|

รีวิว The Wisdom Lounge สนามบินสุวรรณภูมิ

วันก่อนได้รับ SMS มาแจ้งว่า บัตร Priority Pass จะเข้าเลาจน์ของ CIP ที่สุววรรณภูมิไม่ได้แล้ว โดยให้ลูกค้าที่ถือบัตร Wisdom ไปใช้บริการที่ The Wisdom Lounge แทนครับ พอดีต้องเดินทางไปญี่ปุ่น เลยมีโอกาสได้ลองเลาจน์ใหม่แห่งนี้

ตัวเลาจน์จะอยู่ที่ชั้น 3 Concourse A หันหน้าเข้าสนามบินคือฝั่งปีกซ้ายครับ ถ้าเกิด GATE ที่ขึ้นเครื่องอยู่ ฝั่ง E, F, G ก็เดินไกลพอสมควรครับ แต่ถ้า GATE A ก็สะดวกเลย เปิดบริการ ตลอด 24 ชั่วโมง โดยต้องเป็นบัตรหลักถึงจะใช้บริการได้ครับ บัตร 1 ใบ สามารถพาแขกเข้าได้ 1 คน เหมือน Priority Pass

วันที่ไปลองใช้บริการเป็นช่วงหัวค่ำครับ ยังไม่มีแขกท่านอื่นๆ เลยพอถ่ายรูปบรรยากาศมาให้ชมได้ครับ หลังจากแสดงบัตรแล้วก็เข้ามาด้านใน การตกแต่งดูสวยงามดี มีการนำโลโก้กสิกรมาดัดแปลงเป็นกราฟิกตกแต่งตัวเลาจน์ ดีไซน์โดยรวมดูร่วมสมัย ไม่ล้ำมาก พรีเมียมพอสมควร ตอนแรกที่เข้าไปยังไม่มีแขก เงียบสงบดีมากครับ

WisdomLounge_01
ป้ายบอกทางครับ
WisdomLounge_02
ด้านหน้าของเลาจน์
WisdomLounge_04
มีไวไฟให้ใช้ฟรี
WisdomLounge_05
แสดงบัตรแล้วเข้ามาด้านในครับ ตกแต่งสวยงามครับ
WisdomLounge_06
ลวดลายบนกำแพงเป็นโลโก้ของกสิกรนั่นเอง
WisdomLounge_07
Island ตรงกลางครับ
WisdomLounge_08
ด้านในของเลาจน์
WisdomLounge_09
ข้อดีของที่นี่คือมีโต๊ะสูงด้วย ทานอาหาร หรือทำงานก็จะสะดวกดีครับ
WisdomLounge_40
หรือสามารถเลือกนั่งแบบที่ดูกึ่งๆ ส่วนตัวก็ได้ครับ
WisdomLounge_13
เดินสำรวจบริเวณอาหารและเครื่องดื่มกันครับ
WisdomLounge_12
มีหมูกรอบ
WisdomLounge_11
ไก่ห่อใบเตย
WisdomLounge_14
ซุปหัวหอมครับ
WisdomLounge_15
ขนมหวานมีให้เลือกหลากหลายพอสมควรครับ
WisdomLounge_16
ขนมหวาน
WisdomLounge_19
ชีสมีสองอย่างครับ เป็น Brie
WisdomLounge_20
กับ Gouda
WisdomLounge_21
Canape จานนี้เป็น Smoked Salmon
WisdomLounge_24
จานนี้เป็น Parma Ham ครับ
WisdomLounge_25
มีสลัดให้ด้วยครับ เสียดายไม่มีมะเขือเทศของชอบ
WisdomLounge_26
ขนมปังและเนย
WisdomLounge_27
หรือทานง่ายๆ ก็บะหมี่ถ้วยเลยครับ
WisdomLounge_36
ติดกันเป็นตู้อาหารร้อน มีปอเปี๊ยะ ไก่ทอด
WisdomLounge_29
บริเวณเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ครับ
WisdomLounge_37
มีไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ แต่วิสกี้ค่อนขนาดดีครับเป็นตัว Gold Label เลย ส่วนไวน์เกรดไม่ค่อยดี เป็น fruit wine ทั้งแดงและขาว
WisdomLounge_30
ชา
WisdomLounge_31
กาแฟครับ
WisdomLounge_32
ตู้เย็นเครื่องดื่ม
WisdomLounge_35
อีกฝั่งเป็น ผลไม้ นม และโยเกิร์ต
WisdomLounge_22
ถึงเวลาชิมครับ เริ่มด้วย ชีส แครกเกอร์และคานาเป้ อร่อยดี
WisdomLounge_28
จริงจังขึ้นมาอีกเป็นข้าวหมูกรอบและไก่ห่อใบเตย หมูกรอบ หั่นชิ้นหนา มีบางชิ้นไม่ค่อยกรอบ ไก่นุ่มอร่อยดีคครับ
WisdomLounge_34
ไม่ได้ดื่มคาร์ลสเบิร์กนานแล้ว ลองชิมแบบกระป๋อง ไม่ค่อยถูกปากเท่าไหร่ครับ
WisdomLounge_38
ต่อด้วยไก่ทอดกับ ratatouille อร่อยดีทั้งสองอย่างครับ
WisdomLounge_39
สุดท้ายก่อนไปเกต ชง Gin Tonic 1 แก้วครับ

Similar Posts

  • |

    Brasserie de Paris อาหารฝรั่งเศส วิวทะเล – หัวหิน

    ได้มีโอกาสไปเที่ยวหัวหินอีกครั้งครับ คร่าวๆ ประมาณปีละครั้งนี่ต้องมีโผล่ไปซะหน่อย รอบนี้ทานร้านสังเวียนที่ชะอำตอนมื้อเที่ยงของวันแรก ส่วนที่เหลือมื้อเย็นอีกสองวัน ทานอาหารฝรั่งสองเจ้า ด้วยความที่คราวนี้พัก Hilton ก็เลยใกล้ร้านต่างๆ บนถนนนเรศดำริห์ครับ ไม่ต้องขับรถเดินเอาอย่างเดียว ร้านแรกที่ไปชื่อว่า Brasserie de Paris ห่างจากโรงแรมเพียง 350 เมตรเท่านั้นครับ ร้านนี้ ผมเห็นตั้งแต่ปีทีแล้วตอนทานข้าวเช้าที่ร้าน Ye Olde Buffalo Tavern เดินผ่านแล้วเออ ดูท่าทางน่ากิน ก็เลยจดไว้ พอมาคราวนี้ก็เลยไปเย็นวันแรกเลย ตัวร้านจะเดินขึ้นชั้น 2 มา เป็นร้านแบบเปิดโล่งไม่มีแอร์ เดินไปด้านในสุดก็จะเป็นชายหาด วิวก็ไม่ว้าวมากครับ แต่ลมพัดเย็นสบายดี วันที่ไปเป็นวันธรรมดา มีลูกค้าน้อยหน่อย สองสามโต๊ะ อาหารก็เลยออกค่อนข้างเร็ว

  • |

    MUD Coffee ร้านกาแฟเท่ๆ แถว Shibuya

    จากศาลเจ้า Toshogu ชาวคณะก็รีบเดินทางกลับไปยังสถานีรถไฟครับ รถใน Nikko ติดพอสมควร กว่าจะถึงสถานีก็เล่นเอาฉิวเฉียด รถบัสส่งที่สถานี Tobu-Nikko แต่เราต้องกลับ Tokyo ที่สถานี  JR Nikko ที่อยู่ใกล้ๆกัน  เพราะอยากจะให้เพื่อนได้ลองนั่ง Shinkansen ด้วย แม้จะนั่งแค่ 24 นาทีก็ตาม เส้นทางก็เลยจะเป็น NIKKO >> UTSUNOMIYA >> OMIYA >> SHIBUYA ได้นั่ง Shinkansen ตรง UTSUNOMIYA-OMIYA ครับ ประมาณ 2 ชั่วโมงกว่าก็มาถึง Shibuya ที่มาลงสถานีนี้ก็เพราะว่าคืนนี้เราจะนอน Airbnb บริเวณแถวนี้อีก 1 คืน (เป็นคืนวันเสาร์โรงแรมใน Tokyo เต็มอีกเช่นเคย) มาถึงก็เอากระเป๋าฝากไว้ที่ลอคเกอร์ของสถานี แล้วหากาแฟทานกันซะหน่อยครับ ร้านที่หามาชื่อ MUD Coffee อยู่ทางทิศใต้ของสถานี เป็นร้านที่มีต้นกำเนิดอยู่ที่นิวยอร์ค ทำให้บรรยากาศและการตกแต่งก็จะมีความเป็นอเมริกันสูง ดูลุยๆ มันๆหน่อย เสิร์ฟทันอาหาร…

  • |

    Song Fa Bak kut teh สาขา New Bridge Road – สิงคโปร์

    ‘บักกุ๊ดเต๋’ หรือซุปกระดูกหมูเป็นอีกหนึ่งอาหารดังขึ้นชื่อของสิงคโปร์ เป็นหนึ่งในเมนูที่ผมจะหาร้านไปทานทุกครั้งเวลาไปสิงคโปร์ครับ อย่างคราวก่อนก็ไปร้านดัง Ng Ah Sio สาขาถนน Rangoon คราวนี้พี่ชายพามาอีกร้านชื่อว่า ‘Song Fa’ Song Fa เป็นร้านดังเช่นกันครับ เปิดบริการมาตั้งแต่ปี 1969 มีหลายสาขา ในสิงคโปร์เองก็มีถึง 7 สาขา แล้วก็ยังไปเปิดที่ จาการ์ต้า อินโดนีเซีย อีก 4 สาขา ล่าสุดมีข่าวว่าจะมาเปิดที่ไทยแล้วด้วยครับ สำหรับสาขาที่ผมไปลองอยู่บนถนน New Bridge Road บนเส้นนี้มีสองสาขานะครับ การเดินทางด้วยรถไฟให้ลงที่สถานี Clark Quay จากตัวสถานีเดินมาไม่ไกลครับ ผมมาถึงช่วงสองทุ่มกว่าๆ เกือบถึงเวลาปิดร้าน หน้าร้านมีคิวยาวพอสมควร แต่ก็ไหลค่อนข้างเร็ว ระหว่างรอพนักงานก็จพนำเมนูมาให้เราดูไปพลางๆ ว่าจะสั่งอะไรทานบ้าง ไม่นานก็ได้ที่นั่งครับ

  • |

    ราเม็งมะเขือเทศ Taiyo สถานี Shinjuku – Japan Nov ตอนที่ 7.2

    กลับจากงาน Tokyo Maker Faire เราแวะทานข้าวเย็นที่สถานี Shinjuku ครับร้านนี้ ชื่อว่าร้าน Taiyo เป็นร้านราเม็งที่มีน้ำซุปเป็นมะเขือเทศ ตัวร้านอยู่บนชั้น 7 ของตึก Milord บนสถานีเลยครับ ร้านนี้เป็นร้านดังมีหลายสาขาครับ มีออกไปเปิดที่ฮ่องกงกับไต้หวันด้วย จุดเด่นของร้านนี้ก็คือมีน้ำซุปที่ทำจากมะเขือเทศ แล้วก็ทอปปิ้งด้วยหน้าต่างๆ เช่น ชีส ผักต่างๆ มะเขือม่วง หรืออย่างที่เราลองสั่งก็คือตัว Vongole หรือ เป็นหอยลายนั่นเองครับ เราไปช่วงเย็นๆวันหยุด คนเยอะพอสมควร มาถึงก็ต้องเข้าคิวด้วย ในร้านมีโต๊ะประมาณ 3 โต๊ะ ที่เหลือเป็นเคาเตอร์ประมาณ 10 กว่าที่ครบ

  • |

    Yung Kee ห่านย่างร้านดัง สถานี Central – Hong Kong

    ร้านนี้เป็นหนึ่งร้านดังของฮ่องกง ขึ้นชื่อเรื่องห่านย่างครับ คนไทยรู้จักกันดีและเป็นที่นิยมพอสมควร สำหรับผมเองมาร้านนี้เป็นครั้งที่สองครับ ตัวร้านอยู่แถวสถานี Central เดินจากสถานีมาประมาณ 400 เมตรเท่านั้นครับ บรรยากาศในร้านค่อนข้างหรูหรานิดหน่อย มีหลายชั้น วันที่ไปพนักงานมาสอบถามจำนวนที่แล้วก็เชิญขึ้นไปชั้นสาม มีลิฟต์ครับ พอมาถึงก็รอด้านหน้าอีกแป๊บนึง แล้วก็พาไปนั่งที่โต๊ะกลม เมนูอาหารของร้านค่อนข้างเยอะครับ ทั้งอาหารทะเล เนื้อวัว ผักต่างๆ โจ๊กก็มี รวมทั้งเมนูดังของร้านก็คือห่านนั่นเอง สำหรับราคาก็สูงตามบรรยากาศและเกรดของร้าน จะเรียกว่าภัตตาคารก็คงไม่ผิด

  • |

    BRUS บาร์ของคราฟท์เบียร์แบรนด์ To Øl Copenhagen

    คราฟท์เบียร์เจ้าดังอีกหนึ่งแบรนด์ของ Denmark นอกจาก Mikkeller ก็คือ To Øl ซึ่งสองแบรนด์นี้ก็จะดีสนิทสนมกลมเกลียวกันดี ออกงานด้วยกัน มีร้านร่วมกัน (Mikkeller & Friends) เบียร์ที่ทำก็เป็นแบบยิปซีเหมือนกัน (ไม่มีโรงต้มเป็นของตัวเอง) ซึ่งหลายคนอาจจะไม่เคยรู้มาก่อนว่า แท้จริงแล้ว Tobias Emil Jensen และ Tore Gynther (To Øl) เป็นลูกศิษย์ของ Mikkel (Mikkeller) ที่โรงเรียน Det Fri ใน Copenhagen ทั้ง 3 คนเคยคุยกันว่าทำไมมันมีแต่เบียร์โบราณๆ แบบเดิมๆ ที่น่าเบื่ออยู่มาเป็น 100 ปีแล้ว ไม่มีอะไรแปลกๆ ตื่นเต้นๆ บ้างเลย สุดท้ายก็เลยลงมือทำเบียร์แบบ Homebrew โดยต้มกันมันในห้องครัวโรงเรียนนี่หละครับ แต่ก็ต้มกันช่วงกลางคืน 4 ทุ่ม ถึง 6 โมงเช้า นี่มาเรียนหรือมาต้มเบียร์กันวะ จากนั้นก็อย่างที่รู้กันว่า Mikkeller ก็ดังในระดับสากลในปี 2006…


แสดงความคิดเห็น