• |

    รีวิว PunSpace Co-Working Space ที่เชียงใหม่ (สาขาท่าแพ)

    นอกจากที่เราได้ไปเยี่ยมชม Maker Space เชียงใหม่แล้ว ก็ได้เดินชมตัว Co Working Space ที่อยู่ติดกันด้วยค ที่นี่มีชื่อว่า ‘PunSpace‘ ครับ สำหรับที่นี่นั้นเป็นสาขาสองครับ สาขาแรกอยู่บนถนนนิมมานเหมินทร์ จากที่ฟังๆน่าจะมีขนาดเล็กกว่า (เราไม่เคยไปสาขาแรก) การเดินทางสามารถเข้าจากทางถนนราชดำเนินฝั่งประตูท่าแพ แล้วเข้า ราชดำเนิน ซอย 2 หรือจะเข้าจากทางซอยมูลเมือง 3 ก็ได้ครับ เข้ามาถึงตัวอาคาร บริเวณพื้นที่ทำงานจะอยู่ด้านบนชั้นสอง เป็นโกดังเก่ามารีโนเวท ทำให้หลังคาสูงดูเป็นสไตล์ลอฟท์ครับ วันที่เราไปมีชาวต่างชาติมาทำงานอยู่ 2-3 คน ส่วนชั้นหนึ่งจะมีห้องประชุม มีลอคเกอร์ให้เช่า ห้องน้ำสามารถอาบได้ด้วย แล้วมีห้องเล็กๆไว้คุยงานผ่าน skype แบบเป็นส่วนตัวได้ด้วยครับ นอกจากนี้ก็มีร้านกาแฟ ชื่อ เบิกตา เปิดบริการอยู่ด้านล่างด้วยครับ

  • |

    รีวิว Maker Space เชียงใหม่

    อย่างที่เคยบอกไปว่ากระแส Maker นั้นกำลังกระจายไปทั่วโลก ในเมืองไทยก็ไม่ได้มีแต่แค่กรุงเทพเท่านั้นที่ มีวงการ Maker เติบโตขึ้น เชียงใหม่เมืองใหญ่ก็เป็นอีกเมืองที่วงการ Maker นั้น บูมด้วยเช่นกันครับ จากที่เราเสร็จงาน Chiang Mai Maker Party ก็เดินทางมายัง Maker Space ที่มีงานเปิดตัวในตอนเย็นวันเดียวกันพอดี แต่อยู่คนละที่กันนะครับ ไม่ไกลกันมา อยู่บริเวณถนนคนเดินประตูท่าแพ นั่งรถแดงแป๊บๆ ก็ถึงครับ ลงจากรถก็เดินตามถนนราชดำเนินเข้ามาประมาณ 100 เมตร เลี้ยวซ้ายเข้าราชดำเนินซอย 2 ตามทางไปเรื่อยๆ ลึกหน่อยประมาณ 250 เมตรก็จะถึงครับ ที่จริงเข้าจากถนนมูลเมืองจะใกล้กว่า แต่เราไม่ใช่คนในพื้นที่ก็เลยเริ่มจากจุดที่ง่ายๆหน่อยครับ ^^”

  • Chiang Mai Maker Party ครั้งที่ 1

    จากเมื่อสิ้นปีที่แล้วเราไปงาน Tokyo Maker Faire ที่ญี่ปุ่น คราวนี้เรามีโอกาสได้ไปงาน Maker ของไทยบ้างละครับ งานนี้มีชื่อว่า Chiang Mai Maker Party จัดที่ ชมรม เชียงใหม่ เมกเกอร์คลับ อยู่แถวสวนบวกหาด โดยผู้จัดก็คือ Chiang Mai Maker Club นั่นเองครับ ตัวงานนั้นมีจัด 2 วัน คือเสาร์ที่ 28 และ อาทิตย์ที่ 29 มีนาคม 2558 เราติดหลายงานมากในวันเสาร์ไม่สะดวกไป ก็เลยต้องบินไปเช้าวันอาทิตย์แทนครับ ขึ้นเครื่องนกแอร์ที่ดอนเมือง เป็นไฟลท์ 7.00 แต่ฝนตกแบบฟ้ารั่ว เลยทำให้ดีเลย์ไป ราวๆ 40 นาที บินประมาณ 1 ชั่วโมงก็มาถึงเชียงใหม่ จากสนามบินเราโบกรถแดง บอกพี่โชเฟอร์ว่าไปสวนบวกหาด ถ้าดูแผนที่ก็จะอยู่ มุมซ้ายล่างของคูเมืองครับ 2 คน พี่เค้าคิดคนละ 50 บาท พอมาถึงก่อนจะเข้างาน…

  • |

    Murakami Suisan ร้าน Izakaya เมือง Tottori – Japan Nov ตอนที่ 4.4

    เที่ยวครบทั้งสามที่แล้ว (Uradome Coast, Tottori Sand Dunes และ Sand Museum) คุณลุง taxi ก็พาเรากลับเข้าบริเวณตัวเมือง เราหาร้านข้าวเย็นมาไว้แล้ว ก็เลยพยายามเปิดรูป บอกชื่อร้าน จนสุดท้ายลุงเข้าใจ เพราะว่าเป็นร้านใหญ่เหมือนกัน ร้านนี้มีชื่อว่า Murakami Suisan อยู่ไม่ไกลจากสถานี Tottori เดินประมาร 400 เมตรก็ถึง หน้าร้านดุใหญ่โตดีเป็นตึก อ่านข้อมูลมาเขียนว่ารองรับลูกค้า 120 คน เรามาถึงร้านยังไม่แน่นมาก พวกโต๊ะโล่งๆนี่คือคนโทรจองไว้ เราเลยได้นั่งตรงบาร์ติดพ่อครัว สำหรับอาหารที่ขายก็เป็นสไตล์ของเราเช่นเคย นั่นก็คือ Izakaya ครับ เมนูเป็นภาษาญี่ปุ่นล้วนตามปกติ แต่พอมีแผ่นที่มีรูปพอชี้ๆ ได้ พนักงานก็พอฟังอังกฤษได้นิดหน่อย เราก็พอสั่งได้ พูดชื่อปลา ชื่ออาหาร จนสั่งสำเร็จ จากนั้นพนักงานก็ยกเบียร์มาเสิร์ฟพร้อมกับแกล้ม เบียร์สดที่นี่เป็นของ Yebisu ครับ

  • Sand Museum เมือง Tottori – Japan Nov14 ตอนที่ 4.3

    สถานที่สุดท้ายที่เราแวะเที่ยวในเมือง Tottori ก็คือพิพิธภัณฑ์ทราย หรือ Sand Museum นั่นเองครับ ที่จริงตัว museum อยู่ไม่ไกลจากทะเลทราย tottori เท่าไหร่ พอเดินได้ แต่คุณลุงแทกซี่ก็ขับพาเรามา ไม่ต้องเดินเอง ที่นี่เปิดขึ้นในปี 2006 ครับ แล้วงานก็จะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนไปเรื่อยๆ แล้วแต่ธีมที่จัดขึ้น ซึ่งก็จะมีทีมงานจากแต่ละประเทศมาตกแต่ง ก่อทรายจะเป็นรูปร่างหน้าตา เรื่องราวต่างๆ อย่างตอนที่เราไปนั้นก็จะเป็นธีมเกี่ยวกับรัสเซีย งานแต่ละชิ้นก็จะเป็นเกี่ยวกับรัสเซีย ข้อดีของที่นี่คือเค้าจะปิดค่ำๆ เพราะคนมักจะไปดูพระอาทิตย์ตกที่ Sand Dunes เสร็จก็มาดูที่นี่ต่อครับ ช่วงเวลาทำการก็จะเป็น 9.00-20.00 มีค่าเข้าชมคนละ 600 เยน

  • Tottori ทะเลทรายที่ญี่ปุ่น – Japan Nov14 ตอนที่ 4.2

    จากชายฝั่ง Uradome คุณลุงแทกซี่พาเรามายังไฮไลท์อีกหนึ่งอย่างของทริปนี้ นั่นก็ทะเลทราย ! ก่อนหน้าที่จะมาเริ่มเตรียมข้อมูลการมาเที่ยวทริปนี้ เราไม่เคยรู้มาก่อนว่ามันมีอะไรอย่างงี้อยู่ที่ญี่ปุ่นด้วย ที่นีมีชื่อว่า Tottori Sand Dunes ภาษาญี่ปุ่นจะเขียนว่า 鳥取砂丘 (Tottori Sakyu) ทะเลทรายแห่งนี้จะอยู่ริมทะเลทางทิศเหนือของตัวเมือง ถ้ามาจากสถานีก็จะห่างประมาณ 8 กิโลเมตร เข้าชมฟรี เจ้าหน้าที่ที่ศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวบอกว่าให้มาเย็นๆ รอดูพระอาทิตย์ตกลับขอบของตัวแนวภูเขาทราย คุณลุงแทกซี่คงขี้เกียจเดินแล้ว ส่งเราที่ลานจอดรถแล้วก็นัดแนะเวลาว่ากี่โมงให้มาเจอกัน บริเวณทางเข้ามีอูฐให้ขึ้นไปถ่ายรูปได้ ขี่ถ่ายรูปราคานึง ถ้าขี่เดินไปเดินมาเลยก็จ่ายเพิ่มอีก ตอนดูในรูปเรารู้สึกว่ามันกว้างใหญ่ แต่ไม่ได้คิดว่ามันจะสูง พอเดินจากที่จอดรถมา รู้สึกได้ว่าจะต้องเหนื่อยแน่นอน ทางเดินจะค่อยๆลาดลงไปแล้วชันขึ้นเหมือนเดินขึ้นเขานั่นเอง ตัวเม็ดทรายไม่ละเอียดมาก แต่ก็ไม่หยาบเท่าไหร่

  • |

    Farm To Table คาเฟ่เล็กๆ บรรยากาศอบอุ่นๆ

    วันก่อนเข้าเมืองอีกครั้ง ไปแถวปากคลองตลาด ย่านขายดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดของกรุงเทพ ซึ่งแถวนี้ก็มีอารมณ์เมืองเก่าๆ ย้อนยุคๆ เจืออยู่บ้าง แล้วก็ได้แวะเวียนไปร้าน Farm To Table อีกครั้ง คราวก่อนมาแล้วแน่นยังไงคราวนี้ก็ยังแน่อนอย่างนั้นครับ ร้านเค้าขายดีจริงๆ ตัวร้านอยู่บนถนนอัษฎางค์ ริมคลองหลอด คือถ้าเดินจากสะพานเจริญรัช 31 (หน้า สน.พระราชวัง) ให้เลี้ยวขวาทางไปบ้านหม้อ ประมาณ 140 เมตร ร้านจะอยู่ขวามือ หัวมุมตึกพอดีครับ ไซส์ของร้านจะค่อนข้างเล็ก ต้องมีโชคนิดหน่อยถึงจะได้โต๊ะนั่ง สำหรับเมนูของที่นี่ก็จะเน้นความเป็นออแกนิคตามชื่อร้าน โดยจะคัดเลือกวัตถุดิบสดใหม่ จากฟาร์มที่เชียงราย มาปรุงแต่งแล้วเสิร์ฟสู่โต๊ะของเราครับ เมนูขึ้นชื่อก็จะเป็นพวกไอศครีมรสต่างๆนั่นเอง หรือถ้าใครหิวจะทานจริงจังก็มีเมนูข้าวให้สั่งได้ 2-3 รายการครับ

  • Uradome Coast / Sengan matsushima เมือง Tottori – Japan Nov14 ตอนที่ 4.1

    เข้าสู่วันที่ 4 ของการเดินทาง วันนี้เป็นอีกวันที่เราจะเดินทางค่อนข้างนาน เปลี่ยนรถหลายเที่ยวหน่อย ระยะทางไม่ไกลมาก แต่เป็นเส้นที่ไม่มีรถไฟเร็วๆ 100 กว่ากิโล ใช้เวลาร่วม 3 ชั่วโมงครึ่ง วันนี้เราจะเดินทางเลียบชายทะเลไปทางทิศตะวันตก โดยมีจุดหมายคือเมือง Tottori ครับ ทานข้าวเช้าเสร็จเราก็ออกเดินทางจากโรงแรม Genmyoan พนักงานต้อนรับมาส่งที่หน้าโรงแรม แล้วก็ขึ้นรถตู้ของโรงแรมมาลงที่สถานี ด้วยความที่รถออกสายๆ เวลาข้าวเที่ยงรถก็จะยังอยู่บนรถไฟ ดังนั้นก็เลยต้องมีการตระเตรียมอาหารขึ้นไปทานด้วย ที่สถานี Amanohashidate นั้นเป็นสถานีเล็ก ตัวเลือกไม่ค่อยเยอะ เราก็เลยออกไปเดินดูร้านหน้าสถานี ซึ่งก็มีแค่ร้านสองร้าน ได้ซูชิห่อใบพลับ (Kakinohazushi)มาหนึ่งกล่อง ซื้อน้ำติดมือขึ้นรถไปด้วย นั่งๆนอนๆจนมาถึงเมือง Tottori ออกจากสถานีมาก็เดินทางไปยังโรงแรม Washington เพื่อฝากกระเป๋าเดินทางเอาไว้ ตัวโรงแรมอยู่ไม่ไกลจากสถานี เดินนิดเดียวก็ถึง เสร็จแล้วเราเดินกลับมาที่สถานีอีกครั้งเพื่อไปที่ International Tourist Support Center ซึ่งอยู่ตรงสถานีรถไฟเลย ถ้าหันหน้าเข้าสถานีจะอยู่ซ้ายมือ สังเกตไม่ยาก ดูป้ายเหลืองๆ ฟอนต์ดำเอาไว้ครับ

  • Okinawa Kinjo – ร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์โอกินาว่า

    สำหรับร้านนี้ก็เป็นอีกร้านที่ได้รับความนิยมมานาน ตั้งใจว่าจะมาลองหลายทีแล้ว จนลืมไปวันก่อนเพิ่งนึกออก เลยแวะมาชิมให้หายอยากครับ ร้านนี้ชื่อว่า โอกินาว่า คินโจ อยู่ในซอยสุขุมวิท 69 จากปากซอยเข้ามานิดเดียวร้านจะอยู่ขวามือ ถ้ามารถไฟลงสถานีพระโขนงออกทางออก 3 ครับ วันที่ไปลูกค้าชั้น 1 เต็มทุกโต๊ะ ไม่แน่ใจว่าร้านมี 2 หรือ 3 ชั้นครับ เมนูของที่นี่จะแตกต่างกับร้านญี่ปุ่นทั่วๆไปตรงที่จะเน้นอาหารสไตล์โอกินาว่า เกาะที่อยู่ล่างสุดของญี่ปุ่น ซึ่งเมนูก็จะมีเอกลักษณ์แตกต่างจากเมนูที่เราคุ้นๆ อยู่บ้าง ของขึ้นชื่อก็จะมี สาหร่ายองุ่น และ มะระผัดไข่ ซึ่งเมนูหลังนี่ก็คล้ายๆ แบบของบ้านเราแหละครับ ตามประวัติศาสตร์นี่โอกินาว่าติดต่อการค้ากับไทยมาตั้งแต่สมัยโบราณเลยครับ