Maguro no Zuke don ข้าวหน้าปลาทูน่าหมักโชยุ ทำง่าย ทานเพลิน

ในเมนูปลาดิบนั้น ส่วนตัวผมเองค่อนข้างชอบปลาทูน่าเป็นพิเศษ คือไม่ต้องเป็นโอโทโร่ ชูโทโร่ก็ได้ แค่อาคามิแบบที่ไม่คาวเลือดมาก ก็อร่อยแล้วครับ

เป็นที่มาของเมนูที่ลองทำวันนี้ ซึ่งค่อนข้างง่ายและวัตถุดิบนิดเดียว จุดสำคัญคือต้องได้ชิ้นปลาที่โอเคหน่อยครับ เมนูนี้มีชื่อว่า Mauro no Zuke don หรือ ข้าวหน้าปลาทูน่าหมักโชยุ ครับ

อย่างอื่นๆ ก็จะมี โชยุ มิริน สาเก ข้าว ต้นหอมซอย สาหร่าย งาขาว สำหรับตกแต่ง และ วาซาบิ สำหรับเพิ่มรสเผ็ดครับ 

วัตถุดิบของเมนูนี้
เทมิริน
เทสาเก
ตั้งไฟจนเดือด ประมาณ 10 วินาที
ใส่โชยุ
ใส่น้ำมัน 2-3 เหยาะ
หั่นปลาหนาประมาณ 7 มิลลิเมตร
คลุกเคล้าทุกชิ้นด้วยโชยุประมาณ 15 นาที
ตักข้าว ราดด้วยน้ำหมัก
โรยด้วยสาหร่าย
หนีบชิ้นปลาเรียงบนข้าว โ
รยหน้าด้วย ต้นหอยซอย งา และสาหร่าย
เสิร์ฟคู่กับวาซาบิพร้อมรับประทานครับ
ถ้าไม่ทานข้าวก็เสิร์ฟเปล่าๆ ได้ครับ

ความอร่อยของเมนูนี้ จะอยู่ที่ความฉ่ำนุ่มของปลา มีรสเค็มหวาน พวกสาหร่ายและต้นหอมก็เพิ่มความซับซ้อนของรสอีกเล็กน้อย ถ้าหากไม่ทานข้าว ก็เสิร์ฟเฉพาะเนื้อปลาและทอปปิ้งก็ได้ครับ

ขั้นตอนแรกเราเริ่มจากเทมิรินและสาเกในกระทะเล็กๆ ตั้งไฟให้เดือด เพื่อให้แอลกอฮอล์ระเหย ประมาณ 10 วินาที ปิดไฟ

จากนั้นเทโชยุลงไป ถ้ามีน้ำมันงาก็เหยาะนิดหน่อย คนให้เข้ากัน ทิ้งไว้จนเย็นลงประมาณอุณหภูมิห้อง

ระหว่างนั้นก็ไปหั่นปลาครับ หั่นชิ้นหนาประมาณ 7 มิลมิเมตร จัดเรียงในชาม

นำโชยุที่เย็นลงแล้วคลุกเคล้าให้ทั่วชิ้นปลาทุกชิ้น หมักไว้ประมาณ 15 นาที (ยิ่งนานจะยิ่งเค็ม)

 ตักข้าวใส่ชาม ตักโชยุที่ใช้หมักราดข้าว ซอยสาหร่ายยาวประมาณ 3 เซน โรยบนข้าว

หนีบชิ้นปลาเรียงบนข้าว โรยหน้าด้วย ต้นหอยซอย งา และสาหร่าย

เสิร์ฟคู่กับวาซาบิพร้อมรับประทานครับ

ส่วนผสม 

ปลาทูน่าส่วนเนื้อแดง (Akami) 300  กรัม
สาเก 2 ช้อนโต๊ะ
มิริน 1 ช้อนโต๊ะ
โชยุ 3  ช้อนโต๊ะ
สาหร่าย  1/2 แผ่น
งาขาว 1 ช้อน ชา
ต้นหอมซอย 2 ช้อนโต๊ะ
วาซาบิ    

ขอบคุณสูตรและวิธีทำจาก recipetineats.com

Similar Posts

  • Marugame Seimen Sanuki Udon ร้านอูด้งตักเครื่องเอง

    เพิ่งมีโอกาสได้ชิมร้านนี้ครับสาขาในเมืองก็ไม่ได้ชิม พอดีมาธุระแถวรามอินทรานี่ก็เลยได้ชิมเป็นครั้งแรก Marugame Seimen เป็นร้านเชน Sanuki Udon เจ้าดังมาจากญี่ปุ่น ที่ญี่ปุ่นมีกว่า 700 สาขา ในไทยนี่ก็มีถึง 9 สาขาแล้วครับ (คลิกไปดูได้ว่ามีที่ไหนบ้าง) เราไปลองที่สาขา Promenade ติด fashion island จุดเด่นของร้านนี้ก็คือพอเราสั่งเมนูหลักแล้ว ก็สามารถเดินตักของทอดต่างๆ เพิ่มตามใจชอบได้เลย แต่ละชิ้นก็จะมีราคาแตกต่างกัน ชอบอะไรก็ตักอันนั้น ของทอดก็จะเป็นชุบแป้งทอดแบบเทมปุระ มีทั้ง ผัก ชิกุวะ ไข่ มันหวาน ปูอัดและอีกหลายๆอย่าง นอกจากอูด้งที่เป็นเมนูหลักของร้านแล้ว ก็ยังมีเมนูข้าวด้วยเช่นกัน สั่งเป็นข้าวแทนเส้นได้เลย

  • |

    Midori ซูชิร้านอร่อยที่ Shibuya – Japan 2014 ตอนที่ 9.3

    ทริปญี่ปุ่นคราวนี้นั้นมีโอกาสไปร้านซูชิแค่ 2 ร้าน อยากไปหลายร้านก็ติดนู่นติดนี่ ร้านแรกคือ Uoshin ซูชิหน้าล้น ที่โอซาก้าเป็นการไปซ้ำเมื่ซัก 3-4 ปีก่อน ส่วนร้านที่จะเขียนถึงวันนี้เพิ่งเคยมาเป็นครั้งแรก นับว่าเป็นร้านดังร้านหนึ่งของโตเกียว โดยเฉพาะในหมู่คนไทย ร้านนี้จะได้รับการแนะนำและพูดถึงอยู่เป็นประจำครับ ร้านนี้ชื่อ Midori อยู่บริเวณสถานี Shibuya ทำให้การเดินทางมาค่อนข้างสะดวกพอสมควร ร้าน Midori นี่ถือว่าเป็นร้านที่ค่อนข้างคุ้มค่าในการรอคอย คืออาจจะอร่อยสู้ร้านดังๆที่ตลาดปลา tsukiji อย่างซูชิได อะไรงี้ไม่ได้ (ไม่เคยไปเหมือนกันได้ยินเค้าว่ามา ^^”) แต่ก็ได้เปรียบตรงไม่ต้องตื่นเช้าไปเข้าคิวนาน 1-2 ชั่วโมง วันที่เราไปนั้นเป็นวันเสาร์ช่วงหัวค่ำ ประมาณ ทุ่มสิบห้าทุ่มครึ่ง รออยู่ประมาณ 45 นาที ก็ได้เข้าร้านครับ เป็นไปได้ก็ติดหนังสือ หรืออะไรไปอ่าน เอาเกมไปกดรอก็ได้ครับ โดยคิวนี่ท้ายๆจะต้องยืนต่อกัน แต่พอใกล้ๆทางเข้าร้านก็จะพอมีเก้าอี้ให้นั่ง ซัก 6-7 ที่รอหน้าร้าน

  • Coq au Vin

    ลองทำเมนูไก่กันอีกรอบครับวันนี้ เป็นเมนูยอดนิยมของอาหารฝรั่งเศส Coq au vin หรือไก่ต้มไวน์นั่นเอง ถ้าไปร้านอาหารฝรั่งเศสนี่แทบจะมีทุกร้าน เมนูนี้เป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมหลังจาก Julia Child เขียนสูตรลงไปในหนังสือทำอาหารฝรั่งเศสเล่มดังของเธอด้วย สำหรับสูตรทำ Coq au vin นี่เราค้นหาเจอหลายสูตรมากประมาณ 4 สูตร ก็เลยเลือกสูตรที่น่าจะหาของง่าย และทำง่ายๆก่อน ขั้นตอนการทำไม่ค่อยยาก คล้ายๆ Vinegar-Braised Chicken and Onions ที่เราทำไปคราวก่อน ก็คือ ทอดเบคอน ทอดไก่พอสุก แล้วก็เอาไปเคี่ยวทิ้งไว้ประมาณ 50 นาที – 1ชั่วโมง มีส่วนที่เรารู้สึกยากก็คือลอกหนังไก่เพราะไม่ได้ลอกทิ้งมานานแล้ว (เป็นของโปรด) สำหรับวัตถุดิบที่อาจจะยากคือพวก ไทม์ โรสแมรี่ สด บางซุปเปอร์อาจไม่มี และก็เหล้าบรั่นดี/คอนยัค กับไวน์แดง คือ ถ้าเป็นคนไม่ดื่มอยู่แล้ว ซื้อมาทำก็คงไม่คุ้มเพราะใช้นิดเดียว

  • Nagiya สาขา The Scene

    มีโอกาสได้ไปลองร้านนากิยะ สาขาใหม่ 2 สาขาเวลาใกล้ๆกัน คือที่ Gateway เอกมัย และที่นี่ The Scene Town in Town หลังจากที่เมื่อก่อนเคยกินแต่สาขา Nihonmachi ซอยสุขุมวิท 26 (ตาม blog นี้ นากิยะ Nihonmachi) 2 สาขาใหม่ที่ไปลองเหมือนกับว่าเมนูจะน้อยลง หม้อไฟไส้วัวก็ไม่มี แต่เราไม่ได้ไปสาขา Nihonmachi นานแล้วเหมือนกัน เลยไม่แน่ใจว่าจริงๆแล้วเค้าปรับเมนูใหม่แล้วรึเปล่า แต่โดยรวมก็มีหลากหลายเมนูตามสไตล์ร้าน Izakaya สำหรับสาขา The Scene Town in Town ตัวร้านอยู่บนชั้น 2 ของโครงการครับ

  • Bo Kho สตูว์เนื้อวัวสไตล์เวียดนาม ทำง่าย ทานกับข้าวอร่อย

    วันก่อนซื้อเนื้อสันไหล่ (chuck) มา รู้สึกว่าพวกเมนูตุ๋นและสตูว์แบบฝรั่งก็ทำบ่อยแล้ว เลยลองเสิร์ชหาดูว่าจะทำเมนูอะไรดี ก็มาเจอเมนูของเวียดนามครับ  เมนูนี้ชื่อ Bo Kho เป็นสตูว์สไตล์เวียดนาม อ่านวิธีทำดูไม่ยาก ใส่วัตถุดิบเยอะหน่อย หาไม่ยาก เพราะคล้ายๆ กับที่ใช้ทำอาหารไทย ขั้นตอนต่างๆ ก็ไม่เยอะ ใส่รวมๆ เหมือนทำสตูว์ทั่วไปครับ รสชาติของเมนูนี้จะต่างจากสตูว์ฝรั่งตรงที่จะมีกลิ่นของผงพะโล้บางๆ รสและกลิ่นเค็มแบบฟังกี้จากน้ำปลา และก็มีรสสมุนไพรอย่างโหระพา ผักชี สะระแหน่ครับ

  • Muteki อาหารญี่ปุ่นร้านอร่อยตึก Empire Tower – สาธร

    วันก่อนมีโอกาสเข้าไปทำธุระแถวสาธรครับ เสร็จธุระช่วงเที่ยงพอดี เลยลองหาร้านข้าวดู ตอนแรกว่าจะไปลองเย็นตาโฟแถวนั้น ไปๆ มาๆ เปิดเจอร้าน Muteki นี่ ก็เลยเปลี่ยนแผนกระทันครับ ร้าน Muteki เป็นเจ้าของเดียวกับร้าน Mugendai ร้านซูชิเจ้าดังที่ได้รับความนิยมเมื่อซัก 4-5 ปีก่อน (อยู่ที่ซอยทองหล่อ) ส่วนร้าน Muteki นี่มีหลายสาขาหน่อย สาขาที่ผมไปลองอยู่ในตัวอาคาร Empire Tower ซึ่งเป็นออฟฟิศ ช่วงเที่ยงพนักงานออฟฟิศเลยแน่นร้านพอสมควรครับ รายการอาหารของทางร้านจะค่อนข้างหลากหลาย มีทั้งซูชิ ซาชิมิ โรล สลัด ข้าวหน้าต่างๆ (Donburi, Chirashi) เมนูเส้นก็มี ขนมก็มีเยอะครับ กาแฟยังมีเลย คือเมนูค่อนข้างหลากหลาย พวกอาหารจานเดียวก็เยอะเหมาะสำหรับพนักงานออฟฟิศมาทานเป็นมื้อเที่ยง สะดวกดี


แสดงความคิดเห็น