Ginza Hirayama สเต็กเฮาส์ร้านดังของ Tokyo ย่านกินซ่า

ญี่ปุ่นทริปสุดท้ายก่อนโควิดจะระบาดนั้น ผมไปมาเมื่อเดือนมกราคม 2020 ครับ เป็นทริปที่ไปกับเพื่อนๆ ก๊วนใหญ่เป็นครั้งแแรก จองตั๋วโปรโมชั่นกันนานข้ามปี

ผมเองล่วงหน้าไปก่อนเพื่อนๆ 2 คืน โดยออกจากกรุงเทพคืนวันที่ 23 มกราคม เช้ามืด 24 แล้วก็ลงจอดที่สนามบินนาริตะประมาณ 7 โมงเช้าครับ แล้วก็เดินทางเข้าเมืองด้วยรถไฟ 

สองคืนแรกที่ล่วงหน้ามาก่อนเพื่อนๆ ผมพักที่ย่าน Ginza ในโรงแรม Sotetsu Fresa Inn Nanachome ห้องดี ใหม่ สะอาดและราคาก็ไม่แพงมาก

ด้านหน้าร้าน
ทางเข้า
ป้ายร้านภาษาญี่ปุ่น
ที่นั่งด้านในร้านเป็นเคาท์เตอร์โค้ง
บริเวณครัว เราจะเห็นระหว่างที่เชฟ และทีมงานปรุงอาหารไปด้วยครับ
จานแรกเป็นไข่หอยเม่น ชุบแป้งทอด
แป้งบางกรอบ มีกลิ่นใบโอบะบางๆ ตัวอูนิครีมมี่ ร้อน รสหวานนิด เนื้อเนียน ตัวแป้งนี่รสอ่อนทำให้ไม่กลบรสอูนิครับ
จานที่สองเป็นหอยเป๋าฮื้อทอปด้วยคาเวียร์ เนื้อหอยสัมผัสดีมากๆ ครับ ดึ๋ง นุ่ม มัน เข้ากับคาเวียร์เนื้อเนียนนุ่ม รสเค็มมัน มีเคเปอร์โรยมาให้ตัดเลี่ยน จานนี้ชอบมากครับ อร่อย
เชฟเอาเนื้อชิ้นที่จะเสิร์ฟให้เรามาให้ดูและถ่ายรูป
เชฟ Hirayama กำลังหั่นเนื้อ
Tartare ครับ หั่นมาเป็นชิ้นเล็กๆ เย็นหน่อย เคี้ยวแล้วหนุบหนับๆ มีรสเปรี้ยวจากเคเปอร์
เมนูนี้จะเสิร์ฟมาพร้อมกับขนมปังปิ้งขอบกรอบเนื้อนุ่มครับ
คำหลังๆ ปาดมัสตาร์ดใส่ก็เข้ากันดี ให้ความรู้สึกเผ็ดซ่า
ต่อด้วย soup of the day วันนี้เป็น Turnip ออกครีมๆ แต่ไม่ข้นมาก มาร้อนๆ ทานไปรู้สึกเขียวๆ นิดหน่อยครับ
มื้อนี้ผมทานคู่กับไวน์แดงครับ
แล้วจานหลักก็มาเสิร์ฟครับ เป็นเนื้อส่วน Tenderloin (สันใน) น้ำหนัก 150 กรัม เนื้อนุ่มมากครับ ข้างในนี่เหลวๆ เลย แต่รสอ่อนพอสมควร ต้องจิ้มกับเกลือที่เสิร์ฟมาด้วย จะพอดีเป๊ะ หรือจิ้มกับโชยุก็จะได้ความเค็มหวานครับ ในจานมีหัวหอมนุ่มๆ กับมัสตาร์ดเสิร์ฟมาด้วย
ข้างในเหลวๆ ละลาย
เกลือและวาซาบิ
โชยุ
สลัดที่เสิร์ฟแยกมาอีกถ้วย ผักเย็นๆ นุ่มกรอบ ไม่ขม ไม่เขียวเลย น้ำสลัดออกหวานนิด
ระหว่างที่เชฟกำลังทำข้าวผัด
ข้าวนุ่มร้อน รสเค็มมัน หอมกลิ่นพริกไทยบางๆ
ทานคู่กับผักดองที่เสิร์ฟมาด้วยกัน รสเปรี้ยว กรุบ หวาน เย็น ทานเพลินมาก ประทับใจครับ ส่วนซุปร้อนๆ รสเข้มข้น กลมกล่อมมีผักเป็นเห็ดดึ๋งๆ
ปิดท้ายมื้อด้วยของหวาน เป็นพุดดิ้งเนื้อเนียน รสหวาน คาราเมลๆ ล้างปากได้ดีเลย ชอบเหมือนกันครับเมนูนี้
กาแฟดำอีกหนึ่งถ้วย
สุดท้ายก็มีเมนูสั่งกลับบ้าน ที่ร้านสเต็กญี่ปุ่น มักจะมีเสิร์ฟทุกร้านก็คือ Katsu Sando หรือ แซนด์วิชไส้เนื้อวัวชุบเกล็ดขนมปังทอดครับไหนๆ มาแล้วก็เลยสั่งกลับบ้าน 1 ชุดด้วย
กลับไปทานตอนดึกๆ ที่โรงแรม ชิ้นเนื้อหนานุ่ม บางคำว่าความกรึ่บๆ เอ็น รสออกเปรี้ยวจากซอสมะเขือเทศและเค็มหวานๆ จากหอมหัวใหญ่ ด้วยราคาที่ค่อนข้างสูง ส่วนตัวรู้สึกไม่ค่อยคุ้มค่าเท่าไหร่ครับ

หลังจากเก็บของ อาบน้ำพักผ่อนไปแว้บนึงผมก็ เดินทางไปยังร้านแรกที่ทำการจองไว้ครับ อยู่ไม่ไกลจากโรงแรมมาก 750 เมตร อากาศหนาวแบบนี้ เดินสบายครับ

ร้านนี้มีชื่อว่า Ginza Hirayama ครับ เป็นร้าน Steakhouse ร้านดังอีกแห่งของโตเกียวเคียงคู่กับ Kawamura, Shima และ Aragawa ซึ่งร้านนี้ก็ถือว่าจองง่ายสุด (ผมจองผ่านเว็บ Voyagin)

สำหรับเมนูมื้อกลางวันก็จะมีเป็น Lunch Set มีสองเซ็ตให้เลือก หรือเลือกสั่งเป็น A la carte ซึ่งก็จะสั่งได้ทั้งสเต็กและเมนูอื่นๆ อย่าง เป๋าฮื้อ ฟัวกราส์  บีฟทาร์ทาร์ รวมถึงซุปและสลัดครับ

ผมจองเป็น Lunch Set ครับ ในเซ็ตจะมี Amuse Bouche, จานเรียกน้ำย่อย, มีซุป, สลัด, สเต็ก, ข้าว และขนมหวาน

รอไม่นานจานแรกก็มาเสิร์ฟ เป็นอูนิชุบแป้งทอด(ไข่หอยเม่น)ครับ แป้งบางกรอบ มีกลิ่นใบโอบะบางๆ ตัวอูนิครีมมี่ ร้อน รสหวานนิด เนื้อเนียน ตัวแป้งนี่รสอ่อนทำให้ไม่กลบรสอูนิครับ 

จานที่สองเป็นหอยเป๋าฮื้อทอปด้วยคาเวียร์ เนื้อหอยสัมผัสดีมากๆ ครับ ดึ๋ง นุ่ม มัน เข้ากับคาเวียร์เนื้อเนียนนุ่ม รสเค็มมัน มีเคเปอร์โรยมาให้ตัดเลี่ยน จานนี้ชอบมากครับ อร่อย

ตามมาด้วย Tartare ครับ หั่นมาเป็นชิ้นเล็กๆ เย็นหน่อย เคี้ยวแล้วหนุบหนับๆ มีรสเปรี้ยวจากเคเปอร์ เมนูนี้จะเสิร์ฟมาพร้อมกับขนมปังปิ้งขอบกรอบเนื้อนุ่มครับ คำหลังๆ ปาดมัสตาร์ดใส่ก็เข้ากันดี ให้ความรู้สึกเผ็ดซ่า

ต่อด้วย soup of the day วันนี้เป็น Turnip ออกครีมๆ แต่ไม่ข้นมาก มาร้อนๆ ทานไปรู้สึกเขียวๆ นิดหน่อยครับ 

แล้วจานหลักก็มาเสิร์ฟครับ เป็นเนื้อส่วน Tenderloin (สันใน) น้ำหนัก 150 กรัม เนื้อนุ่มมากครับ ข้างในนี่เหลวๆ เลย แต่รสอ่อนพอสมควร ต้องจิ้มกับเกลือที่เสิร์ฟมาด้วย จะพอดีเป๊ะ หรือจิ้มกับโชยุก็จะได้ความเค็มหวานครับ ในจานมีหัวหอมนุ่มๆ กับมัสตาร์ดเสิร์ฟมาด้วยรวมถึงสลัดที่เสิร์ฟแยกมาอีกถ้วย ผักเย็นๆ นุ่มกรอบ ไม่ขม ไม่เขียวเลย น้ำสลัดออกหวานนิด

หมดจานหลักทางร้านก็จะเสิร์ฟข้าวกับน้ำซุปครับ ข้าวนุ่มร้อน รสเค็มมัน หอมกลิ่นพริกไทยบางๆ ทานคู่กับผักดองที่เสิร์ฟมาด้วยกัน รสเปรี้ยว กรุบ หวาน เย็น ทานเพลินมาก ประทับใจครับ ส่วนซุปร้อนๆ รสเข้มข้น กลมกล่อมมีผักเป็นเห็ดดึ๋งๆ

ปิดท้ายมื้อด้วยของหวาน เป็นพุดดิ้งเนื้อเนียน รสหวาน คาราเมลๆ ล้างปากได้ดีเลย ชอบเหมือนกันครับเมนูนี้

และสุดท้ายก็มีเมนูสั่งกลับบ้าน ที่ร้านสเต็กญี่ปุ่น มักจะมีเสิร์ฟทุกร้านก็คือ Katsu Sando หรือ แซนด์วิชไส้เนื้อวัวชุบเกล็ดขนมปังทอดครับไหนๆ มาแล้วก็เลยสั่งกลับบ้าน 1 ชุดด้วย

กลับไปทานตอนดึกๆ ที่โรงแรม ชิ้นเนื้อหนานุ่ม บางคำว่าความกรึ่บๆ เอ็น รสออกเปรี้ยวจากซอสมะเขือเทศและเค็มหวานๆ จากหอมหัวใหญ่ ด้วยราคาที่ค่อนข้างสูง ส่วนตัวรู้สึกไม่ค่อยคุ้มค่าเท่าไหร่ครับ

รวมๆ มื้อนี้ใช้เวลาประมาณสองชั่วโมงครับ ตั้งแต่เข้าร้านจนทานเสร็จ ผมเองประทับใจพวกจานเรียกน้ำย่อย ส่วนตัวเนื้อ อร่อยดี แต่ไม่ว้าวมาก ด้านบริการและอัธยาศัยนี่ยอดเยี่ยมเลย ทุกคนยิ้มแย้มมาก บรรยากาศในร้านก็ดีครับ อาจจะเกรงนิดๆ ถ้าใครเป็นสายเนื้อ ลองจองมาชิมดูครับ  

Ginza Hirayama
เบอร์ : +81362640688
เปิด : 11.30-14.00, 17.30-23.00 ปิดวันอาทิตย์
foursquare

รายการอาหาร
รายการอาหาร
รายการอาหาร
รายการอาหาร
รายการอาหาร
รายการอาหาร

Similar Posts

  • ตึกของเล่น Yamashiroya สถานี Ueno

    จากสวนสัตว์ Ueno ก็เดินลงมาจากสวนไปตลาด Ameyoko ครับ แต่ไม่ได้เข้าตลาดไปเลย คราวนี้เราแวะตึกของเล่นที่อยู่ติดถนนใหญ่ ตึกนี้ชื่อ Yamashiroya ครับ มีอยู่7 ชั้น เป็นของเล่นทั้งตึกเลยครับ จริงๆที่นี่ดังมานานแล้วหละครับ ในเว็บ ในกระทู้แนะนำกันเพียบแต่ผมก็ไม่เคยรู้จัก ไม่เคยมาเลย มีทริปนี้พี่ที่รู้จักกันฝากมาซื้อของที่นี่เลยได้รู้จักครับ ด้านหน้ามีตู้กดไข่ Gachapon อยู่เพียบครับ ถ้าไม่ถึงใจด้านบนก็ยังมีอีก ภายในก็จะมีทั้ง Gundam ตุ๊กตา ฟิกเกอร์ โมเดล ปืนของเล่น รถเหล็ก tomicad การ์ด เลโก้ nanoblock สินค้าค่อนข้างหลากหลายครับ แต่ราคาที่นี่ไม่ถูกครับ บางอย่างค่อนข้างสูง ได้เปรียบตรงที่ร้านสะอาดเป็นระเบียบ แล้วก็เดินทางสะดวกดีครับ

  • |

    จิบกาแฟ กินขนมที่ร้านกาแฟเก่าแก่ Cafe Tirol – Hokkaido ตอน 6.2

    ทานซูชิที่ร้าน Take Chan เสร็จ เดินเล่นซักพัก ก็หาร้านกาแฟนั่งเล่น ร้านนี้ก็น่าจะเจอจากเว็บซักเว็บ ตอนเดินหางงเหมือนกัน เพราะแผนที่ใน fouqsquare ไม่ค่อยตรง เดินไปเดินมาจนเจอ ร้าน Cafe Tirol (ภาษาญี่ปุ่นเขียนว่า ちろる ) เป็นร้านกาแฟเก่าแก่เปิดบริการมาตั้งแต่ 1939 บรรยากาศในร้านก็จะดูอบอุ่นๆ ขรึมๆ ดูเป็นไม้สีเข้ม เปิดเพลง jazz คลอไปเบาๆ ชนิดกาแฟก็จะมีแบบธรรมดา (แต่ราคาไม่ธรรมดา) แล้วก็จะมีแบบพรีเมียม คือกาแฟ แปลกๆ คั่ว ชง แบบมีพิธีรีตอง ซึ่งราคาก็จะสูงขึ้นไปอีก

  • |

    La Terrasse อาหารฝรั่งเศส เชียงใหม่

    ร้านที่สองต่อจากร้านเมื่อวาน (La Fourchette) ชื่อร้านว่า La Terrasse อยู่บนถนนคชสาร อยู่ฝั่งขวาของคูเมืองครับ ไม่ไกลจากตรงประตูท่าแพ สามารถจอดรถได้ที่ลานจอดของร้านดวงกมลคือเลยทางเข้าร้านมาหน่อยก็จะเป็นลานจอด ตัวร้านเป็นเหมือนบ้านเอามาดัดแปลงเป็นร้านครับ มีโซนเอาท์ดอร์อยู่ด้านหน้าร้าน แล้วก็มีโซนในร้านอีกประมาณ 6-7 โต๊ะครับ ตัวร้านดูสว่างๆ สะอาดดี พนักงานต้อนรับน่าจะเป็นชาวฝรั่งเศส มาพาไปนั่งโต๊ะที่จองไว้ครับ วันที่ผมไปเป็นเย็นวันศุกร์ โต๊ะด้านในร้านเต็มหมด แนะนำว่าให้โทรจองก่อนก็ดีครับ

  • Kodbyens Fiskebar อาหารทะเลสดใหม่ ร้านดัง – Copenhagen

    ระหว่างพัก session เช้า ของงาน MBCC 2018 ผมก็เดินมาหาข้าวทาน ตอนแรกก็กะจะทานร้าน Warpigs นั่นหละครับ แต่ทุกคนที่ออกจากงานมาก็คิดเหมือนกันหมด ทำให้คิวยาวเฟื้อย เลยเปลี่ยนแผน มาลองร้าน Kødbyens Fiskebar ซึ่งอยู่ไม่ไกลกันครับ ร้านนี้จดไว้ตั้งแต่คราวก่อนแล้ว ร้านนี้เสิร์ฟอาหารทะเลต่างๆ พวก หอย ปลา ปู ทำนองนี้ครับ วันที่ไปนี่คือช่วงบ่ายๆ วันศุกร์ ลูกค้าแน่นร้านจนเกือบเต็ม แต่ก็โชคดีได้ที่นั่งพอดี อย่างนึงที่ร้านนี้ลูกค้าเยอะก็เพราะว่าได้ลง Michelin Guide หลายปีติดกันครับ

  • | | |

    Bread, Espresso & อาหารเช้าและกาแฟอร่อยๆ – Omotesando, Tokyo

    อย่างที่หลายคนน่าจะพอรู้มาว่าคนญี่ปุ่นเป็นคนที่ทำอะไรแล้วต้องให้สุดๆ เค้าก็เลยมีอาหาร ขนม เครื่องดื่ม ที่อร่อยไม่แพ้ต้นฉบับ อย่างเบเกอรี่ก็เช่นกัน ในญี่ปุ่นมีร้านขนมปัง อร่อยๆ เยอะมาก จนสามารถจัดเป็นงานขนมปังได้ แค่ในโตเกียวตามทานหมดนี่ตายแน่นอนครับ กลับมาที่ร้านที่ไปมาในทริปเดือนตุลาคมอีกร้าน เป็นร้านขายเบเกอรี่และกาแฟ มีชื่อญี่ปุ่นว่า パンとエスプレッソと (ปัง-โตะ-เอซุปุเระโซะ-โตะ) ซึ่งก็แปลตรงตัวเป็นอังกฤษได้ว่า Bread, Espresso & ในโตเกียวมีหลายสาขาครับ ตัวผมไปทานที่สาขา Omotesando อยู่ห่างจากสถานีมา 500 เมตร ไม่ไกลร้าน Omotesando Koffee และ ร้าน World Breakfast All Day  ตัวร้านทาสีขาวเป็นหลัก มีงานไม้มาช่วยเสริม ด้านหน้าเป็นกระจกบานใหญ่มองเห็นขนมปังแบบต่างๆที่อบเสร็จแล้วดูน่าอร่อย พอเข้ามาด้านในดูสลัวนิดหน่อย  มีเพลง jazz เพลง blues เปิด สบายๆ ดี ลูกค้าในร้านส่วนใหญ่จะเป็นผู้หญิงครับ สำหรับอาหารก็จะมีเซ็ตอาหารเช้าและกลางวัน เป็นพวกขนมปัง, panini และสลัด

  • Minoh Beer Warehouse บุกรังเบียร์ลิงแห่งเมือง Osaka

    หลังจากมีโอกาสไปที่ร้าน Brewpub ชื่อ Beer Belly ของ Minoh มาแล้ว วันเกือบสุดท้ายของทริปผมก็เดินทางออกจากตัวเมืองเพื่อไปที่โรงผลิตของ Minoh ซึ่งห่างจากตัวเมืองไปประมาณ 20 กิโลเมตรครับ นั่งรถไฟจากที่พักผมแถว Namba ก็ราวๆ 1 ชั่วโมง แต่พักแถว Umeda นี่จะสะดวกเลยครับประมาณไม่ถึง 40 นาทีเท่านั้น วันที่ไปค่อนข้างลำบากในการเดินทางเพราะเป็นวันที่ฝนตกทั้งวัน ตกแบบเช้ายันเย็น ผมขึ้นรถไฟที่สถานี Namba สาย Midosuji นั่งยาวๆ มาลงที่สถานี Senri-Chuo จากตรงนี้ Google ให้นั่งรถเมล์ต่อ แต่ฝนลงไม่หยุดก็เลยเรียก Taxi ไปที่ร้านประมาณ 10 นาทีก็ถึงครับ ร้านที่มาชื่อว่า Minoh Beer Warehouse เป็นร้าน Taproom ของ Minoh Beer เมื่อก่อนตัวร้านจะอยู่ที่โรง A.J.I. Brewing (ชื่อโรงของ Minoh) ซึ่งอยู่ห่างไปเพียงแค่…


แสดงความคิดเห็น