งานเปิดตัวเบียร์ Postmark จากแคนาดาที่ร้าน Taproom 26

วันก่อนมีโอกาสได้กลับไปที่ร้าน Taproom สาขาสุขุมวิท 26 อีกครั้งเพื่อร่วมงานเปิดตัวเบียร์นำเข้าแบรนด์ใหม่จากเมืองแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดาครับ ชื่อแบรนด์ว่า ‘Postmark’ ตอนเดินทางมานี่เจอฝนชุดใหญ่ไป เกือบจะมาไม่ทันเวลานัดเลย ฮ่าๆ

งานเริ่มช่วงเย็นๆ โดยมีคุณ Steve Thorp Co-Founder ของ Postmark มาเล่าประวัติ ที่มาที่ไปของแบรนด์ และคอนเซ็ปท์ของแบรนด์ คุณ Steve เล่าว่า ปีนี้เป็นปีที่ 3 ของ Postmark ซึ่งทางแบรนด์วางตัวเป็น session beer คือดื่มง่าย ดื่มสบายเรื่อยๆ ทั้งวัน เหมือนกับเบียร์เบาๆ ของเจ้าใหญ่ แต่แตกต่างตรงที่สไตล์เบียร์ ความหลากหลายในรสชาติและการเลือกใช้วัตถุดิบที่ดี เนื้อเบียร์คลีน มีคุณภาพครับ

นอกจากเรื่องรสชาติของเบียร์แล้วก็ยังมีเรื่องราวของของแบรนด์และเทศกาลหรืองานต่างๆ ที่ทาง Postmark ได้ไปร่วมงานเป็นพาร์ทเนอร์ เป็นผู้สนับสนุน ส่วนใหญ่ก็จะเน้นกิจกรรมที่อยู่ในแวนคูเวอร์เป็นหลัก เช่น งาน SeaWheeze, Pacific Foundation, Canada Sevens (รักบี้เจ็ดคน) ระหว่างเล่าเรื่องก็จะมีเบียร์ให้ได้ลองชิมทั้งหมด 5 ตัวครับ

บรรยากาศภายในร้าน Taproom ก่อนเริ่มงาน
วันนี้มี Postmark มาให้ชิมทั้งหมด 5 ตัวครับ
รายชื่อเบียร์ทั้ง 5 ตัว
งานยังไม่เริ่มผมสั่ง West Coast Pale Ale มาลองก่อนครับ กลิ่นไม่ค่อยออก รสหวานนิด ซ่ากัดลิ้นนิดหน่อย ขมกำลังดี ยาง มีส้มอ่อนๆ ดื่มลื่นดี
เครื่องติด เลยต่อด้วย IPA กลายเป็นรู้สึก IPA บางกว่า Pale Ale ค่อนข้างดราย บอดี้บาง ซ่า รสมอลตี้ๆ ไม่ใช่แนวฮอปปี้
พอเริ่มงานคุณ Steve Thorp ก็มาเล่าประวัติของ Postmark และคอนเซปท์ของเบียร์แต่ละตัว
เบียร์ตัวแรกที่ให้ชิมเป็นสไตล์ Blonde Ale ครับ บางใสดื่มง่าย มอลตี้ ซ่า คลีนๆ เบา crisp ไม่มีฮอปส์ จิบไปนี่ผมนึกถึงลาเกอร์เลย ตัวนี้เป็นแฟลกชิปของแบรนด์ มีสัดส่วนในการขายถึง 25% ของแบรนด์
ตัวที่สองชื่อ ISA มาจาก India Session Ale คือ IPA เบาๆ ครับ ตัวนี้อร่อยผมชอบตัวนี้สุด ใช้ฮอปส์สายพันธุ์ซิตร้า ขมดี เนื้อเบียร์ใส ซ่า คมๆ ดื่มง่าย คือพอมันบางแล้วขมเลยชัด
ตัวที่ 3 เป็น Raspberry เค้าว่าใช้ราสเบอรี่ท้องถิ่นไม่ไกลจากโรง ตัวนี้ผมไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ รู้สึกเหมือนขนมๆ แล้วตอนท้ายมันจบขื่นๆ แต่สาวๆ อาจจะชอบครับ

 

ได้สามกระป๋องนี้กลับมาลองชิมที่บ้านด้วยครับ

อีกสองตัวที่เหลือก็คือตัวที่ผมแอบทานไปก่อนแล้วในตอนแรกครับ จาก 5 ตัว ผมชอบตัว ISA มากที่สุด คือมันดื่มลื่น สดชื่น ไม่โหดมาก เป็น session beer อย่างที่แบรนด์ต้องการเลยครับ พอจบการชิมก็มีช่วงตอบคำถามอีกนิดๆ หน่อยๆ เกี่ยวกับเรื่องตลาดคราฟท์ในแคนาดา เรื่องน้ำที่โรง อะไรอย่างนี้ครับ

จุดเด่นของ Postmark ที่ผมรู้สึกคือเบียร์คลีน สะอาดใสมากๆ แต่พอเป็นเบียร์เบาๆ บางทีอยากได้อะไรซับซ้อนหน่อยก็คงต้องต่อด้วยตัวอื่นๆครับ

เบียร์ Postmark เริ่มมีขายในหลายๆ ร้านแล้ว และกำลังกระจายไปเพิ่มขึ้นครับ ถ้าเจอลองหยิบชิมดูนะครับ

Similar Posts

  • Beer Ammo คราฟท์เบียร์บาร์เน้นสายเบลเยี่ยม – ไทเป ไต้หวัน

    หลังจากออกจากร้าน Beer Cat ทีแรกผมลังเลว่าจะกลับโรงแรมเลยดีไหม คิดไปคิดมาเวลามีน้อยแค่สองคืน ก็เลยตัดสินใจเดินไปอีกร้านที่อยู่ไม่ไกลกัน มีชื่อว่าร้าน BeerAmmo ครับ ร้าน BeerAmmo เป็นร้านขนาดหนึ่งห้องอาคารพาณิชย์บนถนน Nanjing West เป็นตึกหัวมุมพอดี ภายในร้านสลัวๆ หน่อย มีโต๊ะประมาณ 4-5 โต๊ะ ที่สะดุดตาเป็นพิเศษก็คือเบียร์ขวดและกระป๋องที่เรียงรายเป็นกำแพงอยู่ทางผนังฝั่งซ้ายมือของร้านครับ โดยเบียร์ที่นี่จะเน้นเบียร์เบลเยี่ยมเป็นหลักครับมีหลายสไตล์หลายยี่ห้อพอสมควร มีทั้งพวกเปรี้ยว พวกหวาน แรงๆ ตามสายเบลเยี่ยม

  • American Taproom คราฟท์เบียร์ 30 แทปแกล้มอาหารฝรั่ง – สิงคโปร์

    ก่อนเดินทางกลับไฟลท์ประมาณ 4 ทุ่ม ช่วงหัวค่ำผมได้ไปแวะร้านคราฟท์เบียร์เปิดใหมของสิงคโปร์หนึ่งร้านครับ ร้านนี้มีชื่อง่ายๆ ว่า American Taproom อยู่ไม่ไกลจากห้าง Bugis+ สถานีใกล้ๆ ก็คือ Bras Basah หรือ Bencoolen ก็ได้ครับ ตัวร้านเป็นห้องแนวยาว ขนาดค่อนข้างใหญ่ ภายในร้านสลัวๆ หน่อย ตัวแทปเบียร์สดอยู่ด้านในฝั่งซ้ายมือ แอร์เย็นสบาย เพลงในร้านวันนี้เป็นแนว Blues วันที่ไปนี่คือเย็นวันอาทิตย์ พอมีลูกค้านิดหน่อยครับ เป้นคนสิงคโปร์ด้วยแล้วก็ฝรั่งด้วย ที่นี่มีเบียร์สดมากถึง 30 แทปค่อนข้างหลากหลายพอสมควรซีเลคชั่นเยอะนอกจากเบียร์ก็มีเสิร์ฟอาหารฝรั่งด้วยจะมีทั้งของทานเล่นแกล้มเบียร์หรือจะทานเป็นข้าวจริงจังก็มีครับ

  • | |

    Warpigs Brewpub บาร์บีคิวและคราฟท์เบียร์ Copenhagen

    ร้าน Warpigs Brewpub เป็นความร่วมมือกันระหว่าง 2 แบรนด์ Mikkeller และ 3 Floyds ทำเป็น Brewpub ที่มีอาหารรมควันสไตล์ Texas เป็นหลัก แล้วก็มีเบียร์ตัวที่ต้มที่นี่เสิร์ฟแบบสดพร้อมกับแบรนด์อื่นๆ รวม 20 แทป ร้านอยู่ในโซนที่ชื่อว่า Meatpacking District ครับ ไม่ไกลจากสถานี Copenhagen Central Station คือเดินประมาณ 700 เมตร แล้วก็ไม่ไกลจากร้าน Mikkeller Bar ด้วยครับ ประมาณ 550 เมตรเท่านั้นเอง ตัวร้านเป็นห้องยาวๆ มีกระจกใสเห็นข้างใน ตัวอาคารเคยเป็นโรงเชือดมาก่อน คือบริเวณนี้เคยเป็นย่านซื้อขายเนื้อสัตว์ก็เลยมีชื่อว่า Meatpacking District ซึ่งบริเวณรอบๆ ก็จะมีร้านอาหาร เท่ๆ สวยๆ อยู่หลายร้านเลย

  • Brewpub Têtard Vallée คราฟท์เบียร์บาร์และกาแฟ สถานี Tanimachiyonchome – Osaka

    ร้านคราฟท์เบียร์สุดท้ายของทริปโอซาก้าครั้งนี้ชื่อร้านว่า Brewpub Têtard Vallée ครับ เป็นร้านที่ผมเดินทางไปช่วงบ่ายๆ ของวันที่จะเดินทางกลับไทยในตอนกลางคืน กระเป๋าก็ฝากโรงแรม แล้วก็ออกมาหาเบียร์จิบซักหน่อยนึง ร้านอยู่ห่างจากสถานี Tanimachiyonchome ประมาณ 450 เมตรครับ ตัวร้านขนาดสองห้องค่อนข้างใหญ่พอสมควร ร้านเปิดตั้งแต่กลางวันครับ เพราะมีเสิร์ฟอาหารและกาแฟด้วย วันที่ผมไปเป็นวันธรรมดา พอมีลูกค้านิดหน่อย 2-3 โต๊ะ สำหรับเบียร์มีทั้งหมด 6 แทปซึ่งต้มที่นี่ทั้งหมดครับ ตัวห้องต้มจะเป็นกระจกอยู่ด้านหลังของร้าน ซึ่งวันที่ผมไปก็กำลังต้มอยู่พอดีครับ กลิ่นมอลต์นี่หอมอวลไปทั่วร้าน ความพิเศษอีกอย่างก็คือ Brewer เป็นผู้หญิงด้วยครับ

  • Shugetsu สึเคะเม็งเส้นดี ซุปอร่อย – สุขุมวิท 49

    วันก่อนมีโอกาสได้ไปลองร้านราเม็งเปิดใหม่อีกร้านมาครับอยู่ในซอยสุขุมวิท 49 บนชั้น 2 ของโครงการ The 49 Terrace ร้านนี้มีชื่อว่า Shugetsu ครับ ร้าน Shugetsu มีต้นตำหรับมาจากเมือง Ehime บนเกาะ Shikoku ของญี่ปุ่น แล้วก็กระจายสาขาไปยังเมืองต่างๆ รวมถึงที่จีนและฮ่องกง ซึ่งที่ฮ่องกงนี้ทางร้านได้รับรางวัล Bib Gourmand ของ Michelin Guide มาตลอด 6 ปีที่ผ่านมาครับ เมนูขึ้นชื่อของร้านก็คือ Tsukemen หรือราเม็งแบบแยกน้ำและเส้น เวลาจะทานก็เอาเส้นลงไปจุ่มในน้ำซุปครับ นอกจาก Tsukemen ทางร้านก็มีราเม็งธรรมดาเบสน้ำซุปเป็นปลาแห้งตัวเส้นแบบเล็กๆ และก็ของทางร้านอย่างไก่คาราอาเกะหรือเกี๊ยวซ่าด้วย

  • The Bar Has No Name คราฟท์เบียร์บาร์ริมถนนสามเสน

    วนเวียนไม่ไกลจากถนนพระอาทิตย์ ถอยร่นกลับมาหน่อยบนถนนสามเสนครับ เป็นร้านคราฟท์เบียร์ที่ชื่อว่า ‘The Bar Has No Name’ ครั้งแรกที่ได้ยินชื่อร้านนี่ถูกใจเลย ซึ่งถ้าคนเคยดู Game of Thrones จะเก็ตว่าชื่อมีที่มาจากตัวละครอารย่านั่นเอง ตัวร้านอยู่บนถนนสามเสนใกล้ปากซอยสามเสน 1  ซึ่งเส้นสามเสนตอนนี้ก็ดูบูมๆ เช่นกัน มีร้านอาหาร บาร์มาเปิดกันเพียบ สำหรับร้าน The bar has no name จะอยู่ฝั่งขวามือ เป็นอาคารพาณิชย์ขนาดหน้าร้านประมาณ 1 ห้องครึ่ง (อีกครึ่งเป็นบันไดขึ้นร้านตัดผมชั้นสอง) หน้าร้านเป็นกระจกใส มองเห้นข้างในชัดเจนครับ ที่นี่จะเน้นคราฟท์เบียร์ไทยเป็นหลัก มีเบียร์นอกนิดหน่อย โดยมีทั้งเบียร์ขวดและเบียร์สดครับ เบียร์สดมีอยู่ 6 แทป สไตล์คละๆ กัน สำหรับอาหารและกับแกล้มก็มีให้เลือกชิมหลายเมนูครับ แต่ทีเด็ดจะเป็นลาบและน้ำตกเป็ด


แสดงความคิดเห็น