Cafe Lembeek รวมเบียร์เบลเยี่ยมดีๆ เพียบ – นาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น

คราฟท์เบียร์ร้านสุดท้ายของทริปนาโกย่าปีที่แล้ว เป็นร้านที่ผมอยากไปตั้งแต่คราวก่อนครับ แต่มันอยู่ห่างจากตัวเมืองไปนิดเลยไม่ได้ไป คราวนี้พอมีเวลาเลยแวะไปดูซะหน่อย

ร้านนี้ชื่อ Cafe Lembeek ฟังชื่อแล้วก็น่าจะพอเดาได้ว่าเบียร์ที่นี่ต้องเป็นสายเบลเยี่ยมแน่นอน ที่นี่มีแบรนด์ดังจากเบลเยี่ยมมาขายเพียบเลยครับ อย่างตอนมีงาน Zwanze Day ของ Cantillon ที่ร้านก็เป็นหนึ่งแห่งที่มีจำหน่ายด้วย

ตัวร้านอยู่ชั้นล่างของตึก ขนาดค่อนข้างใหญ่ ไฟสว่าง ตกแต่งโทนอ่อนๆ ฝั่งซ้ายเป็นบาร์ ฝั่งขวาเป็นโต๊ะยาวใหญ่ วันที่ผมไปลูกค้าเยอะพอสมควร ผมนั่งกันที่บริเวณบาร์ครับ เลยมีโอกาสได้คุยกับลูกค้าอีกท่าน ทำให้รู้ว่าทำไมตัวร้านหลุดออกมาจากใจกลางเมือง

พี่คนนี้เล่าว่าบริเวณที่ร้านอยู่นี่เป็นแบบย่านคนมีเงินหน่อย โรงเรียน มหาวิทยาลัย ก็มาเปิดแถวนี้ ซึ่งตัวแกเองก็เป็นอาจารย์อยู่ในมหาวิทยาลัยนั่นเอง คุยกันเพลินจากตอนแรกว่าจะจิบๆ แล้วกลับ สุดท้ายเราเปิด Cantillon มาอีกขวด จนพลาดรถไฟเที่ยวสุดท้าย ต้องนั่งแทกซี่กลับโรงแรม (แพงมากเพราะไกล)

ร้านอยู่ที่ตึกนี้ครับ เดินจากสถานีมานิดเดียว
ด้านหน้าร้าน
เข้าร้านมาฝั่งซ้ายมือเป็นบาร์
ฝั่งขวาเป็นโต๊ะ
บริเวณหน้าบาร์
ในตู้มีเบียร์ขวดอีกเยอะเลยครับ
แก้วเบียร์เพียบๆ
แก้วแรกเป็น Alvinne จำไม่ได้ว่าตัวไหนดันลืมจดชื่นมา ดราย เปรี้ยวไม่มาก ไม้ๆ สไปซ์ ผักชีๆ
กับแกล้มเป็นของรมควันครับ มีหัวใจวัววากิวนุ่มรสเนื้อเยอะ อร่อยดี อกเป็ดเนื้อเนียนนุ่ม ไข่ รสเค็ม ควันๆ เนียนๆ ตับหมู เนื้อเนียนเช่นกัน แซลมอนเนื้อแน่น มัน เค็ม
ตามด้วย Monks stout บอดี้บาง ดราย ซ่า คั่วนิดๆ อารมณ์แบบกินเนส
ขวดสุดท้าย Cuvée Saint-Gilloise ของ Cantillon ดราย ขมฮอปส์ ซ่า ลื่น กลมกล่อมดี อร่อยครับ

อาหารที่ได้ลองเป็นของรมควันหลายๆ อย่าง มาอย่างละนิดละหน่อย หัวใจวัววากิวนุ่มรสเนื้อเยอะ อร่อยเข้ากับเบียร์ดีครับ ได้ทาน Alvinne สดด้วย เพลินเลยครับ

ถ้ามาเที่ยว Nagoya และพอมีเวลา ร้านนี้อยากให้มาเลยครับ เบียร์ดีๆ เยอะเลย แต่อาจจะต้องดูเวลากลับให้ดี ร้านปิดดึก แต่รถไฟหมดเที่ยงคืน ค่าแทกซี่กลับเข้าไปแพงจริงครับ ฮ่าๆ

Cafe Lembeek สถานี Motoyama
เบอร์ : +81 52-734-8558
เปิด : อังคาร-เสาร์ 18.00-03.00 อาทิตย์ 18.00-24.00 จันทร์ปิด
เว็บไซต์
เพจ
foursquare

Similar Posts

  • 10 ร้านคราฟท์เบียร์ยอดนิยมประจำปี 2017

    ปี 2017 นี้เป็นที่วงการคราฟท์เบียร์บ้านเราเติบโตอย่างรวดเร็ว ปริมาณเบียร์ที่เข้ามามีเพิ่มมากมายหลายยี่ห้อ หลายสไตล์ รวมถึงคราฟท์ไทยที่ไปต้มจากเมืองนอกเข้ามาก็มีรวมกว่า 70-80 ฉลากเลยทีเดียว แน่นอนว่าเบียร์เพิ่มขึ้น นักดื่มเพิ่มขึ้นร้านคราฟท์เบียร์บาร์ก็เลยเพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยปีนี้ร้านคราฟท์เบียร์เปิดใหม่ราวๆ 2-3 ร้านต่อเดือน ซึ่งก็เป็นผลดีกับลูกค้าที่ไม่ต้องเดินทางไปไกลบ้านหรือที่ทำงาน เนื่องจากร้านใหม่ๆ กระจายไปทั่วเมือง ก่อนจะจบปีเลยขอรวบรวม 10 ร้านคราฟท์เบียร์บาร์ในกรุงเทพฯและปริมณฑลที่มีคนค้นหามาในเว็บไซต์ teerapat.com มากที่สุดครับ หลายร้านมีงาน countdown วันสิ้นปีใครหาที่อยู่ลองดูข้อมูลในเพจของแต่ละร้านได้ครับ

  • Marine World Fukuoka – Kyushu 2014 ตอนที่ 3.1

    วันที่ 3 ของทริป วันนี้จะออกเดินทางไปเที่ยวนอกตัวเมือง Fukuoka อีก 1 วันครับ ไปไม่ไกลมาก วิ่งไปทางทิศเหนือของเมือง เป็นแหลมที่ยื่นออกไปในทะเลครับ จุดหมายของเราก็คือ Uminonakamichi ซึ่งบริเวณนี้จะมีจุดท่องเที่ยวที่เล็งไว้ 2 แห่ง แห่งแรกคือ Marine World แห่งที่ 2 คือ Uminonakamichi Seaside Park ที่ไป Marine World ก็เพราะในกรุปนั้นมีหลานชายวัยกำลังซนอยู่ 1 คนครับ เด็กๆ มาดูสัตว์น้ำ ดูโชว์น่าจะมีความสุข สนุกสนานดี แต่คนหนุ่ทสาว หรือผู้ใหญ่ก็มาดูได้ครับ ผมสังเกตเห็นคู่รักวัยรุ่นชาวญี่ปุ่นมาเดทกันที่นี่หลายคู่อยู่เหมือนกัน แต่แน่นอนว่าส่วนใหญ่ก็เป็นพ่อแม่ลูกหละครับ สำหรับการเดินทางนั้น สามารถขึ้นรถไฟจากสถานี Hakata แล้วลงที่สถานี Uminonakamichi ใช้เวลาประมาณ 30-35 นาทีครับ จากตัวสถานีเดินอีกประมาณ 400 เมตรก็จะถึงด้านหน้าของ Marine World

  • |

    The Axe คราฟท์เบียร์บาร์ ถนน Northwold สถานี Stoke Newington – London

    สำหรับร้าน The Axe นี้เป็นร้านที่ผมไปต่อหลังจากเลิกงาน London Craft Beer Festival ครับ คือพอจบงานตอน 5 โมง ก็กะว่าจะเอาของไปเก็บที่พักแป๊บนึงเพราะพะรุงพะรังมากๆ ทีนี้พักสายตาแป๊บ ตื่นมาอีกที 2 ทุ่มครับ ฮ่าๆ รีบขึ้นรถเมล์ไปร้านเลย ตัวร้านอยู่บนถนน Northwold ถ้ามารถไฟก็ลงสถานี Stoke Newington (Overground) ครับ ร้านอยู่ตรงโค้งๆ พอดี เปิดเข้าไปในร้านคนแน่นและวุ่นวายพอสมควร เพราะวันนี้เค้ามีเบียร์ Other Half เจ้าดังจากนิวยอร์คมาหลายตัวเลย แต่ด้วยความที่พวกเราดันเมาแล้วเผลอหลับไป มาถึง Other Half ก็หมดไปหลายตัวแล้วครับ เหลืออยู่แค่ ตัวสองตัว แล้วกว่าจะสั่งได้ก็ค่อนข้างลำบาก เพราะคนเยอะในบาร์วุ่นวายมากๆ โชคดีมีโต๊ะว่าง ได้นั่งพอดี

  • |

    Hatos Bar ซี่โครงหมูแกล้มคราฟท์เบียร์ ย่าน Nakameguro

    อีกหนึ่งร้านสำหรับทริปโตเกียวเดือนตุลา 2015 ร้านนี้เปิดดูอ่านเจอว่ามี BBQ Ribs และคราฟท์เบียร์ ก็เลยอยากมาลอง ร้านอยู่แถว Nakameguro เป็นย่านที่มีร้านอยู่ในลิสต์อยากมาลองหลายร้านเหมือนกันครับ สำหรับการเดินนั้นไม่ไกลจาก Shibuya นั่งสาย Tokyu-Toyoko 2 สถานีครับ จากสถานีเดินข้ามแม่น้ำไปทางตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 350 เมตรร้านจะอยู่ฝั่งซ้ายมือบนตึมาถึงร้านทีแรกผิดคาดนิดหน่อยเพราะเข้าใจว่าจะเป็นกึ่งๆ ร้านอาหารมากกว่านี้ ปรากฎว่าเป็นโทนร้านนั่งดื่มชิลล์ๆ มากกว่า ก็เลยสั่งอาหารรัวๆ เพราะเย็นนี้ไม่ได้ทานก่อน กะมาทานข้าวพร้อมเบียร์เลย บรรยากาศร้านดูอบอุ่นๆ สบายๆ ไฟสลัวนึกถึงร้านเหล้าไซส์เล็กๆบ้านเรา พวกพระอาทิตย์หรืออารีย์ เพลงฟังกี้เบาๆ พนักงานพูดอังกฤษได้ดี สำหรับเบียร์สด มี 5 ตัว และมีเบียร์ขวดอยู่อีกนิดหน่อย เบียร์ที่นี่ยี่ห้อแปลกดีครับ เป็นแบรนด์ที่ไม่ค่อยคุ้นตาอยู่หลายยี่ห้อ พอทานแล้วแบบ เอ้อ ยี่ห้อนี้อร่อยดีแฮะ

  • |

    Belgian Beer Weekend งานเบียร์ประจำปีใจกลาง Grand Place กรุงบรัสเซลส์ – ประเทศเบลเยี่ยม

    หลังมื้อกลางวันที่เราจับหอยใส่ท้องที่ร้าน Chez Leon ไปคนละ 1 หม้อ ก็แยกย้ายกันไปชอปปิ้งและพักผ่อนต่อ ก่อนจะกลับมารวมกันที่ Grand Place เพื่อเข้าร่วมงาน Belgian Beer Weekend หนึ่งในไฮไลต์ของทริป Road to Belgium ครั้งนี้ครับ งานครั้งนี้จัดเป็นครั้งที่ 20 แล้วครับ จัดในช่วงสุดสัปดาห์ ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ของต้นเดือนกันยายน มีโรงเบียร์มาเข้าร่วมทั้งหมด 36 โรง รวมเบียร์ทั้งหมดประมาณ 400 กว่าตัว ยังไม่ต้องดื่มแค่ดูรายชื่อเบียร์ก็เมาแล้วครับ โรงที่มาออกก็จะมีทั้งสดและขวด สไตล์เบียร์ค่อนข้างหลากหลาย ครบถ้วน ทั้งสายหวานแรง อย่าง Belgian Strong สายนุ่มอย่าง Witbier สายผลไม้ต่างๆ สายเปรี้ยวอมหวานอย่าง Flander Red Ale และแน่นอนว่าสายเปรี้ยวอย่าง Lambic ก็ต้องมา

  • บ้านซามูไรเมือง Kumamoto – Kyushu 2014 ตอนที่ 4.1

    วันที่ 4 ของทริป กรุปของเรามุ่งหน้าลงใต้ ไปยังเมือง Kumamoto ครับ Kumamoto อยู่ห่างจาก Fukuoka ประมาณ 100 กว่ากิโลเมตร ถ้านั่งรถไฟก็จะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งครับ โดยสามารถใช้ JR Rail Pass Northern Kyushu ได้ด้วย ที่นี่มี Mascot ประจำเมืองที่หลายคนหน้าจะคุ้นตาก็คือเจ้าหมีดำตัวอ้วน Kumamon นั่นเอง ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวของเมืองก็จะมีปราสาทคุมาโมโต้ ออกจากใจกลางเมืองก็จะมี เขา Aso และ ออนเซ็นที่เมือง Kurokawa ช่วงที่ผมไปนั้น เขา Aso ปิดไม่ให้เข้าไป ก็เลยมีโปรแกรมเที่ยวแค่ในตัวเมืองเท่านั้นครับ ก็เลยมุ่งหน้าไปที่ปราสาท พอซื้อตั๋วก็เป็นตั๋วที่สามารถเยี่ยมชมบ้านซามูไรได้ด้วย ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากปราสาทได้ด้วย ก็เลยยังไม่เข้าปราสาท แต่เดินไปดูบ้านซามูไรก่อนครับ


แสดงความคิดเห็น