| |

Made By Legacy 6 ตลาดนัดคนเมือง

มีโอกาสได้ไปเดินตลาดนัด Made By Legacy ที่ Central Embassy มาเมื่อสัปดาห์ก่อนครับ ครั้งนี้จัดเป็นครั้งที่ 6 แล้ว ครั้งก่อนๆ อ่านเจอแต่ก็ไม่สะดวกไป คราวนี้ก็เลยจัดแจงเวลา ได้ไปวันที่ 2 ของงาน (งานจัด 2 วัน เสาร์ที่ 11 – อาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม 2558)

ก่อนหน้านี้งานจัดมา 3 ที่ ครั้งแรกสิ้นปี 55 จัดที่อาคารสีบุญเรือง สีลม ครั้งที่ 2 จัดที่สุขุมวิท 61 ครั้งที่ 3-4-5 จัดที่สโมสรรถไฟแถวหัวลำโพง มีครั้งนี้ที่ขึ้นห้างใหม่ ก็สะดวกในการเดินทางและเย็นสบายในการเดินชอป เดินชมสินค้าต่างๆ ครับ

ตลาดนัด Made By Legacy จะเน้นสินค้าวินเทจ พวกของเก่า ของแต่งบ้าน เฟอร์นิเจอร์ ถ้วย แก้ว ถ้าของใหม่ก็จะเป็นของที่มีดีไซน์ มีลุคและกลิ่นวินเทจแบบอเมริกันๆ เช่นผ้ายีนส์ เครื่องหนัง นอกจากนี้ก็ยังมีร้านแผ่นเสียงหลายร้านนำแผ่นเพลงทั้งไทยและต่างประเทศ ทั้งเก่าและใหม่มาเปิดร้านขายกันครับ และส่วนที่น่าสนใจอีกโซนก็คือร้านอาหารและเครื่องดื่ม หน้าตาน่ารับประทานทุกเจ้าเลยครับ

MBL6_78
ป้ายหน้างานขนาดใหญ่ มีโลโก้เป็นรูปช้าง
MBL6_77
ที่จำหน่ายบัตรเข้างานราคา 120 บาทครับ ก่อนเข้างานก็จะได้สายรัดข้อมือ
MBL6_03
ส่วนที่จัดงานอยู่ชั้น 6 ของ Central Embassy โซนนี้ยังก่อนสร้างไม่เสร็จ ทำให้กลายเป็นข้อดี ดูมีกลิ่น Indutrial loft ปูนเปลือย โชว์โครงสร้าง เท่ไปอีกแบบ
MBL6_04
สามโมงของงานวันที่สองคนแน่นพอสมควรครับ
MBL6_59
ร้าน Tough & Tumble ขาย Pomade แต่งผม
MBL6_60
บูธ Scrambler Thailand สินค้าของ Ducati
MBL6_61
หมวกกันนอคสีสวยๆ
MBL6_12
ร้านนี้ขายงานไม้ ชื่อร้าน If I were a carpenter
MBL6_07
เก้าอี้กับตั่ง
MBL6_06
มีเสื้อยืดแบบมัดย้อมด้วย
MBL6_05
ใกล้ๆ กัน มีพวกงานสังกะสีขายอยู่ครับ
MBL6_09
กระเถิบมาหน่อยเป็นหลอดไฟสไตล์โบราณของร้าน Pisanu
MBL6_11
ตัวอย่างหลอดไส้แบบต่างๆ ครับ
MBL6_16
เริ่มเจอร้านขายของวินเทจแล้ว
MBL6_10
จักรยานโบราณ
MBL6_08
ชุดน้ำชา
MBL6_18
ขวดโหลเก่าๆ
MBL6_17
ใบพัดเครื่องบินก็มี
MBL6_19
แก้วน้ำ แก้วไวน์
MBL6_13
เจอร้านขายแผ่นเสียงร้านแรก
MBL6_15
ชื่อร้าน Vinyl Die Hards ครับ
MBL6_20
เดินต่อมาเป็นเฟอร์นิเจอร์ครับ
MBL6_21
มีทั้งลูกค้าชาวไทยและชาวต่างชาติ
MBL6_22
กองนี้ทหารๆ
MBL6_23
หัวท้อน้ำดับเพลิงก็ยังมี
MBL6_24
ยังอยู่ในโซนเฟอร์นิเจอร์ครับ
MBL6_25
ตู้โบราณ หน้าตาเหมือนตู้ใส่บัตรห้องสมุดที่เคยเห็นตอนเด็กๆ
MBL6_26
หมวกนักประดาน้ำ
MBL6_27
อีกตู้ครับ
MBL6_28
ร้านนี้ขายหมวก
MBL6_29
ตู้นี้ใหญ่เลยครับข้างล่างเป็นกระจกด้วย
MBL6_30
เดินเข้าโซนตรงกลางเริ่มเป็นสินค้าชิ้นเล็กๆบ้างครับ ร้านนี้เป็นนาฬิากาข้อมือทำจากไม้ ชื่อร้านกวนๆว่า nakari
MBL6_31
แบรนด์กางเกงยีนส์ selvedgework ครับ
MBL6_32
ร้านนี้เป็นสายสะพายกล้อง
MBL6_33
Leathers Gallery เครื่องหนังอีกหนึ่งร้าน
MBL6_34
ร้านนี้เป็นการ์ด ?
MBL6_35
ชายี่ห้อ TE ครับ
MBL6_36
มีหลายแบบหลายชนิดเลย
MBL6_37
โคมไฟแปลกๆ จากร้าน SUR
MBL6_38
กล้องโพลารอยด์ก็มีตั้งแต่รุ่นเก่าๆ
MBL6_39
แว่นตาเป้นอีกไอเท็มที่มีหลายร้านครับ อันนี้ของร้าน Unik
MBL6_40
เคสมือถือหนังแบรนด์ Nomad
MBL6_41
JIRAWAT เครื่องหนังอีกหนึ่งเจ้าครับ
MBL6_42
ต่างหูแบรนด์ Flea & Trees จากสิงคโปร์
MBL6_43
ร้าน Tuesday Evening มีนาฬิากาและเนคไทด์
MBL6_44
ตัวอักษรไม้จากร้าน Elementseden
MBL6_49
เจอแผ่นเสียงอีกหนึ่งบูธละครับ reco room ตัวร้านอยู่ที่เอกมัยครับ
MBL6_51
Viapiana โชว์การปักผ้ายีนส์สดๆ เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ผ้ายีนส์ครับเจ้านี้
MBL6_52
ร้านนี้เสื้อผ้าแนวยอ้นยุค ฮิปปี้ๆ
MBL6_53
กรอบแว่นตาย้อนยุคครับ
MBL6_54
กล้องโบราณ
MBL6_55
ตัวแว่นโบราณ ตู้ก็โบราณวินเทจเข้ากันดี
MBL6_56
ร้านนี้ขายของเล่น
MBL6_57
หมวกๆ
MBL6_69
แผ่นเสียงอีกร้านครับ
MBL6_76
กระเป๋าเพียบๆ
MBL6_02
มีขายป้ายยี่ห้อต่างๆ ตอนแรกผมคิดว่าเป็นแค่พรอพแต่งงาน แต่ดูท่าทางจะขายด้วยครับ
MBL6_62
เริ่มสำรวจส่วนร้านอาหารกันครับ
MBL6_63
ร้าน Chippy Chippy Chippy Chip ขายเป็นนาโช
MBL6_64
ร้าน Mad Moa เป็นเมนู Roasted Beef
MBL6_65
Rocket เอากาแฟมาครับ
MBL6_45
Iberico (แฮม) ของร้าน Rico Rico มากันเป็นขาเลย
MBL6_47
คีช
MBL6_46
ครัวซองท์
MBL6_48
ข้าวปั้นหน้าแฮม
MBL6_01
มีโต๊ะเก้าอี้อยู่นิดหน่อยให้พอมานั่งทานได้ครับ
MBL6_72
ไม่ค่อยหิวเท่าไหร่เลยซื้อเบียร์มาชิม เป็นคราฟท์เบียร์ไทย Amber Ale จาก อุดมสุข อร่อยดีครับ
MBL6_74
เดินออกมาบริเวณระเบียงก็จะมีวิวเป็นพื้นที่ของสถานฑูตอังกฤษ

เป็นอีกงานที่เดินเพลิดเพลินครับ คราวหน้าก็คงจะไปอีก งานจะจัดประมาณทุก 6 เดือน สามารถติดตามข่าวสารได้จากเพจของ Made By Legacy โดยตรงครับ ส่วนใน blog นี้ถ้าไม่ได้ลงชื่อร้านไว้ต้องขออภัยด้วยนะครับ หยิบนามบัตรมาไม่ครบทุกร้านครับ 🙂

 

Similar Posts

  • บ้านดอกแก้ว จิบคราฟท์เบียร์ในบ้านโบราณ – พระราม 6 ซอย 28

    ร้านนี้ผมมาเป็นครั้งที่ 2 ครับ ครั้งแรกมาวันเปิดตัวคนค่อนข้างเยอะไม่ได้ลองอาหาร ก็เลยกลับมาอีกรอบตั้งแต่ช่วงเย็นๆ วันเสาร์ ฟ้ายังไม่มืด มาเก็บบรรยากาศตอนร้านโล่งๆ ลูกค้ายังไม่เข้า ซึ่งพอค่ำๆ ซักสองสามทุ่มนี่คนเริ่มเต็มร้านละครับ ‘บ้านดอกแก้ว’ เป็นร้านใหม่ของทีม Mystic Rooftop ร้านเบียร์บนดาดฟ้าชั้นที่ 4 ประดิพัทธิ์ซึ่งมีการเปลี่ยนโลเคชันมาที่ใหม่ ไม่ไกลจากที่เดิมมาก คืออยู่ในซอย พระราม 28 (ซอยศาสนา) จุดเด่นของที่นี่ก็คือตัวร้านเป็นบ้านไม้เก่าอายุเกือบร้อยปี บรรยากาศย้อนยุค ที่ร้านมีเบียร์สดทั้งหมด 10 ทั้งคราฟท์นอกและคราฟท์ไทยต้มนอก แล้วก็ยังมีเบียร์สดอีกแน่นตู้เย็นสองบานครับ นอกจากเบียร์ที่ร้านยังมีอาหารอร่อยๆ บริการด้วย เป็นอาหารไทย อาหารอีสาน หรือจะเป็นพวกอาหารจานเดียว รวมถึงเมนูของทานเล่นแกล้มเบียร์

  • |

    Cignale Enoteca ร้านอันดับ 1 ของนิตยสาร Monocle – Meguro, Tokyo

    ร้านนี้เป็นร้านที่ตั้งใจอยากไปมากที่สุดของทริป เพราะว่าลิสต์ของนิตยสาร Monocle ให้เป็นร้านอันดับ 1 ประจำปี 2016 แล้วก็เดินทางไปไม่ลำบากเพราะอยู่แค่ญี่ปุ่นเท่านั้น ถ้าร้านที่อยู่ยุโรป หรืออเมริกา ก็อาจจะไปยากหน่อย Cignale Enoteca เป็นร้านอาหารอิตาเลี่ยนโดยมีเชฟ Toshiji Tomori เป็นผู้สร้างสรรค์เมนูต่างๆ ซึ่งเชฟ Tomori นั้นเคยไปทำงานเป็นเชฟอยู่ที่อิตาลี่เป็นเวลา 4 ปี กลับมาก็มาเปิดร้านขนาดเล็กๆ บรรยากาศสบายๆ ดูอบอุ่น ไม่ได้ดูหรูหรา ตกต้องแบบดูเป็นชนบทนิดๆ ในร้านยังมีผลิตภัณฑ์พวกซอส เพสต์ที่เป็นสูตรทางร้านขายอยู่ด้วยครับ ขนาดของร้านมีที่นั่ง 14 ที่ในนิตยสารระบุว่าร้านไม่รับจอง ก็ยังงงๆอยู่ว่า ให้เดินดุ่ยๆ ไปรอคิวแบบร้านญี่ปุ่นอื่นๆ อย่างนั้นหรือ วันที่ไปผมก็เลยขึ้นรถเมล์จากสถานี Shibuya นั่งประมาณ 3-4 ป้าย เดินข้ามถนนนิดเดียวก็ถึงร้าน ตัวร้านจะไม่ได้อยู่บนถนนหลัก อยู่เข้าไปในซอยเล็กๆ

  • เจริญสวนแอก อาหารเหนือหลากเมนูร้านอร่อย – เชียงใหม่

    ช่วงสายและเที่ยง ผมและชาวคณะลุยไปสองร้าน เสร็จก็กลับเข้าตัวเมือง เอาของไปไว้ที่พักแถวไม่ไกลสนามบินกินกาแฟ นั่งพักแป๊บนึงเราก็ออกเดินทางไปยังอีกหนึ่งร้านที่ได้ยินชื่อเสียงมาว่ามีเมนูอาหารเหนือมากมาย ร้านนี้มีชื่อว่า ‘เจริญสวนแอก’ ครับ อยู่แถวเทศบาลสันผีเสื้อ ถ้าจากตัวเมืองก็นั่งรถออกมาประมาณ 6-7 กิโลเมตร ตัวร้านบรรยากาศสลัวๆ แบบปกคลุมด้วยแมกไม้นิดหน่อย ขนาดร้านค่อนข้างกว้าง เราไปถึงกันบ่ายแก่ๆเกือบจะเย็น ก็พอมีลูกค้าอยู่สามสี่โต๊ะ เมนูอาหารของที่นี่ก็จะมีอาหารเหนือแบบที่เราคุ้นเคยทั่วไป พวก แกงอ่อม แกงฮังเล แกง โฮะ ลาบ แต่นอกจากนั้นเค้าจะมีเมนูที่ลึกไปอีก คือหลายชื่อไม่คุ้นเลยครับ ต้องสอบถามพนักงานว่า มันคืออะไร อันไหนอร่อยอะไรอย่างนี้

  • ถ้ำกระแซ – กาญจนบุรี

    เขียนถึงร้านอาหารไปแล้ว (ครัวอาสา, ครัวท้องถิ่น, ครัวหัวนาและ ครัวชุกโดน ) ก็จะเขียนถึงสถานที่ท่องเที่ยวบ้าง เมืองกาญจน์จะมีที่ท่องเที่ยวแนวประวัติศาสตร์ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เยอะ ที่มีชื่อเสียงก็เช่น สะพานข้ามแม่น้ำแคว หนึ่งในเส้นทางรถไฟสายมรณะ อีกอย่างหนึ่งก็จะเป็นแนวธรรมชาติพวกภูเขา น้ำตก เช่น น้ำตกไทรโยค อะไรอย่างนี้ สำหรับที่หยุดรถถ้ำกระแซนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของทางรถไฟสายมรณะ ซึ่งนับว่าเป็นอีกช่วงหนึ่งที่ก่อสร้างลำบาก เนื่องจากเป็นภูเขาสูง เป็นเหวติดแม่น้ำ ว่ากันว่ามีเชลยเสียชีวิตในการก่อสร้างบริเวณถ้ำกระแซนี้กว่า 1,000 คน (จากกว่าหมื่นคนในการสร้างเส้นทางรถไฟนี้)

  • |

    รีวิวโรงแรมหุ่นยนต์ Henn na Hotel – Huis Ten Bosch, Nagasaki

    จากสถานี Hakata ผมเดินทางด้วยรถไฟรอบ 11.32 ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 47 นาที ก็เดินทางมาถึงสถานี Huis Ten Bosch ครับ คราวก่อนที่มาไม่ได้พัก แต่คราวนี้จะค้างที่นี่ 2 คืนเลย เดินข้ามสะพานจากฝั่งสถานี ลงฝั่ง Huis Ten Bosch แล้วก็รอ Shuttle Bus ไปโรงแรมครับ จากจุดขึ้นรถนั่งรถแป๊บเดียวก็ถึงที่พักของผม ชื่อโรงแรม Henn Na Hotel (変なホテル) ซึ่งแปลได้ว่าโรงแรมประหลาด ที่ประหลาดก็เพราะว่าที่นี่มีพนักงานเป็นหุ่นยนต์ครับ ในโรงแรมจะมีคนน้อยมาก ทุกๆ อย่างพยายามจะใช้หุ่นยนต์แทนคนให้มากที่สุด ตอนเช็คอินก็เช็คอินกับหุ่นยนต์ (แต่มีคนยืนอยู่ คอยช่วยเหลือ) ส่วนพนักงานทำความสะอาด ผมเห็นแว้บๆ ตอนช่วงบ่ายๆ เวลาเช็คอินที่นี่คือ 15.00 รับ ผมมาถึงก่อนเลยรอราวๆ ชั่วโมงนึงได้ ที่จริงถ้าเอากระเป๋า carry on จะฝากไว้กับหุ่นยนต์ได้เหมือนกัน แต่ผมเอาใบใหญ่มา ก็เลยต้องรอ เช็คอินเสร็จก็เดินไปยังห้องพัก…

  • Muginae Homemade Ramen ราเม็งน้ำใสคะแนนอันดับ 1 ของโตเกียว สถานี Omori

    วันแรกตื่นไปเข้าคิวร้าน Tomita วันที่สองไปเข้าคิวราเม็งอีกร้านครับเป็นร้านดังเช่นกันคะแนนในเว็บ Tabelog เป็นอันดับ 1 ของโตเกียวร้านนี้มีชื่อว่า Muginae Homemade Ramen ครับ ร้านอยู่แถวสถานี Omori ทางทิศใต้ของกรุงโตเกียวครับลงต่อมาจาก Shinagawa อีก2 สถานีผมเดินทางจาก Ikebukuro ใช้เวลาราวๆ50 นาที ร้าน Muginae นี้จะใช้ระบบคิวแบบคนต่อคนคือไม่สามารถมาจองเผื่อคนอื่นๆได้จะทาน 5 ต้องมาคิว 5 คนเลยครับซึ่งทางร้านจะเริ่มแจกคิวตอน 10.45 ผมเองมาถึง 9.45 มีผู้ชายมาก่อนหน้าหนึ่งคนหน้าร้านมีเก้าอี้อยู่ 5 ตัวครับแล้วก็จะเป็นแถวยืนยาวๆวันที่ไปนี่แดดแรงพอสมควรขาจะไหม้เอา  ผมได้คิว 11.20 ครับ ส่วนเพื่อนมาสายกว่าชั่วโมงนึง ได้คิว 11.50 สรุปว่า วันธรรมดา มาถึงร้านซัก 10.30 กำลังดี ไม่ต้องรอคิวนาน ได้ใบเสร็จก็ไปเดินเล่นรอแป๊บเดียว ถึงเวลาพนักงานก็ให้เข้าร้านครับที่นี่ใช้วิธีกดคูปองจากตู้เอา ซึ่งรับแค่เหรียญกับแบงค์ 1000 เยน แบงค์ 5000 , 10000 ไม่รับนะครับ แลกมาให้พอดี น้ำซุปของที่นี่จะเป็นสองแบบครับคือซุปไก่และซุปปลา (niboshi) ผมเองอยากลองทั้งสองอย่างแต่คงจะไม่ไหวเลยสั่งแค่ซุปไก่และเพิ่มข้าวหมูย่างเป็น side dish เพื่อนบอกให้เพิ่มเกี๊ยวด้วย แต่วันนี้เกี๊ยวไม่พอเลยอดครับ ได้คูปองก็ให้พนักงานผู้หญิงไป ที่จริงเธอไม่ได้เป็นพนักงานหรอกครับแต่เป็นเจ้าของร้านนั่นแหละ คือร้านนี้ทำกันสองคน ผู้ชายเป็นพ่อครัวส่วนผู้หญิงก็ดูและลูกค้าและช่วยเรื่องอื่นๆ บรรยากาศภายในร้านมีความเหมือนคาเฟจิบกาแฟ ขนม มากกว่าร้านราเม็งทั่วไป…


แสดงความคิดเห็น