ท่องเที่ยว

  • |

    Taketora ราเม็งเจ้าอร่อย Kabukicho – Shinjuku

    อีกหนึ่งร้านราเม็งในทริปนี้ ซึ่งเรียกว่าเป็นร้านที่อยู่ใกล้โรงแรมมากที่สุดครับ คือติดโรงแรม Hotel Gracery Shinjuku เลย ร้านนี้หาเจอด้วยแอพฯ Ramen Map ที่ผมมักจะใช้หาร้านราเม็งเป็นประจำครับ โดยในโตเกียวนี่มีทั้งหมด 3 สาขา แล้วก็มีที่ Okinawa อีก 2 สาขา ตัวร้านหน้ากว้างค่อยข้างเล็ก แต่ได้ความลึกครับ ร้านนี้นี่แทบจะเปิด 24 ชั่วโมงเลยคือปิดช่วง 9.00-11.00 ครับ ซึ่งวันที่ผมไปทานนี่ก็เป็นช่วงดึกๆ ราว 4 ทุ่มกว่า แต่ลูกค้าก็ยังเยอะ คือรอคิวแป๊บนึง ลูกค้าที่มารอพร้อมกับผมนี่มาเป็นหมู่คณะใหญ่ๆ ฟังไม่ออกว่าคนดินโอหรือฟิลิปปินส์ น่าจะแถวๆ นี้ ภายในร้านจะดูแคบๆ หน่อยครับ เป็นเคาท์เตอร์อยู่ด้านหน้า ส่วนโต๊ะจะอยู่ด้านหลังร้าน อีกประมาณ 10 กว่าที่ครับ ซึ่งผมก็นั่งที่เคาท์เตอร์ ไม่ได้เข้าไปด้านหลัง สำหรับร้านนี้ใช้วิธีทานก่อน จ่ายทีหลัง ไม่ต้องกดคูปองจากตู้ครับ

  • |

    Taruichi ร้าน Izakaya เสิร์ฟเนื้อปลาวาฬ – Shinjuku

    นอกจากราเม็งแล้ว ทริปนี้ผมก็ยังมีโอกาสได้แวะไปทานพวกร้าน Izakaya หรือร้านนั่งดื่มสไตล์ญี่ปุ่น บางร้านก็อาจจะเน้นเมนูปลาดิบ บางร้านเน้นของทอด หรือบางร้านก็อาจจะมีรวมๆ หลายห อย่างเลย รอบนี้ผมได้ไป 2-3 ร้าน ส่วนมากก็จะทานช่วงค่ำๆ ก่อนออกไปหาร้านคราฟท์เบียร์ดื่ม ร้านนี้ Taruichi(樽一) อยู่ไม่ไกลจากโรง Hotel Gracery Shinjuku ที่พัก อยู่ในโซน Kabukicho เหมือนกันครับ เดินจากตัวโรงแรมประมาณ 300 เมตร ถ้าจากสถานี JR Shinjuku เลยก็จะประมาณ 550 เมตร ระหว่างทางไปผ่านร้านเหล้า บาร์นิดหน่อย ตัวร้านอยู่ชั้นใต้ดินครับ ลงมาทางบันไดร้านจะอยู่ซ้ายมือ เข้าไปในร้านคนเยอะเหมือนกันครับ พนักงานมาต้อนรับพูดภาษาอังกฤษได้ค่อนข้างโอเค เมนูก็มีภาษาอังกฤษ ที่นั่งเป็นแบบโต๊ะสูง สำหรับร้านนี้ขึ้นชื่อเรื่องเนื้อปลาวาฬเอามาแล่เป็นซาชิมิ มีหลายชิ้นส่วนของปลา นำมาปรุงแต่ละเมนูต่างๆ กันไป

  • | | | |

    Log Road ที่เดินเล่นแถว Daikanyama Tokyo

    ที่นี่จดไว้ตั้งแต่หาข้อมูลของทริปนี้ เห็นรูปแล้วอยากมาครับ Log Road จะเรียกว่าอะไรดี เป็นโครงการที่มีร้านเสื้อผ้า ร้านกาแฟ และร้านเบียร์เรียงตัวกันเป็นทางยาวประมาณ 100 เมตร จำนวนร้านไม่เยอะ แต่ร้านค่อนข้างใหญ่ครับ โครงการนี้ตั้งอยู่บนทางรถไฟสาย Tokyu Toyoko (วิ่งระหว่าง Tokyo-Yokohama) สายเก่า ซึ่งก็อยู่ไม่ไกลจากเส้นทางใหม่ที่ขยับไปเล็กน้อยครับ อยู่ทางด้านทิศเหนือ ใกล้กับสถานี Daikanyama เดินจากสถานีประมาณ 100 เมตรนิดๆ พอมาถึงก็ประหลาดใจนิดนึง คือได้เจอกับโรงเบียร์ Spring Valley ของ Kirin ตั้งอยู่เป็นร้านแรกเลย ไม่ได้ตั้งใจจะมาที่นี่ แต่คอเบียร์อย่างเราเจอแล้วก็เลยต้องแวะจิบซะหน่อยครับ อิ่มก็อิ่ม แต่ไหนๆ ก็มาแล้ว พลาดก็คงเสียดาย

  • |

    Kita no Daichi ราเม็งสไตล์ซัปโปโร Shinjuku

    ราเม็งร้านนี้หลบมุมอยู่ด้านในของตึกครับ อยู่ใกล้กับร้าน Bicqlo (Bic camera + Uniqlo) แล้วก็ใกล้กับร้านแผ่นเสียง Disk Union ที่ผมชอบไปด้วยครับ เสิร์ชเจอมาจาก tabelog ก็เลยลองแวะทานดู เข้ามาในร้านช่วงบ่ายแก่ๆ ไม่มีลูกค้าเลยครับ ตอนแรกก็แบบเอาไงดีวะ หนีออกมาได้รึเปล่า ฮ่าๆ แต่ฝนมาโปรยๆ อยู่ด้านนอกแล้วก็หิวนิดหน่อยก็เลยยอมทานดูครับ ที่นี่เป็นราเม็งสไตล์ฮอกไกโด ซึ่งเมนูที่ฮิตของฝั่งฮอกไกโดเค้าจะนิยมใส่เนยและข้าวโพดลงไปในราเม็งเพื่อให้ความหวาน เค็ม และ มันๆ เพิ่มด้วย แต่ตัวผมเองไม่ค่อยชอบรู้สึกเลี่ยนไปนิด ก็เลยสั่งเมนูแนะนำ สั่งเป้นแบบซุปเกลือครับ

  • |

    Tenkaippin ราเม็ง Kabukicho Shinjuku

    ร้านนี้เป็นร้านที่อยู่หน้าโรงแรม Hotel Gracery Shinjuku ครับ คืออยู่ในโซน Kabukicho นั่นเอง วันที่ทานเป็นวันที่ผมไปดื่มเบียร์จากร้านอื่นมาแล้ว ก่อนเข้าโรงแรมก็แวะทานซะหน่อย ตอนเดินมานี่มีพี่คนดำมาชวนไปบาร์รัวๆ พยายามบอกปัดว่าจะไปกินราเม็งเฉยๆ ฮ่าๆ Tenkaippin เป็นเชนร้านราเม็งเจ้าใหญ่อีกหนึ่งแห่งของญี่ปุ่นครับ เปิดสาขาแรกที่เมืองเกียวโตตั้งแต่ปี 1981 ปัจจุบันมีมากกว่า 230 สาขาทั่วญี่ปุ่น มีไปเปิดบนเกาะฮาวายด้วย น้ำซุปของที่นี่จะมีไก่เป็นเบส ซึ่งเคี่ยวจนค้นหนาครับ แม้ว่าจะกลับมาดึกแล้วร้านนี้ก็ยังมีคิวนิดหน่อยครับ แต่รอไม่นานก็ได้นั่ง เปิดดูเมนูไม่มีภาษาอังกฤษ ใช้วิธีดูรูป และดูว่าเมนูไหนได้รับความนิยมก็สั่งเมนูนั้น ร้านนี้เป้นแบบทานก่อนจ่ายทีหลัง ไม่ต้องกดคูปองครับ

  • |

    Kameya Soba โซบะร้านดัง Shinjuku

    ‘โซบะ’ เป็นอีกหนึ่งเมนูเส้นของญี่ปุ่นที่ผมชื่นชอบครับ คือรู้สึกว่าเส้นมันมี texture นิดๆ รสอร่อย ยิ่งร้านไหนลวกมากแบบกำลังดี al dente หนึบๆ หน่อยจะเด็ดมากๆ จะทานเป็นแบบเย็นจุ่มน้ำซุปใส่ต้นหอมซอย หรือทานเป็นโซบะร้อนก็อร่อยคล่องคอครับ ทีนี้เมื่อเดือนตุลาคม 2016 ที่ไปโตเกียวมามีโอกาสได้ไปลองร้านโซบะเจ้าดังอีกร้านหนึ่งครับ ชื่อร้านว่า Kameya เป็นร้านเล็กๆ ที่อยู่ในตรอกแคบๆ ชื่อ Omoide ซึ่งอยู่ด้านทิศเหนือของสถานี Shinjuku ไม่ไกลจาก ‘Rokkasen‘ ร้านเนื้อย่างยอดนิยมของคนไทย ตรอกนี้ผมเดินผ่านก็หลายครั้งแต่ก็ไม่เคยมาแวะเวียนจนคราวนี้ได้มาลองชิมร้าน Kameya นี่หละครับ จุดเด่นอย่างนึงของร้านคือเปิด 24 ชั่วโมง คนมาทานก็ทานแว้บๆ แล้วก็ไปเพราะร้านมีที่นั่งเพียง 8 ที่ ลูกค้าเท่าที่สังเกตเป็นพนักงานออฟฟิศผู้ชายซะเยอะ ต่างชาติก็มีมาหลายคนอยู่

  • | |

    ชมโรงเบียร์ Stiegl และทานอาหารกลางวัน Vienna, Austria

    ทริปยุโรปคราวนี้มีโอกาสได้ไปเยี่ยมโรงเบียร์ 1 แห่งครับ เป็นของเบียร์ยี่ห้อ Stiegl อยู่ในเมือง Salzburg ประเทศ Austria ตัวโรงนี่อยู่ในเมืองเลยนั่งรถแป๊บเดียวถึงครับ ที่นี่จะมีทั้งโรงเบียร์ ร้านอาหาร ร้านเบียร์และส่วนของพิพิธภัณฑ์ประวัติของแบรนด์ สำหรับ Stiegl นั้นเป็นแบรนด์เบียร์เก่าแก่เจ้าดังของออสเตรียครับเริ่มก่อตั้งตั้งแต่ปี 1492 โดยคำว่า Stiegl นี่แปลว่า บันได้ขั้นเล็กๆ โลโก้ของแบรนด์จึงเป็นรูปบันไดซึ่งมาจากขั้นบันไดใกล้ๆ โรงเบียร์ในอดีต จากช่วง 90s ทางแบรนด์ก็ปรับปรุง ทำการตลาดหลากหลายวิธี เปิด Musuem ทำการตลาดต่างประเทศเยอะ อย่างตอนไปงานที่ฮ่องกงก็มีบูธของ Stiegl มาออกด้วยครับ สำหรับโปรแกรมของผมวันนี้ก็คือทานข้าวที่ร้านในโรงเบียร์ก่อน เสร็จแล้วก็เดินเข้าชมพิพิธภัณฑ์ ซึ่งวันที่ไปดันเลทไปนิดนึงเลยไม่ทันไกด์ที่เค้าจะพาเดินทัวร์แล้วบรรยาย แต่ก็กลายเป็นดีเพราะสามารถเดินดูได้เรื่อยๆ ไม่ต้องทำเวลา พอออกมาก็เอาตั๋วที่ได้มาแลกเบียร์ดื่มได้อีก 1 ชุดครับ

  • | |

    รีวิวโรงแรม Hotel Erdinger Weißbräu – Erding, Germany

    เดือนกันยายนปี 2016 ผมและครอบครัวได้เดินทางไปเที่ยวยุโรปกันครับ ไม่ได้ไปหลายปีเลยครับ ก่อนหน้านี้ต้องย้อนไปถึงปี 2013 โน่น ทริปนี้จะเริ่มที่เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมันนีและไปจบที่เมืองโคเปนฮาเกน ประเทศเดนมาร์ก ผมออกเดินทางจากไทยด้วยสายการบิน Finnair ไปผ่านฟินแลนด์แล้วก็เปลี่ยนเครื่องไปมิวนิค พอมาถึงมีปัญหานิดหน่อยคือรถเข็นของหลานมาไม่มาด้วย กว่าจะคุยกับเจ้าหน้าที่เรียบร้อยก็เป็นชั่วโมงครับ ออกมาก็โทรคุยกับพี่คนไทยที่ได้ติดต่อว่าจ้างให้ขับรถให้เราตลอดทริปนี้ครับ จากสนามบินขับรถไม่ไกลก็ถึงเมือง Erding ที่พักคืนแรกครับ ซึ่งตอนหาโรงแรมมาก็สะดุดโรงแรมนี้ เพราะชื่อ Erdinger Weißbräu คุ้นๆ กันไหมครับ ที่เมืองนี้ก็คือต้นกำเนิดของเบียร์ยี่ห้อ Erdinger นั่นเองครับ ตอนแรกคิดว่านอนในโซนโรงเบียร์เลย แต่ปรากฎว่าตัวโรงไม่ได้อยู่ที่นี่ครับ กลายเป็นโรงแรมและร้านอาหารอย่างเดียว

  • | |

    Königlicher Hirschgarten เบียร์การ์เด้นพร้อมอาหารเยอรมัน Munich, Germany

    ทยอยเล่าเรื่องจากทริปยุโรปคราวก่อนครับ เริ่มกันที่เมือง Munich ซึ่งเป็นเมืองแรกที่ครอบครัวของผมไปเที่ยว ที่จริงลงจากเครื่องตอนค่ำๆ แล้วคณะของเราเดินทางไปพักที่เมือง Erding ซึ่งห่างจากสนามบินแค่ 20 กิโลเท่านั้น พอวันรุ่งขึ้นถึงได้เดินทางเข้าตัวเมือง Munich เพื่อมาชมพระราชวัง Nymphenburger เดินทางราวๆ 45 นาทีครับ ระหว่างทางได้ผ่านสนาม Allianz Arena ของทีม Bayern Munich ด้วย สวยงามครับ ถึงพระราชวังก็เดินชมอยู่หลายชั่วโมง (เดี๋ยวค่อยเขียนถึงอีกที) จนบ่ายๆ ก็หาร้านทาน ทีแรกจะทานใกล้ๆ พระราชวัง แต่เต็ม คือเหมือนพนักงานไม่อยากให้เข้า ก็เลยขับรถออกมาอีกนิดหน่อย ก็มาถึงร้าน Königlicher Hirschgarten เป็นลาน โต๊ะกระจายทั่วบริเวณครับ เข้าใจคำว่า Beer Garden เลยจริงๆ พนักงานอัธยาศัยดีพาไปนั่งโต๊ะใหญ่ แดดค่อนข้างแรงแตะก็บรรยากาศดีครับ มีต้นไม้ให้เงาบังแสงได้นิดๆ หน่อย ลูกค้าเยอะเหมือนกันแม้ว่าจะเป็นกลางวัน วันธรรมดา สำหรับอาหารสามารถสั่งจากเมนูหรือเดินไปซื้อร้านที่เป็นตู้ๆ รอบบริเวณได้