Ghanaian Jollof Rice ข้าวอบมะเขือเทศสไตล์กาน่า

เมนูที่ลองทำวันนี้ ชื่อว่า Jollof Rice เกิดจากการที่นั่งดูรายการอาหารจากประเทศในโซนแอฟริกาตะวันตก (ที่เราคุ้นหูหน่อยก็จะมี ไนจีเรีย, ไอวอรี่ โคสต์, เซเนกัลและกาน่า) ดูสูตรและวิธีทำ ไม่ยากมากเลยลองทำดูครับ

วัตถุดิบผมพอหาได้ทั้งหมด ยกเว้นพริก Habanero ก็เลยใช้ Jalapeno แทน ความเผ็ดสู้ไม่ได้ อ่านจากเว็บเค้าว่าให้ใส่พริกป่นนิดหน่อยเพื่อเพิ่มความเผ็ดครับ

ความอร่อยของเมนูนี้จะอยู่ที่ความหนึบนุ่มของเมล็ดข้าวที่มีรสเปรี้ยวและหวานจากมะเขือเทศ ผสมผสานกับกลิ่นหอมของผงกระหรี่และกระเทียมครับ

วัตถุดิบต่างๆ
เริ่มต้นจากการหั่นหัวหอมเป็นชิ้นๆ เอาใส่เครื่องปั่น ใส่น้ำมัน 2 ช้อนโต๊ะ
ปั่นจนเนื้อเนียน ตักใส่ชามพักไว้
เทมะเขือเทศหั่นเต๋าและ Tomato Paste และพริก Jalapeno ใส่เครื่องปั่น
ปั่นจนเนื้อเนียน ตักใส่ชามพักไว้
ตั้งไฟกลาง เอาหม้อใส่น้ำมัน 1/3 ถ้วย จนน้ำมันเริ่มร้อน
ตักหัวหอมปั่นใส่ ผัดไปเรื่อยๆ  จนน้ำระเหย หัวหอมกลายเป็นสีน้ำตาล ใช้เวลาประมาณ 10 นาที 
ตักมะเขือเทศปั่นใส่
ใส่ผงกระหรี่
ใส่ขิง
ใสผงกระเทียม ออริกาโน
ใส่ไทม์
ใส่ซุปก้อน
คนเรื่อยๆ ประมาณ 20-30 นาทีจนน้ำงวด
ใส่ข้าวที่ซาวแล้ว
ใส่แครอท และน้ำเปล่า 1 1/2 ถ้วย คนให้เข้ากัน
ต้มให้เดือด แล้วจึงหรี่ไฟเป็นไฟเบา
เอาฟอยล์มาคลุม
ก่อนจะปิดฝาทับอีกที ใช้เวลาประมาณ 30 นาที
ครบเวลา เปิดฝาดูครับ ถ้าข้ายังไม่สุกดีให้คนๆ รอข้าวระอุ
ตักใส่จาน พร้อมรับประทานครับ

วิธีการทำไม่ยุ่งยากแต่ใช้เวลาราวๆ 1 ชั่วโมงครึ่งครับ (รวมเตรียมของต่างๆ ) 

เริ่มต้นจากการหั่นหัวหอมเป็นชิ้นๆ เอาใส่เครื่องปั่น ใส่น้ำมัน 2 ช้อนโต๊ะ ปั่นจนเนื้อเนียน ตักใส่ชามพักไว้

เทมะเขือเทศหั่นเต๋าและ Tomato Paste และพริก Jalapeno ใส่เครื่องปั่น ปั่นจนเนื้อเนียน ตักใส่ชามพักไว้

ตั้งไฟกลาง เอาหม้อใส่น้ำมัน 1/3 ถ้วย จนน้ำมันเริ่มร้อน ตัดหัวหอมปั่นใส่ ผัดไปเรื่อยๆ  จนน้ำระเหย หัวหอมกลายเป็นสีน้ำตาล ใช้เวลาประมาณ 10 นาที 

ตักมะเขือเทศปั่นใส่ ใส่ผงกระหรี่ ขิง ผงกระเทียม ซุปก้อน ออริกาโน และไทม์ คนเรื่อยๆ ประมาณ 20-30 นาทีจนน้ำงวด

ใส่ข้าวที่ซาวแล้ว ใส่แครอท และน้ำเปล่า 1 1/2 ถ้วย ต้มให้เดือด หรี่ไฟเป็นไฟเบา เอาฟอยล์มาคลุม ก่อนจะปิดฝาทับอีกที ใช้เวลาประมาณ 30 นาที

เปิดฝาตักรับประทานครับ

ส่วนผสม สำหรับประมาณ 6 คน

หัวหอมใหญ่ 2  หัว
น้ำมันพืช  1/3 ถ้วย
มะเขือเทศหั่นเต๋า (400 กรัม) 2 กระป๋อง
มะเขือเทศเข้มข้น ( Tomato Paste) 170 กรัม
พริก Jalapeno 3 เมล็ด
ผงกระหรี่ 2 ช้อนชา
ผงกระเทียม 1 ช้อนชา
ขิง 1 แง่ง
ใบไทม์ 1/4 ช้อนชา
ออริกาโน่ 1/4 ช้อนชา
ซุปไก่ก้อน 3 ก้อน
ข้าวสาร 500 กรัม
แครอทหั่นเต๋า 150 กรัม
น้ำ 1 1/2 ถ้วย

ขอบคุณสูตรและวิธีทำจาก Tasty

Similar Posts

  • Tokyo Abura Soba ราเม็งแห้งเครื่องแน่นๆ สาขา Shibuya โตเกียว

    วันที่สองในงาน Mikkeller Beer Celebration Tokyo ปีที่แล้ว ระหว่างที่เบรคตอนจบ Session แรก ผมและเพื่อนรุ่นน้องอีกท่าน ก็ไปทานร้านราเม็งที่อยู่ใกล้ๆ กับ Shibuya Steam Hall สถานที่จัดงานครับ ร้านนี้มีชื่อว่า Tokyo Abura Soba  เป็นร้านขายราเม็งแบบแห้งครับ (Abura แปลว่าน้ำมัน) เป็นร้านดังอีกร้านมีสาขาในญี่ปุ่นเกือบ 30 ร้าน และยังมีสาขาที่ไต้หวันอีก 2 ร้านด้วย ผมมาถึงหน้าร้านประมาณ 14.40 มีคิวอยู่ รอประมาณ 5 นาทีก็ได้เข้ามาด้านใน แต่ก็ยังต้องรอคิวด้านในอีกกว่าจะได้นั่งเก้าอี้ก็ประมาณ 15.00 ครับ ร้านขนาดเล็กหน่อย เป็นบาร์ยาวลึกเข้าไปตามแนวร้านครับ

  • Thyme-Rubbed Steaks with Sauteed Mushrooms สเต็กเนื้อใบไทม์เสิร์ฟพร้อมเห็ด sauté

    พักจากซีรีย์ New Zealand มาทำเมนูง่ายๆกันอีกซักเมนูครับ เป็นสเต็กที่มีตัวชูรสเป็นเห็ด เจอเมนูนี้เพราะว่า ปกติที่บ้านจะย่างเนื้อทานเป็นประจำอยู่แล้ว ไม่มีปรุงอะไรมากก็จะใส่พริกไทย เกลือเท่านั้น คราวนี้ก็อยากจะลองหาแบบที่ปรุงนู่นปรุงนี่ เปลี่ยนรสดูหน่อย ก็เจอเมนูนี้ อ่านๆสูตรและวัตถุดิบก็เออ ไม่ยากมาก เราน่าจะพอทำได้ แล้วของก็หาได้หมด ไม่มีอะไรแปลก เมนูนี้ตัวเนื้อจะหอมๆเครื่องเทศเพราะมีส่วนประกอบของ ปาปริก้า กระเทียม หัวหอม พริกไทยดำ และ ใบไทม์แห้ง พอทอดเสร็จแล้ว ตัวเนื้อจะมีกลิ่นเพิ่ม กลิ่นเนื้ออาจจะหายไปหน่อย แต่ก็ได้อีกกลิ่นอีกรสชาติครับ วัตถุดิบมีไม่ตรงกับสูตรเป๊ะอยู่ 2 อย่าง คือ 1.ชิ้นเนื้อ ตามสูตรแนะนำเป็น new york strip ชิ้นใหญ่ 450g เราใช้เป็นส่วนอื่นขนาดเล็กลง 2 ชิ้นแทน และ 2.Shallot นี่เราไม่ชัวร์ว่าจะเหมือนกันหอมแดงไหม เปิดดูรูป เหมือนมันจะอยู่กลางๆระหว่างหอมใหญ่กับหอมแดง เราก็เลือกใช้หอมแดงแทน

  • ไก่อบสาเกและซีอิ๊ว ไก่เนื้อนุ่ม หอมกลิ่นขิงและสาเก

    สำหรับเมนูนี้มีที่มาจากการไปเจอสาเกปรุงอาหารที่ซื้อไว้ใกล้หมดอายุ ก็เลยลองหาดูว่ามีเมนูอะไรใช้สาเกกับสะโพกไก่บ้าง ก็เจอเมนูนี้ ดูแล้ววิธีการปรุงไม่ยาก และก็ใช้วัตถุดิบไม่เยอะ โดยนอกจากไก่และสาเก ก็จะมีน้ำตาลทราย ขิง ต้นหอม กระเทียม ซอสถั่วเหลือง ที่จะยากหน่อยคือ Brocolini แต่รอบแรกที่ทำผมก็ใช้บรอคโคลี่ธรรมดาแทนก็โอเคครับ ความอร่อยของเมนูนี้จะอยู่ที่เนื้อไก่นุ่มๆ และความหอมจากกลิ่นขิงกับกลิ่นเหล้าสาเก รวมถึงความเค็มหวานของซอสถั่วเหลืองที่ผสมกับน้ำตาลทราย แต่อาจจะลดน้ำตาลลงจากสูตรได้อีกซัก 20% ถ้าไม่ทานหวานครับ

  • ข้าวอบไก่ทอด KFC – ข้าวนุ่ม หอมเครื่องเทศ ทำง่ายนิดเดียว

    สำหรับเมนูที่จะลองนี้หลายๆ คนน่าจะเคยเห็นในเน็ตกันมาบ้างแล้ว น่าจะเริ่มฮิตเมื่อซักประมาณปลายปีที่แล้วอะไรอย่างนี้ครับ เมนูนี้คือ ‘ข้าวอบไก่ทอด KFC’  ตอนก่อนที่จะลองทำผมก็คิดว่า เออ มันจะอร่อยจริงรึ หรือไวรัลเฉยๆ แต่พอลองทำรอบแรกปรากฎว่าอร่อยกว่าที่คิดครับ ตัวข้าวจะมีรสเค็มมัน หอมกลิ่นเครื่องเทศที่ใช้มาจากหนังไก่ ส่วนเนื้อไก่ก็จะนุ่มซุยครับ วัตถุดิบที่ใช้มีน้อยมาก เริ่มกันที่ไก่ทอด KFC สามชิ้น ถ้าสั่งได้เอาเป็นสะโพก 2 ชิ้นและน่อง 1 ชิ้น หรือเลือกส่วนที่ชอบทานก็ได้ครับ จุดสำคัญคือต้องเป็นไก่สูตรดั้งเดิม(ไก่ทอดสูตรผู้พัน) ไม่ใช่ไก่กรอบครับ

  • ไก่เคี่ยวมะเขือเทศ

    เมนูวันนี้เป็นอีกเมนูที่วัตถุดิบไม่กี่อย่าง โดยมี สะโพกไก่ เป็นหลัก ส่วนรสชาติของไก่ก็จะมาจาก มะเขือเทศ ทำให้จานนี้จะออกเปรี้ยวๆ เป็นรสนำ ตามสูตรเค้าแนะนำว่าเหมาะที่จะทานกับ orzo หรือข้าว พอดีผมมีคูสคูสเหลืออยู่เลยหุงทานทำเป็นแบบเผ็ดๆเหมือนคราวก่อนก็เข้ากันดีครับ เมนูนี้จะมีไทม์ที่อาจจะหายาก ต้องลองดูซุปเปอร์พวก วิลล่า มาร์เก็ต หรือ tops ในเมืองหน่อยครับ ตัวมะเขือเทศหั่นเต๋าซุปเปอร์ใหญ่ๆ น่าจะมีหมด ขั้นตอนในการทำจะทอดไก่ก่อน พอเสร็จก็เคี่ยวกับมะเขือเทศ ใช้เวลาซักพัก ชิ้นไก่เริ่มนุ่ม ก็ทานได้เลยครับ

  • Indian-Spiced Chicken with Chickpeas and Spinach ไก่เคี่ยวแบบอินเดียเสิร์ฟพร้อมชิคพีและผักโขม

    ลองทำอาหารสไตล์ฝรั่งไป 2-3 เมนูแล้ว คราวนี้มาลองทำอาหารอินเดียดูบ้างครับ จริงๆก็ไม่ใช่อินเดียแบบดั้งเดิมเท่าไหร่ คือเป็นอินเดียแบบประยุกต์โดยฝรั่งแล้วนิดหน่อย แต่ก็มีมีกลิ่นและรสชาติของเครื่องเทศครบครันครับ สำหรับชิ้นไก่ ถ้าหาน่องสะโพกไม่ได้ ก็อาจจะใช้น่อง แยกกับสะโพกแทนก็ได้ครับ ตามสูตรที่อ่านมาไม่ได้มีชื่ออินเดีย แต่เราไปเจอเมนูที่หน้าตาและส่วนประกอบคล้ายๆ ชื่อ Pukka Chicken Curry ไม่แน่ใจว่ามันคืออันเดียวรึเปล่า วัตถุดิบหาได้ไม่ยากเกือบทุกอย่าง มีที่ยากคือ greek yogurt ซึ่งจริงๆก็ไม่ได้ซีเรียสมากนัก ใช้โยเกิร์ตธรรมดาแทนกันได้เพราะใช้ผสมปริมาณไม่เยอะ ส่วนอุปกรณ์ในการปรุงถ้ามีเตาอบและหม้อเหล็กก็จะสะดวกดีครับ แต่ถ้าไม่มีก็ใช้เตาแกสธรรมดาได้เหมือนกัน แต่ต้องเผื่อเวลาในการทำมากขึ้นหน่อย


แสดงความคิดเห็น