บันทึกการเดินทาง ‘เกาะกง 21 ชั่วโมง’

อย่างที่หลายๆ คนอาจจะทราบกันว่าการทำเบียร์ในประเทศไทย ต้องมีเครื่องจักรที่มีกำลังผลิตได้อย่างน้อย 10 ล้านลิตรต่อปี น้อยลงมาหน่อยก็คือ Brewpub หรือร้านขายเบียร์สด (ไม่สามารถบรรจุขวดได้) ก็มีขั้นต่ำที่ 100,000  ลิตรต่อปีซึ่งทำให้การจะขออนุญาตเป็นโรงงานผลิตเบียร์, ร้านขนาดเล็กและกลางเป็นไปไม่ได้เลย

พอกระแสคราฟท์เบียร์มาจากทางฝั่งอเมริกา เราคนไทยที่สนใจจะผลิตเบียร์เองเพื่อจำหน่ายก็ต้องหาหนทางเพื่อจะผลิต หลายทีมต้องเดินทางไปผลิตยังต่างประเทศแล้วนำเข้ามา ขั้นตอนก็คือไปหาโรงเบียร์ที่รับทำเบียร์ตามสูตรที่เราคิดขึ้น จากนั้นเปิดบริษัทนำเข้าในประเทศไทย นำเบียร์เข้ามาเหมือนว่าเป็นเบียร์นำเข้าจากต่างประเทศ เป็นความขำขื่น น่าเศร้า น่าสงสารที่ Brewer(คนต้มเบียร์) ต้องออกไปทำแล้วนำเข้ามา ทั้งที่เราควรจะผลิตได้ในประเทศ สร้างงานสร้างรายได้ให้พนักงาน ลูกจ้าง แล้วก็เสียภาษีให้รัฐ

หนึ่งในนั้นทีมคนไทยที่ใช้อีกวิธีคือไปเปิดโรงงานเบียร์เองที่ต่างประเทศ ผลิต แล้วนำเข้ามาขายในไทย แบรนด์นั้นก็คือทีมคนหัวแข็ง ‘StoneHead’ ซึ่งน่าจะเป็นเจ้าแรกที่เปิดโรงงานในต่างประเทศ(เกาะกง กัมพูชา)


ทริปนี้ก็เลยเกิดขึ้น จากการที่พี่ชิต (Chit Beer) ได้ชักชวนทีมงาน มิตรสัมพันธ์ (Brew Pub ที่กำลังอยู่ในขั้นตอนการทำเรื่องก่อสร้าง) เดินทางไปเยี่ยมชมโรงงาน StoneHead ซึ่งนับเป็นการเดินทางไปกัมพูชาเป็นครั้งแรกในชีวิตของผมเลยครับ

เราเริ่มต้นออกเดินทางในคืนวันพุธขับรถฝ่าสายฝนเดือนกันยายนไปบนถนนมอเตอร์เวย์ ใช้เวลาราว  2 ชั่วโมงเกือบๆ ครึ่ง ก็มาถึงพัทยา พอมาถึงก็แวะไปนั่งคุยและจิบเบียร์กันที่ร้าน My Style ร้านนี้มีขายคราฟท์เบียร์นำเข้าอยู่หลายตัว อาหารก็อร่อยดี พิซซ่าเด็ดเลย เสร็จดึกๆ หน่อย เราก็เข้านอนที่โรงแรมของพี่วัฒน์ Wizard Brew แถวพัทยาใต้

เช้าวันต่อมาก็ทานอาหารเช้าของโรงแรม สายๆ พี่ชิตเดินทางมาสมทบจนครบทีมก็ออกเดินทางเวลาเกือบเที่ยงโดยรถตู้ของโรงแรมพี่วัฒน์  ผ่านระยอง จันทบุรี จนมาถึงตราด ตอนแรกเราคิดว่าจากพัทยาไปตราดไม่ไกล นั่งไปนั่งมานานเหมือนกันแฮะ 3 โมงกว่าเกือบ 4 โมง ข้าวกลางวันยังไม่ได้ทาน เริ่มหิว หิ้วท้องไปถึงชายแดนไม่ไหวแน่ สุดท้ายตกลงกันว่าหาอะไรรองท้องกันง่ายๆ ก่อนดีกว่า

แวะเข้าร้านนึงเป็นร้านหมูกระทะ ถามคุณป้าเจ้าของร้านว่าด่านปิดกี่โมงป้าบอก 5 โมง แม้มีเวลาน้อยนิดคุณป้าก็ยังพยายามเชียร์ให้กินหมูกระทะให้ได้ ดูเวลาแล้วไม่ทันแน่ เลยเป็นสั่งข้าวผัดกันทุกคน อร่อยดี ข้าวผัดแห้งๆ แต่นุ่มๆ ป้าบอกว่าใช้วิธีนึ่งก่อนผัด ระหว่างนั้นก็หาข้อมูลว่าด่านบ้านหาดเล็กปิดกี่โมงได้ความว่า 4 ทุ่ม เพื่อความชัวร์ line ถามคุณสลิ่ม brewer ของ Stone Head อีกทีดีกว่า ตกลงปิด 4 ทุ่มแน่ สบายใจแล้วครับ

จากร้านหมูกระทะนั่งรถต่ออีก 1 ชั่วโมงก็มาถึงชายแดนตอน 5 โมงตรงพอดี เป็นตรงแหลมสุดฝั่งตะวันออกในแผนที่ประเทศไทย พวกเราลงจากรถตู้เอาใบขาออกกรอกแล้วก็ยื่นตรง ต.ม. มีแสตมป์ที่พาสปอร์ตด้วย ปั๊มเสร็จก็เดินข้ามมากลายเป็นประเทศกัมพูชาแล้วครับ ตอนแรกเราได้ยินชื่อเกาะกง คิดว่าโรงงานจะไปอยู่บนเกาะ จริงๆ แล้ว เกาะกงเป็นชื่อจังหวัด คือมีส่วนที่ไม่ได้เป็นเกาะด้วย โรงงานตั้งอยู่บนแผ่นดินใหญ่ ส่วนเกาะกงจริงๆต้องข้ามทะเลไปครับ

ยืนรอทีมงาน StoneHead อยู่ตรงชายแดนซักพัก ทีมงานมาถึงพร้อมรถกระบะ กระโดดขึ้นนั่งหลัง ชมกันดูว่ากัมพูชาเป็นยังไง ตรงด่านถนนค่อนข้างใช้ได้ มีตึกใหญ่ๆ หลายตึก ได้ยินมาว่าเป็นคาสิโน หลุดจากด่าน ถนนเริ่มไม่ค่อยโอเค มีหลุมบ่อบ้าง สองฝั่งเป็นทุ่งนา ทุ่งหญ้า  มีบ้านเล็กๆ ซักพักก็ผ่านเขตอุตสาหกรรมพิเศษ (Koh Kong Special Economic Zone) เห็นโรงงานขนาดใหญ่อยู่ไกลๆ หลังรั้ว

จากนั้นก็ถึงด่านเก็บเงิน เป็นค่าใช้สะพานขนาดยาวข้ามทะเล วิวสวยงามมาก เหมือนแม่น้ำขนาดใหญ่สุดลูกหูลูกตา ลมแรงดี ลงจากสะพานก็มาเจอสี่แยก เหมือนตรงนี้จะเจริญสุดของเมือง มีตึก 4-5 ชั้น มีธนาคาร มีร้านสะดวกซื้อ ระหว่างทางจะเห็นป้ายโฆษณาเบียร์เยอะมาก คือมีทุก 50 เมตร มีทุกร้าน จากถนนใหญ่เลาะไปเลาะมา ก็มาถึงโรงงาน StoneHead ครับ

แว้บแรกรู้สึกไม่เหมือนในหัวที่คิดไว้ ต่างจากที่เคยเห็นรูปที่แชร์มานิดหน่อย ขนาดโรงงานไม่เล็กไม่ใหญ่ ฝั่งขวามือเป็นบ้านที่ดัดแปลงกลายเป็นออฟฟิศ ห้องครัว ห้องน้ำและห้องนอนของทีมงาน ฝั่งซ้ายมือเป็นตัวโรงงานเบียร์ มีหม้อต้ม หม้อหมัก เครื่องบรรจุ ด้านหลังมีเครื่องปั่นไฟ ถังน้ำสำรอง เครื่องกรองน้ำ RO มีมุมชิลล์เล็กๆ คือเครื่องเสียงขนาดย่อมๆ พร้อมเปลญวน

ตอนที่ไปถึงคุณสลิ่ม Brewer ต้มแบทช์วันนี้เสร็จแล้ว กำลังเคลียร์มอลต์ และทำความสะอาด ทีมงาน StoneHead ก็พาทีมมิตรสัมพันธ์เดินสำรวจและอธิบายคร่าวๆ รวมถึงได้ชิมเบียร์สเตาท์จากถัง ferment ด้วย คุยๆ กันซักพักก็นั่งรถฝ่าความมืดไปทานข้าวเย็นกันที่ร้านดังของเมืองที่โรงแรม Asian Hotel ชื่อร้านว่า Baan Peakmai ก่อนเข้าร้านแวะเข้าไปในร้านสะดวกซื้อที่ติดกัน ซื้อเบียร์กระป๋องมาลองกันมาเป็น 10 กระป๋อง ราคาต่อกระป๋องถูกมากครับ 20 บาท บวกลบ

ชอปเบียร์เสร็จก็เดินเข้าร้านข้าว บรรยากาศร้านคล้ายๆ ร้านข้าวต้มระดับกลางๆของเรา ไม่มีแอร์ โต๊ะใหญ่ ลูกค้าเกือบเต็มร้าน เมนูมีรูปประกอบและมีภาษาไทยด้วย ได้ลองชิมเมนูที่เป็นอาหารกัมพูชาชื่อ ล๊อกแล๊ก เป็นเนื้อวัวหั่นเต๋า เอาไปผัดซอส แล้วใส่จานมาเสิร์ฟพร้อมฟราย มะเขือเทศ และ ไข่ดาว อร่อยดี อีกจานเป็นยำหอยแครงใส่มะม่วง หอยสดมาก ผมทานไปหลายตัวเลย กลัวท้องเสียเหมือนกัน แต่มันอร่อยจริงๆ ซัดไปซะเยอะ มีได้ลองชิมแกงเปรี้ยวๆ คล้ายแกงส้ม แล้วก็มีเนื้อแดดเดียวกับปูผัดผงกระหรี่

จากร้านข้าวทีมงานพาไปร้านริมทะเลที่เราข้ามสะพานมา เป็นลานอิฐบล็อกกว้างๆ ตรงทะเลไม่มีหาดให้เดิน ความสวยงามคือเก้าอี้ชายหาดสีๆ ที่ทำให้นึกถึงบางแสน เจ้าถิ่นสั่ง สะโกอัง มาให้ทาน เป็นเนื้อเสียบไม้ปิ้ง ทานกับผักดองและน้ำจิ้มเค็มๆ หวานๆ (คาดว่าเป็นพริกไทยผสมผงชูรส ฮ่าๆ ) ส่วนชื่อ สะโกอัง สะโก-วัว / อัง-ปิ้งย่าง สาวแม่ค้าเปิดเพลงไทยจากลำโพง MP3 ให้เราฟังแกล้มเบียร์ Anchor ที่หมดเป็นถาดๆ ก็ไม่เมา นั่งอยู่ชั่วโมงกว่าๆ ฝนลงก็เลยกลับโรงแรม กินกันต่อในห้อง ก่อนจะแยกย้ายกันนอน

เช้าวันรุ่งขึ้นทีมงาน StoneHead ขับรถมารับพวกเราไปยังร้านอาหาร ทานข้าวเช้าเบาๆรองท้องเป็น ขนมปังฝรั่งเศสใส่หมูยอ อารมณ์แบบ Bahn Mi ของเวียดนาม สั่งกาแฟดำมาทานด้วย รสหวานเจี๊ยบ ผสมขมแบบไหม้ๆ ฝั่งตรงข้าม มีข้าวเหนียวปิ้งไซส์บึ้มๆ ราคาสิบบาทขาย ผมซื้อไส้เผือกมา 2 ชิ้น รสชาติโอเค ตัวเผือกไม่ค่อยเนียนเท่าไหร่ครับ

ทานเสร็จเราก็เดินทางไปที่ StoneHead กันอีกรอบ คุณสลิ่มเริ่มต้มไปแล้ว เราก็ได้ดูช่วงต่างๆ ของการต้ม ดูขั้นตอนและอุปกรณ์ มีโอกาสได้เข้าไปชมห้องเย็นที่เก็บเบียร์เอาไว้ก่อนนำเข้าไทย แล้วก็นั่งคุยสัพเพเหระกันไปเรื่อย จนบ่ายๆ ก็ถึงเวลาที่ต้องเดินทางกลับครับ ร่ำลากันเรียบร้อย ก็เดินทางต่อไปยังร้านอาหารริมทะเลอีกหนึ่งร้าน มองเห็นสะพานยาวๆ ที่เราข้ามมาด้วย

ร้านนี้ชื่อ Cafe Laurent เจ้าของเป็นฝรั่ง ราคาอาหารค่อนข้างสูง ได้ทานล๊อกแล๊กอีกมื้อ ทานพิซซ่า อร่อยดีครับ กินกันจนอิ่มก็ไปแวะร้านสะดวกซื้อก่อนกลับ ซื้อเบียร์ซื้อเหล้ากันไป ราคาประหยัด ซื้อกันยกถาดเลยครับ เสร็จก็นั่งหลังกระบะฝ่าแดดยามบ่ายกลับไปยังชายแดนเพื่อเดินกลับเข้าไทย

ร่ำลาทีมงานที่มาส่งอีกครั้ง ก่อนออกเดินทางกลับด้วยรถตู้คันเดิมจากชายแดน ใช้เวลาอีกประมาณ 5 ชั่วโมงก็กลับมาถึงพัทยา แล้วก็บึ่งรถกลับบ้าน ขากลับฟ้าโล่งขับแป๊บๆ ก็ถึงบ้าน

นับเป็นประสบการณ์ที่ดีมากๆ ครับ นับถือใจทีม StoneHead ทุกๆ คนที่ต้องไปอยู่ไกลบ้าน เดินทางลำบากและกันดาร คือไม่ค่อยจะศิวิไลซ์เท่าไหร่เลย สิ่งบันเทิงก็แทบจะไม่มี สู้ด้วยใจและแรงกายจริงๆ นับถือครับ

 

kohkongsep16_92
บริเวณชายแดนบริเวณหาดบ้านเล็กครับ ฝั่งซ้ายขาออก ฝั่งขวาขาเข้า

kohkongsep16_90
ข้ามชายแดนมาแล้วเป็นแบบนี้

kohkongsep16_89
มีธงไทยกับธงกัมพูชาอยู่คู่กัน เลยออกไปคือทะเล

kohkongsep16_83
ออกจากด่านมา ถนนเริ่มไม่ค่อยดี

kohkongsep16_84
สองข้างทางเป็นทุ่งหญ้า

kohkongsep16_87
ผ่านเขตเศรษฐกิจพิเศษเกาะกง

kohkongsep16_86
สร้างตึกใหม่กันอยู่

kohkongsep16_82
ด่านจ่ายค่าข้ามสะพาน

kohkongsep16_96
ป้ายโฆษณาเบียร์มีเยอะมาก ทั่วเมือง

kohkongsep16_51
มาถึงแล้วครับ STONE HEAD

kohkongsep16_20
ถัง ferment เรียงกันเป็นตับสวยงาม

kohkongsep16_03
คุณสลิ่ม Brewer

kohkongsep16_01
คุณมิค, คุณปริน และพี่พร

kohkongsep16_09
ถัง ferment ทั้งหมด 8 ถัง

kohkongsep16_10
คุณหนุ่ม Stone Head กำลังพาพี่ๆ เข้าชม

kohkongsep16_17
พี่ชิตและพี่พรสำรวจหม้อ

kohkongsep16_16
กดสเตาท์จากถังมาชิม

kohkongsep16_113
ข้าวเย็นเราเดินทางมาทานที่โรงแรม Asian Hotel

kohkongsep16_112
ชื่อร้านว่า Baan Peakmai

kohkongsep16_102
บรรยากาศภายในร้าน

kohkongsep16_101
ชาวคณะครับ

kohkongsep16_103
ล๊อกแล๊ก เป็นเนื้อหั่นเต๋าผัดซอส อร่อยดีครับ ทานเพลินๆ

kohkongsep16_104
ยำหอยแครงใส่มะม่วง หอยสดมาก กินไปเสียวท้องเสียไป

kohkongsep16_105
ถ้วยนี้คล้ายๆแกงส้ม

kohkongsep16_106
เนื้อแดดเดียว

kohkongsep16_107
ปูผัดผงกระหรี่

เบียร์ที่ลองคืนนี้ครับ Anchor, ABC และ Crown เป็นของ Asia Pacific Brewery หรือไฮเนเก้นสิงคโปร์ ส่วน Black Panther, Angkor และ Cambodia เป็นของ CamBrew

kohkongsep16_70
ย้ายมาต่อกันที่ร้านริมทะเล เป็นรถเข็นเหมือนบ้านเรา

kohkongsep16_71
เก้าอี้ชายหาดสีสวย

kohkongsep16_66
กลางภาพนั่นคือปลาหมึกแห้ง

kohkongsep16_65
หลายขนาด

kohkongsep16_64
เนื้อย่างที่เรียกว่า สะโกอัง ครับ อร่อยดี

kohkongsep16_63
ทานกับผักดอง

kohkongsep16_68
ตีนไก่

kohkongsep16_69
ปิ้งกันในตะแกรงแบบนี้

kohkongsep16_115
เช้าวันรุ่งขึ้นที่โรงแรม

kohkongsep16_62
โรงแรมที่เราพักชื่อ Apex

kohkongsep16_59
ข้าวเช้าเรามาทานกันที่ร้านนี้ครับ

kohkongsep16_60
บรรยากาศแบบบ้านๆ

kohkongsep16_61
หน้าร้านมีขายซาลาเปา

kohkongsep16_58
ขนมปังฝรั่งเศษ หมูยอ และผักดอง อารมณ์แบบ Bahn Mi

kohkongsep16_36
ด้านในมีซอสทาไว้เปรี้ยวๆ หวานๆ

kohkongsep16_56
ทานกับกาแฟขมปี๋และหวานเจี๊ยบ

kohkongsep16_54
ฝั่งตรงข้ามถนนมีข้าวเหนียวปิ้งขายอยู่ครับ

kohkongsep16_53
ซื้อไส้เผือกมาลอง

kohkongsep16_55
เงินกัมพูชาเป็น เรียล 1 บาทเท่ากับ 100 กว่าเรียล

kohkongsep16_41
ทางข้าวเช้าเสร็จเดินทางมาที่ SotneHead อีกรอบครับ

kohkongsep16_29
ถัง ferment (ถังหมักเบียร์) สวยงาม

kohkongsep16_38
คุณสลิ่มอธิบายอุปกรณ์และขั้นตอน

kohkongsep16_37
พี่ชิตสอบถามเพิ่มเติม

kohkongsep16_33
ได้ลอง Tire Burning Weizen แบบขวดที่โรงงานเลย

kohkongsep16_42
ตู้เก็บความเย็น

kohkongsep16_43
เอาไว้แช่เบียร์ก่อนส่งกลับไทยครับ

kohkongsep16_50
ระหว่างต้ม
 

 

kohkongsep16_52
ออกเดินทางจากโรงงานไปร้านอาหาร ระหว่างทางตามร้านมีแต่โฆษณาเบียร์ครับ เยอะจริงๆ

kohkongsep16_25
เรามาทานข้าวกันที่ Cafe Laurent

kohkongsep16_24
มีรถโบราณจอดอยู่หน้าร้าน

kohkongsep16_22
อยู่ติดทะเลเลย เห็นสะพานที่เราข้ามมาเมื่อวาน

kohkongsep16_73
จิบ ABC อีกทีก่อนกลับ

kohkongsep16_74
มีสปีดโบทมาเทียบท่า

kohkongsep16_75
ล๊อกแล๊กเนื้ออีกมื้อ

kohkongsep16_76
น้ำจิ้ม เค็มๆ เผ็ดๆ

kohkongsep16_77
พิซซ่าอร่อยดีครับ

kohkongsep16_14
ผัดผัก

kohkongsep16_79
จานนี้เป็นแป้งหนึบๆ ทอด พนักงานเชียร์ให้สั่ง ทานแล้วไม่ค่อยชอบแฮะ

kohkongsep16_21
ข้าวผัดหมู อร่อยดี

kohkongsep16_26
ทานเสร็จก็เดินทางไปร้านสะดวกซื้อขนเบียร์กลับ ในภาพคือตึกบริเวณใจกลางเมือง

kohkongsep16_27
โรงแรมใกล้ๆ กัน

kohkongsep16_81
คุณปรินได้ ABC มาลังครับ

kohkongsep16_28
บนกระบะระหว่างทางกลับ

kohkongsep16_93
ข้ามกลับมาไทย พี่พรซื้อปูไซส์ใหญ่กลับบ้าน
 

รูปโรงงานอาจจะเอามาให้ดูได้ไม่หมด เนื่องจากเกรงใจทาง Stone Head ครับ น่าจะเป็นความลับทางการค้า เลยไม่กล้าเอาลงครับ (นี่ก็ลงเยอะไปแล้วรึเปล่า ฮ่าๆ)

สุดท้ายขอขอบคุณทีมงาน StoneHead ทุกท่าน ขอบคุณพี่ชิต, พี่วัฒน์, พี่อาร์เทอร์ และทีมมิตรสัมพันธ์ทุกๆ ท่านที่ได้ร่วมเดินทางไปด้วยกันครับ ขอเป็นกำลังใจส่งแรงเชียร์ให้ StoneHead อีกครั้งครับ ขอบคุณครับ

Similar Posts

  • Robosquare เมือง Fukuoka – Kyushu 2014 ตอนที่ 12.1

    โปรแกรมเที่ยววันสุดท้ายของทริปคิวชู มีที่สองที่เท่านั้นครับ ช่วงเย็นๆ ค่ำๆ ก็กลับไปแถวโรงแรม ชอปปิ้งของที่ยังได้ไม่ครบ แล้วก็แพคกระเป๋า เตรียมกลับวันรุ่งขึ้น ส่วนโปรแกรมแรกก็คือ ช่วงเช้าไปเยี่ยมชม Robosquare ที่ตึก TNC TVbig Peveria  ใกล้ๆกับ Fukuoka Tower ซึ่งตั้งอยู่ริมชายหาดทางทิศตะวันตกของเมือง Fukuoka โดยสามารถเดินทางด้วยรถบัสจากสถานี Hakata ไปลงได้เลยครับ สายเดียวถึงใช้เวลาประมาณ 22 นาที พอมาถึงก็ขนาดเล็กกว่าที่คิดไว้ คือไม่ได้ใหญ่โตมาก แต่ก็มีหลายอย่างน่าสนใจ ที่นี่จะมีโชว์หุ่นยนต์หลายๆ รูปแบบให้ดู มีส่วนที่เป็นห้องเวิร์คชอป และห้องบรรยากาศ ให้มาร่วมกิจกรรมต่างๆได้ ร่วมถึงมีส่วนที่ขายพวกหุ่นยนต์ โดรน หรือ ชุดประกอบต่างๆ เกี่ยวกับหุ่นยนต์ที่ สามารถเอากลับบ้านไประดิษฐ์ ไปต่อยอดได้เองครับ

  • Beer Belly Brewpub ของ Minoh คราฟท์เบียร์เจ้าดัง – Osaka

    ถ้าพูดถึงคราฟท์เบียร์แบรนด์ญี่ปุ่นของเมืองโอซาก้า เจ้าที่ดังสุดน่าจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเบียร์ลิง Minoh Beer นั่นเองครับ ตัวโรงจริงๆ นั้นอยู่นอกตัวเมืองออกไปประมาณ 20 กิโลเมตร แต่ที่เราจะแวะกันไปวันนี้เป็นร้านในตัวเมืองที่ชื่อว่า Beer Belly ครับ Beer Belly มีสองสาขาในโอซาก้า สำหรับสาขาที่มาวันนี้ตั้งอยู่ติดกับแม่น้ำ Aji อยู่ใกล้ๆ กับสถานี Higobashi ความพิเศษของร้านนี้ก็คือไม่ได้เป็นแค่บาร์ แต่เป็น Brewpub มีหม้อต้ม ถังหมักขนาดเล็กๆ อยู่ในตัวร้านด้วยครับ บรรยากาศร้านก็จะตกแต่งเป็นโรงงานๆ สไตล์อเมริกันหน่อย ไฟสลัวๆ ตัวบาร์อยู่ด้านในสุดเป็นแนวยาวขนานกับร้าน มีหัวแทปเบียร์สด 10 หัวอยู่ในท่อเหล็กฝั่งซ้ายมือของบาร์ จะเป็นเบียร์ตัวปกติของ Minoh 5 ตัวแล้วก็เป็นตัวที่ต้มที่นี่อีก 5 ตัว และก็มีเบียร์ Real Ale อีกหนึ่งตัวครับ สำหรับอาหารจะเป็นพวกของทานกับแกล้มมากกว่าอาหารจริงจังครับ

  • |

    ร้านอาหาร Ujazi Cafe, Napier – New Zealand 2014 ตอนที่ 4.2

    พอมาถึง Napier เราก็หาที่จอดรถ โดยไปจอดริมถนนเล็กๆ ใช้วิธีหยอดเหรียญเป็นชั่วโมงเอา กะๆว่าจะจอดกี่นาที ก็หยอดให้พอดีเอาไว้ เสร็จก็เดินมาที่ร้าน Ujazi ร้านแรกที่เราจะชิมวันนี้ Ujazi เป็น cafe ขนาดกลางๆ มีขนาดประมาณ 2 ห้อง แล้วก็มีชั้นลอยอยู่ฝั่งนึง วันที่เราไปคนเยอะแน่นร้านเหมือนกัน วิธีสั่งอาหารก็คือไปสั่งที่เคาเตอร์ จ่ายเงิน แล้วเค้าจะเอามาเสิร์ฟให้เราที่โต๊ะเอง สำหรับเมนูก็จะมีพวกง่ายๆ ทานได้เลยอย่าง แซนด์วิช คีช พาย เค้ก หรือจะสั่งแบบเป็นจานๆก็ได้ แต่จะใช้เวลารอนิดนึง พวกจานๆก็มีทั้ง pasta ต่างๆ ซุป สลัด เบอร์เกอร์ ในเมนูเราเห้นข้าวแกงเขียวหวานไก่ด้วย (Thai Green Chicken Curry with jasmine rice) อ่อ มีชุดอาหารเช้าด้วย คิดว่าน่าจะเป็น All day breakfast เพราะเขียนแต่เวลาเริ่มไม่เขียนเวลาหมด

  • | |

    โรงเบียร์ Spring Valley, Daikanyama – Tokyo

    ร้านนี้ไม่ได้ตั้งใจจะมาครับ ทีแรกตั้งใจว่าจะมาเดินโครงการ LOG Road ที่ย้าน Daikanyama ปรากฎมาถึง อ้าว เจอ Spring Valley ด้วยเฉยเลย มาถึงแล้วจะแค่ถ่ายรูปหน้าอย่างเดียวก็คงจะรู้สึกผิดเลยแวะจิบซักแก้วสองแก้วครับ Spring Valley เป็นแบรนด์ย่อยของ Kirin โดยชื่อนั้นเป็นชื่อเก่าดั้งเดิมของ Kirin ตั้งแต่สมัยก่อตั้ง พอเทรนด์คราฟท์เบียร์มาก็เลยจับมาแต่งตัวใหม่ มีร้านที่ Yokohama และ ที่นี่โครงการ Log Road ย่าน Daikanyama ครับ ตัวร้านจะมี 2 ชั้น ด้านนอกมีโต๊ะนั่งได้อีก 5-6 โต๊ะ ข้างในร้านเป็นโถงใหญ่แบบโรงเบียร์ เข้าไปข้างในเห็นถังหมักเบียร์ที่ตั้งใจโชว์เอาไว้เรียงรายทั้ง 2 ชั้นของร้านครับ วันที่ไปลูกค้าเยอะพอสมควร

  • |

    R Style ร้านขนมใน Omotesando Hills

    จากร้านกาแฟ Omotesando Koffee ก็เดินย้อนกลับมาที่ตัวห้าง Omotesando Hills เพื่อหาอะไรทานเล่นซะหน่อยตอนบ่ายแก่ๆ เนื่องจากที่ร้านกาแฟไม่มีอะไรอยู่ท้องเท่าไหร่ครับ ที่นี่จะเรียกว่าอะไรดี เป็น shopping complex แล้วกันครับ มีร้านเสื้อผ้า ร้านของแต่บ้าน ร้านของมีดีไซน์ ร้านจักรยาน รวมถึงร้านอาหารและร้านขนมครับ เปิดมาปีนี้ก็ครบ 10 ปี พอดี (เปิดตั้งแต่ 2005) ความเท่อย่างนึงก็คือแต่ละชั้นจะลาดเอียงต่อกัน แบบเดียวกับ Siam Square One นั่นหละครับ สำหรับที่แวะทานบ่ายนี้ชื่อ R Style เป็นร้านขนมญี่ปุ่น แต่วางคอนเซท์และตกแต่งร้านให้ดูร่วมสมัย ลูกค้าในร้านส่วนใหญ่ก็จะเป็นสาวๆ มานั่งคุยกัน ชิทแชท ไม่ก็เป็นคู่รักหนุ่มสาวครับ

  • |

    ร้านทิวธารา อาหารทะเล ตราด

    มีภารกิจต้องไปทำธุระแถวภาคตะวันออกแล้วก็นอนค้างที่ตราด ก็เลยมีโอกาสได้แวะทานอาหารเย็นที่เมืองตราดครับ ลองหามาก็เจอร้านที่ชื่อว่า ทิวธารา มีคนพูดถึงหลายคนก็ไปลองซะหน่อยครับ ตัวร้านอยู่บริเวณริมคลองที่จะออกไปอ่าวไทย ห่างจากใจกลางเมืองประมาณ 9 กโล วิ่งตามถนนใหญ่แล้วเข้าซอยมาเป็นทางค่อนข้างเล็กเหมือนกัน ลัดเลาะมาเรื่อยๆ จนถึงตัวร้านครับ วันที่ไปถึงฟ้ากำลังจะมืดพอดี ลูกค้ามีอยู่สี่ห้าโต๊ะ อาหารออกค่อนข้างเร็วดีครับ เมนูที่เค้ามาทานกันก็จะเป็นพวกปูและกุ้ง แต่อย่างเช่นเคย ผมแพ้ทานไม่ได้ก็เลยทานแต่ปลาและหอยครับ


แสดงความคิดเห็น