| |

Ye Olde Buffalo Tavern อาหารเช้าแบบฝรั่ง หัวหิน

อาหารเช้ายอมนิยมของหัวหินก็คงจะหนีไม่พ้นร้านเจ๊กเปี๊ยะ หรืออย่างร้านโจ๊กฮิตๆ เช่น เจ๊แอ้ม แต่คราวนี้ไปลองหาอาหารฝรั่งทานกันดูบ้างครับ ร้านที่ไปวันนี้ผ่านหลายทีแล้ว ส่วนมากจะผ่านตอนกลางคืน ก็จะเห็นคนมานั่งดื่มเบียร์กันมากกว่า

ร้านชื่อ Ye Olde Buffalo Tavern บางทีในเน็ตจะเจอคำว่า Buffalo Bills คือร้านเดียวกันครับ ร้านอยู่ในซอย หัวหิน 55 (ชมสินธุ์) วิ่งจนจะถึงหาด ร้านจะอยู่หัวมุมฝั่งขวาครับ อาจจะต้องจอดรถตั้งแต่กลางๆ ซอย 55 แล้วเดินมาครับ เพราะแถวร้านไม่มีที่จอด

กลางคืนเค้าจะมากินสเต็ค พอร์คชอป แกะ อะไรอย่างนี้กัน เห็นมีเบียร์ foster ขายด้วย แต่ผมมาเช้าก็ต้องจัด Full English Breakfast ให้เข้าบรรยากาศร้านสไตล์อังกฤษครับ แต่ถ้าอยากกิน ตอนบ่ายตอนเย็นเค้าก็ทำขายนะครับ เป็นแบบ All Day Breakfast ครับ

YeOldeBuffaloTavern_10
ด้านหน้าร้าน อย้านอยู่หัวมุม ถนน ชมสินธุ์ตัดกับถนนนเรศดำริห์พอดี ตรงข้ามร้านแสงไทยครับ
YeOldeBuffaloTavern_01
ป้ายเมนูอาหารเช้าหน้าร้าน
YeOldeBuffaloTavern_05
ภายในร้านครับ
YeOldeBuffaloTavern_09
มีลูกค้าอยู่ 2 โต๊ะ
YeOldeBuffaloTavern_04
ในเซ็ต Full English Breakfast มีชา กาแฟให้เลือกด้วยครับ กาแฟร้อนดี แต่ใสไปหน่อบ
YeOldeBuffaloTavern_08
มีขนมปังมาเสิร์ฟหนึ่งแผ่น ปิ้งมาร้อนๆเลย
YeOldeBuffaloTavern_07
มาละครับ Full English Breakfast จานใหญ่อลังการ สาวๆทานคนเดียวน่าจะไม่หมด ไส้กรอก 1 ชิ้นรสเครื่องเทศๆ เบคอนสุกกำลังดี ไม่เค็มมาก ตัวแบลคพุดดิ้ง กรอบๆ แต่จืด
YeOldeBuffaloTavern_06
ไข่มี 2 ฟองผมเลยขอเป็นไข่ดาวฟอง ไข่คนอีกฟอง ไข่คนมาแบบแห้งๆ ไม่ค่อยเวิร์ค มันฝรั่งชิ้นหนา ร้อ จืดนิดๆ ทานกับเบคบีนเข้ากันดีครับ มะเขอเทศกับเห็ดนุ่มดี

เซ็ตนี้ราคา 290 บาท ครับ ตอนแรกยังไม่เห็นคิดว่าจะไม่อิ่ม สั่งอะไรเพิ่มดีไหม พอยกมาเสิร์ฟ อิ่มตั้งแต่ก่อนกินหละครับ เยอะสะใจ นอกจากเมนูนี้ยังมีเมนู ไส้กรอกกับอิงลิชมัฟฟิน หรือ เมนู เอ็ก เบเนดิคด้วยครับ
เปลี่ยนบรรยากาศจากเลือดหมู โจ๊ก ข้าวมันไก่ มาลองกินอาหารฝรั่งกันดูด้วยครับ

Ye Olde Buffalo Tavern หัวหิน ซอย 55
เบอร์โทร : 032-530087
เปิด : 8.30-24.00
เว็บไซต์
foursquare

YeOldeBuffaloTavern_02
เมนูร้าน Ye Olde Buffalo Tavern
YeOldeBuffaloTavern_03
เมนูร้าน Ye Olde Buffalo Tavern

Similar Posts

  • Ticro Maket ร้านแผ่นเสียง fukuoka

    ที่ Fukuoka มีโอกาสได้ไปร้านแผ่นเสียง 2-3 ร้านครับ ร้านแรกที่เจอก็คือร้านนี้ ชื่อ Ticro Market อยู่ที่ Daimyo ถ้ามารถไฟก็ลงสถานี Tenjin หรือ Nishitetsufukuoka ครับ ต้วร้านจะอยู่ในตึก ขึ้นลิฟต์ไปชั้น 4 ร้านใหม่ๆ สะอาดๆ แผ่นราคาสูงเหมือนกันครับ วันที่ไปเ้คาเปิดเพลงไทยอยู่ด้วย พวกหมอลำเก่าๆที่กำลังฮิตที่เมืองนอกตอนนี้ ผมซื้อติดมือไม่กี่แผ่น พอตอนจะออกจากร้านพนักงานบอกว่ามีอีกชั้นนึงนะ อยู่ข้างล่างก็เลยเดินมาดูที่ชั้น 3 ชั้นนี้ขายแต่แผ่นเก่า ไม่เป็นระเบียบเท่าไหร่ ราคาไม่แพงครับ แต่สภาพก็ไม่ค่อยสวย

  • Okinawa Kinjo – ร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์โอกินาว่า

    สำหรับร้านนี้ก็เป็นอีกร้านที่ได้รับความนิยมมานาน ตั้งใจว่าจะมาลองหลายทีแล้ว จนลืมไปวันก่อนเพิ่งนึกออก เลยแวะมาชิมให้หายอยากครับ ร้านนี้ชื่อว่า โอกินาว่า คินโจ อยู่ในซอยสุขุมวิท 69 จากปากซอยเข้ามานิดเดียวร้านจะอยู่ขวามือ ถ้ามารถไฟลงสถานีพระโขนงออกทางออก 3 ครับ วันที่ไปลูกค้าชั้น 1 เต็มทุกโต๊ะ ไม่แน่ใจว่าร้านมี 2 หรือ 3 ชั้นครับ เมนูของที่นี่จะแตกต่างกับร้านญี่ปุ่นทั่วๆไปตรงที่จะเน้นอาหารสไตล์โอกินาว่า เกาะที่อยู่ล่างสุดของญี่ปุ่น ซึ่งเมนูก็จะมีเอกลักษณ์แตกต่างจากเมนูที่เราคุ้นๆ อยู่บ้าง ของขึ้นชื่อก็จะมี สาหร่ายองุ่น และ มะระผัดไข่ ซึ่งเมนูหลังนี่ก็คล้ายๆ แบบของบ้านเราแหละครับ ตามประวัติศาสตร์นี่โอกินาว่าติดต่อการค้ากับไทยมาตั้งแต่สมัยโบราณเลยครับ

  • Restaurant 108 ร้านอาหาร Modern Nordic สุดประทับใจ – Copenhagen

    นอกจากงาน MBCC ที่เป็นเป้าหมายหลักของทริปโคเปนเฮเกนคราวนี้ ผมก็ได้หาร้านอาหารไว้ด้วย ซึ่งก็มีอุปสรรคนิดๆ คือ วันที่ว่างนั้นเป็นอาทิตย์ แล้วร้านส่วนใหญ่จะปิดกัน หาไปหามาก็มาลงตัวที่ร้านชื่อง่ายๆ ว่า 108 ครับ ร้าน Restaurant 108 เป็นร้านอาหาร Modern Nordic ที่เน้นการใช้วัตถุดิบท้องถิ่นและความสร้างสรรค์ในการคิด การปรุงและการจัดวางในแต่ละเมนู โดยฝีมือเชฟ Kristian Baumann และทีมงานซึ่งมีประสบการณ์จากร้านดังอย่าง Noma คือจะเรียกว่าเป็นร้านพี่ร้านน้องกันก็ได้ครับ ผมมาถึงที่ร้านตามเวลาที่จองไว้ ลูกค้าแน่นร้านครับ แจ้งชื่อที่พนักงานเสร็จก็มีพนักงานอีกคนพาไปนั่ง นั่งปุ๊บมีพนักงานผู้ชายอีกคนมาต้อนรับและพูดคุยด้วยภาษาไทย ! คือจังหวะนั้นประหลาดใจและขำมาก พูดแบบไทยผสมอังกฤษ ตอนก่อนกลับด้วยความอยากรู้จึงสอบถาม ได้คำตอบว่าแกมีแฟนเป็นคนไทยเลยพูดได้เยอะครับ ประทับใจมาก

  • Let The Boy Die ร้านคราฟท์เบียร์ย่านเยาวราช

    ช่วงปีที่ผ่านมาคราฟท์เบียร์ในเมืองไทยโตแบบติดจรวดเลยครับ ด้วยหลายสาเหตุ อย่างเช่นผู้บริโภคเริ่มรู้จัก เริ่มเข้าใจคราฟท์เบียร์มากยิ่งขึ้น จากที่เคยทาน Hoegaarden, Leffe, Guinness ก็เริ่มขยับขายไปลองเบียร์ยี่ห้อใหม่ๆ สไตล์ใหม่ๆ จากแบรนด์ใหญ่แบรนด์ตลาด สู่แบรนด์กลาง แบรนด์แปลกๆ คราฟท์จากอเมริกาฮิตในหมู่นักดื่มพอสมควร ผู้บริโภคเริ่มที่จะขยับจากลาเกอร์ไปสู่เบียร์อื่นๆ อีกกลุ่มหนึ่งที่ตามกันมาติดๆกันคือคราฟท์เบียร์ที่เป็นฝีมือคนไทย ต้มกันเอง ทำตลาดเอง  มีแบรนด์เกิดขึ้นเป็นสิบๆเจ้า มีขายตามงานอีเวนท์ต่างๆ ซะเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็ยังสามารถหาดื่มได้ตามร้านอาหาร ร้านเบอร์เกอร์ สั่งออนไลน์ ก็มีให้ลองกันครับ จากที่เคยฝากขายตามร้านอื่นๆ หรือออกอีเวนท์ ก็มีกลุ่มนักต้ม 3-4 แบรนด์ร่วมแรงกันเปิดร้านขึ้นมาชื่อว่า Let the Boy Die อยู่แถวถนนหลวง ไม่ไกลจากเยาวราช บรรยากาศร้านสวยงาม ตกแต่งอารมณ์ Industrial Loft เน้นเหล็กสีดำ และไม้ท่อนใหญ่ในการตกแต่ง มีไฟหลอดไส้ให้อารมณ์เก่าประสม

  • |

    ข้าวเงี้ยวตาบุญ เชียงใหม่

    ข้าวเงี้ยวหรือข้าวกั้นจิ๊น เป็นอีกหนึ่งเมนูโปรดของผมครับ กรรมวิธีในการทำก็คือเอาเลือดหมูไปคั้นกับใบตะไคร้แล้วก็เอาเลือกไปคลุกกับหมูและข้าวสวย ปรุงรสแล้วก็เอาไปห่อใบตองแล้วนึ่ง เวลาเสิร์ฟก็โรยมาด้วยกระเทียมเจียว ทานคู่กับมะนาว พริกทอด ในเชียงใหม่ร้านพวกข้าวซอยและขนมจีนน้ำเงี้ยวมักจะมีเมนูนี้อยู่ด้วย รวมถึงร้านอาหารเหนือหลายๆเจ้าก็มีเสิร์ฟ อย่างเช่นที่ เฮือนม่วนใจ๋ ก็มีครับ คราวนี้ผมลงมาจากดอยก็ลองเสิร์ชดู เจอร้านนี้ไม่เคยได้ยินชื่อก็แวะมาชิมดูซะหน่อย ตัวร้านอยู่ริมถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ แถวๆ ตำบลป่าตัน ขนาดร้านค่อนข้างใหญ่ครับ มีสองโซน วันที่ไปลูกค้ามีเยอะพอสมควร พอสั่งอาหารปรากฎว่าขนมจีนน้ำเงี้ยวดันหมด เซ็งมากๆ เลยสั่งเป็นข้าวซอยแล้วก็ข้าวกั้นจิ๊นมาทานครับ

  • ลาบบังเกอร์ ร้านลาบปิดดึก ราคาประหยัด – เชียงใหม่

    หลังจากจบคืนแรกของงาน Chiang Mai Craft Fest ผมและเพื่อนๆ ก็ไปจัดมื้อดึกกันครับ เป็นอีกหนึ่งร้านปิดดึกเจ้าดังอีกแห่งของเชียงใหม่ ร้านนี้ชื่อร้านว่า ลาบบังเกอร์ครับ อยู่บนถนนเชียงใหม่-ลำพูน ไม่ไกลจากร้านน้ำต้น เฮาส์บาร์ครับ อ่านจากในเน็ตมาว่าที่มาของชื่อนั้นมาจากที่ตอนน้ำท่วมทางร้านเอากระสอบทรายมาตั้งกั้นน้ำจนกลายเป็นบังเกอร์นั่นเอง ตัวร้านจะดูเพิงๆ บ้านๆ หน่อย แต่ปริมาณโต๊ะและลูกค้าแน่นร้าน ส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่น ขี่มอเตอร์ไซค์มาจิ้มจอดหน้าร้านกัน อาหารของที่นี่ก็จะเป็นเมนูอาหารเหนือครับ มีหลากหลายเมนู ทั้ง ลาบดิบ ลาบสุก แอ๋บอ่องออ จิ้นส้มหมกไข่ อะไรงี้โดยเสิร์ฟมาในจานขนาดเล็ก จานละประมาณ 10-20 บาท นั่นคือถูกมากๆ ครับ โต๊ะเรากินกันจานเป็นตั้งๆ ยังไม่ถึง 1000 บาทเลยครับ และอาหารก็อร่อยดีทุกเมนูครับ


แสดงความคิดเห็น