Tasman Lake – New Zealand 2014 ตอนที่ 8.3

เดินทางมาจนถึง Tasman Lake จุดหมายแรกของเราในวันนี้ Tasman Lake เป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ที่เกิดจากการละลายของ Tasman Glacier ธารน้ำแข็งที่มีขนาดใหญ่และยาวที่สุดของ New Zealand อยู่บริเวณฝั่งทิศตะวันออกและทิศใต้ของ เทือกเข้า Southern Alps

ทะเลสาบ Tasman นั้นในช่วงปี 1970 เป็นบ่อน้ำเล็กๆหลายๆบ่ออยู่ ต่อมาราวปี 1990 บ่อเล็กๆพวกนี้ก็รวมตัวกันกลายเป็นทะเลสาบในที่สุด ซึ่งน้ำจากทะเลสาบนี้ก็จะไหลลงไปยัง แม่น้ำ Tasman River ไหลไปจนถึงทะเลสาบ Pukaki ที่เราขับผ่านตอนเข้ามานั้นเอง

สำหรับชื่อของทะเลสาบนั้นมาจากชื่อนักสำรวจชาวฮอลแลนด์ ‘Abel Janszoon Tasman‘

NZ14_0734
ระหว่างทางเข้ามารถน้อยมาก พอมาถึงที่จอดค่อยโล่งใจ เพราะมีรถจอดอยู่หลายคน
NZ14_0733
ป้ายบอกทางและเวลาที่ใช้ในการเดินครับ
NZ14_0735
ฝั่งที่เราขับเข้ามา เป็นลานกว้างๆ มีเทือกเขาขนาบสองฝั่ง
NZ14_0747
Blue Lakes ทะเลสาบขนาดเล็กอยู่ทางซ้ายมือตอนปิดขึ้นมาด้านบน
NZ14_0736
มีป้ายอธิบายว่าทำไมทะเลสาบ Blue Lakes ถึงสีเขียว จริงๆในช่วงกลางๆ 1800 นั้น ทะเลสาบมันฟ้าเทอควอยซ์ ธารน้ำแข็งไหลมาแล้วก็ละลาย ช่วงหน้าร้อนก็เป็นที่ว่ายน้ำ หน้าหนาวก็เล่นสเก็ต พอเวลาผ่านไปสภาพเริ่มเปลี่ยน ธารน้ำแข็งไม่ไหล สาหร่ายเริ่มงอก มันก็เลยกลายเป็นสีเขียว
NZ14_0738
ปีนหินขึ้นมาเรื่อยๆครับ เดินลำบากพอสมควร แต่ก็ยังพอไหว
NZ14_0739
ใกล้จถึงจุดชมวิวแล้ว
NZ14_0741
ขึ้นมาถึงจุดชมวิวแล้วครับ
NZ14_0742
จากรูปจะดูเหมือนใกล้น้ำมาก จริงๆ เป็นผาสูงเลย ทะเลสาบอยู่ด้านล่างครับ ตกไป นอนนิ่งแน่นอน
NZ14_0740
ป้ายอธิบายเรื่องธารน้ำแข็ง
NZ14_0745
รูปธรรมดาไม่แต่งสี ดูซีดๆ
TasmanPano01-thumb
Tasman Lake แบบ Panorama
TasmanPano02-thumb
Tasman Lake แบบ Panorama อีกรูป
NZ14_0746
เรายืนอยู่ข้างบนนานเหมือนกัน เกือบครึ่งชั่วโมงได้ ถ่ายรูปด้วย พักเหนื่อยด้วย เสร็จก็เดินลงครับ
NZ14_0748
ผ่าน Blue Lakes อีกรอบ
NZ14_0749
ฟ้าเริ่มใสแล้ว


จบที่แรกเราก็เดินทางไปกินข้าวกันต่อที่ร้าน The Old Mountaineers’ Cafe & Bar ครับ จากฟ้าใสๆ ฝนเริ่มมาปรอยๆ ทุลักทุเลเข้าไปในร้านเหมือนกัน อาหารจะเป็นยังไงรอชมในตอนต่อไปนะครับ

Similar Posts

  • | |

    ตลาด Farmer’s Market ที่ UNU, Shibuya

    อีกหนึ่งเทรนด์ที่กำลังได้รับความนิยมไปทั่วโลกก็คือ Farmer’s Market – ตลาดที่เจ้าของสวน เจ้าของฟาร์ม นำผลิตผลิตภัณฑ์ ข้าวของต่างๆ ที่ตนเองผลิตมาออกขายเองด้วยตัวเอง ทั้งยุโรป อเมริกา ญี่ปุ่น รวมถึงในไทยด้วยครับ ผลผลิตที่นำขายก็จะได้รับความใส่ใจจากเจ้าของมากเป็นพิเศษ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นแบบออแกนิคปลอดสารอะไรอย่างงี้ครับ มาโตเกียวความนี้ ตั้งใจจะมางาน Aoyama Bread Festival ที่จัดคู่กันกับ Farmer’s Market @UNU คือตลาดเค้าจัดทุกอาทิตย์อยู่แล้ว งานขนมปังมาร่วมจัดเป็นพิเศษครับ ตัวตลาดจัดที่ UNU (United Nation Univesity) อยู่ไม่ไกลจากสถานี JR Shibuya สามารถเดินมาก็พอไหว แต่แนะนำให้นั่งรถเมล์มาจะดีกว่าครับ ในตลาดก็จะมีพืชผัก ผลไม้ อาหาร ขนมปัง น้ำผึ้ง อะไรพวกนี้ รวมถึงของนำเข้าจากต่างประเทศบางอย่าง (สงสัยเป็น Farmer ของประเทศอื่น หะหะ) ยาวๆประมาณ 2 แถว มีฝั่งซ้ายเป็นโซนรวม Food Truck สามารถแวะเติมพลังก่อนหรือหลังจับจ่ายตลาดได้ครับ

  • | |

    Coffee Hanyakbang จิบกาแฟอร่อยในบรรยากาศย้อนยุค – โซล เกาหลี

    เกาหลีเป็นประเทศนึงที่วัฒนธรรมกาแฟแข็งแรงครับ เพื่อนชาวเกาหลีบอกว่าเค้าดื่มกันเยอะเป็นปกติแม้ว่าจะปลูกเองไม่ได้ ทำให้ร้านกาแฟก็เลยมีเยอะตามไปด้วย อย่างตอนที่ไปนั่งๆ ทานเบียร์ เพื่อนยังมีแบบขอแว้บไปกินกาแฟก่อน แปลกดีสำหรับผมเหมือนกัน ตัวร้านก็มีทั้งแบรนด์นอกอย่าง Starbucks และแบรนด์ท้องถิ่นอีกหลายเจ้า รวมถึงร้านเล็กๆ ที่ไม่ได้มีสาขา ดูเป็นกันเอง ดีไซน์สวยๆ อะไรอย่างนี้ บางร้านก็เปิด 24 ชั่วโมง เช่น ร้านที่ไปวันนี้มีชื่อว่า ‘Coffee Hanyakbang’ ตัวร้านอยู่ในซอกตึกเล็กๆ คือถ้ามาเองอาจจะไม่รู้เลยว่ามีร้านอยู่ คือเพื่อนชาวเกาหลีเป็นคนพามาครับ ซึ่งจริงๆ ร้านมันอยู่ติดโรงแรม Lotte City Hotel ที่ผมพักเลยด้วยซ้ำ ตัวร้านดูโบราณๆ เก่าๆ ตกแต่งแบบดูดิบๆ ผสมกับข้าวของที่ดูมาจากยุค 20s 30s

  • |

    Hatos Bar ซี่โครงหมูแกล้มคราฟท์เบียร์ ย่าน Nakameguro

    อีกหนึ่งร้านสำหรับทริปโตเกียวเดือนตุลา 2015 ร้านนี้เปิดดูอ่านเจอว่ามี BBQ Ribs และคราฟท์เบียร์ ก็เลยอยากมาลอง ร้านอยู่แถว Nakameguro เป็นย่านที่มีร้านอยู่ในลิสต์อยากมาลองหลายร้านเหมือนกันครับ สำหรับการเดินนั้นไม่ไกลจาก Shibuya นั่งสาย Tokyu-Toyoko 2 สถานีครับ จากสถานีเดินข้ามแม่น้ำไปทางตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 350 เมตรร้านจะอยู่ฝั่งซ้ายมือบนตึมาถึงร้านทีแรกผิดคาดนิดหน่อยเพราะเข้าใจว่าจะเป็นกึ่งๆ ร้านอาหารมากกว่านี้ ปรากฎว่าเป็นโทนร้านนั่งดื่มชิลล์ๆ มากกว่า ก็เลยสั่งอาหารรัวๆ เพราะเย็นนี้ไม่ได้ทานก่อน กะมาทานข้าวพร้อมเบียร์เลย บรรยากาศร้านดูอบอุ่นๆ สบายๆ ไฟสลัวนึกถึงร้านเหล้าไซส์เล็กๆบ้านเรา พวกพระอาทิตย์หรืออารีย์ เพลงฟังกี้เบาๆ พนักงานพูดอังกฤษได้ดี สำหรับเบียร์สด มี 5 ตัว และมีเบียร์ขวดอยู่อีกนิดหน่อย เบียร์ที่นี่ยี่ห้อแปลกดีครับ เป็นแบรนด์ที่ไม่ค่อยคุ้นตาอยู่หลายยี่ห้อ พอทานแล้วแบบ เอ้อ ยี่ห้อนี้อร่อยดีแฮะ

  • | |

    จิบเบียร์ใน Cloudwater Barrel Store Tap Room เมือง Manchester – ประเทศอังกฤษ

    หลังจากไปที่ Vocation และ Magic Rock มาแล้ว ผมเดินทางกลับมายังแมนเชสเตอร์ด้วยรถไฟมาลงสถานี Manchester Piccadilly ซึ่งเป้าหมายที่สามของวันนี้คือแทปรูทของโรงคราฟท์ที่กำลังดังที่สุดของอังกฤษในตอนนี้นั่นก็คือ ‘Cloudwater’ ครับ ตัวแทปรูมมีชื่อว่า ‘Cloudwater Barrel Store Tap Room’ ตั้งอยู่ในโกดังใต้รางรถไฟใกล้ๆ สถานี Manchester Piccadilly นั่นหละครับ เดินมาจากสถานีนิดเดียวเท่านั้น ผมมาถึงช่วงเย็นๆ ของวันเสาร์ คนแน่นร้าน พนักงานผู้หญิงให้เข้าคิวรอ บอกว่าให้คนข้างนอกออกมาก่อนนะค่อยเข้าไป รอไม่นานก็ได้เข้าครับ ตัวร้านเป็นห้องหลังคาสูงๆ ด้านบนเป็นทรงโค้ง มีถังบาร์เรลตั้งอยู่ทั้งสองฝั่งของตัวร้าน ด้านในมีโต๊ะยาวสำหรับนั่งประมาณ 3-4 ตัวครับ ตัวแทปจะอยู่ข้างในกลางๆ ห้อง วันนี้มีทั้งหมด 10 แทป แล้วก็มีตู้แช่อีกเบียร์กระป๋องแบบสองบานอีกหนึ่งตู้ ตัวคอแลบฯ อะไรอย่างนี้มีหมดครับ

  • | | | |

    Log Road ที่เดินเล่นแถว Daikanyama Tokyo

    ที่นี่จดไว้ตั้งแต่หาข้อมูลของทริปนี้ เห็นรูปแล้วอยากมาครับ Log Road จะเรียกว่าอะไรดี เป็นโครงการที่มีร้านเสื้อผ้า ร้านกาแฟ และร้านเบียร์เรียงตัวกันเป็นทางยาวประมาณ 100 เมตร จำนวนร้านไม่เยอะ แต่ร้านค่อนข้างใหญ่ครับ โครงการนี้ตั้งอยู่บนทางรถไฟสาย Tokyu Toyoko (วิ่งระหว่าง Tokyo-Yokohama) สายเก่า ซึ่งก็อยู่ไม่ไกลจากเส้นทางใหม่ที่ขยับไปเล็กน้อยครับ อยู่ทางด้านทิศเหนือ ใกล้กับสถานี Daikanyama เดินจากสถานีประมาณ 100 เมตรนิดๆ พอมาถึงก็ประหลาดใจนิดนึง คือได้เจอกับโรงเบียร์ Spring Valley ของ Kirin ตั้งอยู่เป็นร้านแรกเลย ไม่ได้ตั้งใจจะมาที่นี่ แต่คอเบียร์อย่างเราเจอแล้วก็เลยต้องแวะจิบซะหน่อยครับ อิ่มก็อิ่ม แต่ไหนๆ ก็มาแล้ว พลาดก็คงเสียดาย

  • เมือง Arrowtown – New Zealand 2014 ตอนที่ 10.1

    โปรแกรมวันนี้ของเราคือเดินทางมายังเมืองข้างๆ Queenstown อยู่ห่างกันเพียง 18 กิโลเมตรเท่านั้น ชื่อว่าเมือง Arrowtown เรียกว่าถ้าใครมา Queenstown ก็จะต้องมา Arrowtown ซัก 1 วันแน่นอน ในอดีตนั้นเมืองนี้เคยมีประชากรสูงถึง 7,000 คน เพราะว่าเคยเป็นเหมืองทองมาก่อน พอเลิกเหมือง ประชากรก็ลดลงจนเหลือเพียง 200 กว่าคน ก่อนจะกลับมาเป็นที่นิยมและมีผู้คนมาเปิดกิจการเกี่ยวกับการท่องเที่ยวต่างๆกันอีกครั้ง บรรยากาศของเมืองจะเป็นตึกเก่าๆ ดูโบราณๆ แต่ก็ไม่มากเท่าไหร่ แล้วก็ทำใหม่บวกซ่อมแซมไปเยอะเหมือนกัน มีร้านข้าว ร้านขนม ร้านขายของที่ระลึกอยู่รอบๆใจกลางเมือง ตอนหาข้อมูลเหมือนว่ามีพิพิธภัณฑ์เล็กๆด้วย แต่เราก็ไม่ได้ไปดู เป็นการมาเดินเล่นในเมืองกับทานข้าวซะมากกว่า


แสดงความคิดเห็น