Okinawa Kinjo – ร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์โอกินาว่า

สำหรับร้านนี้ก็เป็นอีกร้านที่ได้รับความนิยมมานาน ตั้งใจว่าจะมาลองหลายทีแล้ว จนลืมไปวันก่อนเพิ่งนึกออก เลยแวะมาชิมให้หายอยากครับ

ร้านนี้ชื่อว่า โอกินาว่า คินโจ อยู่ในซอยสุขุมวิท 69 จากปากซอยเข้ามานิดเดียวร้านจะอยู่ขวามือ ถ้ามารถไฟลงสถานีพระโขนงออกทางออก 3 ครับ วันที่ไปลูกค้าชั้น 1 เต็มทุกโต๊ะ ไม่แน่ใจว่าร้านมี 2 หรือ 3 ชั้นครับ

เมนูของที่นี่จะแตกต่างกับร้านญี่ปุ่นทั่วๆไปตรงที่จะเน้นอาหารสไตล์โอกินาว่า เกาะที่อยู่ล่างสุดของญี่ปุ่น ซึ่งเมนูก็จะมีเอกลักษณ์แตกต่างจากเมนูที่เราคุ้นๆ อยู่บ้าง ของขึ้นชื่อก็จะมี สาหร่ายองุ่น และ มะระผัดไข่ ซึ่งเมนูหลังนี่ก็คล้ายๆ แบบของบ้านเราแหละครับ ตามประวัติศาสตร์นี่โอกินาว่าติดต่อการค้ากับไทยมาตั้งแต่สมัยโบราณเลยครับ

Kinjo_01
จากปากซอย สุขุมวิท 69 เข้ามาประมาณ 100 เมตร ร้านจะอยู่ขวามือครับ
Kinjo_02
ด้านหน้าร้าน
Kinjo_27
บรรยากาศภายในร้าน
Kinjo_13
บรรยากาศภายในร้าน
Kinjo_14
มีทั้งลูกค้าชาวไทยและชาวญี่ปุ่น
Kinjo_15
เมนูบนผนังสไตล์ร้านญี่ปุ่น
Kinjo_10
เบียร์สดเป็น Asahi ครับ
Kinjo_20
อาหารเร็วดีครับ เมนูเป็นอย่างนึงที่เราอยากลองเพราะไม่เคยทานมาก่อนมันคือ สาหร่ายองุ่น (Umi Budou) เป็นของขึ้นชื่อของโอกินาว่าครับ สัมผัสมันจะกรึ่บๆ แปลกดี ไม่ค่อยมีรส พอกลืนแล้วจะรู้สึกนิ่มๆเมือกๆ จิ้มกับน้ำจิ้มรสเปรี้ยวเค็ม อร่อยดีครับ น่าลอง
Kinjo_21
จีมามิโทฟู หรือ เต้าหู้ถั่วลิสง นำเข้าจากโอกินาว่าเช่นกัน เนื้อมันจะหนืดๆเหมือนแป้ง ตัวน้ำเหมือนน้ำขิง แปลกดีครับ
Kinjo_22
เมนูดังของโอกินาว่าอีกอย่างก็คือ มะระผัดไข่ อารมณ์ก็คล้ายๆแบบของไทยนี่หละครับ เค็มนิดๆกำลังดี มีกลิ่นของปลาแห้ง เครื่องจะมีหมูสามชั้นกับเต้าหู้ด้วย ทานแกล้มเบียร์เพลินดีครับ
Kinjo_23
โซก โซบะ เป็นโซบะ ซี่โครงหมู เส้นกรึ่บๆ ชิ้นซี่โครงเราว่าหวานไปหน่อย สำหรับน้ำซุปนั่นกลมกล่อมดี ยิ่งถ้าปรุงรสเพิ่มเติมด้วย *โคเรกูสึ ที่เป็นเครื่องปรุงของโอกินาว่า ยิ่งเผ็ดร้อนเหมือนใส่ซอส tabasco ครับ

*โคเรกูสึ (Koregusu) เป็นเหล้าอาวาโมริที่ผลิตจากข้าวไทย แล้วใส่พริกเข้าไปแช่เอาไว้ รสชาติจะคล้ายๆซอส Tabasco ครับ

Kinjo_24
จานสุดท้ายเราสั่งสเต็กสไตล์โอกินาว่ามาลอง รสเนื้อเราว่าจืดไปหน่อย น้ำราดจะเป็นเกรวี่ จานนี้ไม่ค่อยโดนเท่าไหร่
Kinjo_25
ทานเสร็จพนักงานจะเสิร์ฟขนมให้ เป็นแป้งทอดๆ หวานนิดๆ ถ้าทานร้อนๆน่าจะอร่อยดีครับ

ใครที่อยากลองเมนูญี่ปุ่นแบบไม่ค่อยคุ้นแนะนำให้มาลองกันดูครับ โดยเฉพาะ สาหร่ายองุ่นที่เราคิดว่าน่าจะมีน้อยร้านที่มีขาย โซบะก็เป็นอีกเมนูที่น่าลองครับ

แนะนำว่ามารถไฟฟ้าน่าจะสะดวกในการเดินทางมาที่สุดครับ

Okinawa Kinjo สุขุมวิท 69
เบอร์ : 02-711-0536
เปิด : 11:30 – 14:30, 17:00 – 00:00
เพจ
เว็บไซต์
foursquare
ที่จอดรถ : ริมถนนใกล้ร้าน
สถานีรถไฟฟ้า : BTS พระโขนง

แผนที่ร้าน Okinawa Kinjo
Kinjo_04
เมนูร้าน  Okinawa Kinjo
Kinjo_05
เมนูร้าน  Okinawa Kinjo
Kinjo_06
เมนูร้าน  Okinawa Kinjo
Kinjo_07
เมนูร้าน  Okinawa Kinjo
Kinjo_08
เมนูร้าน  Okinawa Kinjo
Kinjo_09
เมนูร้าน  Okinawa Kinjo
Kinjo_11
เมนูร้าน  Okinawa Kinjo
Kinjo_12
เมนูร้าน  Okinawa Kinjo
Kinjo_16
เมนูร้าน  Okinawa Kinjo
Kinjo_17
เมนูร้าน  Okinawa Kinjo
Kinjo_18
เมนูร้าน  Okinawa Kinjo
Kinjo_19
เมนูร้าน  Okinawa Kinjo

คนอื่นๆเค้าว่ายังไงบ้าง
บลอกคุณ dunbine
กระทู้คุณ lullullah ใน pantip.com
บลอกคุณ Ichiro
บลอกคุณ MR.ETC

Similar Posts

  • |

    Maple Tree House เนื้อย่างร้านดังสาขา Itaewon – โซล เกาหลี

    ร้านเนื้อร้านสุดท้ายในทริปเกาหลีที่ผ่านมา เป็นร้านชื่อดังครับ คนไทยคุ้นชื่อกันดี นั่นก็คือร้าน Maple Tree House เป็นร้านเนื้อย่างที่มีหลายสาขา สาขาที่ผมไปลองคือสาขา Itaewon อยู่ใกล้ร้าน The Booth เลย เดินนิดเดียวครับ ตัวร้านตกแต่งด้วยขวดโซจูทั่วร้านทั้งด้านในด้านนอก ในร้านยังมีต้นไม้มาเรียงๆกันเป็นฉากด้วยครับ ผมไปร้านช่วงประมาณเที่ยง ตอนแรกลูกค้ายังไม่เยอะ แป๊บๆ ก็คนเกือบเต็มร้าน มีทั้งคนเกาหลี และชาวต่างชาติหลายโต๊ะพอสมควร สำหรับอาหารนั้นที่นี่จะเป็นเนื้อย่างบนตะแกรงเหล็กข้างล่างเป็นเตาถ่าน มีท่อดูดควันแบบที่เราคุ้นตาครับ ซึ่งเราไม่ต้องปิ้งเอง พนักงานจะมาปิ้งให้ มีให้เลือกทั้งเนื้อวัวและเนื้อหมู เนื้อวัวมี 6 แบบ แล้วก็มีอาหารอย่างอื่นๆ ทานแกล้ม เมนูไม่เยอะมากครับ

  • Selma ทาน Smørrebrød แซนด์วิชเปิดหน้าที่เมือง Copenhagen

    ทริปโคเปนเฮเกนเมื่อปีก่อนนั้น หลังจากลุยงาน Mikkeller Baghaven Wild Ale Celebration อยู่ 2 วัน ผมก็มีเวลาเที่ยวอีก 2 วันก่อนจะเดินทางกลับไทยครับ วันแรกตื่นเช้าไปทานกาแฟร้าน Coffee Collective ที่ตลาด Torvehallerne เสร็จก็เดินไปทานข้าวกลางวันร้านใกล้ๆ ตลาด ห่างออกไปเพียงประมาณ 150 เมตรเท่านั้นครับ ร้านนี้มีชื่อว่า SELMA เป็นร้านที่ขาย ‘smørrebrød’ เป็นเมนูหลักครับ smørrebrød คือ open sandwich สไตล์เดนมาร์ก นิยมใช้ขนมปังไรย์แล้วทอปด้วยเครื่องต่างๆ เช่น ปลา แฮม เนื้อ ไข่ปลา ผักต่างๆ และชีส เป็นต้นครับ

  • |

    ข้าวกลางวันร้าน Bungo Chaya – Kyushu 2014 ตอนที่ 9.2

    อาหารมื้อแรกของเราใน Beppu นั้นคือร้าน Bungo Chaya ครับ อยู่ในตัวสถานี Beppu เลย แต่ไม่ได้ทานทันทีที่มาถึงนะครับ ออกไปเที่ยวภูเขาลิงก่อน แล้วถึงได้กลับมาที่สถานี ร้านนี้ไม่ได้หามาหรือมีอะไรเป็นพิเศษครับ แต่อย่างเคยคือหิวมากแล้ว หน้าตาดูน่าทาน ลองเปิดคะแนนดูก็ไม่เยอะเท่าไหร่ แต่ต้องกินละ ไม่งั้นตาย เมนูก็จะมีอูด้งและโซบะ มีทั้งร้อนและเย็นครับ เมนูอื่นๆก็จะเป็นพวกข้าวและเทมปุระต่างๆ เช่น เทมปุระไก่ เทมปุระผักเป็นต้น อีกอย่างคือร้านนี้มีเบียร์ท้องถิ่นจำหน่ายด้วยครับ

  • Daruma ทงคตสึราเม็งสไตล์ฮากาตะ สาขา DEITOS สถานี JR Hakata Fukuoka

    เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมาผมได้ไปเที่ยวเมือง Fukuoka กับครอบครัวอีกครั้งหนึ่งครับ น่าจะเป็นครั้งที่ 4 สำหรับเมืองนี้ คราวนี้เดินทางด้วยสายการบิน China Airlines ออกจากไทยช่วงสายๆ มาถึง Fukuoka ช่วงเย็นๆ ครับ  จากสนามบินก็นั่ง Taxi มายังโรงแรม Oriental Hotel ซึ่งก็คือโรงแรม Hotel Centraza Hakata เก่าที่ผมเคยมาพักนั่นเอง แต่เปลี่ยนแบรนด์และรีโนเวทใหม่ทั้งโรงแรมครับ ด้วยความที่ค่ำแล้ว ก็เลยทานข้าวเย็นที่ร้านเดิม หม้อไฟไส้วัว Yamaya ครับ พอตอนเช้าถึงได้เริ่มตระเวนทานร้านใหม่ โดยเริ่มกันใกล้ๆ ที่โซน Deitos ในสถานี JR Hakata ครับ เป็นโซนที่รวมร้านอาหารไว้มากมาย ซึ่งก็จะมีร้านราเม็งเพียบๆ ก็เลยเริ่มวันกันด้วยราเม็งครับ

  • |

    Tengoku De Cuisine – เชียงใหม่

    เป็นอีกร้านที่เราไปซ้ำอีกครั้ง จะว่าไปทริปนี้ก็ซ้ำร้านเก่าเกือบทั้งทริป มีร้านใหม่เพิ่มร้านสองร้านเท่านั้นเอง ร้าน Tengoku De Cuisine เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นอันดับ 1 ของเชียงใหม่ก็ว่าได้ คุณภาพวัตถุดิบดีไม่แพ้ร้านในกรุงเทพ เผลอๆดีกว่าหลายร้านในกรุงเทพด้วยซ้ำ ตัวร้านจะอยู่ในซอยวัดบวกครกหลวง โดยพอเข้าซอยมาแล้วร้านจะอยู่ซ้ายมือตรงข้ามกับโรงแรมดาราเทวี ซึ่งร้านนี้อาจจะจอดรถยากนิดนึง เพราะที่จอดหน้าร้านค่อนข้างน้อย และลูกค้าก็เยอะแน่ร้านอยู่เรื่อยๆ เป็นอีกร้านที่แนะนำให้โทรจองเพื่อความสบายใจ ไม่ต้องรอโต๊ะนาน

  • | |

    IBrew Craft Beer Bar สถานี Tokyo

    ร้านสุดท้ายของทริปนี้คือร้าน IBrew Craft Beer Bar ครับ (จริงๆไป GoodBeer Faucets ซ้ำอีกที) ตอนแรกไม่ได้ตั้งใจจะมาที่ร้านนี้ ตั้งใจไปร้าน Swan Lake Edo Pub แต่เดินไปถึงหน้าร้านปรากฎว่าดันหยุดพิเศษพอดี ก็เลยเปิดมือถือดูรานอื่นๆที่ save ไว้ มีร้านนี้ที่อยู่ไม่ไกลมาก ตัวร้านมีขนาดเล็กพอสมควรครับ ห้องนิดเดียวแล้วเป็นบาร์รอบๆ น่าจะรองรับลุกค้าได้ประมาณ 10-12 คน คือโซนทำอาหารอยู่กลางร้านเลย ตอนแรกที่เข้าไปผมยังต้องยืนแปะๆ ไม่มีที่นั่ง สักพักมีคนออกถึงได้โต๊ะ แต่ไอ้ความเล็กนี่กลายเป็นจุดเด่นอย่างนึง เพราะระหว่างที่จิบเบียร์ไปนั้น เราก็จะได้ดูพนักงานประกอบอาหารทุกๆจานเลย เห็นขั้นตอนการเตรียม การทอด การหั่น ทำให้เห้นว่าไอ้ตู้เย็น และตอนต่างๆที่แน่นๆ อยู่ข้างล่างนั้น มีฟังก์ชั่นการใช้งานยังไง เป็นประสบการณ์ใหม่เหมือนกันครับ กลับมาที่เรื่องเบียร์ สำหรับร้านนี้จะเน้นคราฟท์เบียร์ของญี่ปุ่นครับ คล้ายๆร้าน Craft Beer Market ซึ่งราคาต่อแก้วก็จะถูกกว่าร้านเบียร์ต่างประเทศ โดยราคาจะอยู่ที่แก้วเล็ก 390 เยน (110 บาท) แก้วใหญ่ 690 เยน (200บาท)


แสดงความคิดเห็น