|

รีวิวโรงแรม Hotel Gracery Shinjuku – Tokyo

ทริปโตเกียวคราวนี้ยังได้ลองพักโรงแรมใหม่ด้วยครับ ปกติถ้านอน Shinjuku ผมก็จะนอน Shinjuku Prince ไม่ก็ Hotel Sunroute Plaza Shinjuku ส่วน Gracery นี่เห็นในเว็บอยู่หลายทีแต่เพิ่งได้ลองครั้งแรกครับ

โรงแรม Hotel Gracery อยู่ในโซน Kabukicho เป็นย่านที่เที่ยวกลางคืน อาจจะอันตรายนิดหน่อยสำหรับสาวๆ ถ้ากลับดึก แต่ถ้ากลับค่ำๆ ไม่มีอะไรครับ ตอนแรกผมก็หวั่นๆ แต่จริงๆ โรงแรมอยู่บนเส้นหลัก เดินจากสถานีมานิดเดียวผ่านแยกที่มีร้าน Don Quijote ตรงก็จะถึงเลย

จุดเด่นของที่นี่ก็คือโรงแรมค่อนข้างใหม่ ห้องสะอาด ในห้องน้ำมีอ่างขนาดใหญ่ให้แช่ตัวได้ แล้วก็ยังมีหัวก๊อตซิล่าอยู่บนตึกด้วยครับ

gracery_013
โรงแรมอยู่บนตึกเดียวกับ Toho Cinema ครับ
gracery_014
ขึ้นมาที่ลอบบี้ชั้นบน ออกมาจากลิฟต์ก็จะเจอโปสเตอร์หนังเรื่องก๊อตซิล่าเรียงเป็นแถวอยู่
gracery_008
เข้ามาด้านในห้องพักครับ
gracery_001
เป็นห้องแบบนอนคนเดียวครับ ห้องไม่เล็กไม่ใหญ่
gracery_006
โต๊ะทำงาน
gracery_004
มีตู้เย็นอยู่ใต้โต๊ะครับ ลิ้นชักด้านล่างเป็นเซฟเก็บของมีค่า
gracery_002
ทีวีในห้องพัก
gracery_003
ฝั่งซ้ายมีกาน้ำร้อนและชา
gracery_012
ภายในห้องน้ำ มีอ่างขนาดใหญ่ให้แช่น้ำร้อนได้
gracery_005
ซึ่งตอนเช็คอินเค้าจะให้ผงใส่มาด้วย หอมๆครับ
gracery_009
อ่างล้างหน้า
gracery_010
ส้วมแบบอัตโนมัติสไตล์ญี่ปุ่น
gracery_015
ปิดท้ายด้วยหัวก๊อตซิล่า จากห้องนอนผมนี่เห็นชัดเลย มันคอยส่งเสียงพ่นควันเรื่อยๆ ทุกชั่วโมงครับ

ด้วยความที่เค้าทำราคาดี ลูกค้าเลยแน่นครับ ช่วงที่ผมไปนี่คนไทยเพียบๆ เดินกันโช้งเช้งๆ
ส่วนตัวแล้วค่อนข้างประทับใจครับ โรงแรม ใหม่ สะอาดสะอ้านดี มีเรื่องอันตรายในกรณีที่กลับดึกเกินไป
เพราะเป็นย่านเที่ยวกลางคืน อาจจะมีคนเมาอะไรอย่างนี้เยอะหน่อยครับ

Similar Posts

  • ชิมไวน์ที่ Amisfield Winery & Bistro – New Zealand 2014 ตอนที่ 11.4

    เดินทางกันมาจนถึง Winery สุดท้ายของทริปนี้ครับ รวมทั้งหมดเราแวะไปชิมได้ 9 โรง โรงสุดท้ายที่เรามาคือ Amisfield Winery & Bistro อยู่บนทางหลวงหมายเลข 6 เช่นกัน อยู่ห่างจาก Gibbston Valley แค่ 10 กิโลเมตรเท่านั้นเอง Amisfield Winery เร่ิมปลูกองุ่นในปี 1999 ก่อนหน้านี้แถวนี้เป็นที่เลี้ยงแกะ แรกเริ่มปลูกอยู่ 4 พันธุ์คือ Pinot Noir, Pinot Gris, Sauvignon Blanc และ Riesling ผลิตออกวางจำหน่ายได้เป็น Vintage 2002 ตัวที่โดดเด่นก็คือ Pinot Noir ไวน์ดังของ Central Otago นั่นเองครับ ที่นี่ถ้าจะชิมรู้สึกว่าจะเสียเงินนิดหน่อย แต่ก็สามารถเอาไปเป็นส่วนลดได้หากเราซื้อกลับบ้านด้วยครับ นอกจากไวน์ที่นี่ก็ยังมีร้านอาหารไว้บริการเช่นกัน วันที่เราไปมีคนทานอยู่ โต๊ะ สองโต๊ะครับ

  • |

    The Legendary La Trappe Night at Quaint Bangkok

    เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (25 มีนา) มีโอกาสได้รับเชิญจากทาง Captain Barrel ไปร่วมงาน The Legendary La Trappe Night ที่ร้าน Quaint สุขุมวิท 61 มาครับ ตัวงานจัด 2 ช่วง ช่วงบ่ายเป็นพาร์ทเนอร์ พอเย็นๆก็จะเป็นปาร์ตี้ครับ สำหรับเบียร์ La Trappe (ลา ทราปป์ แต่ผมก็ชอบอ่านผิดเป็นลาแทรปป์เหมือนกันครับ) นั้นจะเป็นเบียร์ที่เรียกว่า Trappist หรือเบียร์ที่พระ (บาทหลวง) เป็นคนผลิตเพื่อหาเงินมาดำเนินกิจกรรมต่างๆ ของทางวัดครับ ผลิตโดย Brouwerij de Koningshoeven ในประเทศเนเธอร์แลนด์ ก่อตั้งมานานตั้งแต่ปี 1884 เบียร์ที่ผลิตออกมาส่วนใหญ่ก็จะเป็นสไตล์แบบเบลเยี่ยม แม้ว่าจะผลิตในเนเธอร์แลนด์ รสชาติก็จะออกแนวมอลต์ๆ รสสุขุมๆ แบบยุโรป ไม่จี๊ดจ๊าดแบบเบียร์โลกใหม่ ภายในงานนี่มีเสิร์ฟชีสแล้วก็พวกแฮมต่างๆ ให้ทานไม่อั้นเลย เพลินมากครับ ทานคู่กันกับตัว Dubbel หรือ Quadrupel ซึ่งมีรสออกหวาน เข้ากันดีมากๆ ทานไปทานมาเล่นเอามึนๆ เหมือนกัน ต้องชลอการดื่ม…

  • Lake Wanaka – New Zealand 2014 ตอนที่ 9.2

    ออกเดินทางจากเมือง Omarama เราขับลงใต้เฉียงๆไปทางตะวันตก ประมาณ 110 กิโลเมตร ตามถนนทางหลวงหมายเลข 8 ก่อนจะแยกเข้าถนน 8A และ 6 เพื่อไปยังเมือง Wanaka อีกจุดชมวิวของเกาะใต้ โดยใช้เวลาไปเกือบๆ ชั่วโมงครึ่ง Lake Wanaka ทะเลสาบที่มีขนาดเป็นอันดับ 4 ของประเทศ New Zealand มีพื้นรวม 190 ตารางกิโลเมตร อยู่ที่ความสูงกว่าระดับน้ำทะเล 300 เมตร ซึ่งชื่อนั้นเป็นภาษาเมารี ผันมาจากคำว่า Oanaka มีความหมายว่า The place of Anaka (Anaka คือชื่อหัวหน้าชนเผ่าเมารีคนหนึ่ง) สำหรับกิจกรรมที่นี่ก็คือ เดินป่า ปีนเขา ล่องเรือ เล่นสกีและสโนว์บอร์ด ปั่นจักรยาน นอกจากนี้ก็ยังทัวร์อาหารและเครื่องดื่มด้วย สำหรับเราก็เหมือนเดิมครับ แวะมาถ่ายรูปเฉยๆ หะหะ โดยจุดที่เราไปจะมี 2 จุด คือ Eely Point…

  • |

    Shirakaba Sansou Ramen (白樺山荘) บนตึก ESTA – Hokkaido ตอนที่ 1.2

    หลังจากทานราเม็งที่ร้าน Ajisai เสร็จเราก็เดินทางจากสนามบิน Chitose มาที่ตัวเมือง Sapporo ใช้เวลาประมาณ 40 นาทีก็มาถึงสถานี JR Sapporo เดินต่อไปโรงแรมซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก เราพักกันที่โรงแรม Hotel Monterey Sapporo โรงแรมสะอาดสะอ้าน โลเคชันดีพอสมควร คือเดินนิดเดียวก็ถึงสถานี JR Sapporo ซึ่ง สถานี Sapporo นี่ก็มีร้านรวงเยอะแยะเต็มไปหมด อย่างเช่น Bic camera Muji Uniqlo Starbucks หรือ Yodobashi ก็อยู่ไม่ไกลนักพอเดินได้ ห้องค่อนข้างเล็กตามสไตล์โรงแรมญี่ปุ่น แต่สวยงามมีดีไซน์ เค้าจะออกแบบให้ดูแนวฝรั่งๆหน่อย เคยไปที่ Osaka ตอนปี 2554 พักโรงแรมในเครือนี้ การตกแต่งก็คล้ายกันเลย

  • |

    My Awesome Cafe อาหารเช้าอร่อยๆ ย่าน Telok Ayer – สิงคโปร์

    ทริปสิงคโปร์เมื่อเดือนพฤษภาคม มีโอกาสได้แว้บไปทานอาหานเช้าหนึ่งมื้อครับ อยู่ในโซน Telok Ayer เช่นเดียวกับร้าน Freehouse และ Meat Smith ร้านนี้มีชื่อว่า ‘My Awesome Cafe’ (ฟังดูเชยๆ ยังไงไม่รู้ ฮ่าๆ) ร้าน My Awesome Cafe เป็นร้านอาหารที่เน้นเมนู Healthy เลือกใช้วัตถุดิบที่ปลอดสาร ออแกนิค ประมาณนี้ ช่วงเช้าก็เสิร์ฟอาหารเช้าพอเย็นๆ ค่ำๆ ก็มีพวกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ดูขัดๆ กันดี ฮ่าๆ ที่เห็นแปลกๆ คือมีเครื่องดื่ม Protein Shake สำหรับคนออกกำลังกาย วันที่ไปเป็นช่วงสายๆ วันเสาร์ ก็มีคนออกกำลังกายเสร็จแล้วมาทานจริงๆ ครับ ตัวร้านเป็นอาคารพาณิชย์เก่าๆ จีนๆ แล้วรีโนเวท ชั้นล่าง เป็นแบบเพดานสูง ตกแต่งด้วยโคมไฟและของเล่นสลับกับเฟอร์นิเจอร์โบราณ แปลกตาดี ลูกค้ามีทั้งคนสิงคโปร์และฝรั่ง

  • |

    รีวิว Southwark Apartments Christchurch – New Zealand 2014 ตอนที่ 6.4

    ขับออกจาก Murdoch James เรามุ่งหน้าไปทางทิศะวันตกเฉียงใต้บนทางหลวงหมายเลข 2 สู่ Wellington เมืองหลวงของประเทศ New Zealand ที่อยู่ห่างออกไปราว 90 กิโลเมตรได้ ระหว่างทางผ่านภูเขาหลายช่วง ซึ่งขับค่อนข้างยาก ทางเล็ก ขึ้นเนินลงเนินตลอด ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ก็พอดีกับที่กะเอาไว้ มาถึง Wellington เราไม่ได้แวะเที่ยวอะไรเลย มุ่งหน้าไปสนามบิน ระหว่างทางมีซ่อมถนนทำให้รถติดเป็นบางช่วง เข้าเขตสนามบิน เราก็เอารถไปเติมน้ำมันให้เต็มถัง เสร็จก็เข้าไปจอดบริเวณจุดรับรถคืนของบริษัทเช่ารถ เอากุญแจไปให้พนักงานที่อยู่ในตัวคารผู้โดยสาร แล้วก็ไปเช็คอิน โหลดกระเป๋ากัน เราบินด้วยสายการ JetStar สายการบินโลว์คอสต์ ทำให้ต้องซื้อน้ำหนักเพิ่มสำหรับกระเป๋าเดินทาง ในส่วนนี้เรากะคร่าวๆตั้งแต่ตอนจองตั๋วมาแล้ว ทำให้ไม่มีปัญหาอะไร เครื่องใช้เวลาแป๊บเดียว 40 นาที เราก็ข้ามก็มายังเกาะใต้ โดยลงจอดที่เมือง Christchurch เมืองที่หลายๆคนน่าจะคุ้นหูเพราะมีแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ไปไม่กี่ปีก่อนนี้ และเป็นเมืองที่มีนักเรียนไทยมาเรียนกันเยอะเป็นอันดับต้นๆอีกด้วย พอมาถึงเราก็ไปทำเรื่องรับรถรุ่นเดิมหน้าตาเหมือนเดิมเปี๊ยบ เสร็จก็ขับไปยังที่พักของเราวันนี้ เป็น Apartment ข้างนอกดูโทรมๆหน่อย ลานจอดรถก็พื้นเป็นดาวอังคาร  มาถึงไม่มีคนรับเรื่องแล้ว โทรไปโทรจนทราบว่าเค้าเอากุญแจเก็บไว้บนโต๊ะ โทรคุยจนได้ code เปิดเข้าอาคารไป…


แสดงความคิดเห็น