|

บรรยากาศงาน London Craft Beer Festival 2017

เมื่อต้นเดือนสิงหาคมผมได้เดินทางไปยังกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ทริปนี้มีเป้าหมายสามอย่างคือ เบียร์ อาหาร และฟุตบอล ฮ่าๆ เป้าหมายหลักก็คืองานนี้ London Craft Beer Festival เป็นงานที่เล็งไว้มา 2 ปีแล้วเพิ่งมีโอกาสได้มาครับ

ปีนี้งานจัดเป็นปีที่ 5 ตัวงานมีทั้งหมด 3 วันคือ 4-5-6 สิงหาคม โดยจะแบ่งเป็น 5 session ศุกร์บ่าย ศุกร์เย็น เสาร์บ่าย เสาร์เย็น และอาทิตย์บ่าย ค่าตั๋วจะอยู่ที่ 45 ปอนด์ โดยราคานี้จะได้แก้วหนึ่งใบแล้วก็ทานเบียร์ทุกตัวในงานฟรี หรือถ้าตั๋วเหมาเข้าทุกช่วงจะอยู่ที่ 150 ปอนด์

ผมไปทั้งหมด 2 session ครับ คือไปเย็นศุกร์และบ่ายอาทิตย์ วันศุกร์นี่คือลงเครื่องมาตอนเช้า พอเย็นไปงาน หัวค่ำก็เริ่มมึนๆ ง่วงๆ แล้ว (มันราวๆ ตี 2 ตี 3 ไทย) ส่วนวันอาทิตย์ที่ 6 งานเริ่มเที่ยง พอไปถึงหน้างานนี่แปลกใจพอสมควร เพราะมีแถวยาวเฟื้อยเลย แต่พอถึงเวลาเข้างานก็เร็วครับ เค้าตรวจบัตรแล้วแจกแทคข้อมือไว้ก่อนเปิดประตู

ประตูทางเข้างานครับ
รอบวันอาทิตย์บ่าย คิวยาวอ้อมตึกเลยทีเดียว
เอาเมลจองตั๋วให้พนักงานดูก็จะได้แทคข้อมือมาครับ
ผ่านประตูเข้ามาจะได้รีบแก้วคนละ 1 ใบ
เข้ามาก็จะเป็นลานโล่ง มีโต๊ะอยู่ฝั่งซ้ายมือ คนเยอะเลยครับ (เย็นวันศุกร์)
รอบๆ ลานเป็นร้านอาหาร ร้านนี้ขายไส้กรอก
ร้านพิซซ่า
ร้านนี้ขาย Shawarma
เดินผ่านลานมาก็จะเจออาคารหลังคาสูงสองฝั่ง เป็นห้องใหญ่ๆ ฝั่งแรกชื่อ Combustion Chamber
อีกฝั่งชื่อ Generating Chamber
รายชื่อแบรนด์เบียร์ในงานครับ
มีโพยให้หนึ่งใบ พร้อมแผนที่และลิสต์
ลิสต์แบรนด์เบียร์ชัดๆ ครับ
ภายใน Combustion Chamber
เข้ามาเจอ Wild Beer Co
ลิสต์เบียร์ครับ
Stillwater จากอเมริกา
Wiper and True ของอังกฤษ
ติดกันเป็น Partizan อยู่ในลอนดอนครับ
Affinity Brew โรงนี้ไม่เคยได้ยินชื่อ อยู่ในลอนดอนเช่นกัน
anspach & hobday
Five Point Brewing
Crate brewery แทปรูมของโรงนี้มีพิซซ่าขายด้วย
Hackney
40FT โรงนี้อยู่ใกล้ที่พัก Airbnb ของผมมากครับ มีวันเสาร์ลองแวะไปปรากฎว่าปิด เพราะเค้ามาออกงานนี้
Hawkes เจ้านี้เป็นไซเดอร์
Howling Hops เจ้านี้ก็อยู่ไม่ไกลที่พัก ผมได้แวะไปแทปรูมของเค้าด้วยครับ
Moor Beer อีกเจ้าที่ไม่ค่อยคุ้นหู
บริเวณด้านหลังของห้องมีประตูไปอีกห้อง ชื่อ The Cask Yard
ภายในห้องนี้จะเสิร์ฟเบียร์แบบโบราณดั้งเดิมที่เรียกว่า Real Ale คือใช้มือปั๊มเบียร์ขึ้นมาจากถัง (cask) ซึ่งเป็นที่นิยมในอังกฤษมากครับ เหมือนเป็นสไตล์เก่าแก่ที่เค้าพยายามรักษาเอาไว้นั่นเอง
ลิสต์เบียร์
ลิสต์เบียร์
ด้านหน้าห้องมีเจ้าใหญ่อย่าง Brewdog ตั้งอยู่ คนไม่ค่อยรุม ไปหาเจ้าแปลกๆ ทานกันมากกว่า
Basqueland Brewing Company จากสเปน
Two Roads อีกโรงจากอเมริกา
Fourpure โรงดังในลอนดอน
บรรยากาศในงาน
Left Handed Giant โรงนี้ก็ไม่เคยได้ยินชื่อ มาจาก Bristol
เจ้านี้คุ้นหน่อย Siren Craft
Lervig จากนอร์เวย์ที่เพิ่งมีตัว supersonic ในบ้านเรา
Magic Rock จากเมือง Huddersfield ซึ่งเป็นอีกโรงที่ผมได้ไป brewery tour ด้วยครับ
Fierce เจ้านี้จากสกอตแลนด์ครับ
เดินวนจนครบห้อง ผมก็ชิมตัวแรกครับ เป็น IPA Mosaic ของ Wiper and True ตัวนี้ค่อนข้างดราย ซ่า รสแบบฝรั่งสุก หอมกลิ่นฮอปส์
เดินวนออกมาข้างนอก
เดินมาโผล่อีกห้อง ด้านหน้ามีขายเสื้อที่ระลึก
แล้วก็มีตู้ขายเบียร์กระป๋อง/ขวด ซื้อกลับบ้านได้ครับ
มีหลายๆ ยี่ห้อผสมๆ กัน
ตัว limited จะจำกัดการซื้อแค่คนละหนึ่งกระป๋อง
ขวดใหญ่แบบไม่ต้องแช่อยู่อีกฝั่ง
บรรยากาศใน Generating Chamber
มีถังน้ำเอาไว้ให้ล้างแก้วครับ
เริ่มกันที่ Brew By Numbers อีกหนึ่งเจ้าดังในลอนดอน
Pohjala จากเอสโตเนีย เจ้านี้ขึ้นชื่อพวก Stout / Imperial Stout
The Kernel เจ้าดังของลอนดอนเช่นกันครับ
แวะชิม Citra Pale Ale ของเค้าหน่อย ดรายๆ รสส้ม ค่อนข้างขมฮอปส์
ติดกันเป็น Northern Monk จาก Leeds
ลองชิมตัว Heathen ไปครับ เป็น IPA กลิ่นหอมส้มเขียวหวาน รสไปทางฝรั่งสุก ซ่า ค่อนข้างดราย ตัวนี้อร่อยเลย
ต่อด้วย Mikkeller จากเดนมาร์ก
ชิมตัวกระป๋องชื่อ Capenhagen เป็น New England IPA ที่ทำร่วมกับแบรนด์ Devil’s Peak จาก South Africa ซึ่งเป็นที่มาของชื่อนั่นเอง (Cape Town+Copenhagen) ตัวนี้ดรายๆ ดื่มลื่น มีรสหวานอ่อนๆ กลิ่นส้มบางๆ
ติดกันเป็นเจ้าดังมาแรงในตอนนี้ Cloudwater จาก Manchester
ลิสต์เบียร์ของ cloudwater
ผมลอง NW DIPA Citra Amarillo เป็น Double IPA 8.2% รสส้ม บาลานซ์ดี ติดหวานนิด ดื่มลื่น มีขมหน่อยๆ ผลไม้สุกๆ อร่อยมากครับ
Dugges จาก Sweden
แล้วก็ Other Half แบรนด์ดังจาก New York
ผมลองชิม Double Dry Hopped All Citra Everything ส้มมาก หวานนิด บาลานซ์ดี สวยงาม ขมติดลิ้นนิดหน่อย อร่อยเช่นกันครับ
Dry & Bitter จากเดนมาร์ก เจ้านี้ก็ไปคอแลปกับหลายๆ แบรนด์ครับ
Buxton ของอังกฤษ ดรงที่ต้ม Omnipollo เยอะๆ นั่นเอง
Oskar Blues ของอเมริกา เจ้านี้เพิ่งเปิดตัวในบ้านเราไปครับ
Beaver Town
Pressure Drop โรงในลอนดอนอีกโรง
amundsen bryggeri จากนอร์เวย์
Gipsy Hill อยู่ทางตอนใต้ของลอนดอน จดมาว่าจะไป แต่ก็ไม่ได้ไปโรงเค้าครับ
Weird Beard Brew อยู่ในลอนดอนเช่นกัน
White Hag โรงนี้จากประเทศไอร์แลนด์ครับ
อีกเจ้าจากนอร์เวย์ Ægir Bryggeri
Thornbridge โรงนี้อยู่ใกล้ๆ Buxton ครับ
ตรงทางออกมีบูธของเจ้าใหญ่ Sierra Nevada
คนแน่นตลอด
วนกลับไปลอง Must Kuld Colombia ของ Pohjala เป็น Coffee Porter ปรากฏไม่ค่อยโดนเท่าไหร่ รสออกเปรี้ยวกาแฟ บอดี้ใสๆ ซ่า
Superluminal ของ Stillwater x Buxton เปรี้ยว หอมนิดๆ กำลังดี
เปรี้ยวต่ออีกตัว Original Blueberry Slab Cake Ice Cream เป็น Buxton x Omnipollo ล้างปากดีมากครับ
แว้บออกมากิน Barbecued Lamb Shawarma ราคา 12 ปอนด์ ไม่ค่อยเวิร์คเท่าไหร่ แต่กินกันตาย แป้งมันแห้งๆ ฝืดคอ
กลับไปต่อด้วย 55|05 – Double IPA – Citra & Ella ของ Brew By Numbers ตัวนี้ก็ไม่ค่อยเวิร์ค ออกหวาน ฮอปส์ไม่ค่อยออก
ล้างปากด้วยของดี Imaginary Greenscapes ตัวพิเศษของ Cloudwater ที่ทำกับ Other Half ส้ม หวาน ลื่น หอม สวยงามเลย
ก่อนกลับที่พักกินอาหารอีกที ไม่ค่อยเวิร์คอีกแล้วครับ ฮ่าๆ
วันอาทิตย์ session สุดท้ายของงาน 12.00-17.00 ผมกลับมาอีกรอบครับ ด้านนอกงานคนยังไม่เยอะมาก
เข้าห้องขวามือ Combustion Chamber ก่อน
เพราะว่าวันนี้ Verdant อีกหนึ่งเจ้าดังของอังกฤษมาแล้ว เมื่อวันศุกร์ยังไม่มา
ผมลองแก้วแรกชื่อ Pineapple Express ทำร่วมกับ Dry & Bitter สไตล์ IPA กลิ่นผลไม้สุก รสหวาน ซ่า ดื่มลื่น กลิ่นนี่หอมเปรี้ยวๆ อร่อยเลยครับ
ต่อด้วย Pulp Dorble IPA ตัวดังของแบรนด์ หอมส้ม ดื่มลื่น รสออกหวาน น้ำเบียร์ซ่า อร่อยไม่แพ้กัน
ต่อด้วย Siren Craft
ลองเป็นตัว Broken Dream Breakfast Stout เป็นสไตล์ Oatmeal Stout ครับ หอมชอคโกแลต รสหวาน บอดี้หนา ดื่มลื่นดี
กลางห้องมีดีเจเปิดแผ่นอยู่
Ain’t Nothing Nice ของ Other Half แบบ Double Dry Hopped หอมสดชื่น รสส้มๆ บาลานซ์สวย มีหวานนิด ขมกำลังดี ดื่มลื่นมากครับ
ต่อด้วย Double Dry Hopped Double Mosaic Daydream เป็น Double IPA 8.5% รสหวาน ฮอปส์ส้มๆ บอดี้หนา ดื่มลื่นดี ชอบเช่นกัน
ไหนๆ ก็ไหนๆ กดครบสามตัวเลย สุดท้าย Double Dry Hopped Simcoe IPA คาแรคเตอร์ยังคงเป็นส้ม ซ่า ขมกำลังดี หวานนิด บอดี้กลางๆ ดื่มลื่น

เดินไปบูธของ Phojala
วันนี้มาสองตัว
ลองตัว Virmalised IPA เป็นแนว Malty หญ้าๆ ไม่ค่อยมีฮอปส์โดดเด่น บอดี้หนา รสหวาน
Winter Palace ของ Wiper And True ตัวนี้เป็น Imperial Stout รสหวาน รสกาแฟ นม บอดี้หนา มีสไปซ์นิดๆ จิบๆ ไปเริ่มเลี่ยนตอนหลังๆ
Faith ของ Northern Monk เป็น Pale Ale ครับ เบาๆ 5.4% กำลังดี ดรายซ่า ลื่น ดื่มง่าย
ลานด้านนอกคนเยอะตลอดเวลา
วนไปลองเบียร์ดำ Export India Porter ของ Kernel ตัวนี้เฉยๆ ดราย ใส ไม่ค่อยว้าวครับ
กินของเปรี้ยวล้างปาก Moscatel Sour จาก Dugges เปรี้ยวสมใจครับ ล้างปากดี นึกถึงพวกโยเกิร์ต นมนิดๆ
สี่โมงกว่าๆ เริ่มทยอยหมดครับ
Heavy Water With Chilli ของ Beavertown เป็น Imperial Stout หวานด้วย เผ็ดด้วย เย็นๆ ชอคโกแลต บอดี้หนา แปลกดีครับ
Hobo Chic เบียร์ Double IPA ของ Dry & Bitter หวานนิด ฮอปส์กลางๆ อร่อยดี
แก้วสุดท้ายในงานเป็น Porter ชื่อ Strictly Roots ของ Pressure Drop ครับ ตัวนี้ก็กลางๆ ไม่ว้าวมาก ซ่า เนื้อใสหน่อย มีคั่วนิดๆ
เบียร์หมด พบกันใหม่ปีหน้า 2018

โดยรวมประทับใจมากครับ คุ้มค่าบัตร 45 ปอนด์สุดๆ คือไม่น่าจะกินครบแน่ๆ เรื่องความหลากหลายของเบียร์ปีนี้อาจจะเทไปทางพวก New England IPA หรือ Hazy IPA เยอะไปหน่อย จิบซ้ำๆ ก็เลี่ยนเหมือนกัน อยากได้พวกดำๆ หรือเปรี้ยวมาตัดหน่อยครับ

สำหรับอาหารก็พอกินกันตาย ไม่ได้อร่อยมากเท่าไหร่ ที่เจ๋งอีกอย่างก็คืออากาศ โชคดีไม่เจอฝนเลยครับ พระอาทิตย์ตกสองทุ่มกว่าๆ เย็นสบาย ในห้องอาจจะร้อนหน่อยแต่ข้างนอกชิลล์มาก

เป็นงานเบียร์ที่ประทับใจที่สุดงานหนึ่งที่เคยไปมาเลยครับ ทีมงานเดียวกันนี่เค้ายังตระเวนจัดอีก หลายเมืองทั่วเกาะ เช่น Edinburgh Craft Beer Festival, Bristol Craft Beer Festival ถ้ามีโอกาสคิดว่าจะกลับมาแน่ๆ ครับ

Similar Posts

  • |

    Kiji Okonomiyaki ร้านอร่อย สถานี Tokyo

    สำหรับมื้อแรกค่ำๆ วันคริสมาสต์ หลังจากเอาข้าวของไปเก็บที่ห้องพัก Airbnb เรียบร้อยแล้ว คณะของเราก็เดินทางด้วยรถไฟ JR สาย yamanote มาที่สถานี Tokyo ครับ ที่แรกตั้งใจจะมาทานซูชิสายพานร้าน Hanamaru แต่พอเห็นคิวก็ยอมแพ้ วันหลังค่อยมาทานใหม่ ก็เลยต้องเปิดหาร้านใหม่ ทานอะไรกันดี ลงมาดูที่ชั้นล่างของห้าง marunouchi tokia ที่อยู่ไม่ไกลกัน ก็มีหลายร้าน เล็งไปเล็งมาเจอร้านนี้ Kiji คะแนนเรตติ้งค่อนข้างดี คิวไม่ยาวมาก ก็เลยต่อแถวกับเค้าครับ คิวดูไม่ยาวมาก แต่กว่าจะได้โต๊ะนั่งก็ร่วม 40 นาทีได้ ร้าน Kiji เป็นร้านขาย Okonomiyaki หรือพิซซ่าญี่ปุ่น ตัวร้านแรกอยู่ที่ Osaka ครับ ตอนเข้าไปก็ไม่รู้หรอกว่าเป็นเจ้าดัง พอตอนออกถึงได้เห็นว่าเป็นร้านที่ติด Michelin Guide มิน่าคิวถึงได้ยาวพอสมควร รอจนได้โต๊ะนั่งสั่งเสร็จ รออาหารอีกซักพักครับ

  • |

    ครัวคุณนิด อุดรธานี

    ตอนกลางวันออกไปกิน ไก่ตุ๊ป่อง ร้านนอกเมือง พอตอนเย็นก็นัดกับเพื่อนๆ มาลองทานร้านในเมืองกันครับ เสิร์ชดูจากเน็ตนี่หละครับว่าร้านไหนน่าลอง เจอร้านนี้ ครัวคุณนิด ดูน่าอร่อย ตัวร้านเป็นห้องใหญ่ๆ เหมือนห้องโถงจัดเลี้ยงงาน แอร์เย็นสบายครับ ลูกค้าในร้านเยอะพอสมควร แต่พนักงานก็เยอะ บริการไวดีครับ รายการอาหารก็จะเน้นอาหารอีสาน ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นเมนูท้องถิ่นของจังหวัดอุดร อย่าง ไก่แป๊ะซะ แกงหวาย แล้วก็เมนูที่ทำจากปลาเนื้อ่อน หรือปลาตอง อะไรอย่างนี้ เอาไปทำหมก เอาไปแกง เอาไปทอด

  • | |

    T.Y. Harbor โรงเบียร์และร้านอาหารริมน้ำ สถานี Tennozu Isle

    ที่นี่ผมได้ยินชื่อมานานแล้วครับแต่ไม่มีโอกาสได้มา คราวนี้มาพักแถวสถานี Hamamatsucho ซึ่งอยู่ไม่ไกล นั่งรถนิดเดียวถึงก็เลยมาลองตั้งแต่ช่วงกลางวันครับ ตัวร้านอยู่ห่างจากสถานี Tennozu Isle ประมาณ 400 เมตร ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเลยครับ หน้าตาร้านจะเหมือนโกดังสินค้า เข้ามาในปุ๊บเป็นฮอลล์หลังคาสูง ใหญ่กว่าที่คิดพอสมควร พนักงานมาสอบถามจำนวนแล้วก็พาไปโต๊ะ พนักงานสุภาพเรียบร้อยมากๆ ครับ พอเข้ามาด้นาในร้าน ดูคร่าวๆ นี่เต็มเกือบทั้งร้านเลย ลูกค้าก็หลากหลาย มาเป็นครอบครัวพร้อมเด็กก็มี เป็นคนทำงานก็มี บริเวณด้านนอกร้านยังมีที่นั่งด้วย เค้าเอาพลาสติกมากันลมไว้ เพราะลมเย็นใช้ได้เลย รายการอาหารเยอะดีครับเป็นอาหารฝรั่งฟิวชั่นๆ นิดๆ อ่านดูน่าลองทานหลายเมนูเลย ส่วนเบียร์ก็จะเป็นเบียร์ที่ต้มที่นี่ มีให้เลือกชิมอยู่ประมาณ 5-6 สไตล์ แล้วก็จะมีเบียร์จากยี่ห้ออื่นๆ มาเป็น guest beer ครับ

  • เดินเที่ยวและสวดมนต์ขอพรที่ Dazaifu – Kyushu 2014 ตอนที่ 2.1

    โปรแกรมวันที่สองของทริปนี้เราไปใกล้ๆ เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของ Fukuoka นั่นก็คือ Dazaifu ที่นี่จะมีศาลเจ้า Dazaifu Tenmangu แล้วระหว่างทางก็จะมีร้านรวงเต็มไปหมดครับ การเดินทางจากสถานี Hakata นั่น จะวิ่งออกไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ สามารถไปด้วยรถไฟก็ได้หรือไปด้วยรถบัสก็ได้ทั้งสองอย่างจะใช้เวลาพอๆกันคือประมาณ 40 นาที สะดวกวิธีไหนก็ไปวิธีนั้นครับ ออกจากสถานีก็เดินตามทางไปเรื่อยๆ แวะชิมขนม ซื้อของฝากหรือถ้าจะทานข้าวจริงจังเลยก็ลองแวะทานโซบะบริเวณร้านแถวนี้ได้ครับ ส่วนขนมก็จะมี Umegaemochi ขนมโมจิไส้ถั่วแดง เป็นขนมยอดนิยมของที่นี่

  • |

    รีวิว ANA Lounge สนามบิน Narita

    ขากลับจาก Narita ได้เข้าใช้ ANA Lounge ตอนก่อนขึ้นบินครับ เป็นครั้งแรกที่ได้ใช้บริการที่นี่ สายการบินในเครือ Star Alliance อย่างการบินไทยก็ใช่ที่นี่เช่นเดียวกันครับ ทำให้ในเลาจน์มีคนไทยอยู่เลยคนเลย ตอนก่อนเข้ามีคิวนิดหน่อย ขนาดของเลาจน์ค่อนข้างใหญ่ครับ เข้ามามีแยกสองฝั่งซ้ายขวา ทั้งสองฝั่งมีไลน์อาหารและเครื่องดื่มเหมือนๆ กัน วันที่ผมใช้บริการนี่เป็นช่วงเย็นๆ คนแน่นทั้งสองฝั่ง คือเยอะมา เอเชีย ฝรั่ง คนไทย เต็มไปหมด สำหรับอาหารก็มีฝรั่งฝรั่งอย่างพาสต้า แซนด์วิช ขนมปังนิดหน่อย ส่วนใหญ่จะเน้นอาหารญี่ปุ่น พวกข้าวแกงกระหรี่ ข้าวปั้น ซูชิ ผัดเส้น นอกจากนี้ก็มีราเม็งให้เราไปสั่งได้แบบทำใหม่ชามต่อชาม ซึ่งตรงนี้จะคิวยาวหน่อยครับ สำหรับเครื่องดื่มแอกอฮอล์มีพวกสาเกให้ดื่มด้วยครับ

  • |

    Oasis Cafe and Bar – New Zealand 2014 ตอนที่ 9.1

    วันนี้เรามีโปรแกรมขับรถยาววันสุดท้าย ราวๆ 180 กิโลเมตร เพื่อจะไปพักที่ Queenstown ซึ่งเราจะไปแวะเที่ยวที่ Lake Wanaka ด้วย check out เสร็จก็ออกเดินทาง โดยแวะซื้อขนมปังและกาแฟ ที่ร้านใกล้ๆที่พักชื่อ Oasis Cafe and Bar ตั้งชื่อได้ตรงดีครับ เพราะเมืองนี้มันเงียบและเล็กจริงๆ 😀 เติมพลังแล้วเราก็ลุยต่อไปจุดหมายแรกของวันนี้ ‘Lake Wanaka’ ซึ่งจริงๆ ถ้าไม่แวะ Lake Wanaka กูเกิ้ลก็จะแนะนำให้เราไปถนนหมายเลข 8 ซึ่งเส้นและขับง่ายกว่า แต่ไปอ่านมาว่าจาก Wanaka ไป Queenstown นี่ให้วิ่งเส้น Cardrona Valley Rd เพราะจะสวยกว่า วิ่งฝ่ากลางเขาไปทั้ง 2 ข้าง แต่ก็ต้องขับยากกว่าเช่นกันครับ


แสดงความคิดเห็น