โรงไวน์ Church Road, Napier – New Zealand 2014 ตอนที่ 4.3

หลังจากทานข้าวที่ร้าน Ujazi เสร็จก็เข้าสู่ไฮไลท์ช่วงแรกของทริป NZ 2014 ในครั้งนี้ คือเริ่มตะลุยโรงไวน์ต่างๆ ซึ่งเป็นโปรแกรมที่เรามีความสุขมาก ก่อนหน้านี้เราไม่เคยทัวร์โรงไวน์เลย เคยแต่ไปโรงเหล้าและโรงเบียร์ เช่นที่ Dewar’s Whiskey Distillery หรือ Yamazaki Distillery ของ Suntory การมาเยือนโรงไวน์ในทริปนี้เลยทำให้เราได้เข้าใจกระบวนการขั้นตอนการผลิตแบบเห็นของจริง หลังจากที่อ่านมาในหนังสือ

เกริ่นเรื่องไวน์คร่าวๆ ออกตัวก่อนว่าไม่ได้เป็นโปร หรือกูรูใดๆ เป็นเพียงคนที่ชอบเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ก็จะขอเล่าตามที่พอรู้เพื่อให้ผู้ที่ไม่สันทัดอ่านตามได้เข้าใจขึ้นเล็กน้อย แต่อาจจะไม่ดีเทลมากมายนะครับ

ไวน์ New Zealand นับเป็นหนึ่งในไวน์โลกใหม่ ตัวอย่างไวน์โลกใหม่อื่นๆก็เช่น ออสเตรเลีย ชิลี อเมริกา แอฟริกาใต้ พูดง่ายๆก็คือนอกยุโรปนั่นเอง ถ้าเป็นไวน์โลกเก่าก็จะมี ฝรั่งเศส อิตาลี สเปน เป็นต้น นอกจากสถานที่แล้ว กระบวนการผลิตของแต่ละที่ก็จะต่างกันไป สำหรับไวน์ New Zealand พันธุ์องุ่นที่มีชื่อเสียงก็คือ ไวน์ขาว Sauvignon Blanc ส่วนไวน์แดงจะมีพันธุ์ที่เด่นคือ Pinot Noir, Syrah และการเบลนด์หลายๆพันธุ์สไตล์ Bordeaux


สำหรับองุ่นแล้วพันธุ์เดียวกัน ปลูกคนละที่ก็รสชาติต่างกันได้ ขึ้นอยู่กับทั้งดิน ฟ้า อากาศ อุณหภูมิ แต่ละพันธุ์ก็จะเจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่ สภาพอากาศที่แตกต่างกันออกไป ทำให้ไวน์นั้นนอกจากจะบอกพันธุ์แล้วก็จะบอกแหล่งปลูก (region) ด้วยว่ามาจากที่ใด  ลองมาดูกันว่าNZ มีกี่ region และปลูกองุ่นพันธุ์อะไรกันบ้าง

NZ_Wine_Region
แผนที่แสดง region ของไวน์ New Zealand (ขอบคุณรูปจากเว็บ nicks.com.au)

Region ที่มีชื่อเสียงก็คือ Central Otago, Canterbury, Marlborough, Martinborough และ Hawke’s Bay
โดยจุดที่เรากำลังจะไปวันนี้นั้นอยู่ใน region Hawke’s Bay ซึ่งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของเกาะเหนือ องุ่นพันธุ์ที่มีชื่อเสียงก็คือ Cabernet, Cabernet Franc, Merlot, Shiraz(Syrah) และ Pinot Noir ส่วนไวน์ขาวจะเป็นพันธุ์ Chardonnay

ตอนที่หาข้อมูลมาก็ทำให้ทราบว่าจากที่ Napier นี่จะมี Classic Wine Trail เป็นเส้นทางที่เราจะสามารถขับชิมไวน์แวะไร่องุ่นลงใต้ไปเรื่อยจนข้ามฝั่งไปจบที่เมือง Blenheim ด้านบนของเกาะใต้ โปรแกรมนี้เลยถูกจัดเข้ามาในทริปทันที

เกริ่นมาซักพัก ก็ถึงเวลาไปดูของจริง โรงไวน์โรงแรกที่เราจะไปเยี่ยมชมในทริปนี้คือ Church Road Winery ที่อยู่ด้านตะวันตกของเมือง Napier เป็นโรงไวน์ที่เก่าแก่ที่สุดโรงหนึ่งของ NZ ก่อตั้งเมื่อปี 1897 เรียกว่ากว่า 100 ปีมาแล้ว ซึ่งตัวโรงไวน์ปัจจุบันก็ยังอยู่ในบริเวณเดิม ไม่ไกลจากที่ก่อตั้ง

ที่นี่มีครบทั้งทัวร์โรงไวน์ พาชมพิพิธภัณฑ์ ชิมไวน์ และขายไวน์ โดยทัวร์จะมีวันละ 2 รอบคือ 11 โมง กับ บ่าย 2 โมง ถ้าเป็นไปได้แนะนำว่าโทรจองดีกว่าเพื่อความชัวร์

NZ14_0279
ด้านหน้าของโรงไวน์ ป้ายชัดเจนครับ
NZ14_0278
วันนี้เปิดให้เยี่ยมชมได้ครับ
NZ14_0280
ถ้าเราไม่ขับมาเองก็สามารถซื้อทัวร์จากในตัวเมืองได้ โดยทัวร์พวกนี้ก็จะพาไปทุกโรงดังๆ และรวมค่าชิมไวน์กับอาหารให้ด้วย
NZ14i_0104
ตัวอย่างของโปรแกรมทัวร์โรงไวน์
NZ14i_0105
ไป 4 โรง แล้วก็มีข้าวเที่ยงกับชีสให้ด้วย
NZ14_0281
มีโต๊ะ outdoor ในช่วง summer สามารถมานั่งจิบไวน์ได้เลย
NZ14_0282
บริเวณทางเข้า wine Cellar และร้านอาหาร
NZ14_0364
มีกลุ่มคุณลุงคุณป้ามาเทสติ้งอยู่ เราก็เข้าไปแจ้งความประสงค์ว่าจะขอเดินทัวร์โรงไวน์ โดยมีค่าใช้จ่ายคนละ 15 NZD
NZ14_0284
ระหว่างรอเวลารอบเดินทัวร์โรงไวน์ ก็เดินถ่ายรูปไวน์ที่มีขายเล่นไปก่อนครับ
NZ14_0285
พวกนี้จะแพงหน่อยเป็นตัวสูงสุดของ Church Road เรียกว่า ‘Grand Reserve’
NZ14_0286
‘Grand Reserve’ ราคาจะราวๆ 40 NZD ถ้าแพงกว่านี้ก็จะเป็นตัวพิเศษที่มีชื่อว่า ‘TOM’
NZ14_0287
องุ่นแต่ละพันธุ์ก็จะราคาต่างกันไป
NZ14_0283
Wine Tasting วันนี้ เป็นองุ่นพันธุ์ Marzemino และ Sauvignon Gris
NZ14_0288
มีห้องอาหารด้วย แต่ไม่ได้เปิดทุกวัน อาจจะปิดในบางช่วง ต้องดูจากในเว็บไซต์อีกทีครับ
NZ14_0289
พอถึงเวลา 14.00 พนักงานสาว 2 คนก็มารับแนะนำตัวและเริ่มพาทัวร์ วันนี้มีบ้านเรากรุ๊ปเดียวครับ ในรูปคือองุ่นกำลังถูกเอาขึ้นจากรถไปยังเครื่องบด
NZ14_0290
เครื่องบดองุ่น ตัวน้ำที่ได้ออกมาก็จะถูกส่งไปยังถังอีกส่วนหนึ่ง แนะนำว่าให้อ่าน ขั้นตอนการผลิตไวน์แบบคร่าวๆ เพื่อจะได้เข้าใจ ลำดับการทำงานครับ
NZ14_0291
แทงค์ในการหมักไวน์ ขั้นตอนแรกเป็นสแตนเลสครับ
NZ14_0293
การเคลื่อนย้ายน้ำองุ่นจะส่งผ่านท่อเอา
NZ14_0294
มาหมักต่อในถังไม้
NZ14_0296
เสร็จก็ไปใส่ถังไม้โอคเล็กๆ เมื่อได้ระยะเวลาที่กำลังก็จะนำมาผ่านวิธีการต่างและบรรจุใส่ขวดเพื่อออกวางจำหน่ายครับ
NZ14_0297
แทงค์ขนาดใหญ่ด้านนนอกอาคาร
NZ14_0298
เจ้าหน้าที่พาเราลอด เพื่อจะไปยังตึกเก่าแก่ของ Church Road
NZ14_0299
ด้านขวามือเป็นเนินเขา ซึ่งมีการปลูกองุ่นอยู่ด้วย
NZ14_0300
นี่หละครับไร่องุ่นบนไหล่เขา
ChurchRoad-pano-thumb
พานอรามา
NZ14_0301
เดินต่อมาอีกนิดนึง
NZ14_0302
ก็จะเจอกับตึกเก่าดั้งเดิมของที่นี่ ตึกนี้เป็นโรงงานแห่งของ Church Road
NZ14_0314
สภาพก็เริ่มดูเก่าแก่มากแล้ว แต่ยังสะอาดสะอ้านอยู่
NZ14_0303
โดยในปัจจุบัน ไม่ได้ใช้ในการผลิต แต่เป็นส่วนที่ยังใช้ในการบ่มหมักอยู่
NZ14_0304
เจ้าหน้าที่พาเข้าไปดูด้านใน
NZ14_0305
ถังไม้โอ๊ควางอยู่เป็นพรึ่ด
NZ14_0306
ถังพวกนี้ส่วนใหญ่จะมาจากฝรั่งเศส เป็นถังไม้โอ๊คทำมือ ราคาต่อใบหนึ่งค่อนข้างสูง
NZ14_0307
การบ่มน้ำไวน์ในถังจะช่วยเพิ่ม ทั้งความหอม ความนุ่มนวล ทำให้รสชาติดีขึ้น ไม่บาดคอ ยิ่งหมักนานก็จะยิ่งดี ทำให้ราคาไวน์สูงตามระยะเวลาในการหมักไปด้วย
NZ14_0309
มุมนี้เป็นมุมยอดนิยมครับ
NZ14_0312
ตีตราว่ายี่ห้อ Saury จากฝรั่งเศส
NZ14_0315
ออกมาด้านนอกอีกครั้ง เจ้าหน้าที่พาเดินอ้อมไปอีกฝั่งเพื่อลงไปด้านล่างของตึกนี้
NZ14_0319
ด้านล่างเป็นส่วนที่เป็นพิพิธภัณฑ์เล่าความเป็นมาของ Church Road Winery โดยที่แต่เดิมนั้น ห้องใต้ดินนี่เป็นที่หมักบ่มน้ำองุ่น พอจะใช้ก็สูบขึ้นไป ผ่านท่อตรงมุมห้อง ปัจจุบันเอาปูนโบกไปหมดแล้วตามรูป
NZ14_0318
มีตู้เก็บไวน์ขวดเก่าแก่เอาไว้
NZ14_0317
ไม่น่าจะดื่มได้แล้วหละ
NZ14_0316
ภายในก็จะมีอุปกรณ์การผลิตไวน์แบบโบราณแสดงให้ดู
NZ14_0320
เครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ
NZ14_0321
ทั้งการปลูก และเก็บเกี่ยว
NZ14_0322
แผนที่ของ Church Road Winery
NZ14_0326
อันนี้เป็นความรู้ใหม่อีกอย่างของเรา ไอ้แผ่นนี้มันคืออะไรรู้ไหมครับ ?
NZ14_0325
มันจะคืออะไรสำหรับการผลิตไวน์หนอ
NZ14_0324
พอเป็นรูแบบนี้นึกออกรึยังครับ ใช่แล้วครับ มันคือ จุกคอร์ก ปิดขวดนั่นเอง ไม่เคยรู้ว่ามันจะเป็นเปลือกไม้แผ่นๆแบบนี้แล้วมันตัดเป็นกลมๆ
NZ14_0329
ตัดมาจากต้นมันแบบนี้เลย
NZ14_0327
แล้วก็มันตัดออกเป็นจุก อันนี้เป็นเครื่องแบบโบราณนะครับ
NZ14_0330
หุ่นจำลองแสดงขั้นตอนการผลิตไวน์ของ Church Road
NZ14_0332
อุปกรณ์สำหรับบดองุ่น
NZ14_0331
เครื่องบดอีกแบบหนึ่ง ใช้ในช่วง 1920-1930
NZ14_0333
คำอธิบายเรื่องการบดและคั้นน้ำองุ่น
NZ14_0334
หุ่นคนจำลองแสดงวิธีการใช้งานเครื่องบด
NZ14_0336
หุ่นจำลองแสดงการผลิตแชมเปญ หรือไวน์แบบมีฟองนั่นเอง
NZ14_0335
คำอธิบายการผลิตแชมเปญ
NZ14_0337
การผลิตถังบาร์เรลสำหรับใส่น้ำไวน์
NZ14_0338
คำอธิบาย
NZ14_0340
อุปกรณ์ต่างๆ
NZ14_0339
คำอธิบาย
NZ14_0342
อุปกรณ์ต่างๆในการกรองสิ่งที่ไม่ต้องการออก
NZ14_0341
คำอธิบาย
NZ14_0343
ดูดน้ำองุ่นมาใส่บ่อไว้
NZ14_0344
ทีมงานของ Church Road
NZ14_0345
ภาพมุมสูงแสดงพื้นที่ของ Church Road Winery
NZ14_0347
มาอีกห้องจะเป็นเรื่องประวัติศาสตร์ของไวน์
NZ14_0348
การขนส่งไวน์ของชาวกรีกโบราณ
NZ14_0346
ภาชนะเป็นดินเผาแบบนี้
NZ14_0349
มาอีกห้องเป็นส่วนที่เก้บไวน์ปีเก่าๆเอาไว้
NZ14_0350
ขวดนี้เป็น Cabernet Sauvignon ปี 70 และ 71
NZ14_0351
ขวดนี้ปี 69 เลย
NZ14_0352
ปี 72 ซึ่งขวดเหล่านี้ เจ้าหน้าที่บอกว่าไม่น่าจะทานได้แล้ว น่าจะกลายเป็นน้ำส้มสายชูหมดแล้ว
NZ14_0353
จบจากส่วนพิพิธภัณฑ์ เดินออกมาก็เป็นห้องเก็บถังไวน์ ซึ่งเป็นของปัจจุบัน เอามาทานได้จริง อยู่ในขั้นตอนการบ่มหมักอยู่
NZ14_0354
อากาศในส่วนนี้จะเย็นๆชื้นๆกว่าด้านนอก
NZ14_0355
พอออกมาด้านนอกคราวนี้ออกจากส่วนตึกเก่าแล้ว เป็นโรงหลังคาสูง
NZ14_0356
แปะบาร์โค้ดเอาไว้ด้วยเพื่อสะดวกในการตรวจสอบว่าเป็นองุ่นพันธุ์อะไร ปีไหน
NZ14_0357
เดินชมจนเรียบร้อยก็กลับมาที่อาคารด้านหน้า เพื่อทำการชิมไวน์ ซึ่งราคาค่าทัวร์รวมค่าชิมอยู่แล้ว สำหรับการชิมไวน์ (Wine Tasting) บางที่จะฟรีบางที่จะคิดเงิน แต่ส่วนมากถ้าซื้อกลับก็จะใช้ ค่าชิมเป็นส่วนลดในการซื้อได้ด้วย
NZ14_0358
ปกติมักจะเริ่มด้วยไวน์ขาวเพราะมีรสที่อ่อนกว่า
NZ14_0359
ระหว่างชิม เจ้าหน้าที่ก็จะเล่าอธิบายเกี่ยวกับไวน์ตัวนั้นๆให้ฟัง
NZ14_0360
ตัวไหนมีกลิ่นเป็นอย่างไร รสคล้ายอะไร เหมาะกับอาหารชนิดไหน
NZ14_0361
อันนี้เป็นรูปคุณแม่ผมเองครับ 😀
NZ14_0362
เปลี่ยนมาเป็นไวน์แดงบ้าง
NZ14_0363
รูปนี้ถ่ายขาดไปหน่อย แก้วไหนเราทานแล้วไม่ชอบ หรือไม่อยากดื่มจนหมดก็สามารถเทใส่ถังที่เค้าเตรียมมาได้เลย ไม่ถือเป็นการเสียมารยาทนะครับ
NZ14_0365
ชิมไปหกตัวได้ เริ่มพริ้ว
NZ14_0367
ชิมเสร็จถูกใจตัวไหนก็ซื้อกลับไปทาน หรือไปฝากเพื่อน
NZ14_0368
สำหรับราคานั้น มาซื้อถึงที่ไม่ได้แปลว่าจะได้ราคาถูกเป็นพิเศษ หลายๆตัวเราดูราคาเปรียบเทียบกับ supermarket กลายเป้นข้างนอกถูกกว่าที่โรงงานอีก ฉะนั้นต้องเช็คราคาดีๆ หรือซื้อตัวหายากจะดีกว่าครับ
NZ14_0369
ขวดนี้เป็นตัว Syrah ธรรมดา ไม่ใช่รุ่นพิเศษ

เรียกว่าเต็มอิ่มและได้ความรู้ใหม่ๆ ในการทำไวน์ รวมทั้งได้เห็นของจริงหลังจากเคยอ่านแต่ในหนังสือ แล้วก็ได้ชิมไวน์หลายตัวด้วย สำหรับที่ Church Road Winery นี้ ตัวที่เราชิมแล้วถูกใจก็จะเป็น Rosé และ Sauvignon Blanc พวกไวน์แดงไม่ค่อยโดนเท่าไหร่สำหรับโรงนี้ ใครเป็นคอไวน์ อยากดูการผลิตของจริงเป็นโรงที่น่ามาเดินทัวร์ครับ

Church Road Winery – Napier, Hawke’s Bay
เบอร์ : +64 6 844 2053
เปิด : Cellar Door – Summer : 10.00-17.00, Winter : 10.30-16.30
ร้านอาหาร – Summer : 11.00-15.00, Winter : 11.30-14.30
ปิดวันหยุด Public Holiday
เว็บไซต์
foursquare

ทัวร์ชมโรงไวน์และพิพิธภัณฑ์มีวันละ 2 รอบ 11.00 และ 14.00 ค่าชม 15 NZD รวมค่า Wine Tasting

แผนที่โรงไวน์ Church Road Winery

Similar Posts

  • |

    Sinseon Seolleongtang ซุปกระดูกวัวเนื้อเปื่อยร้านยอดนิยมสาขาเมียงดง – โซล เกาหลี

    สำหรับร้านแรกที่ผมได้ไปทานตอนทริปเกาหลีที่ผ่านมามีชื่อร้านว่า ‘Sinseon Seolleongtang’ คือออกจากสนามบินมาปุ๊บขึ้นรถบัสมาถึงโรงแรมยังเช็คอินไม่ได้ ก็ฝากกระเป๋าแล้วก็เดินมาที่ร้านนี้ซึ่งอยู่ในย่านที่ชื่อว่า Myeongdong ครับ ร้าน Sinseon Seolleongtang เป็นร้านเชนที่มีสาขากระจายทั่วประเทศครับ มีเมนูชื่อ Seolleongtang เป็นอาหารหลัก แปลเป็นภาษาไทยได้ว่า ซุปกระดูกวัว โดยเมนูนี้คนเกาหลีนิยมทานเป็นอาหารเช้า แต่ตอนที่ไปก็เห็นทานกันทั้งวันนะครับ มีน้ำซุปขาวๆ ที่เกิดจากจากเคี้ยวกระดูกวัวเป็นเวลาหลายชั่วโมง เสร็จแล้วก็ใส่เนื้อวัว ผักต่างๆ ทานกับข้าวสวย สาขาที่ไปนี่เป็นสาขาดังเพราะอยู่ในแหล่งท่องเที่ยว มีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาทานกันเยอะ วันที่ไปโต๊ะเกือบเต็ม โชคดีได้ที่นั่งไวครับ ข้างๆ โต๊ะก็จะมีผักดองพวกกิมจิใส่เอาไว้ เราจะสามารถเปิดฝา เอาที่คีบหนีบมาแล้วตัดทานแกล้มกับซุปและข้าวครับ

  • |

    รีวิวโรงแรม Acorn Estate Motel, Masterton – New Zealand 2014 ตอนที่ 5.4

    หลังจากครบ 3 โรงแล้วเราก็ออกเดินทางลงใต้ประมาณ 220 กิโลเมตร โดยคืนนี้เราจะพักที่เมือง Masterton ซึ่งอยู่ระหว่างทาง ไป Wellington ที่เราจะไปขึ้นเครื่องข้ามไปเกาะใต้กันในวันพรุ่งนี้ตอนค่ำๆ สำหรับการเดินทางจาก Napier ลงไป Masterton ช่วง 100 กิโลเมตรแรกนี่ขับรถค่อนข้างยาก เพราะว่าถนนแคบมาก หลายจุดจะเป็นถนนวิ่งสวนกันฝั่งละเลน เล็กกว่าถนนต่างจังหวัดบ้างเราอีก บางทีเจอรถใหญ่ช้าๆ บ้าง ถนนกว่าจะโอเคใหญ่และวิ่งได้สะดวกขึ้นก็คือผ่านเมือง Dannevirke ไปแล้ว ทำให้ระยะทาง แค่ 200 กว่าโล ใช้เวลา 3 ชั่วโมงกว่าๆได้ ช่วงค่ำพอถึง Masterton เราไม่ได้ไปทานข้าวที่ร้าน เพราะหาแล้วไม่ค่อยมีอะไรมาก เมืองค่อนข้างเล็ก ก็เลยไป Pak n’ Save ซุปเปอร์มาร์เก็ตในตัวเมือง ซื้อเนื้อสัตว์ ซื้อผักกลับมาทำที่โรงแรมทานแทน

  • |

    My Awesome Cafe อาหารเช้าอร่อยๆ ย่าน Telok Ayer – สิงคโปร์

    ทริปสิงคโปร์เมื่อเดือนพฤษภาคม มีโอกาสได้แว้บไปทานอาหานเช้าหนึ่งมื้อครับ อยู่ในโซน Telok Ayer เช่นเดียวกับร้าน Freehouse และ Meat Smith ร้านนี้มีชื่อว่า ‘My Awesome Cafe’ (ฟังดูเชยๆ ยังไงไม่รู้ ฮ่าๆ) ร้าน My Awesome Cafe เป็นร้านอาหารที่เน้นเมนู Healthy เลือกใช้วัตถุดิบที่ปลอดสาร ออแกนิค ประมาณนี้ ช่วงเช้าก็เสิร์ฟอาหารเช้าพอเย็นๆ ค่ำๆ ก็มีพวกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ดูขัดๆ กันดี ฮ่าๆ ที่เห็นแปลกๆ คือมีเครื่องดื่ม Protein Shake สำหรับคนออกกำลังกาย วันที่ไปเป็นช่วงสายๆ วันเสาร์ ก็มีคนออกกำลังกายเสร็จแล้วมาทานจริงๆ ครับ ตัวร้านเป็นอาคารพาณิชย์เก่าๆ จีนๆ แล้วรีโนเวท ชั้นล่าง เป็นแบบเพดานสูง ตกแต่งด้วยโคมไฟและของเล่นสลับกับเฟอร์นิเจอร์โบราณ แปลกตาดี ลูกค้ามีทั้งคนสิงคโปร์และฝรั่ง

  • |

    ImmAim ร้านอาหารมังสวิรัติ เชียงใหม่

    ช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมาผมได้ทำการควบคุมอาหารการกิน เนื่องจากน้ำหนักตัวที่ขึ้นไปเยอะมากๆ จนรู้สึกไม่ไหวแล้วหวะ ต้องลดแล้ว จากที่เคยทานหลายมื้อต่อวัน มื้อนึงก็ทานเยอะ ก็เลยต้องเปลี่ยนพฤติกรรม นอกจากนี้ก็พยายามลดแป้งและเนื้อสัตว์ลงทั้งๆ ที่เป็นของโปรดครับ ฮ่าๆ ทีนี้ก็เลยมาสนใจพวกเมนูอาหารมังสวิรัติ เริ่มจากได้ไปทานอาหารสไตล์ Shojin Ryori แล้วต้องขึ้นมาเชียงใหม่ลองหาข้อมูลดูพบว่าเป็นเมืองที่มีร้านมังฯเยอะมาก หน้าตาน่าอร่อยหลายร้าน คือมันไม่ได้ดูเป็นอาหารแบบน่าเบื่อ มันเป็นเมนูฝรั่งบ้างญี่ปุ่นบ้าง ฟิวชั่นอะไรอย่างงี้ แล้วมันก็มีความอร่อยในแบบของมัน ร้านแรกที่ได้ไปลองชื่อว่าร้าน ImmAim อยู่แถวๆ วัดสันติธรรม ไม่ไกลจากร้านอาหารเหนือเจ้าดัง เฮือนมวนใจ๋ ตัวร้านเป็นอาคารพาณิชย์แล้วด้านหน้าร้านต่อเติมยื่นออกมาเป็นไม้ มีชั้นลอยอยู่ด้านบนด้วย ข้างๆ ร้านเป็นที่โล่งอยู่ ทางร้านก็ปลูกผักอยู่นิดๆ หน่อยๆ ครับ วันที่ไปเป็นเย็นๆ วันธรรมดาลูกค้าต่างชาตินั่งอยู่หลายโต๊ะเหมือนกัน ในร้านเปิดเพลงชิลล์เอาท์เบาๆ

  • Sonny Boy ร้านแผ่นเสียง Nagasaki

    ทานข้าวกลางวันที่ร้านราเม็ง Kasei เสร็จ คณะเของเราก็แยกย้ายกันครับ คุณพ่อกับน้องสาว ไปดู พิพิธภัณฑ์ Nagasaki Atomic Bomb ผมเคยดูแล้วก็เลยขอไม่ไป แอบหนีไปร้านแผ่นเสียงที่หาไว้แทนครับ ร้านที่เดินทางไปชื่อ Sonny Boy อยู่แถวป้ายรถราง Shiambashi ซึ่งใกล้กับโรงแรม Richmond ที่ผมเคยพักเมื่อคราวที่แล้วเลยครับ การเดินทางก็คือขึ้นรถรางสาย 1 จากด้านหน้าสถานี Nagasaki แล้วก็นั่งยาวจนลงป้าย Shiambashi เดินจากถนนใหญ่เข้าไปอีกประมาณ 150 เมตรเท่านั้นครับ ร้านขนาดไม่ใหญ่ 1 ห้องครับ เจ้าของร้านเป็นคุณน้า ผู้ชายและผู้หญิง ในร้านมีทั้งแผ่นเสียงและ cd dvd เพลงหลากหลาย แผ่น jazz มีประมาณนึง แต่ราคาค่อนข้างสูง คือเป็นสภาพดี แล้วราคาก็สูงตาม ประมาณ 1,000 เยนขึ้นทั้งนั้นครับ

  • |

    La Terrasse อาหารฝรั่งเศส เชียงใหม่

    ร้านที่สองต่อจากร้านเมื่อวาน (La Fourchette) ชื่อร้านว่า La Terrasse อยู่บนถนนคชสาร อยู่ฝั่งขวาของคูเมืองครับ ไม่ไกลจากตรงประตูท่าแพ สามารถจอดรถได้ที่ลานจอดของร้านดวงกมลคือเลยทางเข้าร้านมาหน่อยก็จะเป็นลานจอด ตัวร้านเป็นเหมือนบ้านเอามาดัดแปลงเป็นร้านครับ มีโซนเอาท์ดอร์อยู่ด้านหน้าร้าน แล้วก็มีโซนในร้านอีกประมาณ 6-7 โต๊ะครับ ตัวร้านดูสว่างๆ สะอาดดี พนักงานต้อนรับน่าจะเป็นชาวฝรั่งเศส มาพาไปนั่งโต๊ะที่จองไว้ครับ วันที่ผมไปเป็นเย็นวันศุกร์ โต๊ะด้านในร้านเต็มหมด แนะนำว่าให้โทรจองก่อนก็ดีครับ


แสดงความคิดเห็น