รีวิว Business Class สายการบิน Turkish Airlines London-Istanbul-Bangkok

สำหรับขากลับจากลอนดอนนั้นผมนั่งรถไฟออกจากแมนเชสเตอร์ตั้งแต่ 10 โมงเช้า มาถึงสถานี London Euston ช่วงเที่ยงๆ แล้วก็ลากกระเป๋าลง underground ไปหาข้าวทานที่สถานี Tottenham Court Road Station เสร็จก็ลง Underground สถานี Leicester Square นั่งสาย Piccadilly ยาว 50 นาทีมาถึง สนามบิน London Heathrow Terminal 2 ครับ

ที่ Terminal 2 นี่จะเป็นของสายการบินในเครือ Star Alliance อย่างการบินไทยหรือ Singapore Airlines ก็จะใช้ที่นี่ครับ ซึ่งเหมือนว่าจะเพิ่งปรับปรุงเพราะใหม่และสะอาดมาก พอเข้ามา Turkish Airlines จะเช็คอินที่โซน A ครับ โดยชั้น Business Class จะเข้าไปเช็คแถว A19-21 ซึ่งอยู่ด้านหลัง พอเช็คเสร็จก็สามารถเดินเข้าช่อง Fast Track ได้เลย คนน้อยมากครับ แป๊บเดียวก็ผ่านด่านตรวจความปลอดภัยเข้าไปด้านใน และก็ไม่มีด่าน ตม. ด้วย

เลยกลายเป็นผมพอมีเวลาพอสมควร เพราะเผื่อมาเยอะ จำได้ว่าซักเกือบสิบก่อนที่มานี่แถวยาวเฟื้อยเลย พอมีเวลาก็เลยไปลองใช้บริการได้หลายเลาจน์ครับ แต่ต้องดูดีๆ นะครับ เพราะปีก A และ B ห่างกันมากๆ คือจากตรงที่ตรวจความปลอดภัยเข้ามาใช้เวลา 15 นาทีกว่าจะเดินถึงเกตขึ้นเครื่องครับ


ผมเริ่มจากไปสำรวจ Plaza Premium ที่ฝั่งปีก A ก่อน แวะอาบน้ำ เสร็จก็เดินยาวๆ มาฝั่งปีก B ครับ เข้าใช้เลาจน์ Silver Kris ของ Singapore Airlines ทานข้าวาทนก๋วยเตี๋ยวเสร็จ ก็ไปแวะเลาจน์ของ United อีกที ซึ่งเป็นเลาจน์ที่พนักงานแนะนำให้มาครับ มีบาร์ขนาดใหญ่อยู่กลางเลาจน์เลย นั่งชิลล์ไป เห็นว่ายังไม่ขึ้นว่าเกตไหน พอเกตขึ้นแสดงที่จอ อีกแป๊บเดียวกลายเป็น Last Call ทีนี้ล่กเลย วิ่งๆ ไปเกตเลยครับ วิ่งๆ ไป  อ้าวผิดฝั่งอีก คือมันแบบ B31-44 แต่จริงๆ เป็น B31-36 และ B40-44 ไรงี้ ซึ่งที่ผมต้องขึ้นคือ B39

วิ่งกลับไปอีกฝั่ง ถึงเกตยังพอมีคนเริ่มอุ่นใจ แต่เหงื่อท่วม ฮ่าๆ เข้าไปนั่งพักในห้องโดยสารนี่ร้อนจับใจเลย ไม่นานมากก็ Take Off บินประมาณเกือบๆ 4 ชั่วโมงครับ

Turkish Airlines ใช้ Terminal 2 / The Queen’s Terminal ของสนามบิน London Heathrow ครับ
เป็นเครือ Star Alliance โดย TK อยู่ Zone A ครับ
ป้ายโซน A
สำหรับชั้น Business Class ช่องเช็คอินจะอยู่ด้านหลังครับ
คือช่อง A19-A21
ผมเข้าที่ช่อง A19
ได้ตั๋วมาสองใบ LHR-IST และ IST-BKK
เดินเข้าช่อง Fast Track ได้เลยครับ ซึ่งเวิร์คมาก คนน้อยสุดๆ แว้บเดียวก็ผ่านด่านตรวจสอบเข้าไปด้านในครับ
Turkish Airlines ขึ้นเครื่องที่ฝั่งปีก B ครับ A และ B ห่างกันมากนะครับ ทางเดินไป B ต้องเผื่อเวลาเดินไปเกตนะครับ
บรรยากาศในห้องโดยสารชั้น Business Class ของไฟลท์ TK1972 เป็นเครื่อง Airbus A330 ครับ
จากมุมด้านหลัง ที่นั่งจัดแบบ 2-2-2 ครับ
หลังจากวิ่งอย่างเหนื่อยหอบมา ก็นั่งจิบ Lemon-Mint อย่างเคยครับ
ผมนั่งที่นั่ง 1D เป็นตรงกลางฝั่งซ้ายมือ
ที่วางขายาวสบายครับ
ปุ่มปรับที่นั่ง สกปรกไปนิดนึง
ปรับจนนอนแบนราบได้ครับ แต่ไฟลท์สั้นจะไม่มีผ้าปู
ที่นั่ง 1D ตรงกลาง
ที่นั่งฝั่งซ้ายมือ
ตรงกลางนั่งคู่กัน
มี WiFi บริการฟรีครับ
หูฟังใช้ของ Philips
ไฟอ่านหนังสือ LED
ช่องเสียบหูฟังและ USB
ปลั๊กไฟ
หน้าจอในรีโมทคอนโทรลมีโชว์เวลาที่จะถึงปลายทางด้วยครับ
หน้าจอคมชัดดี
รายการอาหารและเครื่องดื่มครับ
Take Off ซักพัก อาหารเย็นก็มาเสิร์ฟครับ
จานเรียกน้ำย่อยมีสี่อย่าง ผมทานจากขวาไปซ้าย ก้อนแรกเป็นผักสับเขียวๆ กากเยอะๆ ไม่ค่อยอร่อย ต่อมาเป็นผักย่าง นุ่มเปื่อย แช่มาเย็นๆ รสออกหวาน ต่อด้วยถั่วบดๆ น่าจัเป้นอัลมอนด์ครับ รสเค็มมัน เนื้อเนียนดีเย็น สุดท้ายเป็น คูสคูส รสออกเครื่องเทศแขกๆ ผสมกับรสเปรี้ยว
มื้อนี้ผมทานกับไวน์แดงครับ
ลองขนมปังเซียบัตต้า เหนียวมาก กินไม่หมด
จานหลักมื้อนี้เป็น แกะครับ ปรุงมาสุก อุ่นนุ่มกำลังดี อร่อยเลย แต่เค็มไปนิดนึง ตรงที่เป็นมันอร่อยมาก ด้านล่างเป็นมันฝรั่งเนื้อซุยๆ รสเนยๆ เสิร์ฟมาพร้อมกับซุกินียัดไส้ แล้วก็พริกย่างนุ่มๆ
ชีสอร่อย เข้ากับคูสคูสและไวน์ดีครับ
ถ้วยซ้ายเป็นโยเกิร์ตเนื้อเนียนเย็นๆ ไม่เปรี้ยวมากแปะมาด้วย มะกอกดำอร่อยเนื้อหนาแต่นุ่มหนึบไม่เค็ม ถ้วยขวาเป็นมูสวานิลลาหอมหวานอร่อย เนียนๆ
ก่อนลงสามารถเช็คได้ว่าไฟลท์ที่เราต้องไปนั้นเกตเท่าไหร่ครับ ของผมเป็น TK68 กลับกรุงเทพนั่นเอง

มาถึงอิสตันบูลช่วงประมาณเที่ยงคืน ไม่มีงวงช้างก็ต้องนั่งรถมาถึง Terminal ครับ ในสนามบินตอนกลางคืนนี่ผมรู้สึกว่าคนเยอะกว่าตอนเช้าตอนขามาซะอีก มันดูวุานวาย กลุ่มคน กรุ๊ปทัวร์เยอะมาก สำหรับไฟลท์ TK68 กลับไทยประมาณ 1.25 คือเวลาค่อนข้างกระชั้นเหมือนกัน แทบจะพอดีเด๊ะ แล้วเลาจน์ของ Turkish Airlines ก็อยู่ไกลสุดทาง บวกกับผมได้ไปลองแล้วตอนขามา ก็เลยแวะไปแค่จิบน้ำใน Comfort Lounge (ใช้ Priority Pass เข้า) แล้วก็เดินไปเกต 212 รอขึ้นเครื่องครับ

TK68 ไฟลท์กลับไทย เป็น Airbus A330 เช่นกันครับ จัดที่นั่งแบบ 2-2-2
ผมได้ที่นั่ง 1D คือได้ตัวนี้ 3 ไฟลท์เลยครับ
รายการอาหาร
รายการเครื่องดื่ม
รายการไวน์
รายการไวน์
รายการไวน์
เครื่องดื่มแอลกอฮอล์อื่นๆ
โดยมีเชฟมารับออเดอร์
และมีพนักงานมาปูผ้าปูเตียงให้ครับ
เทียน LED สวยงามสร้างบรรยากาศ
เสิรฟ์ถั่วมาให้ทานเล่น
แกล้มกับไวน์แดงครับ
จานเรียกน้ำย่อยมาเสิร์ฟพร้อขนมปัง
จากฝั่งซ้ายเป็นไก่ฉีกเย็นๆ ต่อมาเป็นครีมชีสเปรี้ยวๆ ตามด้วยผักยัดไส้รสหวาน เย็น สุดท้ายเป็นพริกย่างเย็นๆ ครับ
พริกไทย เกลือขวดน่ารัก
จานหลักผมทานเป็นปลาย่าง เนื้อแน่น เสิร์ฟมาร้อนๆ มีรสเปรี้ยวมะนาวนิดๆ
ทานกับผักย่าง รสน้ำมันมะกอก
แล้วก็มันฝรั่งต้มนุ่มๆ
ขนมหวานเป็นเค้กชอคโกแลตเนื้อนุ่มๆ รสหวาน อร่อยดี
ก่อนถึงกรุงเทพประมาณ 2 ชั่วโมงก็เสิร์ฟอาหารเช้าครับ จานเรียกน้ำย่อยเป็นอกไก่ ชีส ทานกับพริกหยวก จืดๆ ไปหน่อย
ผลไม้และ เพสต์มะกอกดำ
กาแฟดำ
รังผึ้งอร่อยหวาน
จานหลักเป้นขนมปังไส้ชีส ไม่ค่อยอร่อยครับ เห็นพี่ข้างๆ ทานออมเลย รู้สึกว่าน่าจะสั่งออมเลตมากกว่า ฮ่าๆ
ใกล้ถึงแล้วครับ ผ่านแถวประเทศพม่า

โดยรวมก็ประทับใจเหมือนขามาครับ แต่รอบออกจากอิสตันบูลก็ยังเลทเหมือนเดิม เข้าแถวนานมากกว่าจะได้ Take Off คือรอจนหลับไปเลย แต่ก็โอเคครับ พนักงานสุภาพเรียบร้อยดี เครื่องค่อนข้างใหม่ ที่นั่งปรับแบนราบหลับสบาย อาหารก็อร่อยใช้ได้เลย ถ้ามีโอกาสก็คิดว่าจะใช้บริการอีกครับ

อ่านขาไปได้ที่นี่ครับ >> รีวิว Business Class สายการบิน Turkish Airlines กรุงเทพ-อิสตันบูล-ลอนดอน

Similar Posts

  • Delirium Cafe จิบเบียร์ฟังดนตรีที่ร้านย่าน Grand Place กลางกรุง Brussels – ประเทศเบลเยี่ยม

    โปรแกรมปิดท้ายคืนนี้ของเราหลังจากทานข้าวเย็นที่ร้าน Bozar แล้วเราก็เดินย่อย ผ่านโรงแรม ผ่าน Grand Place ไปยังผับชื่อดังอีกหนึ่งของเมือง Brussels ซึ่งไม่ใช่ผับธรรมดา แต่เป็นเบียร์ผับของแบรนด์เบียร์ดังโลโก้ช้างชมพู ใช่แล้วครับที่นี่คือ Délirium Café บรรยากาศหน้าร้าน ไฟนีออนหลายสีสว่างไสว อารมณ์คล้ายๆ ถนนข้าวสาร คนเยอะมากๆ ครับ ผมเดินๆ อยู่คนมาสะกิดว่าเอายาไหม ฮ่า ตัวร้านมีหลายโซนครับ ที่ลองเดินสำรวจดูชั้น 1 จะคนเยอะที่สุด เป็นผับธรรมดาแต่ขนาดร้านใหญ่และลึก ไฟสลัวๆหน่อย ลงมาข้างล่างชั้นใต้ดินเป็นเวทีดนตรีสด คนยืนเบียดกันดูวงเล่น

  • Tour Eiffel (หอไอเฟล) – ยุโรป 2013 ตอนที่ 12 (ตอนจบ)

    แล้วก็มาถึงวันสุดท้ายของการเดินทางทริปนี้ กำหนดการของวันนี้ก็คือขึ้น หอไอเฟล สัญลักษณ์สำคัญของกรุงปารีสและประเทศฝรั่งเศส เสร็จแล้วก็เดินทางไปชอปปิ้งที่ La Vallée Village outlet ขนาดใหญ่นอกตัวเมือง จากนั้นก็จะไปสนามบิน Charles de Gaulle เพื่อเดินทางกลับเมืองไทย ชื่อของหอไอเฟล มาจาก กุสตาฟ ไอเฟล สถาปนิกผู้ออกแบบ สร้างเสร็จเมื่อปี 1889 มีความสูง 324 เมตร นับเป็นสิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุดในโลกในขณะนั้น และครองอันดับหนึ่งยาวนานถึง 41 ปี จนมาเสียตำแหน่งให้ตึกไครสเลอร์ที่นิวยอร์คในปี 1930 จำนวนผู้เยี่ยมชมตั้งแต่เปิดมามีมากกว่า 200 ล้านคนแล้ว นับเป็นสถานที่ที่มีคนมาเที่ยวชมต่อปีสูงที่สุดในโลก สำหรับหอไอเฟลนั้นทริปที่แล้วเรามาแค่ถ่ายรูป ไม่ได้ขึ้นไปข้างบนข้าง มาคราวนี้โชคดีได้ขึ้นไปชมวิว ถ่ายรูปกรุงปารีสจากมุมสูง โดยตั๋วขึ้นชมน่าจะจองมาจากทางอินเตอร์เน็ตได้ ซึ่งถ้าไม่ได้จองมาจะต้องเข้าแถวประมาณ 45-60 นาที ลิฟต์ขึ้น 2 ต่อ โดยรอบแรกจะขึ้นจากขา ขึ้นเป็นเหมือนกระเช้าเอียงๆตามโครงของขา พอมาถึงก็จะขึ้นลิฟต์ปกติ ไปยังส่วนบนของหอ (ข้อมูลจากวิกิพิเดีย)

  • เยี่ยมชมโรงต้มเบียร์ ‘Duchesse de Bourgogne’ Verhaeghe เมือง Vichte – ประเทศเบลเยี่ยม

    หลังจากที่ไปแวะโรง Alvinne และซุปเปอร์มาร์เก็ตเบียร์ Bierhalle Deconinck ก็ได้เวลาเดินทางไปยังโรงเบียร์แห่งที่สองของวันนี้ โรงนี้มีชื่อว่า “Brouwerij Verhaeghe” ที่เมือง Vichte ครับ ถ้าบอกชื่อโรงอาจจะไม่ค่อยคุ้น แต่ถ้าเป็นเบียร์ชื่อ Duchesse de Bourgogne หรือเบียร์แม่หญิง พวกเราน่าจะคุ้นเคยมากกว่าใช่ไหมครับ เมื่อเรามาถึงก็มีพนักงานมาต้อนรับอย่างดี จากนั้นก็แบ่งกลุ่มกันไปชมโรงเบียร์ โดยอีกกลุ่มก็นั่งรอที่ห้อง Tasting Room ซึ่งดัดแปลงมาจากโรงม้าในอดีต ระหว่างรอก็เปิดเบียร์ชิมและก็ฟังประวัติและเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับโรงนี้

  • น้ำพุเทรวีและบันไดสเปน – ยุโรป 2013 ตอนที่ 2.2

    จากโบสถ์เซนต์ปีเตอร์ ไกด์ก็พาเราขึ้นรถเดินทางไปยังจุดหมายต่อไปนั่นคือน้ำพุเทรวี ซึ่งก็อยู่ไม่ไกลกันมากประมาณ 2-3กิโลเมตรเท่านั้น แต่รถก็เยอะนิดหน่อย เพราะเป็นเส้นทางที่นักเที่ยวจะเดินทางมากัน น้ำพุเทรวี (Trevi Fountain) เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของโรม คือจริงๆวันนี้เราก็จะไปแต่ไอ้ที่ดังๆฮิตๆของโรมนั่นหละครับ มากับทัวร์เค้าก็จะพาเราไปหมด อาจจะมากจะน้อยแล้วแต่เป็นทัวร์ๆไป กลับมาเรื่องน้ำพุเทรวีต่อ น้ำพุเทรวีสร้างเสร็จในปี คศ. 1762 เป็นการสร้างทับของเดิมที่มีขนาดเล็ก โดยการที่สร้างน้ำพุนั้นเป็นประเพณีของชาวโรมันที่จะสร้างน้ำพุบริเวณปลายของสะพานส่งน้ำ

  • รีวิว Miracle Lounge สนามบินดอนเมืองฝั่งระหว่างประเทศ

    เมื่อช่วงต้นเดือนพฤษภาคมที่ผมไปสิงคโปร์มานั้น เดินทางด้วยสายการบินแอร์เอเชียเหมือนเดิมครับ ราคาไม่แพงและก็ขึ้นที่ดอนเมืองใกล้บ้านผมดี ก็เลยมีโอกาสได้ลองใช้บริการ Miracle Lounge ที่เพิ่งเปิดใหม่ คือฝั่งต่างประเทศนั้นก่อนหน้านี้มี Miracle Lounge อยู่แล้วครับ แต่อันนั้นดูไม่ค่อยเนี้ยบเท่าไร อาหาร เครื่องดื่มก็นิ่งๆ ทีนี้อันใหม่จะเดินขึ้นไปชั้นบน ผมใช้สิทธิ์บัตร Priority Pass เข้า พนักงานแจ้งว่าใช้ได้ 2 ชั่วโมง ตัวเลาจน์สว่างดีครับ เพดานสูงโปร่ง วันที่ไปไม่ค่อยมีผู้โดยสารเท่าไหร่ เงียบสงบดี

  • รีวิว HSBC Premier Lounge สนามบิน Ataturk – Istanbul, Turkey

    ทริปอังกฤษเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมานั้น ผมเดินทางด้วยสายการบิน Turkish Airlines ซึ่งจากไทยเราก็จะต้องแวะพัก เปลี่ยนเครื่องที่ Istanbul ก่อนครับ ทีนี้ตอนขาไปผมพอมีเวลา หลังจากทานอาหารเช้าและเดินสำรวจเลาจน์ของ Turkish Airlines แล้ว ผมก็เลยไปแวะเลาจน์อื่นด้วย โดยที่สนามบิน Ataturk ฝั่งบินระหว่างประเทศ จะมีเลาจน์ที่บัตร Priority Pass เข้าใช้งานได้ 3 แห่ง คือ HBSC Premier, Comfort Lounge และ Prmieclass CIP Lounge ผมก็เลยเลือกเข้าไปลองที่ HBSC Premier ครับ ตัวเลาจน์จะอยู่ฝั่งขวาของสนามบิน ขึ้นบันไดเลื่อนขึ้นมาบริเวณร้านอาหารครับ ขนาดไม่ใหญ่มาก ออกโทนสว่างๆ มีผู้โดยสารเข้ามาใช้บริการหลายคนเหมือนกัน ตัวผมเองทานอาหารมาเรียบร้อยแล้ว ค่อนข้างอิ่มก็เลยลองจิบแค่กาแฟอย่างเดียว


แสดงความคิดเห็น