เอ็นวัวตุ๋นมิโสะ – Gyusuji Nikomi

สำหรับเมนูวันนี้ เป็นหนึ่งในเมนูที่ผมมักจะสั่งมาทานเวลาไปร้าน izakaya คือร้านไหนมีขายต้องขอสั่งมาลองชิมซักหน่อยครับ 

เมนูนี้คือ เอ็นวัวตุ๋นมิโสะ หรือ ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า Gyusuji Nikomi พอดีได้เอ็นวัวมาชิ้นนึง ดูรายการเครื่องปรุงแล้วหาได้ไม่ยาก มีดาฉิผงที่อาจจะยากหน่อย (ซื้อได้ที่ fuji UFM หรือ shopee) ที่เหลือซุปเปอร์มาร์เก็ตทั่วไปน่าจะมีครบครับ

ความอร่อยของเมนูนี้จะอยู่ที่ ความนุ่มดึ๋งของเอ็นวัว ซึ่งซึมซับรสน้ำซุปที่เข้มข้นเข้าไปในเนื้อ มีรสหวาน เค็ม หอมกลิ่นเครื่องปรุง ตัวซุปก็จะข้นหน่อย รวมถึงชิ้นผักอันเปื่อยนุ่ม สูตรนี้ใส่แค่หัวไชเท้า แต่บางร้านก็มีจะหัวบุก (คอนยักกุ) และรากโกโบ (burdock) ใส่ด้วย

วัตถุดิบ
เริ่มจากต้มน้ำ 1,000 มิลลิลิตรด้วยไฟแรงจนเดือด
นำเอ็นวัว และ ต้นหอมญี่ปุ่นส่วนปลายสีเขียวลงไปต้ม
ใส่สาเกปรุงอาหารลงไป 8 ช้อนโต๊ะ
พอเดือดแล้วหรี่เป็นไฟอ่อน คอยตักฟองออกเรื่อยๆ ครับ
ครบ 20 นาที นำชิ้นเอ็นมาหั่นหรือตัดด้วยกรรไกรเป็นขนาดพอดีคำ
ล้างหม้อให้สะอาด ใส่เอ็นวัวที่หั่นแล้ว
ใส่หัวไชเท้าที่หั่นหนา 2 เซนติเมตรลงในหม้อ
ตามด้วย ขิงขูด กระเทียมขูด
ใส่สาเก
ใส่มิริน
ใส่โชยุ
ใส่มิโสะ
ใส่ดาฉิผง
ใส่น้ำผึ้ง
เติมน้ำเปล่า 1200 มิลลิลิตร
คนให้เข้ากัน เปิดไฟแรงจนเดือด แล้วจึงหรี่เป็นไฟอ่อน
ปิดฝาแบบแง้มๆ ตุ๋นอีก 1 ชั่วโมง คนบ้างเป็นระยะ
ครบ 1 ชั่วโมง ถ้าน้ำยังเยอะไป อาจจะเปิดฝาแล้วให้น้ำระเหยอีกเล็กน้อย พอให้น้ำซุปข้น
ตักใส่ชาม ซอยต้นหอมส่วนสีขาว โรยด้านบน พร้อมเสิร์ฟครับ ทานทู่กับข้าวสวยหรือทานเป็นกลับแกล้มก็ดีครับ

เริ่มจากต้มน้ำ 1,000 มิลลิลิตรด้วยไฟแรงจนเดือด นำเอ็นวัว และ ต้นหอมญี่ปุ่นส่วนปลายสีเขียวลงไปต้ม ใส่สาเกปรุงอาหารลงไป 8 ช้อนโต๊ะ พอเดือดแล้วหรี่เป็นไฟอ่อน คอยตักฟองออกเรื่อยๆ ครับ

ครบ 20 นาที นำชิ้นเอ็นมาหั่นหรือตัดด้วยกรรไกรเป็นขนาดพอดีคำ

ล้างหม้อให้สะอาดนำหัวไชเท้าที่หั่นหนา 2 เซนติเมตร ใส่ลงในหม้อ ใส่เอ็นวัวที่หั่นแล้ว ตามด้วย ขิง กระเทียม ผงดาฉิ โชยุ สาเก มิริน มิโสะ และน้ำผึ้ง เติมน้ำเปล่า 1,200 มิลลิเมตร

คนให้เข้ากัน เปิดไฟแรงจนเดือด แล้วจึงหรี่เป็นไฟอ่อน ปิดฝาแบบแง้มๆ ตุ๋นอีก 1 ชั่วโมง คนบ้างเป็นระยะ

ครบ 1 ชั่วโมง ถ้าน้ำยังเยอะไป อาจจะเปิดฝาแล้วให้น้ำระเหยอีกเล็กน้อย พอให้น้ำซุปข้น

ตักใส่ชาม ซอยต้นหอมส่วนสีขาว โรยด้านบน พร้อมเสิร์ฟครับ ทานทู่กับข้าวสวยหรือทานเป็นกลับแกล้มก็ดีครับ

ส่วนผสม สำหรับประมาณ 6 คน สามารถหารครึ่งได้ถ้าคนน้อยกว่านี้

เอ็นวัว 800  กรัม
ต้นหอมญี่ปุ่นส่วนสีเขียว 2 ต้น
น้ำร้อน 1,000 มิลลิลิตร
สาเกทำอาหาร 8 ช้อนโต๊ะ
น้ำเปล่า 1,200 มิลลิลิตร
หัวไชเท้า 500 กรัม
ดาฉิผง 2 ช้อนโต๊ะ
ขิงขูด 2 ช้อนโต๊ะ
กระเทียมขูด 2 ช้อนโต๊ะ
โชยุ 8 ช้อนโต๊ะ
สาเกทำอาหาร 10 ช้อนโต๊ะ
มิริน 6 ช้อนโต๊ะ
มิโสะ 6 ช้อนโต๊ะ
น้ำผึ้ง 6 ช้อนโต๊ะ

ขอบคุณสูตรและวิธีทำจาก kurashiru.com

Similar Posts

  • Suntori ซาชิมิปลาไทย เจ้าของขับไปเลือกจากศรีราชาด้วยตัวเอง เชียงใหม่

    ช่วงเย็นหลังของวันแรกในทริปเชียงใหม่เมื่อเดือนตุลาคม ผมไปทานอาหารเย็นแถวไม่ไกลจากประตูช้างเผือกครับ ด้านบนของคูเมืองนั่นเอง ร้านนี้เป็นอาหารญี่ปุ่นครับ ร้านนี้มีชื่อว่า SUN TORI ครับ เป็นร้านที่ขายปลาเป็นหลัก ทำเป็นซูชิ ซาชิมิ และปิ้ง นอกจากนี้ก็มีอาหารทะเลอื่นๆ อย่างปลาหมึก กุ้ง ซึ่งความพิเศษคือเป็นปลา กุ้งของไทยทั้งหมด โดยพี่สมบัติเจ้าของร้านจะขับไปเลือกปลาด้วยตัวเองที่ศรีราชาทุกอาทิตย์ (ฟิตมาก) ทำให้ร้านจะเปิดแค่วันเสาร์- อังคารเท่านั้น โดยมีมื้อกลางวันและเย็น กลางวันขายแต่เซ็ตอาหารกลางวันครับ

  • |

    Mak Un Kee บะหมี่เจ้าอร่อย สถานี Central – Hong Kong

    เย็นวันอาทิตย์ก่อนกลับผมยังอยากทานบะหมี่และเนื้อตุ๋นอีกซักมื้อก่อนกลับไทย ลองเปิดดูก็เจอร้านนี้ Mak’s Noodle เห็นคะแนนเยอะ และดูน่าอร่อยมาก เดินทางไม่ไกลจากตรงที่ผมไปเดินเล่น และก็ยังใกล้ร้าน HK Brew Craft มากๆ ด้วยครับ 50 เมตรเท่านั้น ซึ่งตอนไปผมก็ไม่รู้หรอกครับว่าเป็นร้านดัง เป็นร้านเก่าแก่ที่เปิดบริการมานานตั้งแต่ 1920 เคยลงมิชลินไกด์ และก็ยังเป็นร้านที่ CNN แนะนำให้เป็นสุดยอดบะหมี่ของฮ่องกง โดยตอนนี้มีทั้งหมด 5 สาขาที่ฮ่องกง 1 สาขาที่มาเก๊า และอีกสาขาที่สิงคโปร์ ผมมาลองที่สาขา Central  ด้านหน้าดูสว่างขนาด 2 ห้อง ฝั่งซ้ายมือของร้านเป็นครัว พ่อครัวยืนลวกก๋วยเตี๋ยวอยู่ด้านหน้าติดกระจก เข้ามาด้านในดูสะอาดใหม่ ไม่โทรมๆเหมือนร้านก๋วยเตี๋ยวแนวเก่าแก่ ภายในร้านก็เปิดไฟสว่างครับ

  • | |

    ชิมเนื้อจิบเบียร์ที่งาน Meat and Beer Fair ห้าง Tokyu สาขา Shibuya

    ทริปโตเกียวต้นเดือนพฤษภาคม นอนจากจะได้ไปลองพัก Airbnb เป็นครั้งแรกแล้ว ก็มีโอกาสไปเที่ยงานแฟร์ในห้างเป็นครั้งแรกเหมือนกันครับ งานนี้ชื่อ Meat and Beer Fair จัดที่ห้าง Tokyu สาขา Shibuya ผมเจองานนี้จากเว็บ timeout.jp ในเว็บก็จะมีบอกว่า Golden Week ถ้าอยู่โตเกียว มีที่ไหนเที่ยวบ้าง ตอนแรกก็หาๆดูว่าไปเที่ยว ไปเดินที่ไหนดี พอเจองานนี้มันถูกจริตมากทั้งเนื้อและคราฟท์เบียร์ก็เลยยกขบวนกันไปทั้งกรุปครับ พอมาถึงสถานี Shibuya ออกมาทางฝั่งห้าง Tokyu ก็จะมีป้ายโปสเตอร์ของงานแปะเอาไว้ จากนั้นก็ขึ้นลิฟต์ไปบริเวณที่จัดงาน ตัวห้างดูเงียบๆ ในใจคิดว่าจะมีคนมางานไหมเนี่ย มันดูร้างๆ ชอบกล มีคุณลุงคุณป้าเดินเอือยๆ จนลิฟต์มาถึงชั้น 8 ออกมา ค่อยเริ่มดูคึกคัก โซนที่จัดงานจะอารมณ์เดียวกับที่จัดงานของห้าง Isetan บ้านเราที่จัดงานอาหารญี่ปุ่นบ่อยๆ นั่นหละครับ พอเข้าไปในงานก็ควันโขมงเลย เสียงแต่ละร้านตะโกนเรียกลูกค้า ขายของกันสนุกสนาน คนมาเดินงานก็คุยกันเพลินๆ ใครได้โต๊ะก็ยืนดื่มไปพลาง ทานเนื้อไปพลาง โดยตัวงานจะแบ่งเป็น 2 ฝั่ง ฝั่งนึงเป็นเบียร์ อีกฝั่งเป็นอาหาร ซึ่งเน้นเนื้อเป็นหลัก ฝั่งเบียร์ก็มีเบียร์ญี่ปุ่นมาออกหลายเจ้า เจ้าที่คนไทยคุ้นๆก็เยอะ…

  • Rinken’s Kitchen ชิมอาหารสไตล์โอกินาว่า หาด Chatan เกาะ Okinawa

    วันที่ 4 ของทริปโอกินาว่าเราลงใต้ไปเกือบสุดเกาะ ไปเที่ยวกันที่ Okinawa World ครับ เป็นอีกหนึ่งจุดท่องเที่ยวสำคัญ มีถ้ำใต้ดินยาวถึง 850 เมตร พอเดินจนสุด ออกมาอีกฝั่ง ระหว่างทางเดินกลับเค้าก็จะมีสวนงู มีโรงเบียร์ มีจุดเป่าแก้ว ให้ดูระหว่างย้อนกลับมาทางออกครับ ถ้ามีเวลาไม่ควรพลาดครับที่นี่ จบจากการเที่ยว ตอนเย็นเรากลับมาแถวโรงแรมครับ เล็งร้านสำหรับมื้อเย็นไว้สองสามร้าน สุดท้ายเข้าไปที่ร้านชื่อ Rinken ซึ่งอยู่ห่างจากโรงแรมนิดเดียว ตัวร้านโล่งไม่มีคน แต่พอเข้าไปสอบถามปรากฎว่ายังเข้าไม่ได้ คือเหมือนว่าวันนี้พนักงานเค้าน้อย แม้ว่าร้านจะโล่ง แต่ก็จำกัดจำนวนคน เพื่อให้บริการได้เร็วสำหรับลูกค้าทุกคน

  • Elements ร้านอาหารฝรั่งเศสผสมผสานญี่ปุ่น โรงแรม Okura Prestige – ถนนวิทยุ

    ร้าน Fine Dining ร้านสุดท้ายของปี 2017 ที่ผมมีโอกาสได้ไปทานคือร้าน Elements ครับ เมนูของที่นี่เป็นอาหารที่ผสมผสานระหว่างอาหารญี่ปุ่นและอาหารฝรั่งเศส คือมีวัตถุดิบ เครื่องปรุงและรสชาติหลายๆ อย่างเป็นญี่ปุ่น แต่นำมาปรุงเป็นอาหารฝรั่งเศส ซึ่งลงตัวมากๆ ครับ ตัวร้านอยู่ที่ชั้น 25 ของโรงแรม The Okura Prestige หัวมุมถนนวิทยุติดกับถนนเพลินจิต บรรยากาศภายในโรงแรมนี่มีกลิ่นอายเป็นญี่ปุ่นมากๆ ดูมินิมัล คลีนๆ พอออกจากลิฟต์ต้องขึ้นบันไดไปอีกหนึ่งชั้นครับ ช่วงที่ผมไปเป็นเทศกาลคริสมาสต์ก็เลยมีต้นคริสมาสต์ขนาดใหญ่ประดับอยู่ เข้าไปในร้านขนาดกลางๆ ตกแต่งสีสันดูสดใสด้วยไฟสีน้ำเงิน พนักงานพาไปนั่งด้านใน ติดกับส่วนของครัวครับ กลิ่นอาหารนี่หอมเลย สำหรับเมนูอาหารทางร้านมีแบบที่เป็นคอร์สให้เลือกสองคอร์ส คือ Elements Pretige และ Elements Signatures หรือไม่อย่างนั้นก็สามารถสั่งแยกเป็นจานๆ ได้ ดูไปดูมาเมนูน่าลองหลายอย่างแล้วราคาถ้าสั่งแยกก็ไม่ต่างจากคอร์สมา สุดท้ายโต๊ะเราก็เลยสั่งแยกเป็นจานครับ

  • Hokkaido Soup Curry ชิมซุปเคอรี่เมนูดังจากฮอกไกโดที่ทองหล่อซอย 11

    ร้านนี้ผมไปกินตอนประมาณเดือนกุมภาพันธ์ ก่อนที่จะมีการระบาดของไวรัสโควิดครับ ร้านอยู่ในซอย ทองหล่อ 11 ตรงข้ามกับร้าน Audrey ร้านนี้มีชื่อตรงๆ ตัวว่า Hokkaido Soup Curry เมนูขึ้นชื่อจากเกาะฮอกไกโดนั่นเอง คือมันไม่ได้เป็นข้าวราดแกงกระหรี่แบบข้นๆ นะครับ จะน้ำใสหน่อย ผักเยอะๆ ผมเคยลองทานที่ญี่ปุ่นสามสี่ร้าน แต่ในไทยที่นี่เป็นร้านแรกครับ ตัวร้านอยู่ใน Thonglor Yokocho คือด้านนอกกลางคือจะเปิดเป็น Izakaya ด้วย ส่วนร้าน Hokkaido Soup Curry นี่เปิดสองช่วงคือกลางวันและเย็นครับ วันที่ไปนี่คนเยอะพอสมควร มาเที่ยงตรงอาจจะต้องรอคิวครับ


แสดงความคิดเห็น