมาก
europe13_114
เราสามารถขึ้นไปด้านบนได้ แต่ต้องไปซื้อตั๋วและรอรอบ เค้าจำกัดจำนวนคนขึ้นต่อรอบ
europe13_115
ถ่ายจากชั้นกลางๆของหอ
europe13_116
คนเริ่มตัวจิ๋ว
europe13_117
จังหวะขึ้นนี่ก็เหนื่อยเหมือนกัน
europe13_118
ขึ้นมาถึงด้านบนหน้าเราก็ประมาณนี้เลย
europe13_119
คนตัวเล็กมาก จังหวะที่ไปยืน ฝั่งที่มันเอียง รู้สึก เสียวเหมือนจะตกจริงๆ มันลาดมาก
europe13_120
มองโบสถ์จากมุมด้านบน
europe13_121
มีระฆังอยู่ด้วย
europe13_122
ขึ้นมาสูงเหมือนกันครับ
europe13_123
ตอนเดินลงนี่เล่นเอาหมดแรงเลย

เป็นอันเสร็จสิ้นภารกิจพิชิตหอเอนเมืองปิซ่า ลืมเล่าไปว่า ถ้าจะขึ้นหอเอนเนี่ยต้องไปซื้อตั๋วเพิ่มราคาประมาณ 16 ยูโร หรืออะไรประมาณนี้แหละ โดยตั๋วจะต้องไปซื้อที่ตึกด้านซ้ายของหอเอน พอซื้อก็จะมีเวลาระบุรอบที่ขึ้น ซึ่งเราต้องมาตรงเวลาเป๊ะ เพราะเค้าจำกัดจำนวนคนต่อรอบ โดยต้องเอากระเป๋าไปฝากไว้ เค้าให้เอากล้องขึ้นไปได้อย่างเดียว กระเป๋ากล้องกระเป๋าสะพายห้ามเอาขึ้น ทำให้ตอนเราไป วิ่งกันแทบไม่ทันเวลา

โดยตั๋วนั้นสามารถใช้เข้าโบสถ์ได้ด้วย สรุปว่า ดูภายนอกไม่เสียเงิน ถ้าจะเข้าภายในต้องจ่ายเพิ่ม

พอเสร็จจากที่นี่เราก็นั่งรถต่อไปยังเมือง ฟลอเรนซ์ ประมาณ 90 กิโลเมตร แวะกินข้าวที่ร้าน Da Carlo ก่อนไปเข้าโรงแรม

europe13i_058
หน้าร้าน Da Carlo แน่นอนว่าเป้นร้านทัวร์ลงอย่างเคย
europe13i_053
ซุป น่าจะเป็นซุปมิสโตรเน่ อร่อยดี
europe13i_054
มีสปาเกตี้ซอสเนื้อ รสชาติพอได้
europe13i_055
จานหลักเป็นสเต็ก ไม่ค่อยเวิร์คเท่าไหร่
europe13i_056
มีพิซซ่าให้อีกด้วย ไม่อร่อย เน้นให้อิ่มๆไว้ก่อน
europe13i_057
ปิดท้ายด้วยขนมหวาน

Similar Posts

  • Garden Center Yokohama

    โปรแกรมวันที่ 6 ของทริปคณะของเราเดินทางออกมานอกโตเกียวครับ นั่งรถไฟมายังเมืองท่าเมืองสำคัญอีกแห่งของญี่ปุ่น นั่นก็คือ Yokohama นั่นเอง จาก Shinjuku นั่งรถไฟมาประมาณ 1 ชั่วโมงเท่านั้นครับ โดยช่วงสายและเที่ยงนั้นอยู่กันที่โรงงานเบียร์ Kirin กินข้าวเสร็จถึงได้นั่งรถไฟต่อมายังที่นี่ Garden Center ร้านขายพืชผัก ดอกไม้ ต้นไม้ และอุปกรณ์ต่างๆ ครับ ขนาดร้านค่อนข้างใหญ่ มีสองส่วน ส่วนด้านหน้าจะใหญ่หน่อย ขายอุปกรณ์ซะครึ่งนึง อีกครึ่งก็เป็นต้นไม้ต่างๆ ด้านหน้าเป็นพวกไม้ดอกไม้ประดับ ส่วนด้านหลังเป็นพวกพืชผักผลไม้ที่นำไปเพาะปลูกเพื่อรับประทานครับ

  • |

    ลงเครื่องโอซาก้า มุ่งหน้าเกียวโต แวะทานเข้าหน้าไก่ที่ร้าน Torikita – Japan Nov14 ตอนที่ 1.1

    เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วมีโอกาสไปญี่ปุ่นอีก 1 ทริปครับ เป็นทริปที่กระจายตัวไป 3 ภูมิภาค คือ Kansai, Chugoku และ Kanto (จริงๆคือไปโตเกียวอย่างเดียว) ทริปนี้ได้ไปเมืองใหม่หลายเมือง และก็มีกลับไปซ้ำเมืองเก่าฮิตๆ อย่างเกียวโต โตเกียว โดยแวะผ่านไปโอซาก้าด้วย (ผ่านจริงๆไม่ได้ค้าง) โปรแกรมในทริปก็จะมีไปดูใบไม้เปลี่ยนสี ไปทะเลทราย ? และมาจบทริปที่งาน Tokyo Maker Faire พร้อมชอปปิ้ง วันเดินทาง เราเดินทางตอนกลางคืนของวันที่ 16 พฤศจิกายน ซึ่งตอนเช้าเพิ่งไปวิ่ง Bangkok Marathon มา เล่นเอาเหนื่อยพอสมควร ไฟลท์นี้เราบินคนเดียว ตามไปจอยกับแม่และน้องสาวที่บินมาก่อนล่วงหน้า ไฟลท์ที่บินคือ TG 622 บินด้วย A380 ลำใหม่ ออกดึกๆ ประมาณ 5 ทุ่ม ถึงเช้ามืดที่โอซาก้า (KIX) ผู้โดยสารเต็มลำ จริงๆช่วงที่ไปมีโปรฯ อยู่ แต่เราลงสนามบินนึงกลับอีกสนามบินนึง แล้วก็บินคนเดียว ทำให้อดโปรฯ แต่ก็ได้ราคาที่ไม่แพงมาก คุ้นๆว่า สองหมื่นกลางๆ ถ้าโปรฯ…

  • Sushi Kanda ซูชิแบบ Omakase ร้านอร่อยในซอยทองหล่อ

    วันก่อนได้ไปลองชิมร้านซูชิแบบ omakase อีกหนึ่งร้านครับ ร้านนี้มีชื่อเสียงมาพักใหญ่ๆ เปิดมาประมาณ 5 ปีกว่าแล้ว ร้านนี้มีชื่อว่า ‘Sushi Kanda’  ครับ ร้าน Sushi Kanda อยู่ในซอยทองหล่อ 17 สามารถเข้าจากทางซอย 5 หรือ 9 ก็ได้ครับ ตัวร้านอยู่บนชั้นสอง ชั้นล่างจะเป็น Max Valu และร้านยากินิคุกับร้านเทมปุระครับ  หน้าร้านเรียบๆ พอเข้ามาก็จะเจอกับเคาท์เตอร์รูปตัว c ยาวตามขนาดร้าน และก็มีห้องเล็กๆ อยู่ด้านหลังอีกสองสามห้องมั๊งครับ

  • |

    Freehouse เบียร์หลากหลาย อาหารอร่อย – สิงคโปร์

    สุดสัปดาห์ที่แล้วแว้บไปธุระที่สิงคโปร์มาครับ (ไปงานเบียร์นับเป็นธุระไหม ฮ่าๆ) ก็เลยได้แวะร้านเบียร์เพิ่มเติมจากทริปปีที่แล้วนิดหน่อย ร้านแรกที่ไปมีชื่อว่า Freehouse เปิดมาปีนิดๆ ครับ จดเอาไว้ในลิสต์ว่าอยากมาตั้งแต่คราวก่อน ตัวร้านอยู่ที่ถนน Boon Tat เป็นโซนที่มีร้านอาหารอยู่เยอะหลายร้านเลย สามารถเดินทางมาจากสถานี Raffles Place หรือ Downtown ก็ได้ เดินประมาณ 500-600 เมตร ร้านอยู่บนชั้นสองของตึกอาคารพาณิชย์ มีป้ายนีออนไลท์ไม่ใหญ่มาก แต่ก็หาไม่ยาก ขึ้นบันไดมาเปิดประตูก็จะเจอตู้แช่เบียร์ขวด แล้วก็เป็นบาร์ยาวลึกตามแนวตึก มีแทปวอลล์เป็นกระเบื้องขาวสวยงาม มีเบียร์สดทั้งหมด 16 แทป เดินย้อนกลับมาด้านหน้าตึกก็จะเป็นโซนโต๊ะที่นั่ง มีอยู่ซัก 5-6 โต๊ะ รู้สึกเหมือนจะมีชั้นสามด้วย แต่ผมไม่ได้ขึ้นไปครับ

  • โดม ข้าวมันไก่ – ลพบุรี

    อย่างที่ได้เล่าไปว่าช่วงนี้ผมต้องเทียวไปเทียวมาลพบุรีเป็นประจำ ก็เลยได้ลองร้านอาหารที่นี่หลายร้านเลยครับ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นมื้อกลางวันครับ ซึ่งตอนเสิร์ชก็เจอร้านนี้เป็นร้านแนะนำแรกๆ เป็นร้านขายข้าวมันไก่ ชื่อร้านว่า โดม ข้าวมันไก่ ครับ ตัวร้านเป็นร้านเปิดโล่งขนาดค่อนข้างใหญ่ ตั้งอยู่บนถนนพหลโยธินฝั่งขาออก ตรงข้ามกับ Tesco Lotus ห่างจากวงเวียนพระนารายณ์ประมาณ 3 กิโลเมตรครับ ด้านหลังร้านมีลานจอดรถ จอดได้หลายคัน ที่นี่มีข้าวมันไก่ ไก่ทอด เลือดและเครื่องในก็มี แต่บางวันถ้าไปช้า ไก่ทอดหรือเครื่องในอาจจะหมดก่อน เพราะลูกค้าช่วงเที่ยงค่อนข้างเยอะเลย ผมไปลองมาสองครั้ง ครั้งที่สองได้แต่ไก่ต้ม ไก่ทอดและเครื่องในหมดไปแล้วครับ

  • |

    รีวิวโรงแรม Sansuikan เมือง Beppu – Kyushu 2014 ตอนที่ 9.3

    ดูลิงและทานข้าวเสร็จ ก็เดินทางมายังโรงแรมของเราในเมือง Beppu นี่ครับ เราพักกันที่ โรงแรม Sansuikan อยู่ห่างจากสถานี Bppu ประมาณ 4.5 กิโลเมตรครับ จากสถานีวันนี้เรานั่งแทกซี่มาที่โรงแรมเลย ที่นี่เราจะนอน 2 คืนครับ ตัวโรงแรมเป็นตึกแบบโรงแรมทั่วไป แต่ห้องพักที่จองเป็นแบบญี่ปุ่น คือนอนฟูกบนพื้น มีอาหารให้ทั้งมื้อเย็นและเช้า โดยมื้อเย็นจะเป็นแบบไคเซกิ หรือเป็นคอร์สนั่นเองครับ ตอนเช็คอินหรือตอนมาดูห้อง ถ้าเราไม่ทานอะไรให้แจ้งพนักงานไว้ด้วย เค้าจะได้เตรียมอาหารให้เราได้ถูกต้องครับ วันที่ไปพนักงงานพูดอังกฤษได้ไม่คล่องเท่าไหร่ แต่ก็พอสื่อสารกันได้ครับ อีกอย่างนึงของโรงแรมแบบเรียวกังก็คือจะมีบ่อน้ำร้อนออนเซนให้อาบ ของที่นี่แยกชายหญิงตามปกติ มีโซนเอาท์ดอร์ น้ำร้อนกำลังดีครับ อากาศก็เย็นดี เวลาลงออนเซนนี่ตอนแรกมันจะร้อนสุดๆ ต้องฝืนๆหน่อย ร่างกายจะค่อยๆปรับตัวได้ครับ แต่ถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็ช่างมันเถอะครับ หะหะ


แสดงความคิดเห็น