โบสถ์ Grundtvigs Kirke – Copenhagen, Denmark

ทานเข้าเช้าที่ร้าน cafe dyrehaven เสร็จ ผมก็ไปสถานีเพื่อขึ้นรถบัสไปยังโบสถ์ Grundtvig (Grundtvigs Kirke) ที่นี่เจออย่างไม่ตั้งใจคือเปิดๆ facebook ไปแล้วเจอ เป็นรูปด้านในโบสถ์ ดูรูปแล้วสวยงามอยากไปมาก พอเห็นว่าไม่ไกลจากตัวเมืองมากนักก็เลยเพิ่มเข้ามาในโปรแกรมครับ การเดินทางก็นั่งรถสาย 6A วิ่งประมาณ 20 นาทีก็จะมาถึงป้ายที่ด้านหน้าโบสถ์อยู่ห่างจากใจไกลเมือง Copenhagen ขึ้นมาทางเหนือประมาณ 7 กิโล

สำหรับโบสถ์ Grundtvig นั้นตั้งชื่อตามนักบวช Nikolaj Frederik Severin Grundtvig (1783-1872) เป็นสถาปัตยกรรมแบบ Expressionist ตั้งอยู่ที่ย่าน Bispebjerg เป็นผลงานการออกแบบของ Peder Vilhelm Jensen-Klint เริ่มก่อสร้างในปี 1921 ห้าปีหลังจากนั้นส่วนของหอคอยก็เสร็จ หลังจากนั้นก็ก่อสร้างส่วนที่เหลือจนเสร็จสมบูรณ์ในปี 1940 ด้วยฝีมือของ Kaare Klint ลูกชายของ Peder Vilhelm Jensen-Klint เพราะ Klint คนพ่อเสียชีวิตไปก่อนในปี 1930

ตัวโบสถ์สร้างด้วยด้วยอิฐสีเหลืองซึ่งเป็นวัสดุหลักของบ้านสไตล์เดนมาร์กผสมผสานกับสถาปัตยกรรมแบบโกธิค ทำให้ได้ผลลัพธ์ออกมาเป็นโบสถ์ที่ดูทันสมัยทั้งภายในและภายนอก โดยเฉพาะ facade ด้านทิศตะวันตกซึ่งเป็นมุมถ่ายรูปของโบสถ์เลย จริงๆ ฝั่งทิศตะวันออกก็เป็นมุมที่ผมชอบเหมือนกัน ส่วนภายในก็สวยไม่แพ้กัน มันดูสงบ สะอาด เรียบร้อยดีครับ

 

จากป้ายรถเมล์เดินมานิดเดียวก็จะถึงโบสถ์ครับ
มุมถ่ายรูปยอดนิยมจะเป็นฝั่งตะวันตกของโบสถ์ โดยอาคารรอบๆโบสถ์ก็จะก่อสร้างด้วยอิฐสีเหลืองเหมือนกันทำให้ดูกลมกลืน
อิฐเรียงขึ้นเป็นไปยอดแหลมตามรูปแบบโกธิค
เปิดประตูเข้ามาด้านในครับ มุมนี้คือมุมที่เห็นจากในเน็ตแล้วแบบ เฮ้ยสวย อยากมาดู
เก้าอี้เรียงกันสวยงาม
ถ้าหันหลังไปก็จะเจอ organ ขนาดใหญ่ ซึ่งเค้าจะบรรเลงทุก 1 ชั่วโมง
ด้านข้างมุมนี้ก็สวยงาม
อันนี้น่าจะเป็นเปียโน
อ่างทองเหลือง
เทียน
แถวเก้าอี้จากมุมด้านใน
โดมฝั่งทิศตะวันออกครับ
สงบ สวยงาม
เวทีขึนไปนำสวด
ออกมาเก็บภาพด้านนอกเพิ่มเติม
ด้านนอกฝั่งทิศตะวันออกที่ผมชอบไม่แพ้กัน
อีกมุมหนึ่งครับ
โชคดีมากๆ คืพอตอนจะกลับฝนก็มาฟ้าปิด ดีที่ได้ถ่ายรูปทัน

วันที่ไปมีนักท่องเที่ยวประมาณ 5 คนครับภายในก็เลยดูเงียบสงบ บรรยากาศดูเป็นโบสถ์ดีไม่มีเสียงดัง ฮ่าๆ ถ้ามีเวลาก็น่านั่งรถออกมาเที่ยวครับ สามารถเข้าชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

Grundtvigs Kirke
เบอร์ : 35 81 54 42
เปิด : จันทร์-เสาร์ 9.00-16.00 อาทิตย์ 12.00-16.00 (หน้าหนาวปิด 13.00)
เว็บไซต์
foursquare

Similar Posts

  • Sand Museum เมือง Tottori – Japan Nov14 ตอนที่ 4.3

    สถานที่สุดท้ายที่เราแวะเที่ยวในเมือง Tottori ก็คือพิพิธภัณฑ์ทราย หรือ Sand Museum นั่นเองครับ ที่จริงตัว museum อยู่ไม่ไกลจากทะเลทราย tottori เท่าไหร่ พอเดินได้ แต่คุณลุงแทกซี่ก็ขับพาเรามา ไม่ต้องเดินเอง ที่นี่เปิดขึ้นในปี 2006 ครับ แล้วงานก็จะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนไปเรื่อยๆ แล้วแต่ธีมที่จัดขึ้น ซึ่งก็จะมีทีมงานจากแต่ละประเทศมาตกแต่ง ก่อทรายจะเป็นรูปร่างหน้าตา เรื่องราวต่างๆ อย่างตอนที่เราไปนั้นก็จะเป็นธีมเกี่ยวกับรัสเซีย งานแต่ละชิ้นก็จะเป็นเกี่ยวกับรัสเซีย ข้อดีของที่นี่คือเค้าจะปิดค่ำๆ เพราะคนมักจะไปดูพระอาทิตย์ตกที่ Sand Dunes เสร็จก็มาดูที่นี่ต่อครับ ช่วงเวลาทำการก็จะเป็น 9.00-20.00 มีค่าเข้าชมคนละ 600 เยน

  • iBrew ร้านขายอุปกรณ์ต้มเบียร์ Singapore

    นอกจากงานเบียร์ Beer Fest และพวกร้านเบียร์ ทริปนี้ยังได้แวะไปร้านขายอุปกรณ์ต้มเบียร์ในสิงคโปร์ด้วยครับ ร้านนี้มีชื่อ iBrew อยู่ออกไปนอกเมืองเหมือนกัน ถ้านั่งรถใต้ดินก็จะลงสถานี Clemeti ครับ ผมนั่ง grab มาครับ เลยไม่ต้องเดินไกล ร้านอยู่ใต้อาคารพักอาศัย อารมณ์แบบพวกอพาร์ตเมนต์ 4-5 ชั้น คล้ายพวกบ้านของการเคะไอ้อย่างงนี้ครับ บริเวณใกล้ๆก็จะเป็นศูนย์อาหาร ร้านของต่างๆ ตัวร้าน iBrew ขนาดไม่ใหญ่มาก มีอุปกรณ์หลากหลายพอสมควร สามารถซื้อกลับไป ต้มได้เลย หมัก กรอกใส่ขวดได้เลยอุปกรณ์ครบครับ พวกชุดคิทก็มี หรือจะเป็นมอลต์ต่างๆ ก็มีเช่นกันครับ

  • | |

    The Baguette ขนมปังเจ้าอร่อย หัวหิน

    นอกจากอาหารทะเลแล้วที่หัวหินมีอีกหลายๆ ร้านที่อร่อยและเป็นที่นิยมครับ โดยเฉพาะอาหารฝรั่ง รวมถึงร้านนนี้ร้านเบเกอรี่ ร้านนี้มีชื่อว่า The Baguette ขนมปังฝรั่งเศส ครับ ร้านนี้เป้นอีกร้านที่มาหัวหินก้มักจะแวะซื้อขนมปังต่างๆ ติดมือไปยังที่พัก หรือไม่ก็ซื้อขากลับบ้าน เมนูที่ที่บ้านมักจะซื้อก็คือ พายต่างๆ พวกไส้เนื้อ ไส้ตับ อีกอย่างที่ได้รับความนิยมของร้านนี้ก็คือ บัตเตอร์ฟลายครับ นอกจากเบเกอรี่แล้ว ด้านในมีตู้เย็นขายพวก ไส้กรอก แฮม ซาลามี่ รวมถึงชีสต่างๆ อย่าง กรูแยร์ กอมองแบร์ด้วย หรือถ้าจะทานที่ร้านเลยก็มีเมนูหลากหลายพอสมควรครับ มีพวกกาแฟให้ทานกับอาหารเช้า แต่ผมยังไม่เคยทานที่ร้านครับ ไม่แน่ใจว่าเป็นยังไงบ้าง ตัวร้านจะอยู่ฝั่งซ้ายมือ เลยจากวังไกลกังวลมานิดหน่อยครับ เลยซอย 39 มานิดเดียว มีป้ายร้านเห็นชัดเจนครับ

  • |

    Mutekiya (ราเม็ง 3กระทะ) สุดยอดราเม็งย่าน Ikebukuro – Japan 2014 ตอนที่ 11

    เดินทางกันมาจนถึงร้านสุดท้ายของทริป วันนี้เป็นวันสุดท้ายของเราในทริปญี่ปุ่นต้นปี 2014 ลงโอซาก้าและมาบินกลับไทยที่โตเกียวด้วย A380 ลำโต เราปิดท้ายทริปนี้ด้วยราเม็งเจ้าดัง Mutekiya ซึ่งอยู่แถว Ikebukuro เป็นมื้อสายๆของวัน สำหรับร้านนี้พี่ชายและพี่สาวมาคุยถึงให้ฟังหลายที โดยจะเรียกกันติดปากว่าราเม็ง 3 กระทะ เพราะว่าชื่อร้านจะเขียนอยู่บนกระทะสามใบหน้าร้าน ส่วนตัวเราไม่เคยมาเลยซักครั้งเพราะช่วงหลังๆมาญี่ปุ่นก็จะไปโผล่ โอซาก้าบ้าง ฮอกไกโดบ้าง จนคราวนี้มีโอกาสมาโตเกียวก็เลยได้มาซะที พี่ชายพี่สาวก็อยู่โรงแรม เรามาเข้าแถวทานคนเดียว มาช่วงประมาณ 11 โมงเช้าวันจันทร์ รอคิวไม่นานมากประมาณ 20 นาที ถ้าเป็นช่วงเย็นคนจะเยอะกว่านี้พอสมควร ได้ข่าวมาว่าตอนนี้เริ่มคิวยาวขึ้นแล้ว เพราะนักท่องเที่ยวไปพูดถึงกันเยอะ เขียนลง blog เยอะ แน่นอนว่ารวมเราชาวไทยไปด้วย เยอะจนในนเว็บไซต์ของร้านมีภาษาไทยให้อ่านด้วย 😀 พอใกล้ๆจะถึงคิว พนักงานก็จะเอาเมนูมาให้ดูตั้งแต่ในแถว แล้วสั่งไว้ พอได้เข้าไปนั่งในร้านแป๊บเดียวก็จะยกมาเสิร์ฟเลย สำหรับร้านนี้สามารถเพิ่มปริมาณเส้นได้ฟรีด้วยครับ

  • แวะจิบเบียร์สดที่ร้าน Cafe Cambrinus ใจกลางเมือง Bruges – ประเทศเบลเยี่ยม

    เมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมมีโอกาสได้เดินทางไปประเทศเบลเยี่ยมกับชาวคณะ Captain Barrel ครับ เป็นการไปเบลเยี่ยมครั้งแรกของผมเลย ทริปนี้ราวๆ 7 วันครับ พักที่สองเมืองใหญ่คือ Bruges และ Brussels แล้วก็แว้บออกไปโรงเบียร์ตามเมืองต่างๆ ครับ ผมทยอยๆ เล่าไปทีตอนนะครับ โดยวันแรกคณะของเราเดินทางจากสนามบินในเมือง Brussels มายังเมือง Bruges ด้วยรถบัสขนาดใหญ่ เดินทางประมาณ 1.30 ชั่วโมง ก็มาถึงที่พักครับ เราพักกันที่โรงแรม novotel ไม่ไกลจากใจกลางเมือง เดินเท้าเอาได้ เข้าที่พักทานอาหารเย็นที่ร้าน Mr. Spaghetti แล้ว เราก็เริ่มทริป Road to Belgium กันที่ร้านแรกชื่อว่า Cafe Cambrinus เป็นร้านเบียร์ขนาดไม่ใหญ่มาก แต่มีแทปเบียร์สดให้เลือกชิมเยอะพอสมควรเลย ที่จริงแล้วที่นี่เป็นร้านสาขาที่สอง สาขาแรกอยู่ห่างออกไปประมาณ 70 เมตร ตอนแรกที่เรามาถึง ในร้านยังพอมีลูกค้าโต๊ะอื่นๆ อยู่บ้าง ไปๆมาๆ คณะของเราก็ทยอยยึด จนกลายเป็นคนไทยกระจายตัวแน่นร้าน ฮ่าๆ สั่งเบียร์มาทานด้วย อาหารและกับแกล้มด้วยครับ

  • |

    Goodbeer Faucets สาขา Fukuoka

    ร้านคราฟท์เบียร์ใน Tokyo ที่ผมชอบมากเป็นพิเศษคือ Goodbeer Faucets สาขา Shibuya ครับถ้าไป Tokyo ทีไรก็หาวันแวะไปทุกครั้ง ทีนี้พอมีโอกาสมา Fukuoka ก็เลยมาลองอีกสาขา สาขานี้ชื่อ Hakata ครับ สาขานี้จะอยู่ที่ตึก Barbizon 103 ริมแม่น้ำ Naka ที่นักท่องเที่ยวนิยมมาทานร้านริมถนน (Yatai) เดินจากสถานี Tenjimminami ประมาณ 550 เมตรครับ แต่แนะนำให้นั่งรถเมล์เอาจะลงใกล้กว่ามาก ลงป้าย Minami Shinchi ครับ ร้านขึ้นมาชั้น 2 เข้ามาปุ๊บแปลกใจคนน้อยมาก สาขา Shibuya นี่แน่นทุกวัน สาขานี้เงียบๆ สบายๆ อากาศไม่หนาวมากผมเลยออกไปนั่งด้านนอก มีคูรักอยู่หนึ่งคู่เราไปป่วนซะงั้น วิวดีเลยครับ ติดริมแม่น้ำ มีเรือล่องไปมาด้วย


แสดงความคิดเห็น