331 Arts Chiyoda แกเลอรี่งานศิลปะ

จากวัด Sensoji ผมก็เดินทางต่อมายัง 331 Arts Chiyoda โดยนั่งรถไฟสาย ginza line มาลงที่สถานี Suehirocho ซึ่งอยู่ไม่ไกลจาก Akihabara ย่านเครื่องใช้ไฟฟ้าและของเล่นต่างๆ  ครับ

331 Arts Chiyoda เป็นตึกโรงเรียนมัธยมต้นที่ทำการรีโนเวทขึ้นมาครับ (Rensei Junior High School) ภายในก็จะมีส่วนเป็นห้องแกเลอรี่แสดงงาน มีคาเฟ่ ร้านขายของที่ระลึก ส่วนชั้นบนก็จะมีห้องแสดงงานย่อยๆ รวมถึงบริษัทต่างๆ ซึ่งส่วนมากจะเป็นบริษัทเกี่ยวกับงานออกแบบ ศิลปะ และสื่อสร้างสรรค์อื่นๆ

ชื่อ 3331 มาจากแพทเทิร์นการปรบมือแบบญี่ปุ่นเรียกว่า Ippon-jime (一本締め) (da-da-da da-da-da da-da-da da) อ่านเพิ่มเติมที่ วิกิได้ครับ

 

JapOct15_030
ตัวอาคารดูเหมือนโรงเรียนในการ์ตูนที่เราอ่านๆ เลยครับ
JapOct15_031
บริเวณประตูทางเข้า
JapOct15_033
ช่วงที่ไปห้อง gallery หลักจัดแสดงงาน ‘Luminous Despair’ เป็นรวบรวมผลงานของ Masato Nakamura ซึ่งเป็นศิลปินแนวร่วมสมัยชื่อดังของญี่ปุ่นท่านหนึ่ง
JapOct15_032
โซนนี้ต้องจ่ายเงินเพื่อเข้าชมครับ แต่ห้ามบันทึกภาพ งานที่แสดงก็จะเป็นภาพถ่ายแนว snapshot แล้วก็ video กึ่งๆ experimental art
JapOct15_035
ชิ้นนี้อยู่นอกนิทรรศการละครับ สีสันมันดี

JapOct15_037

JapOct15_039
มาที่อีกห้องเล็กๆ จัดแสดงงานของคุณ Ayako Kuno อยู่ เป็นงานเชื่อมโลหะเล็กๆ เจ๋งดีครับ
JapOct15_038
เป็นชิ้นเล็กๆมาต่อกัน
JapOct15_040
ชิ้นนี้เป็นกรอบเหลี่ยม
JapOct15_041
จัดวางในรูปแบบต่างๆกันครับ
JapOct15_048
ชิ้นนี้เหมือนเป็นแผนที่เมือง
JapOct15_049
ซูมๆครับ
JapOct15_051
ขึ้นมาโผล่ที่ชั้น 3
JapOct15_053
ห้องนี้เหมือนเป็น workshop
JapOct15_054
มีแสดงงานเล็กๆ อยู่
JapOct15_056
มีอ่างล้างมือแบบนี้ตรงบันไดครับ ได้อารมณ์โรงเรียนจริงๆ
JapOct15_060
เป็นทางเดินยาวๆแบบนี้
JapOct15_057
บางห้องก็จะแสดงงานศิลปะ
JapOct15_058
มีเจ้าหน้าที่คอยประจำอยู่
JapOct15_059
อธิบายชิ้นงานต่างๆครับ
JapOct15_061
ห้องนี้งานที่เห็นขายเกือบทั้งหมด
JapOct15_062
มีชั้นหนังสือให้ยืมได้ด้วยครับ
JapOct15_064
กลับลงมาที่ชั้นล่างมีคาเฟ่ ขายอาหารและเครื่องดื่มอยู่
JapOct15_063
ตรงโถงนี่ได้อารมณ์ห้องเรียนมาก
JapOct15_067
กระดานดำ
JapOct15_065
ฝั่งขวาเป็นร้านขายของที่ระลึก
JapOct15_068
โต๊ะ เก้าอี้ก็เป็นดีไซน์แบบของโรงเรียน
JapOct15_069
มีร้านขายกล้องโลโม่ด้วยครับ
JapOct15_070
มีของเยอะเหมือนกันครับ
JapOct15i_004
ทางฝั่งขวาของตึกมีร้าน Oxfam อยู่ เงินที่เราซื้อของจากร้านจะไปช่วยเหลือคนที่ลำบากในที่ต่างๆทั่วโลกครับ
JapOct15i_001
ภายในร้าน Oxfam
JapOct15i_002
oxfam เป็นองค์การที่ช่วยผู้คนทั่วโลกต่อสู้กับความยากจน ผมจำชื่อได้เพราะที่อังกฤษ ร้าน oxfam นี่มีขายแผ่นเสียงกับ cd มือสองเยอะครับ ฮ่าๆ
JapOct15_071
เก็บภาพก่อนกลับอีกที

331 Arts Chiyoda
เบอร์โทร : 03-6803-2441
เปิด : 10.00-21.00 (ส่วนจัดแสดงงานเปิด 12.00-19.00)
เว็บไซต์
เพจ
foursquare

– Japan October 2015 ตอนที่ 1.3 –

Similar Posts

  • |

    Tokyo Design Week 2015

    ช่วงปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา มีโอกาสไปโตเกียวอีกครั้ง ระหว่างที่หาข้อมูลก็เจอว่ามีงาน Tokyo Design Week จัดอยู่ช่วงก่อนที่ผมกำลังจะกลับพอดี ก็เลยจัดในโปรแกรมว่าวันสุดท้ายจะไปงานนี้ให้ได้ เพราะเป็นงานที่อยากมาหลายครั้งแล้วครับ สบโอกาสก็เลยไม่อยากพลาด สำหรับงานปีนี้นั้น ฉลองปีที่ 30 ของงาน มีธีมหลักว่า ‘Creative Life’ จัดงานเป็น 2 ช่วงครับ ช่วงแรกวันที่ 24-28 ตุลาคม ช่วงที่ 2 วันที่ 30-3 พฤศจิกายน โดยสองช่วงนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงตัวงานที่มาแสดงบางชิ้นครับ ผมกับเพื่อนๆไปช่วงแรก วันที่ 26 ตุลาคมครับ ตัวงานจัดที่ Meiji-Jingu Gaien Mae ตอนนั่งรถไฟไปงงเหมือนกันเพราะมันมาออกด้านหลังของงาน หาตัวงานไม่เจอ จริงๆ ให้มาลง 3 สถานีนี้จะใกล้สุด คือ Shinanomachi Station, Gaien Mae Station และ Aoyama Ichome Station

  • |

    รีวิว SATS Premier Lounge สนามบิน Changi, Singapore

    เช้าวันกลับจากสิงคโปร์ มีโอกาสได้แวะเข้าไปใช้บริการ SATS PREMIER LOUNGE ในสนามบิน Changi ครับ (ใช้บัตร Priority Pass) สำหรับ Terminal 1 บัตร Priority Pass สามารถเข้าได้ 4 เลาจน์คือ Airport Wellness Oasis, Plaza Premium Lounge, Dnata Lounge และ SATS PREMIER LOUNGE ครับ เข้ามาด้านในกว้างใหญ่ดีครับ มีโต๊ะเยอะเหมือนกัน วันที่ไปเป็นช่วงเช้า จำนวนคนเลยยังไม่ค่อยเยอะครับ เงียบสงบดี ผมเลือกเดินเข้าไปนั่งห้องใหญ่ด้านในสุด เป็นโซฟานั่งคนเดียวขนาดกลางๆครับ ได้ที่นั่งแล้วก็เดินสำรวจอาหารและเครื่องดื่ม อาหารคาวมีไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ครับ ตักมาลองชิมรสชาติก็เฉยๆ มีแปลกตรงมีก่วยเตี๋ยวให้ลวกเองด้วย ส่วนเครื่องดื่มก็เยอะดี พอดียังเป็นช่วงเช้า เลยไม่ได้ลองแอลกอฮอล์ครับ

  • Cranc บริวผับไซส์เล็กย่าน Itabashi – Tokyo

    ร้านต่อมาที่ได้แวะไป เป็นร้านที่ไม่ได้หามาแต่ทีมงานร้าน Beer++ แนะนำว่าอยู่ไม่ไกลมากเดินประมาณ 15-20 อยากให้ลองแวะไป ก็เลยเดินให้หายมึนไปจนถึงครับ ร้านนี้มีชื่อว่า ‘Cranc Brewing’ ครับ ที่นี่เรียกว่าเดินทางมายากพอสมควรเพราะว่าห่างจากสถานีรถไฟ สถานีที่ใกล้สุดคือ Itabashi ซึ่งอยู่ห่างร้าน 1.2 กิโลเมตร หรือถ้าสายแปลกๆ อย่าง Mita Line ก็จะเหลือประมาณ 600 เมตรครับ ตัวร้านเป็นห้องเดียวขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ ฝั่งขวามือเป็นบาร์ ฝั่งซ้ายมีโต๊ะที่ทำจากถังแกลลอนใหญ่ๆ ด้านหลังบาร์มีห้องต้มเบียร์อยู่ ที่นี่มีถังหมักขนาด ประมาณ 250-300 ลิตร วันที่ผมไปนี่กำลังต้มอยู่พอดีเลยครับ

  • Earth Garden ตลาดนัดรักษ์โลกที่ Yoyogi Park

    ติดกับตลาดนัดของวินเทจ ก็มีงาน Earth Garden Market อยู่ครับ เป็นโซนที่ปกติจะเป็นตลาด flea market ขายของทั่วไป แต่จะจัดเป็น earth gardern นี่ประมาณเดือนละครั้งครับ ที่บริเวณ Yoyogi Park ภายในงานก็จะเป็นของแนวอนุรักษ์ๆ กรีนๆ ที่กำลังเป็นอีกหนึ่งกระแส ที่ได้รับความนิยมทั่วโลกครับ อารมณ์ฮิปปี้นิดๆ ข้าวของต่างๆก็จะเป็นงานทำมือ ใช้วัสดุ และวิธีการผลิตแบบธรรมชาติเป็นหลัก นอกจากจะมีของขายก็ยังมีร้านอาหารมาออกด้วยหลายร้าน หลายสไตล์เลยครับ ซื้อเสร็จมีที่ให้นั่งทาน มีการแสดงดนตรีให้ดูด้วยครับ บริเวณเวที ถ้าใครเคยดูข่าว Thai Fest ก็จะคุ้นๆ เพราะเป็นเวทีหลักที่ศิลปินไทยจะมาแสดงที่นี่ครับ

  • เคารพศพ Duchesse de Bourgogne ที่โบสถ์ Church of Our Lady เมือง Bruges – ประเทศเบลเยี่ยม

    วันที่สองของทริป Road to Belgium เรามีโปรแกรมกันตั้งแต่เช้า โดยโปรแกรมแรกจะเริ่มในตัวเมือง Bruges ห่างจากโรงแรมที่พักไปนิดเดียวเท่านั้นครับ เราจะเดินเท้าไปโบสถ์กันครับ โบสถ์นี้มีชื่อในภาษาดัทช์ว่า Onze Lieve Vrouwkerk หรือชื่อในภาษาอังกฤษว่า Church of Our Lady โดยโบสถ์นี้นั้นมีความสำคัญ 2 อย่างคือ 1. เป็นที่เก็บศพของ Charles the Bold และลูกสาว The Duchess Mary หรือที่เราอาจจะคุ้นชื่อ Duchesse de Bourgogne นั่นเองครับ 2. ที่นี่มีประติมากรรมหินอ่อนขาวแกะสลัก The Madonna and Child ของไมเคิลแองเจโลอยู่ด้วย คณะของเราเข้ามาเป็นกลุ่มแรก จ่ายค่าเข้าชมเสร็จก็เดินสำรวจได้เลย ภายในสามารถถ่ายรูปได้แต่ห้ามใช้แฟลชครับ เดินไปจนด้านหลังสุดก็จะเจอโลงศพของ Charles the Bold และ The Duchess Mary ส่วนชิ้นงานหินอ่อนแกะสลักจะอยู่ที่อีกฝั่งของโบสถ์ครับ

  • เดินทางจาก Mount Cook – New Zealand 2014 ตอนที่ 8.6

    จบจาก Hooker Valley Track ฉบับสั้นกุดของเรา เราก็ออกเดินทางกลับมาตามถนน หมายเลข 80 เส้นเดิม ย้อนกลับมาทางเดียวกับเมื่อเช้า จากจุดนี้เราจะต้องเดินทางอีก ประมาณ 100 กิโลเมตรเพื่อไปยังที่พักในเมืองเล็กๆ ชื่อ Omarama ฟ้าเริ่มใสขึ้น ทำให้เราแวะหยุดถ่ายรูปซ้ำ บริเวณจุดชิมวิวที่เมื่อเช้าก็แวะไปแล้ว ฟ้าใสขึ้น แต่แสงก็ไม่ได้แรงมากขึ้นเท่าไหร่ ถ่ายรูปเสร็จก็ออกเดินทาง แต่ยังไม่ได้มุ่งหน้าไป Omarama เลยทีเดียว เราจะแวะชิมแซลมอน ซักร้าน 2 ร้านก่อนจะไปถึงที่พัก


แสดงความคิดเห็น