ร้านอาหาร

Sushi Kimura สุดยอดโอมากาเสะซูชิสายเอจปลา ชานกรุงโตเกียว

19 views |

หลังจากทานมื้อกลางวันที่ร้าน Ginza Hirayama เสร็จผมก็เดินทางกลับไปยังโรงแรมเพื่อนอนพักในช่วงบ่าย เพราะว่าไฟลท์ที่มาเป็นไฟลท์กลางคืน นอนไม่ค่อยเต็มอิ่มเท่าไหร่ครับ

งีบชาร์ทพลังไปได้ประมาณชั่วโมงกว่าๆ ผมก็เตรียมออกเดินทางไปยังร้านซูชิที่จองไว้เป็นมื้อเย็น เป็นหนึ่งในร้านที่อยากลองชิมมากที่สุดของทริปนี้ และก็จองยากที่สุดด้วย (ผมจองผ่านเว็บ tableall)

ซึ่งพอจองได้ผมก็ต้องเปลี่ยนไฟลท์เลย ฮ่าๆ คือตอนแรกจองไฟลท์เช้ามืดมาถึงบ่ายแก่ๆ แต่กลัวฉิวเฉียดเกินไป ก็เลยขยับเร็วขึ้นออกตั้งแต่กลางคืน เพื่อความชัวร์

ด้านหน้าร้าน
บรรยากาศภายในร้าน
กล่องเก็บปลา
รายการเครื่องดื่ม
เมนูแรกที่ถูกยกมาเสิร์ฟเป็นซุปหอยปีกนก(Hokkigai)ครับ มาอุ่นๆ รสกลมกล่อมแบบอูมามิ เป็นการล้างปากก่อน เริ่มมื้อ
ปลา Bonito (Katsuo) เสิร์ฟมาแบบอะบุริคือเผามานิดหน่อยหอมควันบางๆ เนื้อปลานุ่มมัน รสเค็มหวานกำลังดีครับ มีรสเปรี้ยวตัดนิด ที่จริงจานนี้คนอื่นๆ ได้เป็นหมึกไข่กัน แต่ผมแพ้
ตามด้วยเมนูแบบฟิวชั่นเล็กน้อย เป็นรีซอตโต้แต่ใส่ชิราโคะ(ท่ออสุจิปลา) ตัวข้าวหนึบร้อน แล้วก็ได้ความครีมมี่ นมๆ จากชิราโคะ กับรสพริกไทยที่โรยปรุงรสมา
ปลา Nameta Garei (ปลาลิ้นหมาชนิดหนึ่ง) ถูกยกมาเสิร์ฟเป็นลำดับถัดมาครับ ชิ้นใหญ่ น่าจะนึ่งมา ปลาสดมาก เนื้อเป็นลิ่มๆ อุ่น ฉ่ำๆ รสเค็มบางๆ หนังมันดึ๋ง
เปลี่ยนจากปลามาเป็นหอยหนึ่งเมนูครับ หอยปีกนก (Hokkigai) มาเสิร์ฟอีกรอบ เนื้อดึ๋งๆ กรุบ อุ่น รสเปรี้ยว มีความควันๆ หวานนิด ได้ความสไปซ์หน่อย
คั่นด้วยซุปอีกหนึ่งเมนูครับเป็นชิราโคะแต่เป็นของปลาปักเป้า (fugu) แทน น้ำซุปร้อนรสกลมกล่อม
ตัวเนื้อครีมมี่ นุ่มเหลว พอกันแล้วแตกโพล๊ะในปาก นมๆ หนังด้านนอกเบิร์นมานิดๆ
หอยอีกหนึ่งเมนูเป็นหอยนางรมนึ่งครับ มาร้อนๆ ตรงกลางตัวเหลวๆ ส่วนตรงปากกรุบๆ สดดีครับ หนังตึงๆ รสหวานเค็ม จานนี้คนอื่นๆได้เป็นปู
ก่อนจะเริ่มเข้าสู่จานซูชิ เชฟนำข้าวห่อมาด้วยสาหร่าย พับมาให้เราลองชิมรสชาติ ข้าวหนึบๆ รสเปรี้ยว หุงแข็งนิดๆ สาหร่ายบางกรอบ กลิ่นอ่อนๆ ไม่รุนแรงมาก
มีขิงดองรสเปรี้ยวเผ็ดไว้ให้ทานล้างปากด้วย
แล้วก็ถึงซูชิคำแรกครับเป็นหอยปีกนกครับ (Hokkigai) เนื้อกรุบเย็น รสเปรี้ยว ใส่วาซาบิมาให้เลยไม่ต้องใส่เอง ส่วนข้าวอุ่นหนึบๆ จานนี้ลูกค้าคนอื่นๆ ได้เป็นปลาหมึกครับ
คำต่อมาเป็นปลา Sawada ครับ (Japanese Spanish mackerel) เนื้อเหลวนุ่ม มีความลื่นๆ มัน และก็เปรี้ยวบางๆ อร่อยครับ
แต่ละคำนี่เชฟปั้นเร็วมากๆ ฟึ่บๆ เสิร์ฟครับ
ปลา Bonito (Katsuo) ถูกเสิร์ฟตามมาครับ เนื้อเหลว มัน รสเค็มหน่อย และก็ขิงที่ช่วยกระชับรสชาติ
ตามด้วยปลาเข็มทะเล (Sayori) เนื้อแน่น เฟิร์ม กัดแล้วได้ความกรุบเด้ง เนื้อมีความลื่น สัมผัสดี คำนี้ชอบครับ
แล้วก็เป็นปลายอดนิยมอีกชนิดนั่นคือ คัมพาจิ ครับ เนื้อเหลวหน่อย เข้าปากแล้วละลายๆ รสเปรี้ยว มัน เข้ากันดีกับข้าวหนึบๆ มาก คำนี้ก็ชอบครับ
ต่อด้วยปลาที่มีเป็นฤดูกาล นิยมทานกันตอนหน้าหนาวคือปลา Kawahagi หรือปลาหน้าวัวครับ จิ้มทานกับต้นหอมซอยๆ เนื้อเหลวหวาน ด้านล่างมีตับของมันอยู่และก็มีพอนซึด้วยครับ กลมกล่อมดีครับ
เชฟ Kimura Koji
ชูโทโร่เป็นคำต่อมาครับ เชฟเอาไปเอจไว้ประมาณ 45 วัน รสแตกต่างจากชูโทโร่ปกติที่ทานกันพอสมควร มันมีความแบบควันๆ สโมคๆ และก็ไม่มันเหมือนปกติ ทานแล้วรู้สึกแปลกดีครับ
ทุกคำที่ทานมานี่ชอบหมดจนมาเจอ Kohada หรือตะเพียนญี่ปุ่น คำนี้สะดุดหน่อยครับเอจมา 2 สัปดาห์ เนื้อแน่น รสเปรี้ยว เค็ม หนังตึงๆ แต่ที่ไม่ชอบคือมันมีความสาบนิดๆ
ไฮไลท์เมนูหนึ่งของคอร์สซึ่งเป็นเมนูขึ้นชื่อของร้านก็คือ Sujiko หรือ Ikura ที่ยังติดกันแพอยู่ เสิร์ฟมาเย็นๆ ครีมมี่ รสเค็มมัน รสแบบไข่ๆ อร่อยสมคำร่ำลือครับ ชอบเลยคำนี้
ตามมาด้วยปลา Iwashi หรือซาร์ดีนหลังสีน้ำเงิน มาเย็นๆ เนื้อแน่น กรุบ รสเปรี้ยวนำครับ และก็มีรสเผ็ดด้วยแปลกดี ตรงหนังก็กรุบๆ อร่อยดีครับ ชอบเช่นกัน
ซูชิคำสุดท้ายเป็นปลา Striped marlin (ไม่ได้จดชื่อญี่ปุ่นไว้) เนื้อมัน หอมกลิ่นควันอีกคำ มีความแบบกาแฟ เนื้อเนียนละลายๆ รสหวานเค็มกำลังดี ชอบมากครับคำนี้
ปิดท้ายด้วยข้าวคลุกกับเนื้อปลา Katsuo แห้งๆ ครับ มีโรยงาและก็ใบโอบะ ข้าวเปรี้ยว ปลานุ่ม เนื้อแน่นดี
ไข่หวาน
บรรยากาศตอน
เชฟ Kimura Koji
ไม่พอลูกค้าคนญี่ปุ่นก็เชียร์บอกไปถ่ายคู่สิๆ สุดท้ายเลยรูปที่ระลึกเก็บไว้ (ปกติผมจะเขินๆ ไม่กล้าถ่ายกับเชฟ ฮ่าๆ)

ร้านนี้มีชื่อว่า Sushi Kimura ครับ อยู่นอกตัวเมืองโตเกียวออกมาเล็กน้อยทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ผมนั่งรถไฟมาลงที่สถานี Futako-Tamagawa แล้วก็เดินอีกประมาณ 700 เมตรก็ถึงร้านครับ ตัวร้านเป็นห้องขนาดไม่ใหญ่ ชั้นล่างของตึกครับ

ร้าน Kimura เป็นซูชิแบบโอมากาเสะของเชฟ Kimura Koji ซึ่งร้านคิมูระนี้ จุดเด่นคือเทคนิคการ เอจปลา หรือบ่มปลานั่นเองครับ ทุกเมนูจะบ่มเกือบทั้งหมด มากน้อยแตกต่างกันไปตามชนิดของปลา

บรรยากาศในร้านตอนแรกผมก็ประหม่านิดหน่อย เพราะมาคนเดียว ที่นั่งรูปตัว L มีลูกค้านั่งอยู่ครบทุกที่ เข้าใจว่ามีต่าางชาตินอกจากผมอีกสองคน นั่งอยู่อีกฝั่งนึงครับ แต่นั่งซักพักก็โอเคบรรยากาศสบายๆ  ครับ

เมนูแรกที่ถูกยกมาเสิร์ฟเป็นซุปหอยปีกนก(Hokkigai)ครับ มาอุ่นๆ รสกลมกล่อมแบบอูมามิ เป็นการล้างปากก่อน เริ่มมื้อ

จานต่อมาเป็นปลา Bonito (Katsuo) เสิร์ฟมาแบบอะบุริคือเผามานิดหน่อยหอมควันบางๆ เนื้อปลานุ่มมัน รสเค็มหวานกำลังดีครับ มีรสเปรี้ยวตัดนิด ที่จริงจานนี้คนอื่นๆ ได้เป็นหมึกไข่กัน แต่ผมแพ้

ตามด้วยเมนูแบบฟิวชั่นเล็กน้อย เป็นรีซอตโต้แต่ใส่ชิราโคะ(ท่ออสุจิปลา) ตัวข้าวหนึบร้อน แล้วก็ได้ความครีมมี่ นมๆ จากชิราโคะ กับรสพริกไทยที่โรยปรุงรสมา

ปลา Nameta Garei (ปลาลิ้นหมาชนิดหนึ่ง) ถูกยกมาเสิร์ฟเป็นลำดับถัดมาครับ ชิ้นใหญ่ น่าจะนึ่งมา ปลาสดมาก เนื้อเป็นลิ่มๆ อุ่น ฉ่ำๆ รสเค็มบางๆ หนังมันดึ๋ง

เปลี่ยนจากปลามาเป็นหอยหนึ่งเมนูครับ หอยปีกนก (Hokkigai) มาเสิร์ฟอีกรอบ เนื้อดึ๋งๆ กรุบ อุ่น รสเปรี้ยว มีความควันๆ หวานนิด ได้ความสไปซ์หน่อย 

คั่นด้วยซุปอีกหนึ่งเมนูครับเป็นชิราโคะแต่เป็นของปลาปักเป้า (fugu) แทน น้ำซุปร้อนรสกลมกล่อม ตัวเนื้อครีมมี่  นุ่มเหลว พอกันแล้วแตกโพล๊ะในปาก นมๆ หนังด้านนอกเบิร์นมานิดๆ

หอยอีกหนึ่งเมนูเป็นหอยนางรมนึ่งครับ มาร้อนๆ ตรงกลางตัวเหลวๆ ส่วนตรงปากกรุบๆ สดดีครับ หนังตึงๆ รสหวานเค็ม จานนี้คนอื่นๆได้เป็นปู

ก่อนจะเริ่มเข้าสู่จานซูชิ เชฟนำข้าวห่อมาด้วยสาหร่าย พับมาให้เราลองชิมรสชาติ ข้าวหนึบๆ รสเปรี้ยว หุงแข็งนิดๆ สาหร่ายบางกรอบ กลิ่นอ่อนๆ ไม่รุนแรงมาก

 แล้วก็ถึงซูชิคำแรกครับเป็นหอยปีกนกครับ (Hokkigai) เนื้อกรุบเย็น รสเปรี้ยว ใส่วาซาบิมาให้เลยไม่ต้องใส่เอง ส่วนข้าวอุ่นหนึบๆ จานนี้ลูกค้าคนอื่นๆ ได้เป็นปลาหมึกครับ

คำต่อมาเป็นปลา Sawada ครับ (Japanese Spanish mackerel) เนื้อเหลวนุ่ม มีความลื่นๆ มัน และก็เปรี้ยวบางๆ อร่อยครับ

ปลา Bonito (Katsuo) ถูกเสิร์ฟตามมาครับ เนื้อเหลว มัน รสเค็มหน่อย และก็ขิงที่ช่วยกระชับรสชาติ แต่ละคำนี่เชฟปั้นเร็วมากๆ ฟึ่บๆ เสิร์ฟครับ มีขิงดองรสเปรี้ยวเผ็ดไว้ให้ทานล้างปากด้วย 

ตามด้วยปลาเข็มทะเล (Sayori) เนื้อแน่น เฟิร์ม กัดแล้วได้ความกรุบเด้ง เนื้อมีความลื่น สัมผัสดี คำนี้ชอบครับ

แล้วก็เป็นปลายอดนิยมอีกชนิดนั่นคือ คัมพาจิ ครับ เนื้อเหลวหน่อย เข้าปากแล้วละลายๆ รสเปรี้ยว มัน เข้ากันดีกับข้าวหนึบๆ มาก คำนี้ก็ชอบครับ

ต่อด้วยปลาที่มีเป็นฤดูกาล นิยมทานกันตอนหน้าหนาวคือปลา Kawahagi หรือปลาหน้าวัวครับ จิ้มทานกับต้นหอมซอยๆ เนื้อเหลวหวาน ด้านล่างมีตับของมันอยู่และก็มีพอนซึด้วยครับ กลมกล่อมดีครับ 

ชูโทโร่เป็นคำต่อมาครับ เชฟเอาไปเอจไว้ประมาณ 45 วัน รสแตกต่างจากชูโทโร่ปกติที่ทานกันพอสมควร มันมีความแบบควันๆ สโมคๆ และก็ไม่มันเหมือนปกติ ทานแล้วรู้สึกแปลกดีครับ

ทุกคำที่ทานมานี่ชอบหมดจนมาเจอ Kohada หรือตะเพียนญี่ปุ่น คำนี้สะดุดหน่อยครับเอจมา 2 สัปดาห์ เนื้อแน่น รสเปรี้ยว เค็ม หนังตึงๆ แต่ที่ไม่ชอบคือมันมีความสาบนิดๆ 

ไฮไลท์เมนูหนึ่งของคอร์สซึ่งเป็นเมนูขึ้นชื่อของร้านก็คือ Sujiko หรือ Ikura ที่ยังติดกันแพอยู่ เสิร์ฟมาเย็นๆ ครีมมี่ รสเค็มมัน รสแบบไข่ๆ อร่อยสมคำร่ำลือครับ ชอบเลยคำนี้

ตามมาด้วยปลา Iwashi หรือซาร์ดีนหลังสีน้ำเงิน มาเย็นๆ เนื้อแน่น กรุบ รสเปรี้ยวนำครับ และก็มีรสเผ็ดด้วยแปลกดี ตรงหนังก็กรุบๆ อร่อยดีครับ  ชอบเช่นกัน

ซูชิคำสุดท้ายเป็นปลา Striped marlin (ไม่ได้จดชื่อญี่ปุ่นไว้) เนื้อมัน หอมกลิ่นควันอีกคำ มีความแบบกาแฟ เนื้อเนียนละลายๆ รสหวานเค็มกำลังดี ชอบมากครับคำนี้

ปิดท้ายด้วยข้าวคลุกกับเนื้อปลา Katsuo แห้งๆ ครับ มีโรยงาและก็ใบโอบะ ข้าวเปรี้ยว ปลานุ่ม เนื้อแน่นดี 

ใช้เวลาโดยรวมประมาณ 2 ชั่วโมงครับ ระหว่างที่ทานไปนี่ลูกค้าคนญี่ปุ่นก็พยายามช่วยแปล ช่วยอธิบายด้วย สนุกสนานกันมาก สำหรับเครื่องดื่มผมสั่งเป็น pairing กับสาเกครับ มีคุณป้ามาเสิร์ฟและอธิบายคร่าวๆ ซึ่งภาษาอังกฤษคุณป้าดีมากๆ 

โดยรวมมื้อนี้ประทับใจมากๆ ครับ เป็นโอมากาเสะที่ประทับใจที่สุดมื้อหนึ่งในชีวิต จนขอถ่ายรูปเชฟ  ไม่พอลูกค้าคนญี่ปุ่นก็เชียร์บอกไปถ่ายคู่สิๆ สุดท้ายเลยรูปที่ระลึกเก็บไว้ (ปกติผมจะเขินๆ ไม่กล้าถ่ายกับเชฟ ฮ่าๆ)

ถ้าได้กลับไปเที่ยวกันเมื่อไหร่ สายซูชิอยากให้ไปลองครับ แต่ระหว่างที่ยังไปไมได้ อาจจะไปทาน Kimura Don ร้านด้งสาขาที่สยามพารากอนแก้ขัดไปก่อนได้ครับ

Sushi Kimura สถานี Futako-Tamagawa
เบอร์ : +81337076355
เปิด : 17.30-21.30 ปิดวันอาทิตย์
foursquare

You Might Also Like


แสดงความคิดเห็น



WP Twitter Auto Publish Powered By : XYZScripts.com