ก๋วยเตี๋ยวเนื้อเชลล์ลืมชิม ‘บิ๊กสุ’ เนื้อเปื่อยเจ้าอร่อย – ราชวัตร

แถวย่านราชวัตรเป็นอีกหนึ่งโซนที่มีร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อเปิดขายอยู่ชุกชุมครับ ส่วนใหญ่จะเป็นแบบเนื้อตุ๋นน้ำดำ แต่ก็มี ลูกชิ้นน้ำใสที่ดังๆ อยู่อีกหนึ่งร้าน

สำหรับตัวผมมีร้านประจำอยู่หนึ่งร้านที่จะมาทานอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้งเพราะมักจะมาทานกับเพื่อนๆ ในตอนเช้าของวันที่ต้องกลับมางานที่โรงเรียน ทานเสร็จก็แยกย้ายกลับไปทำงานกัน

ร้านนี้มีชื่อ ก๋วยเตี๋ยวเนื้อบิ๊กสุ ครับ ที่มาของชื่อว่ากันว่าเพราะเป็นร้านโปรดของ พลเอก สุจินดา คราประยูร เป็นร้านเก่าแก่ที่เปิดมานานกว่า 60 ปี ตัวร้านเป็นอาคารพาณิชย์สองห้องแล้วก็มีที่นั่งริมถนนอีกหลายโต๊ะพอสมควรครับ

ที่นี่มีทีเด็ดคือเนื้อเปื่อยครับ นุ่มละลาย ตรงที่ติดกับมันและพังผืดนี่อร่อยมากๆ ครับ เครื่องในแต่ละอย่างก็เปื่อยนุ่ม ไม่คาวไม่ขม ส่วนน้ำซุปออกแนวใสๆ รสกลมกล่อม เค็มหวานกำลังดี หอมกลิ่นยาจีนบางๆ ปกติผมมาทุกครั้งก็สั่งเป็นเกาเหลา ไม่เคยทานก๋วยเตี๋ยวเลยไม่แน่ใจว่าเส้นเป็นยังไงบ้าง

ด้านหน้าร้าน
อีกห้องติดกัน
ด้านนอกริมถนนมีโต๊ะตั้งด้วย
โซนด้านนอกหน้าร้าน
หม้อตุ๋นใหญ่ๆ
เนื้อเปื่อย
ไส้และเอ็น
รายการอาหาร
เกาเหลาพิเศษ ทุกอย่างครับ
เนื้อเปื่อยหั่นมาหนากำลังดี มีมัน เอ็น และพังผืดแทรก นุ่มอร่อยมากครับ
ชิ้นนี้เป้นเครื่องในซักอย่างนึงไม่รู้เรียกว่าอะไรครับ ดึ๋งๆ นุ่ม ไม่คาว
กระเพาะแบบขุยๆ นุ่มเปื่อย ไม่คาวเช่นกัน
ไส้ไม่เหลวมาก หนึบๆ สู้ฟัน หวานนิด ไม่ขม
พังผืดที่ติดเนื้อนี้ทีเด็ดเลย
ข้าวเม็ดใหญ่พองๆ ทานกับน้ำแซุปอร่อยดี

โดยรวมก็อร่อยประทับใจครับ สายก๋วยเตี๋ยวเนื้อถ้ามีโอกาสควรแวะมาลอง ราคาอาจจะแรงนิดคือธรรมดา 70 บาท พิเศษ 100 บาท พอเจอความนุ่มของเนื้อก็ยอมครับ เด็ดดีจริงๆ สำหรับที่จอดรถสามารถเข้าไปจอดในซอยข้างๆ ร้านแกสได้ แต่รถใหญ่อาจจะเข้ายากนิดนึงครับ

ก๋วยเตี๋ยวเนื้อราชวัตร บิ๊กสุ ถนนนครไชยศรี
เบอร์โทร : 02 241 4192
เปิด : 07.00-17.00
foursquare

Similar Posts

  • |

    Hikari ร้าน Izakaya แถวสถานี Hakata

    ข้าวเย็นมื้อแรกเป็นร้าน Izakaya ติดสถานี Hakata ครับ ฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของสถานี อยู่แถวห้าง Yodobashi นั่นเองครับ บริเวณนนี้มีร้านอาหารเยอะหลากหลายสไตล์ พวกหม้อไฟ ราเม็ง Izakaya มีหมด ร้านที่ผมทานชื่อ Hikari (ひかり) ขนาดร้านใหญ่พอสมควรครับ เข้าร้านมาปุ๊บก็จะเป็นโซนเคาเตอร์กับโต๊ะนั่ง พนักงานพาคณะของเราเข้าไปโต๊ด้านใน เป็นโต๊ะนั่งพับเพียบกับพื้น รอบๆ ร้านมีภาพพิมพ์ปลาติดอยู่เต็มไปหมด บางมุมเป็นรูปถ่ายกับปลาตัวใหญ่ๆ เจ้าของร้านน่าจะเป็นคนชอบการตกปลาครับ สำหรับอาหารก็มีเยอะครับ ทั้งพวกปลาดิบ ของทอด ของย่าง เป็นพวกหม้อไฟก็พอมี ตัวเมนูเป็นภาษาญี่ปุ่นหมด ไม่มีภาษาอังกฤษ แต่ก็มีรูปถ่าย พอเดาได้ว่าอะไรเป็นอะไร เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ก็มีให้เลือกเยอะดีครับ

  • Burnt Ends อาหารรมควันสไตล์ออสเตรเลียร้านอร่อย – สิงคโปร์

    เมื่อเดือนตุลาคมผมมีภารกิจที่สิงคโปร์นิดหน่อยครับ ซึ่งลิสต์ร้านอาหารที่จดเอาไว้นี่มีเยอะมากๆ ทั้งอาหารแบบสตรีดฟู้ด หรือร้านแบบหรูหรา โดยทริปนี้มีหนึ่งร้านที่อยากไปลองมาก ดูรูปเอย อ่านมาเอย ดูไปน้ำลายไหลไป ร้านที่ว่านี้คือ ‘Burnt Ends’ ครับ ที่นี่มีชื่อเสียงในเรื่องของเมนูที่ปรุงอาหารด้วยการรมควัน เตาย่าง และเตาอบ ผสมผสานกับอาหารแนว Modern Gastronomy ซึ่งเป็นเทคนิคถนัดของ Dave Pynt เชฟใหญ่ชาวออสเตรเลีย ผู้ซึ่งฝึกฝนประสบการณ์มาแล้วทั่วโลก ร่วมถึงร้านอันดับหนึ่งของโลก อย่าง Noma ที่โคเปนเฮเกน โดยเมนูอาหารจะเปลี่ยนไปทุกวันตามวัตถุดิบที่ได้มา มีคำเล็กๆ ให้เลือกทานเยอะหน่อย แล้วก็มีจานหลักเป็นสเต็กประมาณนี้ครับ ซึ่งเราสามารถเลือกสั่งเองทีละจานก็ได้ หรือถ้าคิดไม่ออกก็สามารถสั่งเป็น chef’s select เค้าจะจัดจานที่เชฟอยากนำเสนอให้เราได้ชิม

  • |

    Cafe Obscura ร้านกาแฟบรรยากาศดี – Sangenjaya, Tokyo

    ย่าน Sangenjaya เป็นชื่อที่ไม่ค่อยคุ้นหูเท่าไหร่ แต่พอลองหาร้านกาแฟ ร้านขนมก็เจออยู่แถวนี้เยอะเลยครับ การเดินทางก็สามารถนั่งรถไฟจาก Shibuya มาลงที่สถานี Sangenjaya รอบๆสถานีดูคึกคัก แต่เดินมาเรื่อยๆ ระหว่างทางมาร้าน บรรยากาศจะดูเป็นบ้านคน ไม่ค่อยวุ่นวายมาก ตัวร้านขนาดไม่ใหญ่มา โทนสีเทา มีงานปูนเปลือยผสมกับไม้จริง มีชั้นหนังสือพวกงานดีไซน์และศิลปะต่างๆ ต้งอยู่ฝั่งขวามือ ภายในร้านเปิดไฟสลัวๆ มีเพลงเลาจน์เบาๆ ในร้านทุกคนนั่งอ่านหนังสือ ทำงาน ไม่คุยกันเสียงดัง ดูเงียบสงบดีครับ เมล็ดพันธุ์กาแเป็นแบบ Single Origin มีให้เลือกจากหลายแหล่ง ส่วนวิธีการชงของที่นี่เป็นแบบ Syphon เป็นวิธีที่ค่อนข้างพิถพิถัน โดยจะต้มในน้ำหม้อแก้วให้เดือดเข้าไปวนผ่านกาแฟ แล้วไหลกลับมาอีกที เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมากในญี่ปุ่น ผมหิวนิดหน่อยก็เลยสั่งชีสเค้กแล้วก็เลยถามพนักงานว่าตัวไหนเหมาะกัน พนักงานแนะนำ Brazil เลยสั่งตามคำแนะนำไปครับ

  • ก๋วยเตี๋ยวเป็ดตุ๋น วังสิงห์คำ เป็ดตุ๋นเป็ดย่างเจ้าอร่อย เชียงใหม่

    สายๆ  ของวันที่ 2 ในทริปเชียงใหม่เมื่อเดือนตุลาคมปีก่อน ผมลังเลอยู่ว่าจะทานอะไรเป็นข้าวเช้าดี จดไว้หลายร้านอยู่ สุดท้ายตัดสินเลือกเป็นก๋วยเตี๋ยวเป็ดครับ  ร้านที่ไปชื่อร้านว่า ‘ก๋วยเตี๋ยวเป็ดตุ๋น วังสิงห์คำ’ ร้านอยู่บนถนนเจริญราษฎร์ ใกล้ๆ กับสะพานนครพิงค์ ไม่ไกลจากร้านป้าหล้าริมปิงที่เราเคยไปทานเมื่อสองปีก่อนครับ ตัวร้านค่อนข้างกว้างขวาง มีโซนที่นั่งหลายโซน เข้ามาในร้านจะเจอสเตชั่นปรุงอาหารเลย วิธีการสั่งคือเดินไปสั่งที่ฝั่งขวามือ เค้าจะจดแล้วไปบอกพนักงานแต่ละสเตชั่นเอง เรากลับมานั่งรอที่โต๊ะครับ

  • |

    The Fat Cow ร้านคราฟท์เบียร์เสิร์ฟพร้อมเบอร์เกอร์ – ลาดพร้าว 15

    ร้านนี้เป็นอีกร้านที่จดเอาไว้ว่าอยากมา แต่โซนลาดพร้าวนี่ก็ไม่ค่อยได้วนไปเลย คราวนี้มีธุระแถวนั้นพอดีก็สบโอกาสครับ แวะไปลองซะหน่อย ร้านนี้ชื่อว่า The Fat Cow อยู่ที่ปากซอย ลาดพร้าว 15 เดินทางด้วย MRT สะดวก ลงสถานีลาดพร้าวแล้วเดินย้อนกลับมาทางหัวถนน ประมาณ 400 เมตร จากสถานีครับ วันที่ผมไปเป็นช่วงหัวค่ำลูกค้าแน่นร้านเลยทีเดียว ด้านในเต็มก็เลยนั่งรอด้านนอกร้านไปก่อน ซักพักโต๊ะว่างถึงได้ย้ายเข้ามาด้านใน ขนาดร้านไม่ใหญ่มาก 1 ห้อง เปิดแอร์เย็นดี ลูกค้าเป็นคนไทยและชาวต่างชาติปนๆ กัน มองไปด้านนอกก็ดูรถติดบนถนนลาดพร้าว ฮ่าๆ อาหารของร้านนี้จะเป็นอาหารฝรั่งครับพวกเบอร์เกอร์  ฟิชแอนด์ชิปส์ พาสต้า สลัด อะไรประมาณนี้ แต่ที่เป็นทีเด็ดคือคราฟท์เบียร์ครับ Fat Cow มีคราฟท์ไทยขายเยอะมาก หลายแบรนด์ เจ้าดังๆ อย่าง Eleventh Fort, X-Beer, Decsnob, Triple Pearl มหานครและอีกหลายยี่ห้อ ผมว่าน่าจะเป็นร้านที่เยอะอันดับต้นๆ เลยหละครับ

  • |

    ราเม็งร้าน Nagi สถานี Shinjuku – Japan Nov ตอนที่ 7.1

    พอนั่ง Night Bus มาถึง Shinjuku เราก็ไปที่โรงแรม Hotel Sunroute Plaza Shinjuku รอพี่ชายที่เพิ่งลงเครื่องมา ลืมเล่าไปว่ากระเป๋าเดินทางของเรานั้นไม่ได้แบกมาเอง แต่เราใช้บริการขนส่งแมวดำ Yamato ส่งมาจากโรงแรม Ten Ten Temari ที่ Matsue บริการแบบนี้มีชื่อว่า Ta-Q-Bin ครับ มีทุกโรงแรม ถ้าที่ฟรอนท์ของโรงแรมได้เลย เราสามารถเลือกส่งกระเป๋าหรือสัมภาระต่างๆ ไปยังโรงแรมหรือสนามบินก็ได้ สำหรับค่าใช้จ่ายดูได้ในเว็บของแมวดำเลยครับ กลับมาโตเกียวต่อ พาฝากของที่โรงแรมเสร็จ เจอพี่ชายก็เดินทางไปยังราเม็งร้านแรกของทริปนี้ ตัวร้านอยู่ฝั่งตะวันออกของสถานี หรือย่าน  Kabukicho นั่นเอง ร้านนี้มีชื่อว่า Nagi ครับ มีประมาณ 8 สาขา บริเวณชินจูกุนี่มึถึง 4 สาขาเลย (ดูได้ในเว็บของร้าน) สาขาที่เรามาเป็นร้านเล็กๆ ตอนแรกหาตัวร้านไม่เจอเลยด้วยซ้ำ ทางเข้าเป็นแค่ประตูแล้วบันไดแคบๆขึ้นไปชั้น 2 ครับ ขึ้นมาก็จะเป็นบาร์ติดกันหมด ขนาดค่อนข้างแคบ วิธีสั่งก็ใช้กดตู้เอาครับ มี 2 แบบคือธรรมดากับแบบแยกน้ำ…


แสดงความคิดเห็น