รีวิวห้องพัก Airbnb ย่าน North Quarter, Manchester

ทริปอังกฤษเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมานั้นผมพักสองเมืองคือ London และ Manchester โดยพัก Airbnb ทั้งคู่ครับ โดยที่ Manchester นี่ผมนอนทั้งหมด 4 คืน ก่อนจะเดินทางกลับไปขึ้นเครื่องที่ London เพื่อกลับเมืองไทยครับ (หน้าตาห้องที่ London)

สำหรับใน Manchester ที่พักอยู่บนถนน Tib Street อยู่ไม่ไกลจากสถานี Manchester Picaddilly ประมาณ 8 เมตรครับ ซึ่งเดินพอไหว แต่เรามีกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ลากลำบากก็เลยนั่ง loop bus ซึ่งฟรีแล้วก็เดินต่ออีกนิดเดียวก็ถึงครับ

มาถึงด้านหน้าทางเข้ากดออดแจ้ง Host แล้วเค้าก็เปิดประตูให้เราเดินไปขึ้นลิฟต์ด้านหลังของโถง ซึ่งมีบันไดยาวสูงขึ้นไปสองสามชั้น พอขึ้นลิฟต์ออกมาก็จะเป็นสเปซโล่งๆ ตรงกลางครับ ห้องของเราจะอยู่ฝั่งขวามือ

ผมไปเปิดประวัติดูสรุปได้ว่าตึกนี้เคยเป็นห้าง Affleck and Brown ห้างดังของ Manchester แล้วพอเมื่อปี 1996 ก็ถูกทำการรีโนเวทดังแปลงกลายเป็นอพาร์ตเมนต์รวม 81 ห้องชั้นล่างกลายเป็นร้านขายของ ร้านอาหาร 21 ร้านครับ

กลับมาที่ห้องพักของเรา ในห้องจะโทนสลัวๆหน่อย เข้ามาซ้ายมือเป็นห้องของโฮสต์ต่อมาเป็นห้องใหญ่ที่เป็นห้องครัว และห้องนั่งเล่นติดกัน ด้านในสุดฝั่งขวามือจะเป็นห้องเล็กที่กั้นเอาไว้ซึ่งห้องนี้คือห้องพักของเราครับ บรรยากาศดูดิบๆ ลอฟต์ๆ แต่ก็สะอาด เตียงใหญ่ดี ตัวห้องน้ำจะอยู่แยกใกล้ประตูทางเข้าห้อง

>> สมัคร Airbnb วันนี้รับฟรี 33 usd (ประมาณ 1100 บาท) ครับ คลิกเลย

บริเวณทางเข้าของตึกครับ
พอขึ้นลิฟต์ออกมาก็จะเจอโถงตรงกลาง ห้องพักของเราอยู่ฝั่งขวามือ
เดินเข้ามาจะเจอห้องใหญ่ เป็ยโซนห้องครัว
เครื่องครัว และอ่างล้างจาน
ติดกันเป็นห้องนั่งเล่นครับ สวยงามบรรยากาศดีมาก
โซฟาตัวเบ้อเริ่ม
บรรยากาศภายในห้องจากอีกมุมครับ
เจ้าของห้องผู้หญิงเป็นดีไซเนอร์ก็เลยตกแต่งห้องสวยงาม
ภายในห้องพักของเราครับ
เตียงใหญ่ บรรยากาศดี
วิวจากหน้าต่างเป็นอาคารจอดรถ กลางคืนเสียงดังหน่อย
ตู้เก็บของในห้อง
อุปกรณ์ต่างๆ
มีที่ชาร์จ USB ด้วยครับ
ห้องน้ำอยู่แยกออกมา
สะอาดสะอ้านดีครับ
ฝักบัวและสบู่ ยาสระผม

ที่นี่ก็ประทับใจไม่แพ้ที่ลอนดอนครับ เดินทางค่อนข้างสะดวกใกล้สถานีใหญ่ รอบๆก็มีร้านอาหารทั้งอาหารเช้าหรือร้านนั่งกลางคืนก็มี มีคืนก่อนกลับผมได้านั่งดูทีวีแล้วก็คุยกับ Host ด้วยครับ คุณ Oli กับ Lauren เป็นกันเองดี สำหรับราคาตกคืนละประมาณ 75-85 USD แล้วแต่ช่วงครับ ถ้าสนใจพักที่นี่ลองเข้าไปอ่านรายละเอียดได้ที่นี่ และถ้าใครที่ยังไม่เคยใช้ Airbnb สมัครแล้วรับฟรี 33 USD ครับ (ผมก็จะได้ด้วยขอบคุณครับ ฮ่าๆ)

>> สมัคร Airbnb วันนี้รับฟรี 33 usd (ประมาณ 1100 บาท) ครับ คลิกเลย

Similar Posts

  • | |

    Granola ร้านอาหารบรรยากาศดี – Copenhagen, Denmark

    ร้านนี้ถ้าเราพักที่ Central Hotel & Cafe จะได้ทานอาหารเช้าฟรีที่นี่ครับ โดยเลือกเมนูไหนก็ได้ ตัวร้านอยู่ห่างจากโรงแรมนิดเดียว หรือถ้าเดินมาจากสถานี Copenhagen ก็ประมาณ 1 กิโล ซึ่ง 1 กิโลนี่เดินกันสบายๆ ผมเคยจะขึ้นรถเมล์ พนักงานขับรถบอกเดินเถอะๆ ฮ่าๆ ตัวร้านอยู่หัวมุมของตึกพอดีครับ มีโต๊ะเล็กๆ นั่งจิบกาแฟอยู่ด้านนอก ด้านในสีโทนเทาๆ มีเฟอร์นิเจอร์ไม้สร้างบรรยากาศอบอุ่นๆ ตอนกลางคืนเหมือนจะกลายเป็นบาร์ย่อมๆ ได้ เช้าวันที่ผมไป ลูกค้าแน่นร้านเลยครับ เข้าไปก็บอกพนักงานว่ามาจากโรงแรมเค้าก็โอเคพาไปนั่งโต๊ะ เอาเมนูมาให้ เมนูน่าอร่อยหลายอย่างครับ มีตั่งแต่ Breakfast จานใหญ่ 165 DKK ประมาณ 850 บาท ใส่ไข่ ใส่แฮม ไส้กรอก ชีส มุสลี มะเขือเทศ พร้อมขนมปัง เยอะมากๆ หรือจะสั่งแค่ออมเลตเฉยๆ ก็ได้ แน่นอนครับ ค่าโรงแรมแพงเราต้องเอาให้คุ้ม ผมก็เลยสั่งชุดใหญ่หละครับ  ฮ่าๆ

  • Hyggestund อาหารเช้าสไตล์อเมริกัน – Copenhagen

    เช้าวันที่สามใน Copenhagen ของผม วันนี้ ไม่มีโปรแกรมตอนเช้าครับ งาน MBCC จะเป็นรอบเที่ยงสำหรับบัตรทอง ที่ให้เข้าไปทานเบียร์ที่ยังเหลืออยู่ ก็เลยสบายๆ ผมก็เลยไปทานข้าวเช้าที่อีกหนึ่งร้านในเครือของ Mikkeller ร้านนี้มีชื่อว่า hyggestund เป็นร้านขายอาหารเช้าและกลางวัน ช่วงเย็นจะปิด เมนูก็จะเป็นพวก วอฟเฟิล โดนัท แซนด์วิชประมาณนี้ กาแฟมีแต่กาแฟดำ แล้วก็เครื่องดื่มเย็นแบบ น้ำผลไม้ต่างๆ ตัวร้านอยู่ติดกับร้าน Mikkeller สาขา Viktoriagade เลยครับ วันที่ผมไปลูกค้าเยอะผมสมควร ด้านหน้าร้านมีโต๊ะมาตั้งๆ ไว้ ส่วนด้านในจะสลัวๆ หน่อย ตกแต่งแบบไม้ๆ ตามสไตล์สแกดิเนเวียน อากาศดีแดดไม่แรงมากผมก็เลยนั่งข้างนอกครับ

  • |

    รีวิวเลาจน์ The Coral สนามบินดอนเมือง

    สำหรับที่สนามบินดอนเมืองนั้นเพิ่งมีเลาจน์สำหรับผู้ถือบัตร Priority Pass ครับชื่อว่า The Coral เปิดเมื่อกลางปีที่ผ่านมา เลาจน์นี้จะอยู่ฝั่งเดินทางในประเทศครับ จากตรงที่เป็นร้านอาหาร ร้านกาแฟ เดินมาทางขวามือเรื่อยๆ จะเจอครับ ผู้ถือบัตร Priority Pass จะสามารถพาแขกเข้าใช้งานได้ด้วยอีก 1 ท่าน เข้ามาก็จะเจอกับซุ้มอาหารและเครื่องดื่มเลยครับ ตัวเลาจน์แยกออกเป็นสองฝั่ง วันที่ผมไปเป็นช่วงเช้าๆ วันเสาร์ ฝั่งซ้ายไม่ค่อยมีผู้ใช้บริการ ส่วนฝั่งขวามือเหมือนมีทีมคุณน้าจะเดินทางไปทำบุญกัน คุยกันครึ้กครื้นผมเลยเลือกมานั่งฝั่งซ้าย สงบดีครับ ภายในตกแต่งด้วยสีขาวและเทาเป็นหลัก ดูเรียบหรูดี ลองเดินสำรวจอาหารและเครื่องดื่ม ไม่มีแอลกอฮอล์ครับที่นี่ ส่วนอาหารจะเป็นคำเล็กๆ ทานพอดีคำ ของคาวมีอยู่ 3-4 อย่าง ที่เหลือเป็น สลัด ขนมและผลไม้

  • |

    The Frog มิชลิน 1 ดาวกับบรรยากาศสบายๆ อาหารอร่อยๆ ย่าน Shoreditch กรุงลอนดอน – ประเทศอังกฤษ

    ช่วงสายๆ ของวันที่ 5 ในลอนดอน หลังจากทานกาแฟตอนเช้าเสร็จแล้ว ผมเดินทางจากที่พัก Airbnb ด้วยรถเมล์ไปแถวถนน Commercial St. ใกล้กับตลาด Old Spitalfields จุดหมายของผมในวันนี้คือร้าน The Frog ที่เราจะมาทานอาหารเที่ยงกัน ร้าน The Frog เป็นร้านของเชฟ Adam Handling เชฟชื่อดังหนึ่งในผู้เข้ารอบสุดท้ายของรายการ MasterChef: The Professionals ปี 2013 โดยตัวร้านเพิ่งเปิดเมื่อมิถุนายน 2016 ในร้านมีสองโซน ด้านนอกและด้านใน ผมนั่งด้านนอกเพราะอากาศเย็นสบายดี ที่นี่จะตกแต่งดิบๆมันๆ หน่อย มีกราฟิตี้ มีไม้ ด้านบนตกแต่งด้วยดอกฮอปส์แห้ง เมนูอาหารเป็นแบบ Modern British ซึ่งมีทั้งแบบ A La Carte หรือจะสั่งเป็นแบบ Tasting Menu ก็ได้ครับ โดยแบบ A La Carte ทางร้านระบุไว้ว่าเสิร์ฟเป็นคำไม่ใหญ่แบบ…

  • |

    รีวิวโรงแรม De Hug เชียงราย

    คืนแรกในเชียงรายหลังจากทานข้าวที่ร้านตองตึงเสร็จ ก็กลับมาพักที่โรงแรม De Hug ครับ ตัวโรงแรมอยู่บนถนนศรีดอนชัย (ราชโยธา) อยู่ห่างจากสนามบิน 11 กิโลเมตร จากวงเวียนหอนาฬิกาประมาณ 2 กิโลเมตรครับ ห้องที่พักเป็นแบบ Deluxe Twin Room ครับ ราคาใน booking.com ประมาณ 1,300 บาทครับ ห้องใหญ่ สะอาดสะอ้านดี มีเฟอร์นิเจอร์เป็นรอยบ้างเล็กน้อยครับ ห้องน้ำสะอาด มีตู้เย็นขนาดเล็กให้ด้วย สำหรับอาหารเช้าเป็นแบบบุฟเฟต์ครับ มีตัวเลือกหลากหลายพอสมควร พวกขนมปัง ไข่ดาว สลัด หรือข้าวผัด ถ้าอยากทานข้าวต้มแบบไทยๆก็มีครับ มีน้ำผลไม้ กาแฟก็พอทานได้ครับ

  • เยี่ยมชมโรงต้มเบียร์ ‘Duchesse de Bourgogne’ Verhaeghe เมือง Vichte – ประเทศเบลเยี่ยม

    หลังจากที่ไปแวะโรง Alvinne และซุปเปอร์มาร์เก็ตเบียร์ Bierhalle Deconinck ก็ได้เวลาเดินทางไปยังโรงเบียร์แห่งที่สองของวันนี้ โรงนี้มีชื่อว่า “Brouwerij Verhaeghe” ที่เมือง Vichte ครับ ถ้าบอกชื่อโรงอาจจะไม่ค่อยคุ้น แต่ถ้าเป็นเบียร์ชื่อ Duchesse de Bourgogne หรือเบียร์แม่หญิง พวกเราน่าจะคุ้นเคยมากกว่าใช่ไหมครับ เมื่อเรามาถึงก็มีพนักงานมาต้อนรับอย่างดี จากนั้นก็แบ่งกลุ่มกันไปชมโรงเบียร์ โดยอีกกลุ่มก็นั่งรอที่ห้อง Tasting Room ซึ่งดัดแปลงมาจากโรงม้าในอดีต ระหว่างรอก็เปิดเบียร์ชิมและก็ฟังประวัติและเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับโรงนี้


แสดงความคิดเห็น