|

Kisaichi ร้าน Izakaya ในเกียวโต – Japan Nov14 ตอนที่ 1.3

เราเดินทางกลับจาก การชมใบไม้เปลี่ยนสีที่วัด Shakudoji โดยการนั่งรถไฟมากลับมาลงสถานี Kyoto ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

กลับมาถึงก็เดินไปร้านอาหารที่เตรียมเอาไว้ ในใจมี 2 ตัวเลือก คือเนื้อย่าง ยากินิคุ กับ Izakaya สุดท้ายสมาชิกเลือก Izakaya กัน จากสถานีเดินประมาณ 500 เมตรขึ้นไปทางทิศเหนือ

ตัวร้านนั้นจะอยู่ในตรอกมืดๆหน่อย แต่ไม่อันตรายครับ ร้านนี้ชื่อว่า Kisaichi きさいち เป็นร้านที่มีแต่เคาท์เตอร์ นั่งรอบๆ พ่อครัว(เจ้าของ)ก็จะอยู่ข้างใน สำหรับร้านนี้นั้นไม่มีเมนูภาษาอังกฤษ น้องสาวจึงได้ใช้ความสามารถจากการเรียนภาษาญี่ปุ่นมา อ่านเมนู + เดาๆ เอา พร้อมกับเปิดรูปในเว็บจนสั่งได้เรียบร้อยครับ

ระหว่างทานน้องสาวก็พอฟังออก ดูเหมือนเจ้าของร้านกับลูกค้าจะคุยๆ กันตื่นเต้นที่นักท่องเที่ยวอย่างเราเข้ามาที่ร้านเค้าได้ด้วย หะหะ

jpnov14i_0042
สังเกตป้ายหน้าร้านครับ
jpnov14i_0041
ทางเข้าไปจะเป็นตรอกไม้ดำๆ ไม่ต้องกลัวครับ
jpnov14i_0040
ด้านหน้าร้าน มีป้ายโฆษณาเบียร์ อาซาฮีอยู่
jpnov14i_0037
บรรยากาศภายในร้าน คนเกือบเต็ม โชคดีมีโต๊ะครับ
jpnov14i_0038
พ่อครัวจะอยู่ในเคาท์เตอร์ อยากได้อะไรเราก็ยกมือสั่งเอาครับ
jpnov14i_0030
สั่งอาหารเสร็จ เบียร์ก็ยกมาเสิร์ฟ อาซาฮีสดเย็นเจี๊ยบ
jpnov14i_0029
กับแกล้มที่แถมมากับเบียร์ครับ เป็นหัวบุกผัดกับไข่และผัก อร่อยดีครับ
jpnov14i_0028
เมนูแรกที่มาเสิร์ฟเป็นหอยนางรมสด ราดด้วยพอนซึ
jpnov14i_0034
ตัวหอยสดใหม่ดี ซอสรสเข้มข้น เป็นรสเปรี้ยวผสมเค็มครับ
jpnov14i_0035
อูนิ หรือไข่หอยเม่นเสิร์ฟกันล้นๆแบบนี้ เวลาทานตักใส่สาหร่ายครับ อูนิสดดี ไม่ขมไม่คาว รสหวานมัน
jpnov14i_0032
ชุดซาชิมิเป็น ทูน่า กับฮามาจิ หั่นชิ้นหนา ปลาสดดีครับ ทานเพลิน
jpnov14i_0036
อังกิโมะ หรือตับปลางัว เมนูโปรดของเรา ชิ้นตับเค็มมัน น้ำราดเปรี้ยวๆ ทานแล้วสดชื่นครับ
jpnov14i_0039
จาดสุดท้ายเป็นปลาทอด ชื่อ ปลาคาเร รสเหมือนปลาเนื้ออ่อนครับ จานนี้เห้นโต๊ะข้างๆทานอย่างอร่อยเลยเรียกลุงเจ้าของมาบอกว่า ขอแบบนี้ 1 จาน

โดยรวมเราว่าโอเคเลยครับ อาหารอร่อย วัตถุดิบสดใหม่ ตัวร้านอยู่ไม่ไกลสถานีด้วย มีติดเรื่องเมนูที่อาจจะต้องใช้ความสามารถหน่อย แต่อย่างปลาดิบ เราอยากทานปลาอะไรก็บอกลุงเค้าได้เลยครับ โทโร่ ฮามาจิ แซลมอน อะไรอย่างนี้ รวมถึงดูว่าโต๊ะอื่นทานอะไรเราก็ชี้ๆ บอกลุงพ่อครัวได้เลยครับ


Kisaichi きさいち
เกียวโต
เบอร์โทร : 075-344-2717
เปิด : 17.00-23.00 (Last order 21.30)
foursquare
tabelog

 

แผนที่ร้าน Kisaichi (きさいち)

 

jpnov14i_0033
เมนู
jpnov14i_0031
เมนู

Similar Posts

  • Tokyo Abura Soba ราเม็งแห้งเครื่องแน่นๆ สาขา Shibuya โตเกียว

    วันที่สองในงาน Mikkeller Beer Celebration Tokyo ปีที่แล้ว ระหว่างที่เบรคตอนจบ Session แรก ผมและเพื่อนรุ่นน้องอีกท่าน ก็ไปทานร้านราเม็งที่อยู่ใกล้ๆ กับ Shibuya Steam Hall สถานที่จัดงานครับ ร้านนี้มีชื่อว่า Tokyo Abura Soba  เป็นร้านขายราเม็งแบบแห้งครับ (Abura แปลว่าน้ำมัน) เป็นร้านดังอีกร้านมีสาขาในญี่ปุ่นเกือบ 30 ร้าน และยังมีสาขาที่ไต้หวันอีก 2 ร้านด้วย ผมมาถึงหน้าร้านประมาณ 14.40 มีคิวอยู่ รอประมาณ 5 นาทีก็ได้เข้ามาด้านใน แต่ก็ยังต้องรอคิวด้านในอีกกว่าจะได้นั่งเก้าอี้ก็ประมาณ 15.00 ครับ ร้านขนาดเล็กหน่อย เป็นบาร์ยาวลึกเข้าไปตามแนวร้านครับ

  • |

    Beer Pub Bamboo คราฟท์เบียร์บาร์ชั้นใต้ดิน Tokyo

    กลับมาแถวฝั่ง Shinjuku บ้างครับ ร้านนี้เคยเสิร์ชเจอนานแล้ว แต่ไม่มีโอกาสมา คราวนี้ได้ไปลองดู ตอนเห็นรูปดูอาหารน่าอร่อยดี และก็คิดว่าร้านจะใหญ่กว่านี้ ปรากฎว่าเล็กกว่าท่คิดเยอะ ตัวร้านจะอยู่ฝั่งตะวันออกของสถานี Shinjuku แต่จากสถานีจะเดินไกลพอสมควรครับ 1.4 กิโลเลย ถ้าอยากเดินย่อยก็โอเค แต่ถ้าไม่มีแรงให้นั่ง metro ลงสถานี Shinjukugyoen-Mae แล้วเดินอีก 300 เมตรเท่านั้นครับ ผมมาถึงตัวร้านมีป้ายชี้ลงไปข้างล่างชั้นใต้ดิน เดินไปถึงหน้าร้านเป็นห้องทึบๆ มีประตูบานเดียว เปิดประตู้แอ๊ดเข้าไป ทุกคนหันมามองว่า มึงมาจากไหน ในร้านสลัวๆ ทีวีเปิดเบสบอลดูอยู่ มีลูกค้าอยู่ 4-5 คนครับ

  • |

    3 Studio Modern Japanese Slow Food อาหารญี่ปุ่น เชียงใหม่

    ร้านนี้เป็นอีกหนึ่งร้านที่อยากมาลองครับ เป็นร้านของคุณ Keiko และคุณ Yuki ที่ผมได้ไปทานและเรียนทำอาหารสไตล์ Shojin Ryori นั่นเอง พอขึ้นมาเชียงใหม่ก็แน่นอนว่าต้องไม่พลาด อยากมาชิมเต้าหู้ของเค้าด้วยครับ เพราะตอนลงไปกรุงเทพเค้าไม่ได้เอาไป มันขนย้ายลำบาก ตัวร้านอยู่ในโรงแรมศรีประกาศ โรงแรมโบราณแถวๆ สะพานนวรัฐใกล้ร้านVT แหนมเนืองครับ เป็นสถานที่จัดงาน Taste Of Japan ด้วย พอหมดงานก็คืนสภาพกลายเป็นร้านอาหาร 3 Studio เหมือนเดิม ห้องเล็กฝั่งขวาเป็นส่วนที่ขายของ ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของร้าน ส่วนห้องใหญ่ซ้ายมือเป็นห้องนั่งรับประทานอาหารครับ อาหารที่ร้านจะเป็นการใช้ผักปรุงทั้งหมด เป็นสไตล์ ‘Shojin Ryori’ ไม่มีเนื้อสัตว์ มีที่มาจากการประกอบอาหารของพระเซนของญี่ปุ่นครับ โดยวัตถุดิบที่ใช้ในการปรุงจะเป็นแบบโฮมเมดให้มากที่สุด เน้นวัตถุดิบธรรมชาติและปลอดสารเคมี ซึ่งอาหารที่จะบาลานซ์แร่ธาตุและสภาวะต่างๆของร่างกาย ไม่ให้ร้อนหรือเย็นไป โดยมีการใช้ Koji ในซอสต่างๆ ที่นำมาปรุงอาหาร (อ่านเรื่อง Koji เพิ่มที่นี่)

  • |

    ดูของสดในซูเปอร์มาร์เก็ตที่ Asahikawa – Hokkaido ตอน 6.4

    กลับจากร้าน ESPERIO เรามีโอกาสแวะซูเปอร์มาร์เก็ต ก็เลยเดินถ่ายรูปของกิน พวกของสด น่ากินทั้งนั้นเลย

  • |

    รีวิวโรงแรม Hotel Nikko Fukuoka

    คืนแรกของทริปผมนอนที่โรงแรม Hotel Nikko Fukuoka ครับ นอนคืนเดียว วันรุ่งขึ้นก็จะเดินทางต่อไปยัง Huis Ten Bosch เลยครับ ตัวโรงแรอยู่ใกล้สถานี Hakata มาก ประมาณ 300 เมตรครับ ตัวโรงแรมดูหรูหรานิดนึง บริเวณโถงกว้างขาง สะอาดสะอ้าน ตอนเช้าที่มาจากสนามบินผมมาฝากกระเป๋าไว้ก่อนเพราะยังเช็คอินไม่ได้ บ่าย 2 กว่าๆ ถึงได้เดินกลับมาเช็คอินครับ สำหรับห้องพักก็ดูเลยครับ เตียงนุ่ม มีชุดนอนให้ มีอุปกรณ์ต่างๆ พร้อม ในห้องมีตู้เย็นและทีวีครบครับ ส่วนของกินอื่นๆ ไม่ไกลจากโรงแรมร้านสะดวกซื้อ และร้านกาแฟสตาร์บัคส์ เดินนิดเดียวถึงครับ

  • Oi Keibajo ตลาดนัดสนามม้า Tokyo

    วันอาทิตย์นี้จะว่าเป็นวันสุดท้ายที่ได้เที่ยวก็ได้ครับ เพราะวันรุ่งขึ้นเราก็จะไปเดินงาน Tokyo Design Week เกือบทั้งวัน ตอนเช้าก็ไปงานขนมปัง และ farmer’s market ที่ UNU พอบ่ายๆ ก็เดินทางมาตลาดนัดสนามม้าครับ ที่นี่ชื่อว่า Oi Keibajo เป็นสนามม้าแข่ง แต่ก็มีตลาดนัดอยู่ด้วย ทีแรกผมคิดว่าขายในสนามม้าเลย จริงๆแล้วเค้าขายที่ลานจอดรถของสนามม้าครับ เป็นลานจอดรถ 2 ชั้น ตัวร้านก็อยู่ข้างล่าง มีที่จอดชั้น 2 เป็นตัวบังแดดพอดี สำหรับการเดินทางนั้นนั่งรถไฟมาลงสถานี JR Shinagawa ก่อน แล้วขึ้นรถเมล์สาย 93 มาลงหน้าสนามได้เลยครับ ใช้เวลาประมาณ 20 นาทีครับ พอมาถึงก็วนหาอยู่นานเหมือนกันว่าเค้าขายกันโซนไหน เดินเข้าไป ก็เจองานเปิดสแตนด์ดูม้าอันใหม่ เดินไปเดินมาจนเจอครับ ในตลาดก็มีของหลากหลาย เสื้อผ้า กระเป๋า ของเล่น รองเท้า ของเก่า ของใหม่จากจีน แต่ดูคนเริ่มซาๆ แล้วเหมือนกัน หลายร้านก็ทยอยเก็บของกลับ


แสดงความคิดเห็น