เยี่ยมชมโรงเบียร์ Tiny Rebel เมือง New Port ประเทศเวลส์

หลังจากไปงาน London Craft Beer Festival ช่วงค่ำวันศุกร์ เช้าวันเสาร์ผมตื่นแต่เช้าเดินทางออกจากลอนดอนที่สถานี Paddington เพื่อไปยังประเทศเวลส์ จุดหมายวันนี้คือโรงเบียร์ Tiny Rebel ครับ

สำหรับการซื้อตั๋วรถไฟนั้นผมซื้อผ่านแอพชื่อว่า trainline โดยถ้าเราจองล่วงหน้าหลายวันและจองช่วงเวลา off peak ที่คนใช้บริการน้อยๆ ก็จะราคาถูก สำหรับเส้นทางนี้ตั๋วต้องเอาโค้ดไปปรินท์ที่ตู้ตามสถานี โดยผมใช้บัตร rail card ซื้อด้วย ทำให้ได้ราคาถูกลงไปอีกนิด

บัตร rail card คือบัตรที่ใช้ลดราคาตอนซื้อตั๋วรถไฟ มีหลายประเภทเช่น บัตรนักเรียน บัตรผู้สูงอายุ ส่วนที่ผมใช้เรียกว่าแบบ Two together คือเดินทางพร้อมกันสองคน อาจจะเป็นเพื่อน เป็นแฟน เป็นพี่น้องก็ได้ ค่าทำอยู่ที่ 30 ปอนด์ มีอายุหนึ่งปี ซึ่งถ้าเดินทางไกลๆ อย่างเช่นข้ามมาเวลส์นี่ ส่วนลดก็คุ้มค่าบัตรแล้วครับ ลดจาก 80 กว่า เหลือ 50 กว่าปอนด์

สถานีที่เดินทางมาลงคือ Newport Gwent เดินทางจากลอนดอนประมาณ 1.45 ชั่วโมง ระหว่างวิวก็โอเค วันนี้แดกออก พอมาถึงสถานีก็หารถเมล์เพื่อเดินทางต่อไปยังโรงเบียร์ครับ งงกับทิศอยู่ซักพัก รถเมล์สายที่รอก็มา ค่ารถเมล์จ่ายเป็นเงินสดกับคนขับ ถึงป้ายก็เดินไปอีกนิด ผ่านวิวชนบทสวยงาม เห็นเนินเขาและฟ้าใสๆ

โรงนี้เพิ่งย้ายมาเมื่อต้นปีครับ และก็เพิ่งเปิดเป็น brewery tour เป็นครั้งที่ 7 เท่านั้นเอง ระหว่างรอให้ถึงเวลานัด ผมก็จิบเบียร์และเดินถ่ายรูปรอบๆ รอครับ ผู้ร่วมทัวร์นี่ไม่ได้เป็นวัยรุ่นนะครับ แต่เป็นคุณลุงคุณป้า มีอยู่กลุ่มนึงเป็นคน Newport นี่เองเลย พอถึงเวลาพนักงานก็พาขึ้นไปฟังบรรยายคร่าวๆ ที่ห้องประชุมด้านบนก่อนจะพาลงมาเดินชมตัว Brewery ครับ

ประวัติคร่าวๆ ของโรงก็คือ Tiny Rebel มีอายุ 7 ปี โดย Bradley Cummings และ Gareth Williams ชาวเมือง Newpoer ทั้งสองคน เริ่มต้นจากการทำเบียร์แบบโฮมบรูว์อยู่ในโรงรถอยู่สองปี ก่อนจะขยับขยายมาเป็นโรงงานจริงจังในปี 2012 ส่วนโรงปัจจุบันเพิ่งย้ายมาเมื่อต้นปี 2017 นี่เองครับ

รถไฟจากลอนดอนมาลงที่สถานี Newport ครับ
นั่งรถเมล์สาย R1 หรือ 56 มาลงที่ป้าย Tredegar Arms ครับ เป็น Pub เล็กๆ
เดินตามทางลงไป
ผ่านบ้านคน
อีกนิดเดียวก็จะเจอ Silo ของโรง Tiny Rebel เพนท์รูปการ์ตูนสีสะดุดตาอยู่ครับ
ด้านหน้าโรง รูปหมีแลนชื่อโรงขนาดใหญ่
วิวด้านหน้าโรง สวยงามเลยครับ
เข้ามาด้านในก็จะเป็นส่วนของ taproom และห้องอาหาร
เป็นห้องหลังคาสูง ขนาดใหญ่โตกว้างขวาง
บรรยากาศจากมุมบนครับ
หัวแทปเบียร์สด
ส่วนอีกฝั่งเป็นแบบ Hand pump ที่ไว้กด Cask Ale ครับ คือในอังกฤษ Cask Ale เป็นที่นิยมไม่แพ้เบียร์แบบที่อัดด้วย CO2 หลายโรงคราฟท์ก็ยังทำเบียร์แบบ Cask Ale อยู่ครับ
พนักงานกำลังโยกปั๊มเสิร์ฟเบียร์แบบ Cask Ale
ผมสั่งตัวนี้มาลองครับ Clwb Tropicana
เป็นสไตล์ IPA ครับ รสเสาวรส ขม ค่อนข้างซ่า ดราย คมๆ อร่อยดีครับ
มีกระจกที่สามารถมองเข้าไปเห็นในส่วนของห้องต้มได้ด้วยครับ
พนักงานให้มารอที่ร้านค้าของโรงครับ
มีของที่ระลึกขาย
เสื้อ
พอถึงเวลาก็มานั่งคุยกันที่ห้องประชุมด้านบนครับ เล่าประวัติคร่าวๆ แล้วก็แจกเบียร์ให้ เป็นตัวเดียวกับที่ผมทานแบบสดไปแล้วนั่นเอง
คุยกันเสร็จก็พาลงมาเดินชมภายใน Brewery ครับ
พี่คนนี้เป็นคนพาเราชมและอธิบายส่วนต่างๆ
ถังแมชชิ่งที่จะใส่มอลต์เข้าไป
มีมอลต์ให้ทดลองชิม พี่เค้าบอกว่าใช้ยี่ห้อ Muntons เป็นหลัก
หม้อต้ม
ตัวอย่างฮอปส์และยีสต์ ฮอปส์ที่ใช้เยอะจะเป็นสายพันธุ์ Mosaic
ยีสต์สูตรเฉพาะของโรง Tiny Rebel ใช้ได้ประมาณ 10 แบทช์
กดเบียร์ที่ยังหมักไม่เสร็จมาให้ลองชิมกันด้วยครับ
ถังหมักเบียร์ ที่นี่ใช้เวลารวมๆ จากวันต้มจนพร้อมเสิร์ฟอยู่ที่ 3 อาทิตย์ครับ
ฝั่งด้านเป็นโซนแพคเกจจิ้ง
ให้ชิมตัว Stay Puft อีกหนึ่งตัวดังของโรงครับ เป็นสไตล์ Porter ที่มีคาแรคเตอร์ของ Masmellow ด้วย หอมกลิ่นวานิลลา แล้วก็ไม้ไหม้ๆ บอดี้กลางๆ ดื่มลื่นดีครับ
ตัวอย่างถัง Cask Ale ที่จะใช้วิธี Hand Pump ไม่ได้กดด้วย CO2 แบบเบียร์สดที่เป็น Keg ทั่วไป
จากนั้นก็มีเบียร์ตัวเดียวกันที่เป็นแบบ Keg และ Cask ให้ลองเปรียบเทียบ ส่วนตัวผมเองก็รู้สึกว่า Cask มันจะนุ่มๆ เนียนๆ กว่า ไม่ซ่ากัดลิ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เลยขึ้นอยู่กับสไตล์เบียร์ด้วยว่าแบบไหนจะเหมาะกว่ากันครับ
ถังบาเรลที่นำเบียร์มาเอจ ระยะเวลาอยู่ที่ 9-12 เดือน มีทั้งถังวิสกี้และถังรัมครับ
จบทัวร์ก็กลับมาที่ห้องประชุม แจกเบียร์และแก้วให้อีกใบคุ้มจริงๆ

สนุกดีครับ เป็น brewery tour ที่อธิบายละเอียดดีมาก เคยไปตามโรงใหญ่ๆ ก็จะอธิบายคร่าวๆ ที่นี่นี่อธิบาย สายพันธุ์มอลต์ ฮอปส์ ยีสต์ น้ำละเอียดเลย โปรไฟล์น้ำเป็นยังไง (เค้าใช้น้ำบาดาล) หมักยังไง ยีสต์ใช้กี่รอบอะไรอย่างนี้

ถ้าสนใจสามารถจองผ่านเว็บ Eventbrite ได้ครับ มีทุกเสาร์ สามช่วงคือ 12.00 15.00 และ 17.00 ค่าตั๋วอยู่ที่คนละ 15 ปอนด์ครับ

Tiny Rebel สถานี Newport
เบอร์ : 01633 547378
เปิด : พุธ-พฤหัสบดี 12.00-23.00 ศุกร์ 12.00-01.00 เสาร์ 9.00-01.00 อาทิตย์ 9.00-23.00 จันทร์-อังคาร ปิด
เว็บไซต์
เพจ
foursquare

Similar Posts

  • |

    MASH คราฟท์เบียร์ร้านสวยใจกลางเมือง – ซอยคอนแวนต์ สีลม

    อีกหนึ่งร้านคราฟท์เบียร์บาร์ที่เพิ่งเปิดตัว มีชื่อร้านว่า MASH ครับ ชื่อร้านมาจากกระบวนการ mashing ในการทำเบียร์นั่นเอง ตัวร้านอยู่ในซอยคอนแวนต์บนถนนสีลม โลเคชันดีมากๆ เดินจากรถไฟฟ้าศาลาแดงนิดเดียว ใครทำงานย่านนี้ เดินมาจิบหลังเลิกงานได้สบายๆ หน้าร้านเป็นกระจกใสมองทะลุเข้าด้านในได้ ตัวร้านตกแต่งด้วยโทนสีขาวดำครับ อย่างตัวบาร์ก็เป็นหินอ่อนขาวยาวเป็นรูปตัว L  มีโต๊กระจายอยู่ด้านหน้า และด้านหลังของร้านอีก 2-3 ตัว ผมไปร้านช่วงประมาณ 3 ทุ่มนิดๆ ของวันทำงาน มีลูกค้าอยู่นิดหน่อยครับ มีทั้งชาวต่างชาติและคนไทย ที่ร้านมีเบียร์สดจัมป์อยู่เยอะใช้ได้ครับ มีทั้งหมด 16 ตัว เป็นคราฟท์ไทยและนอกผสมๆ กันตรงท่อและป้ายชื่อเบียร์นี่ทำสวยงามมาก ท่อมันวับ ส่วนป้ายเป็นฟอนต์สีขาวบนเพลตสีดำ ดูเนี้ยบ ด้านในร้านมีตู้แช่เบียร์ขวดอีกหนึ่งตู้ครับ สำหรับอาหารมีหลายเมนูพอสมควรพวกเบอร์เกอร์และบาร์บีคิว ได้ยินมาว่าอร่อยเลยด้วย ส่วนตัวไม่ได้ลองเพราะวันที่ไปนี่อิ่มตื้อเลยครับ

  • Selma ทาน Smørrebrød แซนด์วิชเปิดหน้าที่เมือง Copenhagen

    ทริปโคเปนเฮเกนเมื่อปีก่อนนั้น หลังจากลุยงาน Mikkeller Baghaven Wild Ale Celebration อยู่ 2 วัน ผมก็มีเวลาเที่ยวอีก 2 วันก่อนจะเดินทางกลับไทยครับ วันแรกตื่นเช้าไปทานกาแฟร้าน Coffee Collective ที่ตลาด Torvehallerne เสร็จก็เดินไปทานข้าวกลางวันร้านใกล้ๆ ตลาด ห่างออกไปเพียงประมาณ 150 เมตรเท่านั้นครับ ร้านนี้มีชื่อว่า SELMA เป็นร้านที่ขาย ‘smørrebrød’ เป็นเมนูหลักครับ smørrebrød คือ open sandwich สไตล์เดนมาร์ก นิยมใช้ขนมปังไรย์แล้วทอปด้วยเครื่องต่างๆ เช่น ปลา แฮม เนื้อ ไข่ปลา ผักต่างๆ และชีส เป็นต้นครับ

  • |

    The Axe คราฟท์เบียร์บาร์ ถนน Northwold สถานี Stoke Newington – London

    สำหรับร้าน The Axe นี้เป็นร้านที่ผมไปต่อหลังจากเลิกงาน London Craft Beer Festival ครับ คือพอจบงานตอน 5 โมง ก็กะว่าจะเอาของไปเก็บที่พักแป๊บนึงเพราะพะรุงพะรังมากๆ ทีนี้พักสายตาแป๊บ ตื่นมาอีกที 2 ทุ่มครับ ฮ่าๆ รีบขึ้นรถเมล์ไปร้านเลย ตัวร้านอยู่บนถนน Northwold ถ้ามารถไฟก็ลงสถานี Stoke Newington (Overground) ครับ ร้านอยู่ตรงโค้งๆ พอดี เปิดเข้าไปในร้านคนแน่นและวุ่นวายพอสมควร เพราะวันนี้เค้ามีเบียร์ Other Half เจ้าดังจากนิวยอร์คมาหลายตัวเลย แต่ด้วยความที่พวกเราดันเมาแล้วเผลอหลับไป มาถึง Other Half ก็หมดไปหลายตัวแล้วครับ เหลืออยู่แค่ ตัวสองตัว แล้วกว่าจะสั่งได้ก็ค่อนข้างลำบาก เพราะคนเยอะในบาร์วุ่นวายมากๆ โชคดีมีโต๊ะว่าง ได้นั่งพอดี

  • |

    Beek Geek Bar คราฟท์เบียร์บาร์ – Prague, Czech

    ในทริปยุโรปปีที่แล้วมีโอกาสได้ไปนอนที่เมือง Prague ประเทศ Czech เป็นเวลา 2 คืนครับ คืนแรกไม่ได้ไปไหน พอคืนทีสองถึงได้มีโอกาสออกไปสำรวจร้านคราฟทเบียร์ครับ ร้านที่ผมไปมีชื่อตรงตัวดีว่า Beer Geek Bar ตัวร้านอยู่ชั้น 1 แล้วมีบันไดลงไปครึ่งชั้น เหมือนลงมาใต้ดินนิดนึงเปิดไฟสว่างดี วันที่ไปน่าจะมีงานครบรอบสองปีของร้านพอดีครับ คนแน่นร้าน เสียงเพลง Red Hot Chili Pepper คลอ เสียงคนเริ่มเมากรึ่มๆ ซักพักมีแก้วแตกด้วย ฮ่าๆ ที่ร้านมีเบียร์สดเยอะถึง 30 แทปเลยครับ เป็นเบียร์นำเข้าประมาณครึ่งนึง อีกครึ่งเป็นเบียร์ท้องถิ่น ซึ่งตอนแรกผมคิดว่าจะเป็นแบบเบียร์โลกเก่าสไตล์ยุโรป หรือเยอรมัน ปรากฎว่าเค้าทำเป็นสไตล์สมัยใหม่แนวอเมริกันเยอะพอสมควร ที่สำคัญคือเบียร์ราคาถูกมากๆ เบียร์ขวดเล็กนี่ตก 70-80 บาทเท่านั้นครับ

  • Hops Museum พิพิธภัณฑ์ฮอปส์ในเมือง Poperinge – ประเทศเบลเยี่ยม

    โปรแกรมวันที่สามของทริป Road to Belgium เราเริ่มต้นด้วยการเดินทางไปยังเมือง Poperinge เมืองที่ปลูกฮอปส์เป็นอันดับ 1 ของประเทศเบลเยี่ยม เรียกว่าฮอปส์ที่ใช้ในประเทศนั้นเป็นผลผลิตของที่นี่เกือบจะทั้งหมดก็ว่าได้ครับ พอเข้าตัวเมืองก็จะเห็นดอกฮอปส์ขนาดใหญ่ต้อนรับเราอยู่ที่วงเวียนก่อนเข้าเมือง รวมถึงที่พื้นของเมืองก็จะมีหมุดทองเลืองรูปดอกฮอปส์ตอกติดอยู่ที่พื้นด้วย โปรแกรมของเราที่เมืองนี้ก็คือการมายัง Hops Museum ครับ พอมาถึงพนักงานของพิพิธภัณฑ์ก็มาต้อนกับและแนะนำตัว เป็นคุณพี่ผู้ชายดูทะมัดทะแมง ติดกวนๆ หน่อย คุยกันเสร็จแก่ก็พาเดินขึ้นบันไดไปชั้นบนเพื่อเริ่มทัวร์

  • Pigalle คราฟท์เบียร์บาร์ไซส์เล็กแต่อบอุ่น สถานี Sangenjaya – Tokyo

    เจอเบียร์แรงหนักๆ ที่ Thrash Zone ให้พอมึนๆ สมาชิกก็เดินมาขึ้นรถไฟกลับเข้าโตเกียวครับ เรานั่งสาย Tokyu-Toyoko กลับมาลงที่ Shibuya ก่อนจะเปลี่ยนสายเป็น Tokyu-Den-entoshi เพื่อมาลงที่สถานี Sangenjaya แล้วก็เดินอีกนิดเดียวก็จะมาถึงร้านเป้าหมายอีกแห่งของคืนนี้ ร้านนี้มีชื่อว่า Pigalle ครับ เป็นร้านที่ผมเคยได้ยินชื่อมาซักพัก แต่ไม่เคยมีโอกาสได้มา คราวนี้ก็เลยเป็นครั้งแรกครับ หน้าร้านวันนี้คนแน่นเต็มจนล้นมาออกมาหน้าถนน เพราะมีงาน Tap Takeover & Meet The Brewer จากโรงดังของอังกฤษ ใช่แล้วครับ Cloudwater จาก Manchester นั่นเอง ที่จริงขนาดของร้าน Pigalle นี่ก็เล็กมากอยู่แล้ว อารมณ์แบบตรอกๆ ตกแต่งด้วยไม้ ให้บรรยากาศแบบยุโรปหน่อยครับ พอมีงานก็เลยคนทะลัก ยืนออกันแน่นตั้งแต่หน้าประตู เบียร์สดที่นี่มีทั้งหมด 6 แทปครับ วันที่ไปมี Cloudwater เสิร์ฟทั้งหมด 4 แทป ส่วนตู้แช่เบียร์ขวดมีพวกเบลเยี่ยมอะไรอย่างนี้หลากหลายพอสมควร


แสดงความคิดเห็น