Braci อาหารอิตาเลี่ยนร้านอร่อย บรรยากาศดี – สิงคโปร์

เดือนสิงหาคมเมื่อปีที่แล้ว ผมได้เดินทางไปยังประเทศสิงคโปร์อีกครั้งครับ ในทริปนี้ก็ได้ไปทั้งร้านข้าวและร้านเบียร์ใหม่ๆ หลายร้านอยู่

ร้านแรกที่อยากจะเล่าถึงผมได้ไปทานเป็นมื้อกลางวันครับ ตัวร้านอยู่แถวย่าน Boat Quay ทางขึ้นร้านอาจจะงงหน่อย คือด้านล่างจะเป็น O Chicken & Beer ต้องขึ้นลิฟต์ไปยังชั้น 5 ครับ

ร้านนี้มีชื่อว่า Braci ครับ เป็นอาหารสไตล์ Italian ตัวร้าน ขนาดไม่ใหญ่มาก คือออกมาจากลิฟต์ปุ๊บก็จะเป็นร้านเลย ตกแต่งสวยงามดูมีสไตล์ ฝั่งขวามือเป็นครัวเปิด ได้กลิ่นหอมของอาหารโชยมาตลอด ที่นั่งมีไม่เยอะครับ ประมาณซัก 20 ที่เท่านั้น ชั้น 6 เป็นดาดฟ้าแต่ผมไม่ได้ขึ้นไป

ตัวร้านจะอยู่ชั้นบนของตึกสีฟ้านี้ครับ
ป้ายร้าน
เข้าประตูนี้เลย
กดลิฟต์ไปชั้น 5 ครับ
บรรยากาศภายในร้าน
บรรยากาศภายในร้าน
วิวแม่น้ำ Singapore River
แก้วแรกผมดื่ม Pinot Grigio Kris
Amuse Bouche มาเสิร์ฟเป็นสามคำเล็กๆ ขวาสุดเป็น Sun dried Tomato รสเปรี้ยวผสมรสเค็มเนื้อกรึ่บๆ คำตรงกลางเป็นไข่ปลา Bottarga เค็มมัน มีเปรี้ยวตัดนิดหน่อย คำซ้ายเป็นรากไม้กรอบๆ รสหวานเค็มทอปด้วยเห็ดทรัฟเฟิลครับ
ขนมปังขอบกรอบ หอมควันๆ เนื้อนุ่ม อร่อยดีครับ
Foie Gras Semifreddo เสิร์ฟมาพร้อมกับแยมมะเดือและส้มจี๊ด
ตัวฟัวกรามาเย็นๆ รสหวานมันเค็ม จุดๆ น่าจะเป็นชอคโกแลตเข้ากันดีครับ
ส่วนขนมปังนุ่มขอบคุณครับกรอบ ตัวแยมรสเปรี้ยวหวานเหมือนมาร์มาเลด เมนูนี้เยอะไปหน่อยสำหรับคนเดียว แนะนำว่าควรมาอย่างต่ำ 2 คนครับ
แก้วต่อมาผมดื่มไวน์แดง Primitivo
ต่อด้วย Beef Tartare ซึ่งเสิร์ฟมาในร่องกระดูก จานนี้จัดมาสวยงามมาก เนื้อวัว มัน รสหวานเค็ม มีรสเปรี้ยวตัดจากเคเปอร์ ที่เป็นหยดขาวๆ ก็คือตัว Bone Marrow ครับ ทานคู่กับผักที่เสิร์ฟมาด้วยตัดความเลี่ยนได้ดี ส่วนผักที่โรยมาด้านบนออกมันๆ ครับ
จานหลักเป็นเนื้อ Tochigi Wagyu ครับ เนื้อซุยๆ รสเค็มเกลืออร่อยดีครับ มาอุ่นๆ ตรงขอบสุกไปนิด ตรงกลางนี่สุกกำลังดีเลย ทานคู่กับมัสตาร์ดรสหวานหวาน กรุบๆ ตัวซอสที่ราดก็ออกหวานนิดๆ ครับ
อีกฝั่งเป็นซอสสีขาวรสถั่วๆ ส่วนผักเนื้อกรุบหวานครับ
จบอาหารคาวพนักงานมาแนะนำเมนูของหวานครับ และเชียร์ให้ลองเมนู Sweet Underwood ก็เลยลองตามคำแนะนำ จานนี้จะเป็นเบอรี่หลากหลายชนิดมาเรียงกันผสมด้วยชอคโกแแลต และพานาคอตต้า รวมทั้งหมด 21 รายการ บางคำหวาน บางคำเปรี้ยว บางคำเย็นสดชื่น ล้างปากดีมากครับ
สุดท้ายเป็นสองคำเล็กๆ ทำจาก White Wine และ White Chocolate ครับ ตัว White Wine ออกถั่วๆ กรึ่บๆ รสสมุนไพรบางๆ ส่วน White Chocolate รสเปรี้ยว หวาน สดชื่น เนื้อหนึบหน่อย

สำหรับเมนูมื้อกลางวันจะมี Lunch Set หรือจะสั่งเป็น Degustation Menu ก็ได้ พนักงานแจ้งว่างจะมี 5 คอร์ส เป็นเมนูพิเศษของแต่ละวัน ผมลังเลอยู่นาน สุดท้ายก็สั่งเป็น A La Carte มาทั้งหมด เพราะอยากเลือกเมนูเอง

รอไม่นานจาน Amuse Bouche ก็มาเสิร์ฟ เป็นสามคำเล็กๆ ขวาสุดเป็น Sun dried Tomato รสเปรี้ยวผสมรสเค็มเนื้อกรึ่บๆ คำตรงกลางเป็นไข่ปลา Bottarga เค็มมัน มีเปรี้ยวตัดนิดหน่อย คำซ้ายเป็นรากไม้กรอบๆ รสหวานเค็มทอปด้วยเห็ดทรัฟเฟิลครับ

จานต่อมาเป็นหนึ่งในเมนูดังของร้าน Foie Gras Semifreddo เสิร์ฟมาพร้อมกับแยมมะเดือและส้มจี๊ด โดยทานคู่กับขนมปังบริโอชครับ ตัวฟัวกรามาเย็นๆ รสหวานมันเค็ม จุดๆ น่าจะเป็นชอคโกแลตเข้ากันดีครับ ส่วนขนมปังนุ่มขอบคุณครับกรอบ ตัวแยมรสเปรี้ยวหวานเหมือนมาร์มาเลด เมนูนี้เยอะไปหน่อยสำหรับคนเดียว แนะนำว่าควรมาอย่างต่ำ 2 คนครับ

ต่อด้วย Beef Tartare ซึ่งเสิร์ฟมาในร่องกระดูก จานนี้จัดมาสวยงามมาก เนื้อวัว มัน รสหวานเค็ม มีรสเปรี้ยวตัดจากเคเปอร์ ที่เป็นหยดขาวๆ ก็คือตัว Bone Marrow ครับ ทานคู่กับผักที่เสิร์ฟมาด้วยตัดความเลี่ยนได้ดี ส่วนผักที่โรยมาด้านบนออกมันๆ ครับ

จานหลักเป็นเนื้อ Tochigi Wagyu ครับ เนื้อซุยๆ รสเค็มเกลืออร่อยดีครับ มาอุ่นๆ ตรงขอบสุกไปนิด ตรงกลางนี่สุกกำลังดีเลย ทานคู่กับมัสตาร์ดรสหวานหวาน กรุบๆ ตัวซอสที่ราดก็ออกหวานนิดๆ ครับ อีกฝั่งเป็นซอสสีขาวรสถั่วๆ ส่วนผักเนื้อกรุบหวานครับ

จบอาหารคาวพนักงานมาแนะนำเมนูของหวานครับ และเชียร์ให้ลองเมนูSweet Underwood ก็เลยลองตามคำแนะนำ จานนี้จะเป็นเบอรี่หลากหลายชนิดมาเรียงกันผสมด้วยชอคโกแแลต และพานาคอตต้า รวมทั้งหมด 21 รายการ บางคำหวาน บางคำเปรี้ยว บางคำเย็นสดชื่น ล้างปากดีมากครับ 

สุดท้ายเป็นสองคำเล็กๆ ทำจาก White Wine และ White Chocolate ครับ ตัว White Wine ออกถั่วๆ กรึ่บๆ รสสมุนไพรบางๆ ส่วน White Chocolate รสเปรี้ยว หวาน สดชื่น เนื้อหนึบหน่อย

โดยรวมร้านนี้ประทับใจมากครับ เสียดายที่มาทานคนเดียวเลยได้ลองไม่กี่เมนูและก็รู้สึกอิ่มไปนิด ถ้ามีโอกาสอยากจะกลับไปลองอีกครั้ง เป็นหนึ่งร้านของสิงคโปร์ที่อยากให้ไปลองกันครับ

Braci Singapore
เบอร์ : +65 6866 1933
เปิด : อังคาร- ศุกร์ 12.00-13.45, 18.00-23.00 จันทร์, เสาร์ 18.00-23.00 อาทิตย์ปิด
เว็บไซต์
เพจ
foursquare

รายการอาหาร
รายการอาหาร
รายการไวน์

Similar Posts

  • สันติโอชา ก๋วยเตี๋ยวเนื้อน้ำใส ลพบุรี

    หลังจากที่ไปทานร้าน ล้วน ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นร้านดังของลพบุรี ก็มีหลายคนแนะนำร้านอื่นๆ เข้ามาอีกเพียบ ร้านที่มีคนพูดถึงเยอะสุดก็คือร้านนี้ สันติโอชา ครับ พอมีโอกาสก็เลยขอแวะมาลองซะหน่อย ร้านนี้ถ้าเสิร์ชจาก google map จะตำแหน่งไม่ตรงครับ ให้เสิร์ชว่า เซเว่นอีเลฟเวนท่าโพธิ์จะใกล้สุด คือร้านจะอยู่ตรงหัวมุมระหว่างถนนสุรสงครามตัดกับถนนปรางค์สามยอดพอดี ที่ร้านมีเมนูดังคือก๋วยเตี๋ยวเนื้อน้ำใสครับ มีเนื้อสด เนื้อเปื่อย เอ็น และลูกชิ้น เครื่องในไม่มี ถ้าไม่ทานเนื้อก็มีก๋วยเตี๋ยวหมูด้วยเช่นกัน เป็นหมูแดงและลูกชิ้นหมู

  • |

    Ellory ร้านอาหารมิชลิน 1 ดวง ไซส์น่ารักใกล้ตลาด Netil กรุงลอนดอน – ประเทศอังกฤษ

    หลังจากมื้อกลางวันที่ร้าน River Cafe ผมก็เดินทางกลับเข้ามาโซนในตัวเมืองเพื่อเดินเล่นแถวย่าน Soho ก่อนจะไปปักหลักที่ร้าน Craft Beer Co. สาขา Covent Garden อยู่หลายชั่วโมงครับ เสร็จก็ไปแวะทานข้าวเย็นตอนค่ำๆ ก่อนกลับที่พัก โดยร้านที่ไปวันนี้ชื่อร้านว่า Ellory ครับ ร้าน Ellory อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของลอนดอน ที่จริงก็ไม่ไกลจากที่พัก Airbnb ของผมเท่าไหร่ครับ ตัวร้านเป็นห้องขนาดกลางๆ 1 ห้อง เข้าไปในร้านลูกค้าแน่นแม้ว่าจะ 2-3 ทุ่มแล้วก็ตาม บรรยากาศสลัวๆ ไม่มืดไม่สว่าง ผมจองโต๊ะมาเช่นกัน พนักงานถามชื่อแล้วก็พาไปนั่งโต๊ะด้านในของร้านครับ บรรยากาศสบายๆ เป็นกันเองดีคนคุยเสียงดัง เพลงตึ้บๆ หน่อย สำหรับอาหารจะเป็นสไตล์ Modern European คือมีหลากหลายสัญชาติผสมกัน ทางร้านมี course menu ด้วยครับ แต่วันที่ผมไปในเมนูมันมีปลาหมึกซึ่งผมทานไม่ได้ ก็เลยสั่งแยกเป็นจานๆ ดูเมนูไหนน่าทานก็สั่งมา ส่วนเครื่องดื่มก็มีให้เลือกเยอะเช่นกัน มีคอกเทล ไวน์แบบเป็นแก้ว เบียร์ ผมสั่งไวน์แดงมาทาน 1 ขวดครับ

  • |

    ทานข้าวที่ร้าน Royal ก่อนขึ้นเครื่องกลับไทย – Hokkaido ตอนที่ 13

    แล้วก็มาถึงเช้าวันสุดท้ายของทริปนี้ เราออกเดินทางไปสนามบินโดยรถตู้คันใหญ่ โดยให้พนักงานของโรมแรงติดต่อไว้ให้ จากโรงแรมไปสนามบิน New Chitose Airport ก็ใช้เวลาประมาณ 45 นาที รถไม่ค่อยติดมาก พอจัดการเรื่องกระเป๋าและตั๋วเสร็จก็หาอะไรกินก่อนขึ้นเครื่อง ร้านที่เรามากินเป็นมื้อสุดท้ายในญี่ปุ่นชื่อร้าน Royal มีเซ็ตอาหารเช้าทั้งแบบฝรั่ง และแบบญี่ปุ่น

  • Gok Fa Yuen บะหมี่หมูแดง เนื้อตุ๋นสไตล์ฮ่องกง – ทองหล่อ

    ร้าน กุ๊ก ฝ้า หยุ่น นี้ เป็นอีกร้านที่จดเอาไว้ในลิสต์ว่าอยากมาลองครับ คือชื่อมันดูจีนๆ เลยรู้สึกว่าน่าจะอร่อย ฮ่าๆ ร้านนี้เค้าขายบะหมี่สไตล์ฮ่องกง มีเครื่องทำเส้นบะหมี่อยู่ที่ด้านบนของร้านเลยครับ ลองเปิดดูมีทั้งหมดสามสาขาคือที่ทองหล่อ ถนนเพชรบุรี แล้วก็ถนนเพชรพระราม ผมไปลองที่สาขาทองหล่อครับ เป็นช่วงเที่ยงวันธรรมดา ที่จอดรถหาค่อนข้างยากนิดนึง วนไปวนมาสุดท้ายออกมาจอดริมถนนบนซอยหลักของทองหล่อ ครับ เข้ามาในร้านคนไม่เยอะมาก แต่ก็หลายโต๊ะอยู่ แอร์แรงเย็น มีเพลงจีนโบราณคลอๆ ของขึ้นชื่อของร้านก็จะมีบะหมี่แบบเส้นเล็กๆ แล้วก็เกี๊ยวกุ้ง โดยเนื้อสัตว์ก็จะมีทั้งหมูแดงและเนื้อตุ๋น นอกจากบะหมี่เค้าก็มีโจ๊กขายด้วยครับ มีความเป็นฮ่องกงจริงๆ

  • Neil’s Tavern ซอยร่วมฤดี

    เปลี่ยนบรรยากาศจากร้านญี่ปุ่นมาเป็นร้านอาหารฝรั่งบ้างครับ วันนี้ไปกันที่ร้าน Neil’s Tavern สาขาซอยร่วมฤดี เป็นร้านดังที่เปิดมาซักพักแล้ว นอกจากอาหาร ขนมของทางร้านก็อร่อยไม่แพ้กันครับ โดยขนมจะอยู่ในส่วนของ Bake Shoppe ที่ติดกัน เราเดินทางมาในช่วงค่ำๆ วันธรรมดา ฝ่ารถติดบนถนนวิทยุจนมาถึงร้าน พอถึงพนักงานจะขับรถของเราไปจอดให้ครับ เข้ามาด้านในร้านก็จะเจ้ากับตู้ไวน์ขนาดใหญ่ พอเดินไปยังโต๊ะ บรรยากาศก็จะดูขรึมๆ ไฟสลัวๆ ตกแต่งด้วยไม้และโลหะสีโทนเข้ม ได้อารมณ์ดีครับ พนักงานทุกคนแต่งตัวเรียบร้อยมาก อัธยาศัยดี นั่งๆไปซักพัก ลูกค้าค่อยๆทยอยเข้าร้าน แนะนำว่าควรโทรจองที่นั่งครับ สำหรับที่นี่แล้วเมนูขึ้นของเค้าก็คือสเต็ก โดยเฉพาะส่วน filet ครับ มีเนื้อสองระดับถ้าเนื้อธรมดาจะเป้นเนื้อวัวจากออสเตรเลีย หรือถ้าอยากทานแบบพรีเมียมหน่อยจะเป็นเนื้อจากอเมริกาครับ ทางร้านไม่ได้มีแค่สเต็กครับ มีอีกหลายเมนู (ดูได้ในเว็บไซต์ของทางร้าน) แล้วก็อย่างที่เล่าไปในตอนแรกว่าขนมของทางร้านก็อร่อยเช่นกัน

  • |

    Kita no Daichi ราเม็งสไตล์ซัปโปโร Shinjuku

    ราเม็งร้านนี้หลบมุมอยู่ด้านในของตึกครับ อยู่ใกล้กับร้าน Bicqlo (Bic camera + Uniqlo) แล้วก็ใกล้กับร้านแผ่นเสียง Disk Union ที่ผมชอบไปด้วยครับ เสิร์ชเจอมาจาก tabelog ก็เลยลองแวะทานดู เข้ามาในร้านช่วงบ่ายแก่ๆ ไม่มีลูกค้าเลยครับ ตอนแรกก็แบบเอาไงดีวะ หนีออกมาได้รึเปล่า ฮ่าๆ แต่ฝนมาโปรยๆ อยู่ด้านนอกแล้วก็หิวนิดหน่อยก็เลยยอมทานดูครับ ที่นี่เป็นราเม็งสไตล์ฮอกไกโด ซึ่งเมนูที่ฮิตของฝั่งฮอกไกโดเค้าจะนิยมใส่เนยและข้าวโพดลงไปในราเม็งเพื่อให้ความหวาน เค็ม และ มันๆ เพิ่มด้วย แต่ตัวผมเองไม่ค่อยชอบรู้สึกเลี่ยนไปนิด ก็เลยสั่งเมนูแนะนำ สั่งเป้นแบบซุปเกลือครับ


แสดงความคิดเห็น