100 Mahaseth อาหารไทยอีสานเน้นเมนูปิ้งย่างบนถนนมหาเศรษฐ์ – บางรัก

เข้าเมืองอีกหนึ่งวันครับ ไปลองอีกร้านที่จดเอาไว้ ร้านนี้มีชื่อว่า ‘100 มหาเศรษฐ์’ ร้านอาหารไทย-อีสาน ที่เน้นเมนูปิ้งย่างเนื้อสัตว์ และก็ส่วนต่างๆ ตั้งแต่หัวยันหางหรือที่ฝรั่งเรียกว่า ‘Nose to tail’ มีทั้งเนื้อวัว เนื้อแพะ เนื้อหมู แล้วก็มีเมนูอาหารอีสานอื่นๆ เช่น ลาบ น้ำตก ก้อย ต้มแกงต่างๆ

ชื่อร้านมีที่มาอย่างง่ายๆ ก็คือบ้านเลขที่ 100 บนถนนมหาเศรษฐ์นั่นเอง ถนนเส้นนี้ตั้งขนานอยู่กับถนนเจริญกรุงที่กำลังบูมด้วยร้านอาหาร บาร์ และคาเฟ่เท่ๆ ครับ

ผมโทรมาจองร้านช่วงค่ำๆ วันอาทิตย์ มาถึงลูกค้าเยอะเหมือนกัน มีทั่งชาวต่างชาติและคนไทย แนะนำว่าควรโทรจองเพื่อความชัวร์ครับ ในร้านบรรยากาศสบายๆ ตกแต่งด้วยไม้สีเข้มเป็นหลัก ไฟไม่สว่างมาก เสียงเพลงลูกทุ่งโบราณแนวสุรพลขับกล่อมอยู่ตลอดเวลา

ป้ายร้าน
ด้านหน้าร้าน
ฝั่งขวามือมีกระจกใส เห็นภายในครัว
บรรยากาศภายในร้าน
บรรยากาศภายในร้าน
บรรยากาศภายในร้าน
บรรยากาศภายในร้าน
บรรยากาศภายในร้าน
บรรยากาศภายในร้าน
เมนูพิเศษ
ตู้เอจเนื้อ
ผมสั่ง Hurricane Issan มาดื่มก่อน เป็นคอกเทลที่ใช้เหล้า Issan Rum จากหนองคายมาเป็นส่วนประสมหลัก รสเปรี้ยวหวาน แอลกอฮอล์แรง มีเมล็ดเสาวรสกรุบๆ
หลังจากสั่งอาหารเสร็จพนักงานก็ยกชุดผัดน้ำพริกมาให้ทานรอครับ มีน้ำพริกหนุ่ม เผ็ดนิดหน่อย น้ำจิ้มแจ่ว แล้วก็ซอส chimichurri แบบไทยๆ มันๆกลิ่นหอม มีแคบหมูมาให้ด้วย ไม่กรอบเท่าไหร่ รสเค็มมันกำลังดี
เมนูแรกมาเป็น ‘แกงผักหวานป่าใส่ไข่มดแดง’ ตัวผักหวาน นุ่มหนึบ น้ำซุปรสเผ็ดอ่อนๆ กลิ่นใบย่านาง รสปลาแห้ง มีเห็ดนุ่มๆ ด้วยครับ
ต่อมาเป็น Beef Tartare แบบไทยๆ เรียกง่ายว่า ‘ก้อย’ ฮ่าๆ มีสอบแบบให้เลือก ผมเลือกสั่ง ‘บ้านนอก’ ใช้เนื้อส่วน สันใน พื้นท้อง และหัวไหล่สับ ผสมคลกเคล้าด้วย ดี พริก น้ำปลา และมะนาว เนื้อกรุบๆ นุ่มๆ มีรสขมจากดี เคี้ยวๆไป เจอผ้าขี้ริ้วด้วย มีรสของผักชีลาว
เมนูดังของร้าน ‘Bone Marrow’ หรือไขกระดูกวัวนำไปอบเสิร์ฟมาอุ่น ด้านบนเป็น งาขี้ม่อน จานนี้จะมันแผล่บๆ เลยครับ ถ้าคนไม่ชอบอาจจะเลี่ยนได้ ตัวงากรุบๆ เข้ากันดี ทานกับข้าวเหนียวก็อร่อยไปอีกแบบ
‘แหนมกระดูกซี่โครงอ่อนย่าง’ จานนี้เป็นหมูครับ เนื้อแน่นติดมันนิด รสเปรี้ยว เค็ม ทานๆไปรู้สึกเค็มไปนิด เสิร์ฟมาพร้อมกับน้ำจิ้มขิงๆ อร่อยดีครับ
เนื้อย่างครับ ที่จริงผมอยากทานซี่โครงแต่หมดพอดี ก็เลยสั่งเป็นพื้นท้องหรือ Flank แทนครับ เป็นเนื้อวัวฮิมาวาริจากโคราช (เหมือนที่ร้านซาหมวย) จานนี้เสิร์ฟมาอุณหภูมิห้องไม่ร้อนไม่เย็น ตรงขอบเกรียม เนื้อหนึบๆ ทานกับข้าวเหนียวอร่อยครับ
ทานไปทานมาเริ่มมันปาก เลยสั่งคอกเทลแก้วที่สองมาต่อ แก้วนี้ชื่อ ‘Nong Khai Planters Punch’ มีใส่มะยม ยาดอง อีสานรัมแล้วก็น้ำเชื่อม รสเปรี้ยวหวาน มีกลิ่นหอมๆ มีขมนิดหน่อย
ขนมหวานผมทานเป็นลอดช่องวัดเจษฎ์ ตัวน้ำเค้าเอาไปทำเป็นเกล็ด เลยไม่ค่อยเข้ากันเท่าไหร่ครับ ขอบๆ มันจืด ไอ้รสหวานมันเข้าไปอยู่ด้านใน

ค่อนข้างประทับใจบริการของพนักงานครับ เป็นกันเองและสุภาพดีครับ อาหารออกเร็วดี รสชาติโอเค แต่ราคาอาจจะรู้สึกว่าแรงพอสมควรถ้าเราไปเทียบกับร้านอาหารอีสานทั่วไป แต่ถ้าคิดว่าเป็นอาหารอีกประเภทหนึ่ง เหมือนไปทานฝรั่ง หรือญี่ปุ่นก็จะพอเข้าใจได้ครับ เมนูค่อนข้างเยอะ มีอีกหลายเมนูที่อยากไปลองอีกครับ ถ้ามีโอกาสก็จะกลับไปลองเมนูอื่นๆอีก น่าจะเหมาะเป็นร้านพาเผื่อนชาวต่างชาติมาลองครับ

100 Mahaseth ถนนมหาเศษฐ์
เบอร์โทร : 02 235 0023
เปิด : 11.30-23.00
เพจ
foursquare

เมนูร้าน 100 Mahaseth
เมนูร้าน 100 Mahaseth
เมนูร้าน 100 Mahaseth
เมนูร้าน 100 Mahaseth
เมนูร้าน 100 Mahaseth
เมนูร้าน 100 Mahaseth
เมนูร้าน 100 Mahaseth
เมนูร้าน 100 Mahaseth
เมนูร้าน 100 Mahaseth
เมนูร้าน 100 Mahaseth
เมนูร้าน 100 Mahaseth
เมนูร้าน 100 Mahaseth
เมนูร้าน 100 Mahaseth
เมนูร้าน 100 Mahaseth
เมนูร้าน 100 Mahaseth
เมนูร้าน 100 Mahaseth
เมนูร้าน 100 Mahaseth
เมนูร้าน 100 Mahaseth
เมนูร้าน 100 Mahaseth

Similar Posts

  • |

    Ellory ร้านอาหารมิชลิน 1 ดวง ไซส์น่ารักใกล้ตลาด Netil กรุงลอนดอน – ประเทศอังกฤษ

    หลังจากมื้อกลางวันที่ร้าน River Cafe ผมก็เดินทางกลับเข้ามาโซนในตัวเมืองเพื่อเดินเล่นแถวย่าน Soho ก่อนจะไปปักหลักที่ร้าน Craft Beer Co. สาขา Covent Garden อยู่หลายชั่วโมงครับ เสร็จก็ไปแวะทานข้าวเย็นตอนค่ำๆ ก่อนกลับที่พัก โดยร้านที่ไปวันนี้ชื่อร้านว่า Ellory ครับ ร้าน Ellory อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของลอนดอน ที่จริงก็ไม่ไกลจากที่พัก Airbnb ของผมเท่าไหร่ครับ ตัวร้านเป็นห้องขนาดกลางๆ 1 ห้อง เข้าไปในร้านลูกค้าแน่นแม้ว่าจะ 2-3 ทุ่มแล้วก็ตาม บรรยากาศสลัวๆ ไม่มืดไม่สว่าง ผมจองโต๊ะมาเช่นกัน พนักงานถามชื่อแล้วก็พาไปนั่งโต๊ะด้านในของร้านครับ บรรยากาศสบายๆ เป็นกันเองดีคนคุยเสียงดัง เพลงตึ้บๆ หน่อย สำหรับอาหารจะเป็นสไตล์ Modern European คือมีหลากหลายสัญชาติผสมกัน ทางร้านมี course menu ด้วยครับ แต่วันที่ผมไปในเมนูมันมีปลาหมึกซึ่งผมทานไม่ได้ ก็เลยสั่งแยกเป็นจานๆ ดูเมนูไหนน่าทานก็สั่งมา ส่วนเครื่องดื่มก็มีให้เลือกเยอะเช่นกัน มีคอกเทล ไวน์แบบเป็นแก้ว เบียร์ ผมสั่งไวน์แดงมาทาน 1 ขวดครับ

  • |

    ร้าน The Old Mountaineers’ Cafe & Bar – New Zealand 2014 ตอนที่ 8.4

    ขับรถออกมาประมาณ 9 กิโลเมตร จาก Tasman Lake เราก็มาถึงร้าน The Old Mountaineers’ Cafe & Bar เป็นร้านที่อยู่ในบริเวณหมู่บ้านเล็กๆ ใกล้เชิงเขา Mount Cook พวกโรงแรม รีสอร์ทต่างๆ ก็จะอยู่แถวนี้กัน สำหรับร้านอาหารแถวนี้ไม่ค่อยมีตัวเลือกมากนัก ถ้าไม่ใช่ร้านนี้ก็จะเป็นร้านอาหารของโรงแรม เลยตัดสินเลือกร้านได้ไม่ยากครับ บรรยากาศร้านจะตกแต่งด้วยไม้ๆ และ อุปกรณ์ต่างๆ ดูเป็นเหมือนกับบ้านพักของนายพรานที่มาล่าสัตว์ในหุบเขานี้หรือเหล่านักปีนเขา ก็เลยกลายมาเป็นชื่อของร้านนี้นั่นเอง วันที่เราไปมีลูกค้าอยู่ 3-4 โต๊ะ อาหารรอไม่นานมาก แป๊บเดียวก็ยกมาเสิร์ฟครับ

  • | |

    ไร่องุ่น Hua Hin Hills Vineyard

    หลายๆ คน (รวมถึงผมเมื่อก่อนด้วย) อาจจะคิดว่าประเทศไทยไม่สามารถปลูกองุ่นเพื่อทำไวน์ได้ แต่พอได้อ่านได้เห็นจากหนังสือและเว็บ ทำให้ทราบว่า เราสามารถปลูกและผลิตไวน์ได้ โดยมีการผลิตมาซักพักนึงแล้วครับ มีการปลูกที่เขาใหญ่ (กรา มอนเต้) หรืออีกเจ้าที่ดังมานานเช่นกันก็คือ ชาโตว์ เดอ เลย (ปลูกที่ภูเรือ จังหวัดเลย) รวมถึงเจ้านี้ ซึ่งเรามีโอกาสได้มาเยี่ยมชมและทานข้าวกลางวัน ที่นี่มีชื่อว่า “Hua Hin Hills Vineyard” ครับ ชื่ออาจจะไม่คุ้นหู แต่เจ้าของก็คือ สยาม ไวเนอรี่ ผู้ผลิต(SPY)และนำเข้าไวน์เจ้าใหญ่นั่นเอง เริ่มคุ้นแล้วรึเปล่าครับ โดยไวน์ที่มีชื่อเสียงก็คือ Monsoon Valley ซึ่งใช้องุ่นจากที่หัวหินฮิลลส์นี่นำไปผลิตที่โรงงานแถวสมุทรสาคร ความเป็นมาของที่นี่เริ่มตั้งแต่ปี 2546 โดยก่อนที่จะมาเป็นไร่องุ่นเดิมเคยเป็นสถานที่ฝึกและเลี้ยงช้างป่า ปัจจุบัน มีพื้นที่ของโครงการรวม 1,400 ไร่ เป็นพื้นที่เพาะปลูกองุ่นประมาณ 500 ไร่ ด้วยความที่ดินเป็นแบบหินปนทรายมีลักษณ์คล้ายคลึงกับไร่องุ่นแถวเมดิเตอเรเนียนเลยสามารถจะทดลองเพาะปลูกองุ่นได้

  • |

    Katsukura หมูทอดร้านอร่อยสถานีเกียวโต – Japan 2014 ตอนที่ 4.5

    ออกจากวัดน้ำใส เราก็ขึ้นรถบัสกลับมาที่สถานีโตเกียว เตรียมตัวเดินทางกลับโรงแรมที่โอซาก้า แต่มาถึงเราไม่ได้กลับเลย แต่แวะทานข้าวเย็นที่สถานีกันก่อน ร้านที่เราจะทานวันนี้เป็นร้านที่มีชื่อด้านหมูชุบขนมปังทอดหรือ Tonkatsu นั่นเอง อารมณ์ก็จะคล้ายๆ ร้าน Sabotenที่มีเปิดหลายสาขาแล้วในบ้านเรา ร้านนี้ชื่อว่า Katsukura ร้านอยู่ชั้น 11 ของตึก The Cube ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของตัวสถานีเกียวโต เราเคยมาแล้วทีนึงเมื่อตอนปี 2011 คราวก่อนเข้าคิว คราวนี้ก็เหมือนเดิมเข้าคิวประมาณ 30 นาทีได้ ระหว่างรอพนักงานก็จะเอาเมนูมาให้ดู พอใกล้ถึงคิวก็จะให้เราสั่งอาหารไว้ได้เลย

  • Cuisine de Garden ชิมเทสติ้งเมนูจานสวย ปรุงแต่งจากวัตถุดิบท้องถิ่น ชานเมืองเชียงใหม่

    ตอนเช้าทานก๋วยเตี๋ยวเป็ดตุ๋นวังสิงห์คำ บ่ายๆ ทาน ฮอกไกโดซุปเคอรี่ที่ Supa แล้วก็นั่งทำงานอยู่ที่ร้านกาแฟ จนเย็นๆ ผมก็เรียกรถ เดินทางออกนอกตัวเมืองลงมาทางทิศใต้ มีจุดหมายอยู่แถว หนองควาย หางดงครับ ไม่ไกลจากร้านลาบขุนเสที่เคยมาเมื่อสองปีก่อน ร้านที่จองมาวันนี้ชื่อว่า Cuisine de Garden ครับ อยู่ในถนนเล็กๆ จากถนนใหญ่เข้ามาประมาณสัก 1 กิโลเมตร มาถึงหน้าร้านเจอกำแพงสีขาว แล้วเดินเข้ามาทางซ้ายมือผ่านสวน ก็จะเจอตัวร้านที่ซ่อนอยู่ครับ พนักงานงานออกมาต้อนรับด้วยความยิ้มแย้มและพามานั่งที่ห้องฝั่งขวามือซึ่งอยู่ติดกั บครัว

  • |

    Mak Un Kee บะหมี่เจ้าอร่อย สถานี Central – Hong Kong

    เย็นวันอาทิตย์ก่อนกลับผมยังอยากทานบะหมี่และเนื้อตุ๋นอีกซักมื้อก่อนกลับไทย ลองเปิดดูก็เจอร้านนี้ Mak’s Noodle เห็นคะแนนเยอะ และดูน่าอร่อยมาก เดินทางไม่ไกลจากตรงที่ผมไปเดินเล่น และก็ยังใกล้ร้าน HK Brew Craft มากๆ ด้วยครับ 50 เมตรเท่านั้น ซึ่งตอนไปผมก็ไม่รู้หรอกครับว่าเป็นร้านดัง เป็นร้านเก่าแก่ที่เปิดบริการมานานตั้งแต่ 1920 เคยลงมิชลินไกด์ และก็ยังเป็นร้านที่ CNN แนะนำให้เป็นสุดยอดบะหมี่ของฮ่องกง โดยตอนนี้มีทั้งหมด 5 สาขาที่ฮ่องกง 1 สาขาที่มาเก๊า และอีกสาขาที่สิงคโปร์ ผมมาลองที่สาขา Central  ด้านหน้าดูสว่างขนาด 2 ห้อง ฝั่งซ้ายมือของร้านเป็นครัว พ่อครัวยืนลวกก๋วยเตี๋ยวอยู่ด้านหน้าติดกระจก เข้ามาด้านในดูสะอาดใหม่ ไม่โทรมๆเหมือนร้านก๋วยเตี๋ยวแนวเก่าแก่ ภายในร้านก็เปิดไฟสว่างครับ


แสดงความคิดเห็น