วัดน้ำใส (Kiyomizu) เกียวโต – Japan 2014 ตอนที่ 4.4

เดินเล่นที่ตลาดนิชิกิเสร็จเราก็รีบเดินทางต่อมายังวัด Kiyomizu หรือที่คนไทยจะรู้จักกันดีในชื่อ วัดน้ำใส เราเป็นคนเดียวในบ้านที่ยังไม่เคยมาเที่ยวที่นี่ คนอื่นๆในบ้านเคยมาหมดแล้ว

วัดนี้ถ้าใครชอบอ่านการ์ตูนญี่ปุ่นก็จะคุ้นตา โดยเฉพาะเรื่องที่มีตัวเอก เนื้อหาเป็นนักเรียน ม.ต้น ม.ปลาย เพราะมักจะมีตอนที่มาทัศนศึกษาที่วัดแห่งนี้อยู่เรื่อยๆ

ชื่อวัด Kiyomizu (清水寺) แปลตรงตัวได้ว่า วัดน้ำใส ถูกสร้างขึ้นในช่วงต้นยุคเฮอัน ประมาณปี ค.ศ. 798 ส่วนสิ่งก่อสร้างที่เห็นในปัจจุบันนั้นสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1633 ตามคำสั่งของ โตกุกาว่า เอมิซึ (Tokugawa Iemitsu) จุดเด่นอย่างนึงของที่นี่ก็คือไม่ได้ใช้ตะปูในการก่อสร้างแม้แต่ตัวเดียว

ขอบคุณข้อมูลจาก kyoto1day.com

Japan14_157
เรามาถึงเริ่มเย็นแล้ว ทางขึ้นก็เป็นทางชันขึ้นเขา วิ่งขึ้นเหนื่อยแทบแย่
Japan14_158
บริเวณด้านหน้า
Japan14_159
แป่ว แล้วก็ไม่ทันครับ มาถึงพระอาทิตย์จะตกแล้ว
Japan14_160
T-T ถ่ายรูปไม่ค่อยเห็นอะไรเลย
Japan14_161
หอด้านหน้า
Japan14_162
อาคารใกล้ๆที่ซื้อตั๋วครับ
Japan14_163
พอมีแสงไฟ ถ่ายรูปได้นิดหน่อย
Japan14_164
วิวเกียวโตตอนพระอาทิตย์จะตกดิน
Japan14_165
แสงหมด เลยพยายามหามุม ถ่ายย้อนแสง
Japan14_166
แสงหมด เลยพยายามหามุม ถ่ายย้อนแสง
Japan14_167
ตรงนี้คือบริเวณระเบียงที่เป็นไฮไลท์ของวัดนี้ เป็นมุมที่จะได้เห็นในการ์ตูนหลายๆเรื่องครับ
Japan14_168
ข้างล่างก็จะเห็นเสาไม้ท่อนใหญ่ๆ เป็นร้อยๆ ต้นครับ
ตอนกลางวันจะเห็นเป็นมุมนี้ พอคุ้นๆกันไหมครับ (รูปจาก Internet)
Japan14_169
ลองถ่ายลงมาข้างล่าง
Japan14_170
เดินลงมาด้านล่างก็จะมีน้ำไหลมาสามสาย เป็นน้ำที่นักท่องเที่ยวจะมารอทานก็เพื่อให้ สมหวังตามที่ต้องการ แต่ละสายก็จะหมายถึง การเรียน ความรัก และสุขภาพ
Japan14_171
เดินออกแล้ว หวังว่าจะได้กลับมาตอนกลางวันอีก
Japan14_172
ร้านรวงข้างทางเริ่มทยอยปิดแล้ว
Japan14_173
ร้านข้างทางก็จะมีพวกของฝาก และขนม
Japan14_174
จานชาม ถ้วย กระเบี้อง
Japan14_175
ใบนี้แพงมาก ราคาเป็นหลายแสนเยน
Japan14_176
ใบนี้ก็เกือบล้าน
Japan14_177
ตุ๊กตาสวย
Japan14_178
โคมไฟ
Japan14_179
พัด
Japan14_180
ร้านในญี่ปุ่นจัดไฟสวยงามเกือบทุกร้านครับ
Japan14_181
ชอบประตูไม้แบบนี้
Japan14_182
นักท่องเที่ยวเลือกซื้อของฝาก
Japan14_183
ใกล้ถึงถนนใหญ่แล้วครับ
Japan14_184
คนเข้าคิวรอซื้อขนม
Japan14_185
ขากลับค่อยยังชั่ว เป็นทางเดินลงเขาครับ
Japan14_186
ร้านนี้ไฟสวยอีกแล้ว
Japan14_187
ไม่แน่ใจว่าเป็นโรงแรมรึเปล่า
Japan14_188
ป้ายไฟ

 

แผนที่ วัด Kiyomizu (วัดน้ำใส)

Similar Posts

  • |

    รีวิว Southwark Apartments Christchurch – New Zealand 2014 ตอนที่ 6.4

    ขับออกจาก Murdoch James เรามุ่งหน้าไปทางทิศะวันตกเฉียงใต้บนทางหลวงหมายเลข 2 สู่ Wellington เมืองหลวงของประเทศ New Zealand ที่อยู่ห่างออกไปราว 90 กิโลเมตรได้ ระหว่างทางผ่านภูเขาหลายช่วง ซึ่งขับค่อนข้างยาก ทางเล็ก ขึ้นเนินลงเนินตลอด ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ก็พอดีกับที่กะเอาไว้ มาถึง Wellington เราไม่ได้แวะเที่ยวอะไรเลย มุ่งหน้าไปสนามบิน ระหว่างทางมีซ่อมถนนทำให้รถติดเป็นบางช่วง เข้าเขตสนามบิน เราก็เอารถไปเติมน้ำมันให้เต็มถัง เสร็จก็เข้าไปจอดบริเวณจุดรับรถคืนของบริษัทเช่ารถ เอากุญแจไปให้พนักงานที่อยู่ในตัวคารผู้โดยสาร แล้วก็ไปเช็คอิน โหลดกระเป๋ากัน เราบินด้วยสายการ JetStar สายการบินโลว์คอสต์ ทำให้ต้องซื้อน้ำหนักเพิ่มสำหรับกระเป๋าเดินทาง ในส่วนนี้เรากะคร่าวๆตั้งแต่ตอนจองตั๋วมาแล้ว ทำให้ไม่มีปัญหาอะไร เครื่องใช้เวลาแป๊บเดียว 40 นาที เราก็ข้ามก็มายังเกาะใต้ โดยลงจอดที่เมือง Christchurch เมืองที่หลายๆคนน่าจะคุ้นหูเพราะมีแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ไปไม่กี่ปีก่อนนี้ และเป็นเมืองที่มีนักเรียนไทยมาเรียนกันเยอะเป็นอันดับต้นๆอีกด้วย พอมาถึงเราก็ไปทำเรื่องรับรถรุ่นเดิมหน้าตาเหมือนเดิมเปี๊ยบ เสร็จก็ขับไปยังที่พักของเราวันนี้ เป็น Apartment ข้างนอกดูโทรมๆหน่อย ลานจอดรถก็พื้นเป็นดาวอังคาร  มาถึงไม่มีคนรับเรื่องแล้ว โทรไปโทรจนทราบว่าเค้าเอากุญแจเก็บไว้บนโต๊ะ โทรคุยจนได้ code เปิดเข้าอาคารไป…

  • |

    ข้าวเย็นที่ร้าน Maten no Hoshi – Japan Nov ตอนที่ 6.3

    เราเดินกลับจากถนนยีนส์ที่เมือง Kojima มาถึงสถานี Okayama ช่วงค่ำๆ ก็นัดเจอกันกับแม่และน้องสาวอีกที ว่าจะทานข้าวเย็นด้วยกันอีก 1 มื้อ เพราะคืนนี้จะแยกกันแล้ว แม่กับน้องจะไปนอน Kurashiki 1คืน แล้วกลับไทยในอีกวัน ส่วนเราจะเดินทางไปโตเกียวเพื่อ join กับพี่ชายเดินงาน Tokyo Maker Faire เดินวนหาอยู่หลายร้าน บางร้านก็ดูไม่น่ากิน ไอ้ร้านคะแนนใน tabelog สูงๆ ก็คนล้นคิวยาวไม่มีเวลารอแล้วก็หิวด้วย สุดท้ายก็เข้าร้านนี้หลังจากเดินวนไปวนมาซัก 3 รอบได้ครับ ร้านนี้เป็น Izakaya แบบบาร์สาเก ในร้านจะมีขวดสาเกที่ลูกค้าฝากไว้เต็มร้าน ถ้าไม่ทานสาเกก็เบียร์ก็มีให้เลือกสั่งได้เช่นกัน ความยากจะอยู่ที่การสั่งอาหารเพราะเมนูเป็นภาษาญี่ปุ่นล้วนอีกแล้ว ตอนสั่งก็เลยต้องอังกฤษปนๆญี่ปุ่นงูปลา บวกกับดูโต๊ะอื่น อันไหนน่าทานก็ถามแล้วสั่งเอาครับ

  • |

    ประสบการณ์ขึ้น NIght Bus จาก Osaka ไป Tokyo – Japan Nov ตอนที่ 6.4

    ทานข้าวเย็นที่ Okayama เสร็จก็แยกตัวจากกรุปเพื่อนั่งรถไฟไป Osaka ทริปนี้เราไม่ได้พักที่ Osaka เลย ได้แค่แวะเดินเล่นแป๊บเดียว จาก Okayama เรานั่งรถไฟประมาณ 1 ชั่วโมง เป็นรถชินกังเซนครับ พอมาถึงสถานี Shinosaka ก็ต้องรถใต้ดินเพื่อไปเดินเล่นที่ dotonbori แวะถ่ายรูปที่ป้ายกูลิโกะซะหน่อย กลัวไม่รู้ว่ามาจริง จนพอใกล้เวลาก็เดินทางไปยังสถานี Umeda(Osaka) แล้วเดินไปยังตึก Umeda Sky Building ในแผนที่เหมือนใกล้ แต่เอาจริงๆก็เดินเหนื่อยใช้ได้ราวๆ 800 เมตรครับ มาถึงก่อนเวลาเดินทางนิดหน่อย เราเดินทางด้วย NIght Bus ยี่ห้อ Willer Express เป็นเจ้าใหญ่เหมือนกันเว็บไซต์เป็นภาษาอังกฤษ สามารถจองตั๋วด้วยบัตรเครดิตจากหน้าเว็บได้เลยครับ ที่จริงนั้นเราสามารถขึ้นรถ Night Bus จาก Okayama ไปลงโตเกียวเลยก็ได้ แต่ที่เรามาขึ้นโอซาก้าเพราะว่ามันมีแบบ Executive นั่นเองครับ นอกจากไปโตเกียวก็ยังมีเดินทางไปที่อื่นๆด้วย ทำให้บริเวณที่รอขึ้นรถนั้นมีคนเยอะเต็มห้องครับ พอถึงเวลาเจ้าหน้าที่ก็จะมาตามๆ บอกปลายทางแล้ว เรียกขึ้นรถ ก่อนขึ้นก็จะมีเช็คชื่ออีกครั้งครับ วันที่เราเดินทางนั้นรถออกประมาณ 00.35 และจะไปถึงโตเกียวตอน 8…

  • เที่ยวถนนยีนส์ที่เมือง Kojima – Japan Nov ตอนที่ 6.2

    หลังจากทานซูชิที่ร้าน Uosho เสร็จ เราแยกจากชาวคณะ เพื่อจะไปยังเมือง Kojima ที่อยู่ทางใต้ของ Okayama จุดมุ่งหมายของเราก็คือถนนยีนส์ หรือ Jeans Street ที่ถนนยีนส์มาอยู่เมือง Kojima นี่ก็เพราะว่าเป็นเมืองที่นับเป็นจุดกำเนิดของยีนส์ญี่ปุ่นโดยมีประวติยาวนานย้อนกลับไปได้ถึงศตวรรษที่ 16 เลยครับ เริ่มจากที่ Ukita Hideie ไดเมียวของโอคายาม่า ได้ถมทะเลบางส่วนจนกลายมาเป็นเมือง Kojima นี่เอง ซึ่งที่ดินบริเวณนี้นั้นไม่สามารถปลูกข้าวได้ จึงได้มีการปลูกฝ้ายแทน เพราะสามารถปลูกได้แม้ว่าดินจะเค็มก็ตาม หลังจากนั้นโอคายาม่าก็เป็นแหล่งผลิตสิ่งทอต่างๆที่ใช้ในการผลิตเสื้อผ้าของคนญี่ปุ่น พอถึงช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ชาวต่างชาติเริ่มเข้า พร้อมกับเสื้อผ้าแบบตะวันตก ทำให้ความนิยมในการใส่เสื้อผ้าแบบดั้งเดิมลดความนิยม อุตสาหกรรมสิ่งทอของโอคายาม่าจึงต้องหาผลิตภัณฑ์อย่างอื่นทดแทน ตอนแรกก็ผลิตพวกยูนิฟอร์มของนักเรียน ซักพักก็มีการคิดค้นใยสังเคราะห์ขึ้นมาแทน ผ้าฝ้ายสู้ไม่ได้ ทำให้ต้องหาอย่างอื่นผลิตขายอีกครั้ง

  • |

    ทานขนมโมจิร้าน Kasanoya ที่ต้าไซฟุ – Kyushu 2014 ตอนที่ 2.3

    ที่ Dazaifu จะมีขนมโมจิที่ขึ้นชื่ออยู่ 1 อย่างครับ มีขายหลายร้านตลอดทางจากสถานีไปจนถึงศาลเจ้า Dazaifu Tenmangu เลยครับ ขนมนี้มีชื่อว่า Umegae-mochi (梅ヶ枝餅) ครับ ขนม Umegae-mochi นี้เป็นโมจิชนิดหนึ่ง มีไส้เป็นถั่วแดง ข้างนอกเป็นแป้งข้าวเหนียว ซึ่งจะนำไปปิ้งก่อนรับประทาน ทำให้มีกลิ่นหอมไหม้ๆนิดนึงครับ มีตัวแป้ง 2 แบบคือโมจิธรรมดาสีขาวและสีเขียวจะเป้นแบบที่ใส่ Yomogi (พืชชนิดหนึ่ง) นิยมทานกับชาเพราะมีรสชาติหวาน การทานชาที่มีรสขมก็จะช่วยตัดความหวานเลี่ยนออกได้ครับ ลองเปิดดูก็มีร้าน Kasanoya ที่คะแนนค่อนข้างสูง แล้วก็แถวยาว น่าจะอร่อยแน่ เลยเข้าไปชิมซะหน่อย ถ้านั่งทานที่ร้านมีโต๊ะเลย ไม่ต้องต่อแถวกับคนอื่นที่ซื้อกลับบ้านครับ

  • | |

    รีวิว Business Class สายการบิน Finnair กรุงเทพ-มิวนิค, โคเปนฮาเกน-กรุงเทพ

    มีโอกาสได้ไปเที่ยวยุโรปอีกครั้งครับ ครั้งก่อนนี่ก็เมื่อปี 2013 โน่นเลย คราวนี้ไปหลายวันอยู่ในออสเตรียเป็นหลักและก็มีไปประเทศอื่นๆ ประเทศละวันสองวันแซมๆ กันครับ คราวนี้พิเศษตรงที่เป็นการเดินทางกับสายการบิน Finnair เป็นครั้งแรกของผม และเป็นชั้น Business Class ด้วยครับ การเดินทางจะไปเริ่มที่ มิวนิค เยอรมันนี และ กลับจากโคเปนฮาเกน เมืองหลวงของเดนมาร์ก ซึ่งทั้งขาไปและกลับจะต้องไปเปลี่ยนเครื่องที่เฮลซิงกิ ฮับของฟินน์แอร์ก่อนครับ ซึ่งก็เป็นข้อดีของตัวสายการบินที่จะรวบรวมผู้โดยสาร สลับไปมาได้จากหลายประเทศ เช่น ขาไปพอถึง เฮลซิงกิ ก็จะมีคนจากญี่ปุ่น ฮ่องกง และประเทศอื่นๆ มาเปลี่ยนไปมิวนิคพร้อมกับเราครับ ด้วยวิธีนี้ก็เลยทำให้ราคาตั๋วของฟินน์แอร์จะราคาถูกหน่อย เพราะไม่ได้บินตรง กลับมาเริ่มที่สุวรรณภูมิต่อ ไฟลท์ออกจากไทยจะเป็นช่วงเช้า 8.55 ต้องออกจากบ้านกันมาตั้งแต่ฟ้ามืดๆ ตีห้าหกโมงเลยครับ มาถึงสนามบินก็มาดรอปกระเป๋าที่แถว G


แสดงความคิดเห็น