ชมพระอาทิตย์ตกน้ำที่ทะเลสาบ Shinji เมือง Matsue – Japan Nov ตอนที่ 5.1

โปรแกรมวันที่ 5 ของเรา จะเดินทางไปทางทิศตะวันตกอีก 120 กิโลเมตร นั่งรถไฟราวๆ 2 ชั่วโมง 20 นาที ได้ครับ จุดหมายของเราวันนี้คือเมือง Matsue (松江 – มัตซึเอะ) ซึ่งเราจะไปดูพระอาทิตย์ตกที่ทะเลสาบชินจิกันครับ

จริงๆแล้วเมือง Matsue จะมีกิจกรรมอื่นๆที่ได้รับความนิยมอยู่อีก 2-3 อย่าง เช่น ไปดูปราสาท Matsue ซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ในญี่ปุ่น รองจากปราสาทฮิเมจิ หรือ ไม่ก็ไปเดินชมหมู่บ้านซามูไร ซึ่งรักษาสภาพเอาไว้อย่างดี อีกโปรแกรมที่เราเสิร์ชแล้วจะก็คือนั่งเรือรอบคลองที่อยู่รอบตัวเมือง แต่เวลาเราไม่ค่อยเยอะก็เลยได้แต่ดูพระอาทิตย์ตกครับ

ซึ่งเราก็ดันไปดูผิดที่อีก หะหะ จุดชมพระอาทิตย์ตกที่นิยมกันจะเป็นบริเวณ Art Museum ที่อยู่ติดทะเลสาบชินจิ ห่างจากสถานี Matsue ประมาณกิโลกว่าๆ จากจุดนี้จะเห็นเกาะเล็กๆที่มีต้นไม้อยู่เป็นมุมฮิตที่จะมาถ่ายรูปกัน แต่เราเอาสะดวก ดูมันจากฝั่งทิศเหนือของทะเลสาบใกล้ๆกับที่พักเลยครับ

**อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Matsue ได้ที่กระทู้ของคุณ CMV ครับ

day5route-jp
เส้นทางของวันนี้ ออกจาก Tottori ไปยัง Matsue

 

JapNov14i_0209
ซื้อข้าวปั้นไส้ไข่ปลามาเป็นเสบียง
JapNov14i_0210
อีกอันเป็นแบบแท่งๆไส้แซลมอน
JapNov14i_0211
พร้อมด้วย Yebisu กระป๋องยาว
JapNov14i_0212
อันนี้เป็นกับแกล้มที่เราชอบมาก ฝั่งนึงเป็นซาลามี่อีกฝั่งเป็นชีส ทานกับเบียร์เพลินดีครับ
JapNov14i_0213
ประมาณ 2 ชั่วโมงกว่าๆ ก็มาถึงสถานี Matsue เริ่มหิวและกลัวเวลาไม่พอ ทำให้ต้องยกเลิกร้านที่กะจะไป แล้วกินร้านธรรมดาในสถานีแทน ชามนี้เป็นโซบะเนื้อครับ
JapNov14i_0215
เทมปุระรวม
JapNov14i_0216
ข้าวหมูทอดราดไข่
JapNov14i_0217
ข้าวหมูทอด
JapNov14i_0214
เครื่องดื่มมื้อนี้เป็นอาซาฮีสด ชื่นใจ

ทานข้าวเสร็จเราก็นั่งแทกซี่ไปโรงแรม ชื่อ Ten Ten Temari อยู่ไม่ไกลจากสถานีมากเท่าไหร่ ไปถึงก็รอเช็คอิน เอาของเก็บ แล้วก็ออกมาเดินรอถ่ายรูปพระอาทิตย์ตกลงทะเลสาบชินจินั่นเอง

ทะเลสาบชินจิ(宍道湖) นั้นใหญ่เป็นอันดับ 7 ของประเทศญี่ปุ่น ความยาวรอบตัวทะเลสาบประมาณ 48 กิโลเมตร เมืองและหมู่บ้านรอบๆทะเลสาบก็จะมีรายได้มาจากการจับปลาและรายได้จากธุรกิจการท่องเที่ยว พวกโรงแรมที่พักต่างๆเพราว่าเป็นทะเลสาบที่นักท่องเที่ยวนิยมมาดูพระอาทิตย์ตกกันครับ ซึ่งก็จะมีทั้งดูบนฝั่ง หรือจะนั่งเรือไปดูในทะเลสาบก็มี

4372
มุมยอดนิยม ต้องถ่ายที่ Art Museum ครับ (ขอบคุณรูปจากเว็บ en.go-to-japan.jp ครับ)

แต่ก็เป็นโชคร้ายของเราอีก เพราะว่าวันที่ไปนั้นเมฆค่อนข้างหนา ทำให้เห็นพระอาทิตย์ยังไม่ทันลับขอบฟ้าก็ติดฝูงเมฆที่รวมกันเป็นก้อนใหญ่ๆ แทน น่าเสียดายจริงๆ ครับ ใกล้ๆมือก็กลับไปที่พักเปลี่ยนชุดออกมาจ๊อกกิ้งหน่อยเพราะทานเยอะเหลือเกิน ส่วนข้าวเย็นวันนี้นั้น เราจะทานกันที่โรงแรมครับ ติดตามได้ในตอนหน้าครับ

JapNov14i_0218
พระอาทิตย์ตกที่ทะเลสาบชินจิ
JapNov14i_0219
พระอาทิตย์ตกที่ทะเลสาบชินจิ
JapNov14i_0220
พระอาทิตย์ตกที่ทะเลสาบชินจิ
JapNov14i_0221
พระอาทิตย์ตกที่ทะเลสาบชินจิ
JapNov14_0247
พระอาทิตย์ตกที่ทะเลสาบชินจิ
JapNov14_0248
พระอาทิตย์ตกที่ทะเลสาบชินจิ
JapNov14_0249
พระอาทิตย์ตกที่ทะเลสาบชินจิ
JapNov14_0250
พระอาทิตย์ตกที่ทะเลสาบชินจิ
JapNov14_0251
พระอาทิตย์ตกที่ทะเลสาบชินจิ
MatsuePano01-thumb
พระอาทิตย์ตกที่ทะเลสาบชินจิ
MatsuePano02-thumb
พระอาทิตย์ตกที่ทะเลสาบชินจิ
MatsuePano03-thumb
พระอาทิตย์ตกที่ทะเลสาบชินจิ

 

Similar Posts

  • |

    ข้าวเย็นที่ร้าน Yakitori Musahi – Kyushu 2014 ตอนที่ 12.3

    ข้าวเย็นมื้อสุดท้ายของทริป Kyushu วันนี้ไม่ได้ทานแถวสถานี Hakata ครับ แต่มาทานแถว Tenjin ย่านสำคัญอีกแห่งของ Fukuoka แถวนี้เป็นย่านธุรกิจ มีทั้งห้าง ทั้งออฟฟิศ รวมถึงร้านข้าวต่างๆ เพียบครับ ร้านที่ไปวันนี้ชื่อ Yakitori Musashi เพิ่มเปิดใหม่ไม่นานนัก อยู่ในซอยเล็กๆ เข้าไปจากถนนใหญ่นิดหน่อย บรรยากาศร้านดูร่วมสมัย ไม่ได้ตกแต่งเป็นแบบญี่ปุ๊นญี่ปุ่น คือมีดีไซน์ที่ดูโมเดิร์นๆ ตอนไปถึงพนักงานยังงงๆ อยู่ว่ามากินร้านนี้จริงเหรอ แบบหาเจอได้ยังไง แล้วกรุปเราก็ไปตรงเวลาร้านเปิดพอดี คือเป็นกลุ่มแรกของวันนี้เลย เมนูที่นี่เป้นภาษาญี่ปุ่นครับ แต่พนักงานวัยรุ่นๆ เฮ้วๆ หน่อยแล้วก็สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ การสั่งเลยพอๆงูปลาๆ ไหว รายการอาหารก็จะมียากิโทริเป็นหลัก พวกเสียบไม้ปิ้งย่างมีเยอะ อ่านเมุไม่อกไปชี้ๆ ตรงเตาเตอร์เอาก็ได้เพราะเค้าวางโชว์อยู่ครับ

  • |

    ร้านอาหาร Ujazi Cafe, Napier – New Zealand 2014 ตอนที่ 4.2

    พอมาถึง Napier เราก็หาที่จอดรถ โดยไปจอดริมถนนเล็กๆ ใช้วิธีหยอดเหรียญเป็นชั่วโมงเอา กะๆว่าจะจอดกี่นาที ก็หยอดให้พอดีเอาไว้ เสร็จก็เดินมาที่ร้าน Ujazi ร้านแรกที่เราจะชิมวันนี้ Ujazi เป็น cafe ขนาดกลางๆ มีขนาดประมาณ 2 ห้อง แล้วก็มีชั้นลอยอยู่ฝั่งนึง วันที่เราไปคนเยอะแน่นร้านเหมือนกัน วิธีสั่งอาหารก็คือไปสั่งที่เคาเตอร์ จ่ายเงิน แล้วเค้าจะเอามาเสิร์ฟให้เราที่โต๊ะเอง สำหรับเมนูก็จะมีพวกง่ายๆ ทานได้เลยอย่าง แซนด์วิช คีช พาย เค้ก หรือจะสั่งแบบเป็นจานๆก็ได้ แต่จะใช้เวลารอนิดนึง พวกจานๆก็มีทั้ง pasta ต่างๆ ซุป สลัด เบอร์เกอร์ ในเมนูเราเห้นข้าวแกงเขียวหวานไก่ด้วย (Thai Green Chicken Curry with jasmine rice) อ่อ มีชุดอาหารเช้าด้วย คิดว่าน่าจะเป็น All day breakfast เพราะเขียนแต่เวลาเริ่มไม่เขียนเวลาหมด

  • ตัวเมือง Amanohashidate – Japan Nov14 ตอนที่ 3.2

    ทานข้าวเสร็จเรานั่งรถไฟต่อมาจาก Miyazu นิดเดียวก็ถึงสถานี Amanohashidate จากสถานีเราเดินไปยังท่าเรือเพื่อขึ้นเรือข้ามไปอีกฝั่ง ซึ่งว่ากันว่าดูวิวของตัว Sand Bar ได้สวยกว่าการดูจากฝั่งนี้ เรือจะใช้เวลาประมาณ 12 นาที แต่ถ้าใครฟิตๆ หรือเวลาเยอะหน่อย อาจจะเดินไปบน Sand Bar ซึ่งมีความยาว 3.6 กิโลเมตร เดินราวๆ 1 ชั่วโมง หรือปั่นจักรยานก็จะเหลือ 20 นาที ระหว่างทางเดินไปก็จะมีร้านขนมและของที่ระลึกประปราย เราเดินมาเจอร้านใหญ่ร้านนึง ดูมีของเยอะ แล้วก็ไม่ผิดหวังได้คราฟท์เบียร์ของแถวนี้กลับมา 3-4 ขวด เจ้าของร้านอัธยาศัยดี ถามว่ามาจากไหน มานานไหม จะไปไหนบ้าง ซื้อเสร็จเราก็เดินต่อไปยังท่าเรือ ช่วงที่เราไปมีนักท่องเที่ยวไม่ค่อยเยอะมากเท่าไหร่ ตัวเรือจะมีตารางเวลาเป็นรอบๆต้องคอยดูให้ดีทั้งขาไปและขากลับครับ

  • | |

    Daikanyama T-Site

    จากสถานี Daikanyama เดินมาเรื่อยๆประมาณ 350 เมตร ผ่านร้านเสื้อผ้า ร้านขนม ร้านรองเท้า (อ่านจากตอนที่แล้ว) ก็เดินมาถึงจุดประสงค์หลักคือ Daikanyama T-Site ครับ Daikanyama T-Site เป็นโครงการที่รวมร้านหนังสือ ที่มีเพลงและหนังขายด้วย ร้านกาแฟ ร้านอาหาร ร้านกล้อง ร้านจักรยานและอื่นๆ เอาไว้ด้วยกัน ด้านหลังยังมีโซนสวนเล็กๆ ให้พักผ่อนหย่อนใจ แถมยังมีที่วิ่งเล่นของหมา เอาไว้ให้ด้วย ตัวโครงมีที่จอดรถอยู่ด้านหลังประมาณ 150 คัน ชื่อ T-Site มาจาก Tsutaya ร้านหนังสือรายใหญ่นั่นเองครับ มีคอนเซปท์ว่า A Library in the Woods เปิดบริการเมื่อธันวาคมปี 2011 ตัวร้านหนังสือนี่เปิดตั้งแต่ 7 โมง แล้วไปปิดดึกดื่นถึง ตี 2 เลยครับ คอหนังสือนี่พลิกอ่านกันเพลินเลย

  • En Ramen ราเม็งซุปเกลือสถานี Oimachi – Tokyo

    สำหรับทริปโตเกียวคราวนี้ตลกดีตรงที่ผมทานราเม็งทุกวันเลยครับ วันละ 1 ร้าน เริ่มร้านแรกที่อยู่ใกล้ๆ โรงแรม เช็คอินเสร็จปุ๊บก็ลงมาทานเลย ร้านนี้ชื่อว่า En ครับ ตอนที่ไปถึงนี่ร้านโล่งเลย ไปยืนๆ ส่องหน้าร้านดู คิดว่าเอาไงดีจะอร่อยไหม แต่สุดท้ายก็เข้าไป ตัวร้านขนาดห้องเดียว เข้ามาก็จะเจอเคาเตอร์อยู่ฝั่งซ้ายมือ อาหารใช้วิธีสั่งเอา ไม่ต้องกดคูปอง จะยากตรงที่เป็นเมนูญี่ปุ่นทั้งหมดครับ ที่นี่เป็นราเม็งน้ำใส เมนูดังของร้านจะเป็น Shio Ramen หรือซุปที่ทำจากเกลือเป็นหลัก เนื่องจากเป็นเมนูญี่ปุ่นล้วนก็เลยสั่งแบบธรรมดา แล้วก็เพิ่มไข่ไป ถ้าใครที่ไม่รู้ญี่ปุ่นเลย ใช้วิธีเปิดรูปให้ทางร้านดูก็ได้ครับ

  • |

    Meat Smith ร้านเนื้อและซี่โครงรมควัน ถนน Telok Ayer – สิงคโปร์

    เดือนพฤษภาคมในทริปสิงคโปร์ที่ผ่านมานอกจากร้านเบียร์แล้วก็มีโอกาสได้แวะชิมอาหารอีกสองสามร้านครับ ร้านแรกที่อยากเล่าถึงมีชื่อว่า Meat Smith ฟังดูก็พอเดาได้เลยว่าต้องขายเนื้อแน่นอน ตัวร้านอยู่แถวถนน Telok Ayer ใกล้ๆ กับร้าน Freehouse ครับ ร้านนี้เป็นร้านขายของรมควันหรือ Smoke House นั่นเองครับ มีทั้งเนื้อวัว ซี่โครงหมู ไก่ หรือ ปลาก็มี สามารถสั่งแยกเป็นจานหรือสั่งรวมๆ เป็น Platter ก็ได้ นอกจากอาหารเครื่องดื่มที่นี่ก็มีเยอะพอสมควรทั้งเหล้าแบบต่าง และคราฟท์เบียร์ก็มีทั้งสดและขวดครับ ขนาดร้านไม่เล็กไม่ใหญ่ เป็น 2 ห้องของตึก วันที่ไปเป็นช่วงเที่ยงวันเสาร์ ลูกค้าแน่นร้านเลยครับ มีทั้งคนสิงคโปร์เองผสมๆ กับฝรั่งหัวทอง ภายในร้านมีโต๊ะเล็กรอบๆ ตรงกลางเป็น long table ถ้ามาน้อยคนแบบคนสองคนสามารถนั่งหน้าร้านได้


แสดงความคิดเห็น