| |

รีวิว Business Class สายการบิน Finnair กรุงเทพ-มิวนิค, โคเปนฮาเกน-กรุงเทพ

มีโอกาสได้ไปเที่ยวยุโรปอีกครั้งครับ ครั้งก่อนนี่ก็เมื่อปี 2013 โน่นเลย คราวนี้ไปหลายวันอยู่ในออสเตรียเป็นหลักและก็มีไปประเทศอื่นๆ ประเทศละวันสองวันแซมๆ กันครับ คราวนี้พิเศษตรงที่เป็นการเดินทางกับสายการบิน Finnair เป็นครั้งแรกของผม และเป็นชั้น Business Class ด้วยครับ

การเดินทางจะไปเริ่มที่ มิวนิค เยอรมันนี และ กลับจากโคเปนฮาเกน เมืองหลวงของเดนมาร์ก ซึ่งทั้งขาไปและกลับจะต้องไปเปลี่ยนเครื่องที่เฮลซิงกิ ฮับของฟินน์แอร์ก่อนครับ ซึ่งก็เป็นข้อดีของตัวสายการบินที่จะรวบรวมผู้โดยสาร สลับไปมาได้จากหลายประเทศ เช่น ขาไปพอถึง เฮลซิงกิ ก็จะมีคนจากญี่ปุ่น ฮ่องกง และประเทศอื่นๆ มาเปลี่ยนไปมิวนิคพร้อมกับเราครับ ด้วยวิธีนี้ก็เลยทำให้ราคาตั๋วของฟินน์แอร์จะราคาถูกหน่อย เพราะไม่ได้บินตรง

กลับมาเริ่มที่สุวรรณภูมิต่อ ไฟลท์ออกจากไทยจะเป็นช่วงเช้า 8.55 ต้องออกจากบ้านกันมาตั้งแต่ฟ้ามืดๆ ตีห้าหกโมงเลยครับ มาถึงสนามบินก็มาดรอปกระเป๋าที่แถว G

finnair_103
เคาท์เตอร์ของ Finnair อยู่แถว G ครับ
finnair_104
เดินไปด้านในสุด
finnair_105
พอเช็คอินเสร็จจะได้รับบัตร Premium Lane เพื่อเข้าช่องตรวจด้านล่างไม่ต้องขึ้นไปข้างบน แต่ก็ไม่ได้เร็วกว่าเท่าไหร่ครับ เพราะตรง ต.ม. เป็นคน ไม่เร็วเหมือนเครื่องอัตโนมัติ
finnair_106
สำหรับเลาจน์นั้นเข้าของ Louis’ Tavern CIP Lounge ครับ
finnair_043
ตัดภาพมาที่เกตเลย วันนี้ขึ้นที่เกต G4 ครับ
finnair_044
AY90 ที่เราจะเดินทางวันนี้เป็น Airbus A350 ตัวใหม่ เพิ่งครบปีพอดี
finnair_020
บรรยากาศในชั้น Business ครับ สีเทาๆ คลีนๆ
finnair_046
ที่นั่งตรงกลางครับ
finnair_047
ของผมได้ริมหน้าต่าง A350 ของ Finnair จัดที่นั่งเป็น 1-2-1 ครับ
finnair_045
พนักงานมาเสิร์ฟแชมเปญครับ
finnair_001
มีของทานเล่นให้เป็นไก่ย่างเทอริยากิ อร่อยดี
finnair_062
เริ่มสำรวจรอบๆที่นั่ง ฝั่งขวามีช่องเก็บของด้านและที่วางแขน
finnair_063
เปิดออกมามีหูฟัง รองเท้า รายการอาหารและ amenity kit ครับ
finnair_064
ลวดลายออกแบบโดย Marimekko
finnair_010
ที่วางขายาวดีครับ
finnair_004
ซอง Amenity Kit
finnair_005
ออกแบบโดย Marimekko เช่นกัน ในซองมีครีม แปรงและยาสีฟัน ที่ปิดตาครับ
finnair_006
หูฟังเป็น bose มีระบบ noise cancelling ด้วย เงียบดีมาก
finnair_007
ช่องหูฟัง ช่อง usb ปลั๊กไฟ ที่ปรับระดับเก้าอี้ และ controller
finnair_008
ไฟอ่านหนังสือ
finnair_051
ช่องใส่น้ำและคู่มือต่างๆ
finnair_009
หน้าจอเป็นแบบพับครับ คมชัดดี
finnair_054
มีกล้องให้ดูตัวเครื่อง
finnair_056
แล้วก็ดูแผนที่ครับ ว่าเราอยู่ตรงไหนแล้ว
finnair_057
รายการหนัง
finnair_058
รายการเพลง
finnair_059
ตัวแจ้งเตือนเป็นจอ LED ด้วยครับ เจ๋งมาก
finnair_060
บนเครื่องมี wifi ให้ใช้ ลองทดสอบความเร็วดู
finnair_066
สำรวจรายการอาหารกันดู
finnair_067
มี 3 ภาษาคือ อังกฤษ ฟินนิช และ ไทย
finnair_068
ภาษาอังกฤษครับ
finnair_069
ภาษาไทย
finnair_070
รายการไวน์
finnair_071
รายการไวน์
finnair_072
รายการไวน์
finnair_076
รายการไวน์
finnair_077
รายการไวน์
finnair_019
พนักงานจะมาสองถามก่อนว่าเราจะทานจานเรียกน้ำย่อยเป้นอะไร จานหลักเป็นอะไร แล้วก็มากางโต๊ะปูผ้าให้ครับ
finnair_011
จานเรียกน้ำย่อยเป็นอกเป็ดซอสราสเบอรี่ นุ่มอร่อยดีครับ
finnair_012
เสิร์ฟมากับขนมปังและสลัด
finnair_013
ทานกับไวน์แดง
finnair_015
หรือสั่งเป็นซุปมะเขือเทศก็ได้
finnair_017
จานหลักผมทานอกไก่อบ ก็เนียนนุ่มดี
finnair_016
พี่สาวทานกระเพราเนื้อ
finnair_018
ปิดท้ายด้วยชีส ชอบตัวผลไม้แช่อิ่มหวานๆ มาก เข้ากันดีกับชีสสุดๆ ครับ
finnair_003
บินผ่านแถวไหนนี่ แม่น้ำสวยเลย
finnair_021
ที่นั่งสามารถปรับลงแบนราบเกือบ 180 องศา หลับสบายเลย
finnair_022
ระหว่างบินถ้าหิวขอแซนด์วิชทานได้ครับ
finnair_023
ผมสั่งกาแฟดำมาทาน
finnair_024
พี่สาวหิวสั่งผัดไทยมาลอง
finnair_074
สามารถเดินไปด้านหลัง หยิบของทานเล่นและเครื่องดื่มมาได้เอง
finnair_075
อันนี้ภายในห้องน้ำครับ
finnair_025
พนักงานเอาไอศครีมมาให้ตอนพิมพ์ๆ งานอยู่
finnair_027
ก่อนลงมีมื้อเบาๆ ให้อีกหนึ่งเซ็ต
finnair_028
เป็นไก่และเนื้ออบ อร่อยดีเหมือนกัน
finnair_029
ยังติดใจชีสอยู่ ขออีกจานนึงครับ
finnair_078
ขณะกำลังแลนดิ้ง
finnair_079
เห็นเกาะเล็กๆ ประปราย
finnair_081
ใกล้ถึงแล้ว
finnair_082
แผนที่ในจอ
finnair_083
รอบๆ สนามบิน
finnair_084
ลงละครับ
finnair_086
เป็นดงฟินแอร์เลย
finnair_087
ลงมาก็จะมีสองทางแยกเป็นออกที่นี่เลยกับต่อเครื่อง
finnair_108
เดินเข้าตรงฝั่ง transfers ครับ ซึ่งถ้าเดนทางไปประเทศใน EU จะทำการตรวจคนเข้าเมืองที่นี่เลย คิวยาวพอสมควร เจ้าหน้าที่อาจจะถามแผนการเดินทางคร่าวๆ ของเราด้วยครับ
finnair_109
เสร็จแล้วก็รีบเดินต่อมายังเกต 16 เพื่อขึ้นเครื่องไปยังมิวนิค เที่ยวบิน AY807 คนเยอะมาตลอดทาง มาถึงก็ boarding พอดี ไม่ได้ดูของ ชอปปิ้งอะไรทั้งนั้นครับ
finnair_111
เครื่องไปมิวนิคเป็น A320 ลำเล็ก ที่นั่งชั้นธุรกิจจะได้นั่งแบบที่เว้นที่
finnair_110
มีผ้าม่านแบ่งโซน ฮ่าๆๆ เพื่อ ?
finnair_112
ในชั้นปกติจะไม่มีอาหารเสิร์ฟ แต่สามารถซื้อเพิ่มได้ครับ
finnair_113
รายการอาหารและเครื่องดื่ม
finnair_114
รายการอาหารและเครื่องดื่ม
finnair_115
รายการอาหารและเครื่องดื่ม
finnair_116
รายการอาหารและเครื่องดื่ม
finnair_118
ชั้นธุรกิจจะมีอาหารเสิร์ฟครับ
finnair_119
แต่ก็มีรายการเดียวนะครับ
finnair_121
เสิร์ฟสแนคและแชมเปญ
finnair_117
วิวด้านล่าง
finnair_122
สลัดเนื้อกวาง ปลาอบ และ เค้กชอคโกแลตบลูเบอรี่ อร่อยดีครับ
finnair_123
ตอนแลนดิ้งลงมิวนิค
finnair_124
ถึงแล้วครับ ที่นี่เครื่องของ lufthansa เพียบ
finnair_125
เจอ KLM ทาเครื่องแบบย้อนยุค วินเทจ
finnair_126
ตัวอาคารผู้โดยสารสนามบินมิวนิค เป็นอันจบการเดินทางขามาครับ
finnair_089
ตัดภาพมาที่วันกลับ ผมออกเดินทางจาก Terminal 2 สนามบิน Copenhagen มีคิวนิดหน่อยครับ เลาจน์ใช้ได้ 2-3 เจ้า เดี๋ยวจะรีวิวแยกอีกตอนครับ
finnair_101
กลับด้วย A320 เช่นเคย เป็นเที่ยวบินที่มีเรื่องสนุกๆ คือหมายเลข AY 666 ซึ่งเป็นเลขซาตานแล้วยังมีปลายทางเป็น HEL (Helsinki) อีกด้วย 555
finnair_102
อาหารบนเครื่องครับ
finnair_090
ระหว่างแลนดิ้งลงที่ Helsinki
finnair_091
เครื่อง Finnair เพียบๆ เช่นเคย
finnair_092
รอบนี้พอได้เดินนิดหน่อย แต่ผมก็ไม่ได้ซื้ออะไรครับ เดินไปเลาจน์ใหญ่ของฟินแอน (ขอรีวิวแยกอีกตอน)

 

 

finnair_032
ตัดภาพมาบนเครื่องอย่างว่องไว เป็นเที่ยวบิน AY89 เครื่อง A350 เช่นเคยครับ ที่สนุกกว่านั้นก็คือ เจอพนักงานต้อนรับชาวไทยคนเดิมกับตอนขามา หัวเราะกันทั้งคู่เลย ขากลับผมเลือกที่นั่งตรงกลางดูบ้างครับ
finnair_030
แชมเปญมาเสิร์ฟ
finnair_034
กับถั่วรมควัน ทานเพลินดีครับ
finnair_093
ระหว่างเครื่องขึ้น
finnair_094
ทะลุเมฆแล้ว
finnair_095
เส้นทางของเราวันนี้ เสิร์ฟอาหารเย็นและอาหารเช้าครับ
finnair_096
รายการอาหารขากลับ
finnair_097
รายการอาหารขากลับ
finnair_098
รายการอาหารขากลับ
finnair_099
มีใบให้ติ๊กว่าจะทานข้าวเช้าไหม ให้ปลุกรึเปล่า เอาแบบเยอะหรือข้าวเช้าเบาๆพอ
finnair_038
starter ของมื้อเย็นครับ
finnair_036
เป็น ดั๊กกงฟี เสิร์ฟมากับบีทรูท
finnair_037
แล้วก็สลัดผัก
finnair_039
ทานกับไวน์แดง
finnair_040
จานหลักผมทานเป็นคอแกะ อร่อยนุ่มมากครับ ไม่มีกลิ่นเลย ชอบมาก
finnair_041
ปิดท้ายด้วยชีส เสียดายขากลับไม่มีไอ้แอปริคอทแช่อิ่ม ได้เป็นแยมแทน
finnair_042
อาหารเช้าแบบอเมริกันก่อนถึงครับ กินกันแบบง่วงๆ
finnair_100
ถึงแล้ววววว จบการเดินทางอันยาวนาน

โดยรวมประทับใจมากครับสำหรับ Finnair ราคาดี บริการดี อาหารอร่อย เครื่องใหม่ สะอาด เรื่องต่อเครื่องเวลาก็กำลังสวย ไม่นานไม่เร็วไป
เป็นตัวเลือกที่ดีมากๆครับถ้าใครจะไปยุโรป ซึ่งราคาก็จะมีโปรเรื่อยๆ ด้วยครับ

Similar Posts

  • Salt อาหารกลางวันมื้ออร่อยบรรยากาศดี Copenhagen – Denmark

    หลังจากทานอาหารเช้าที่ Hyggestund ก็นึกขึ้นมาได้ว่าลืมแก้วที่จะใช้เข้างาน MBCC2018 ก็เลยต้องเดินกลับไปที่ห้องพัก Airbnb ปีนบันไดขึ้นไป 5 ชั้นแล้วลงมาเล่นเอาเหนื่อยพอสมควร โปรแกรมต่อไปก็คือเดินทางไปร้านอาหารชื่อ Salt ที่อยู่ในโซนท่องเที่ยวใจกลางเมืองอย่าง Nyhavn แต่ก็เกิดเหตุไม่คาดฝันคือเช้านี้ดันมีงาน Copenhagen Marathon ครับ ทำให้รถเมล์ไม่วิ่งก็เลยต้องเปลี่ยนแผนและเดินเยอะขึ้น นั่งรถไฟไปแทน มาถึงร้านตามเวลาที่จองพอดีเป๊ะ ตัวร้านอยู่ในโรงแรม Admiral มีทั้งโซนภายในและภายนอก วันที่ไปนี่ ข้างนอกซึ่งติดท่าเรือลูกค้าแน่เลยครับ แต่แดดแรง ผมเลยนั่งข้างใน ซึ่งไม่มีคนเลย ฮ่าๆ

  • เดินเล่นใน Napier เมืองที่ตกแต่งเป็นสไตล์ Art Deco ทั้งเมือง – New Zealand 2014 ตอนที่ 4.1

    วันที่ 4 เราเดินทางกันแต่เช้าอีก 1 วัน วิ่งไปบนทางหลวงหมายเลข 5 วิ่งลงไปทางฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ จุดหมายของเราวันนี้คือ Hawke’s Bay โดยเราจะไปพักกันที่เมือง Napier เราเดินทางประมาณ 140 กิโลเมตร ใช้เวลาเกือบๆ 2 ชั่วโมงก็มาถึง Napier เมืองนี้ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามคลาสสิคของตัวอาคารบ้านเรือน ซึ่งเป็นตึกแบบ Art Deco แรกเริ่มเดิมที ตัวเมืองไม่ได้เป็นอย่างนี้ แต่เกิดเหตุแผ่นดินไหวในปี 1931 ทำให้บ้านเมืองเสียหายเป็นจำนวนมาก เมื่อสร้างขึ้นใหม่ก็เลยเป็นสไตล์แบบ Art Deco ทั้งเมือง เรียกว่า Napier นี่เป็นอันดับต้นๆที่เป็นสไตล์นี้ เดินไปเดินมาในเมืองเหมือนได้ย้อนยุคกลับไป 70-80 ปีที่แล้ว ตึก ร้าน ต่างๆจะเป็นสีออกพาสเทล นุ่มๆ ถ้าเกิดสนใจอยากดูแบบรู้ประวัติเพิ่มเติม ก็มีทัวร์พาเดินชมเมืองด้วยเช่นกัน นอกจากตัวตึกแล้ว บริเวณ Hawke’s Bay นี่ยังขึ้นชื่ออีกอย่างหนึ่งคือ Wine โดยในบริเวณนี้มีไร่องุ่นมากว่า 100 ไร่ และมีโรงไวน์กว่า…

  • |

    ถึงสนามบิน แวะชิม Ajisai Ramen – Hokkaido ตอนที่ 1.1

    ทริปนี้นับเป็นทริปแรกของปี 2556 หลังจากที่เราไป ปารีส/บูดาเปสต์ เมื่อปลายปี 2555 โปรแกรมของทริปนี้จะเป็นการเที่ยวบนเกาะฮอกไกโด (Hokkaido) อย่างเดียว โดยพักอยู่ที่ 2 เมืองคือ ซัปโปโร (Sapporo)และ อาซาฮิคาว่า (Asahikawa) การจอที่พักนั้นเราจองผ่านเว็บไซต์ Japanican ทั้งสองที่ การเดินทางระหว่างทริปนั้นที่ซัปโปโรจะใช้รถไฟและแทกซี่ ส่วนที่ อาซาฮิคาว่าจะเช่ารถเอา ส่วนเครื่องบินที่เดินทางไปนั้นเป็นของการบินไทย บินตรงไปลงสนาม ชิโตะเสะ(Chitose) เลย ซึ่งเส้นทางนี้เพิ่งเปิดมาไม่นานมากนัก ไฟลท์ที่บินจะบินออกจากบ้านเรากลางคืนไปถึงเช้าที่ญี่ปุ่น เวลาบินจะมากกว่าไปลงโตเกียวราวๆ 1 ชั่วโมง คือประมาณ 6.30-7.00 ชั่วโมง วันที่ออกเดินทางมีปัญหาตอนเช็คอินนิดหน่อยคือพี่ชายลืมเอาบัตรเครดิตที่ใช้จองตั๋วมา ทำให้ออกตั๋วไม่ได้ สรุปว่าต้อง cancel ตั๋วเดิมแล้วจองตั๋วใหม่ด้วยบัตรเครดิตอีกใบ บนเครื่องถ้าจำไม่ผิดน่าจะมีอาหารเสิร์ฟแค่มื้อเช้ามื้อเดียว

  • |

    กินแกะย่างสไตล์ Genghis Khan ที่ร้าน Daikokuya – Hokkaido ตอนที่7.5

    เย็นวันนี้เรามากินเมนูขึ้นชื่ออีกอย่างของ Asahikawa กัน จริงๆเรียกว่าเมนูฮิตของเกาะฮอกไกโดก็ได้ ก็คือแกะย่างแบบเจงกิสข่าน คล้ายที่โรงเบียร์ซัปโปโรที่เราไปกินวันก่อน แต่ที่นี่จะบรรยากาศแบบร้านญี่ปุ่นไม่เหมือนที่โน่นที่ออกสไตล์โรงเบียร์แบบฝรั่ง ร้าน Daikokuya นี่ก็เป็นร้านดัง มีร้านอยู่ 2 สาขาใกล้ๆกัน สาขาแรกจะเล็กหน่อยติดถนนใหญ่ เดินเข้าไปพนักงานบอกเต็มให้ไปสาขา 2 อยู่ในซอย แต่ใหญ่กว่า

  • |

    Smith Street Taps ที่สุดของคราฟท์เบียร์บาร์

    เก็บของที่โรงแรม แวะลองชิมร้าน Hop Heads บาร์ใต้โรงแรมเรียบร้อย ก็ข้ามถนนมาขึ้นไฟใต้ดินที่สถานี Dhoby Ghaut ลงที่สถานี Chinatown เพราะมีนัดกับ Brewer ชาวไทยที่ส่งเบียร์ประกวดและมาร่วมออกงานที่ Craft Singapore ครับ เรานัดกันที่ร้าน Smith Street Taps ร้านที่ได้คะแนนเยอะสุดจากทุกเว็บไซต์เบียร์ ตำแหน่งที่ระบุไว้ ตัวร้านอยู่ที่ Chinatown Complex ครับ พอถึง ผมเริ่มหวั่นๆ ว่าเอ๊ะ มาถูกที่รึเปล่า มันจะมีร้านเบียร์จริงๆ เหรอ คือบรรยากาศของ Chinatown Complex นี่ข้างล่างจะเป็นร้านขายของ คล้ายๆ คลองถมเซ็นเตอร์ แต่ร้านปิดแล้วนะครับ ขึ้นมาชั้น 2 ก็จะเป็นศูนย์อาหาร ผมนึกถึงตลาดสามย่านอันเก่าก่อนทุบ มีร้านข้าวเป็นห้องๆ ขายบะหมี่ ขายข้าวหน้าเป็ดกัน แล้วมันจะมีร้านคราฟท์เบียร์ได้จริงๆ เหรอวะเนี่ย เดินจนเจอร้าน ก็งงครับ คือเป็นห้องๆ เหมือนร้านก๋วยเตี๋ยวนั่นแหละครับ หน้าร้านก็เป็นโต๊ะแชร์ๆกันของศูนย์อาหาร มีเบียร์สดเสิร์ฟอยู่หลายตัวเลยทีเดียว คุณลุงเจ้าของก็ดูคล่องแคล่ว ใส่เสื้อ Sierra…

  • |

    Kohmen ราเม็งแถว Ikebukuro – Japan 2014 ตอนที่ 10.3

    อาหารเย็นมื้อสุดท้ายในทริปนี้ของเราเป็นราเม็ง เป็นร้านใหม่ที่ไม่เคยทานอีกแล้ว ตอนแรกก็เดินหาร้านคะแนนใน tabelog สูงๆ แต่ก็คนเยอะเกือบทุกร้าน เดินไปเดินมาร้านนี้อยู่สองรอบ คิดว่าจะลองไม่ลองดี เพราะคะแนนก็ไม่ค่อยสูง แต่ตอนนั้นเริ่มหิว+เริ่มจะมืด ก็เลยตัดสินใจลองดู ตัวร้านดูดี อยู่ติดถนนใหญ่ อยู่ไม่ไกลจากร้านราเม็งชื่อดัง Mutekiya (เดี๋ยวเขียนถึงอีกทีในตอนหน้าครับ) ตัวร้านมีสองชั้น ชั้นล่างที่น้อยหน่อยเป็นเคาเตอร์ พนักงานพาเราขึ้นมาชั้น 2 มีทั้งเคาเตอร์และโต๊ะ เราได้นั่งโต๊ะในสุดเลย วันที่ไปคนเติมทั้งสองชั้น รอคิวอยู่แป๊บนึงไม่นานมาก บรรยากาศร้านจะตกแต่งสมัยใหม่นิดนึง ไม่ดูเป็นร้านราเม็งแบบโบราณ ซึ่งหลายๆร้านก็ตกแต่งเป็นแนวนี้กันเยอะแล้ว


แสดงความคิดเห็น