| |

เดินเล่นจิบเบียร์ที่งาน The Beer Week Seoul – กรุงโซล เกาหลี

ทริปเกาหลีครั้งนี้ เกิดจากการที่เห็นโปสเตอร์งาน The Beer Week Seoul แล้วผมก็ไม่เคยไปเกาหลีมาก่อน (ไม่นับตอนเด็กๆ ที่จำอะไรไม่ค่อยได้แล้ว) ก็อยากจะไปดูว่าซีนคราฟท์เบียร์ของที่นั่นเป็นยังไงบ้างครับ พอรู้กำหนดการก็กะคร่าวๆ ว่าจะไปสามสี่วัน ราวๆนี้

ตัดมาวันเดินทางผมเดินทางด้วยสายการบิน Korean Air เที่ยวบิน KE658 ออกจากไทยราวๆ 0.20 ถึงโซลประมาณ 7.45 (เดี๋ยวเขียนถึงแยกอีกตอน) ตรวจคนเข้าเมืองเสร็จก็ซื้อบัตรเติมเงินเพื่อใช้จ่ายค่าเดินทางรถเมล์ รถไฟครับ จากนั้นก็นั่งรถเข้าเมืองประมาณ ชั่วโมงกว่าๆ มาลงแถว Myeongdong เอากระเป๋าฝากที่โรงแรม หาข้าวกิน แล้วก็เดินทางไปที่งาน The Beer Week Seoul ด้วยรถไฟ

ตัวงานจัดขึ้นที่ Common Ground เป็นโครงการที่เอาตู้คอนเทนเนอร์มาเรียงๆ ซ้อนๆ กันภายในก็ขายเสื้อ ขายของ ซึ่งผมดันไม่ได้เข้าไปเดินเลย ฮ่าๆ มีทั้งหมดสามชั้น โดยชั้นบนสุดก็จะมีร้านกาแฟ ร้านอาหาร รวมถึงร้านเบียร์ The Booth แบรนด์เบียร์ชื่อดังของเกาหลี ผู้จัดงานนี้นั่นเองครับ

สำหรับพื้นที่จัดงานนั้นจะอยู่ด้านหลังของตัวคอนเทนเนอร์ก็จะมาลานโล่งๆ อยู่ อารมณ์เหมือนลาน Hard Rock Cafe ที่สยามสแควร์ ก็จะมีเตนท์มาเรียงรายสองฝั่ง ฝั่งซ้ายมือเป็นบูธเบียร์ ฝั่งขวาเป็นเตนท์สำหรับผู้ร่วมงาน โดยกระเถิบไปทางขวารอบๆ จะเป็นร้านอาหาร 5-6 เจ้า เป็นพวกทางง่ายๆ ปิ้งย่าง เข้ากับเบียร์ครับ

นั่งรถไฟลงสถานี Konkuk University ครับ
เดินจากสถานีมานิดเดียวก็จะเจอโครงการ Common Ground ครับ
มีป้ายนีออนไลท์สวยงาม
ร้านขายของในโครงการ
ป้ายโฆษณางาน The Beer Week Seoul
เป็นตู้คอนเทนเนอร์มาเรียงๆกันทั้งโครงการ
ป้ายใหญ่หน้างานครับ
บอร์ดข้างล่างเอาแผ่นเสียงมาแสดงเป็นชื่อเบียร์ที่ขายในแต่ละวัน
บริเวณทางเข้างานครับ ดูอลังการณ์ดี
ชนิดของตั๋วมีสองแบบ คือสีม่วงและชมพู ม่วงเป็นเบียร์อิมพอร์ต ชมพูเบียร์โลคัลครับ
ซื้อแบบเป็นเซ็ตจะได้ลดราคานิดหน่อย
ส่วนชุดนี้เป็นตั๋ว Early Bird ที่เพื่อนชาวเกาหลีซื้อให้ครับ ได้สมุดสวยงามพร้อมแก้วหนึ่งใบ
มีตู้โทรศัพท์ให้ถ่ายรูปเล่น
บูธของ The Booth ผู้จัดงาน มีของที่ระลึกขายครับ
บริเวณงานเป็นทางเดินแล้วมีเตนท์สองฝั่งครับ
ฝั่งซ้ายมือเป็นบูธเบียร์สด โดยสองบูธแรกเป็นเบียร์อิมพอร์ตใช้คูปองสีม่วง
เบียร์โลคัลจะป้ายสีชมพู
ป้ายโครงการ Common Ground อันใหญ่
ป้ายหลักแสดงรายชื่อผู้ร่วมงาน
ฝั่งขวาเป็นเตนท์ของผู้ร่วมงานครับ
ผมไปถึงงานช่วงบ่ายๆ แดดร้อนเปรี้ยงเลย พอเย็นๆ ถึงได้โอเคคขึ้น
เตนท์รอบๆ เป็นร้านอาหารครับ
ร้านนี้เป็นของปิ้งย่าง
คิดกันเป็นร้านเคบับและไก่ทันโดริ
เคบับ
ไก่ทันโดริ
ฝั่งตรงข้ามเป็นร้าน steak
กลิ่นนี่หอมฉุยเลยครับ
ติดกันเป็น Food Truck
บรรยากาศงานโดยรวมจากชั้น 3 ครับ
เริ่มตะลุยจิบครับ บูธแรก คูปองม่วง
Double Dry-Hopped Suparillo จากแบรนด์ Other Half เป็น Double IPA ครับ กลิ่นฮอปส์ชัด ออกส้มๆ สดชื่น หวานกำลังดี ซ่า บอดี้หนา รสขมท้ายค้าง
Sur Galaxy ของ To Ol สีมาเข้มแปลกกว่าที่คิด กลิ่นคั่ว รสออกเปรี้ยว เรียกน้ำลายครับ มีครีมมี่ๆ ส้ม บอดี้ค่อนข้างหนา
สลับไปลองแบรนด์เกาหลีบ้าง Triple IPA ของ Galmegi แอลกอฮอล์แรงเลยครับ 10% รสหวาน ฮอปส์ออกส้มๆ ซ่า บอดี้หนา
ทนกลิ่นหอมของเนื้อย่างไม่ไหวเลยไปซื้อมาลองหนึ่งจานครับ รสเนื้อเยอะ นุ่มกำลังดี กลิ่นเหมือนดรายเอจ ฟรายไม่ร้อน นุ่ม ซอสเปรี้ยวเค็ม
Daydream in Green เป็น Double IPA ของ Other Half อีกตัว กลิ่นส้มผสมเขียวๆ น้ำเบียร์สีขุ่น หวานซ่า สดชื่น
Seoul Porter ของ Goodman ซ่า บอดี้กลาง มีคั่วนิดหน่อย ดื่มง่ายครับ
First Love ของ Amazing เกาหลีเช่นกัน ออกกลิ่นเขียวๆ ไม่หวานมาก ดื่มแล้วสดชื่นดี ขมกลางๆ
ตัวอย่างลิสต์เบียร์ในงาน
ตัวอย่างลิสต์เบียร์ในงาน
บรรยากาศบูธเบียร์
สั่งมาลองอีกซักแก้วครับ
พักเบรคอีกรอบ ไปสั่งของปิ้งย่างมาทานครับ
เป็นไก่กับหมู เนื้อแห้งไปหน่อย ทานกับซอสสามชิ้นหน้าเตนท์ หวานๆ เค็มๆ
Other Half Cheddar เป็น Double IPA 7.9% กลิ่นหอมส้ม สดชื่น หวาน ซ่า น้ำเบียร์ขุ่นๆ
ปิดท้ายด้วยบรรยากาศตอนกลางคืนของงานครับ พอแดดหมดก็อากาศเย็นสบายเลย

นับว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีครับ ค่อนข้างประทับใจ ราคาเบียร์ไม่แพงมาก อาหารรู้สึกแพงนิดหน่อย ตอนบ่ายร้อนไปหน่อย พอมีลมถึงได้เย็นสบาย แต่ช่วงเย็นๆ ค่ำๆ นี่ดีเลยครับ
ขนาดงานก็กำลังดี เดินเพลินๆ selection เบียร์ก็เจ๋ง ทั้งเบียร์นอกและเบียร์เกาหลีเอง ตัวงานจัด 5 วัน พุธ-อาทิตย์ มาซัก 2 วันก็ยังได้เพราะเค้ามีเบียร์ใหม่ๆ มาสลับ
ถ้าสนใจงานนี้ก็กดติดตามเพจ The Booth ผู้จัดงานเอาไว้ครับ ได้ยินมาว่าปลายปีอาจจะมีจัดอีกรอบครับ

Similar Posts

  • |

    ตลาดนิชิกิ (Nishiki Market) เกียวโต – Japan 2014 ตอนที่ 4.3

    ทานราเม็งที่ร้าน Gogyo เสร็จ เราก็มาเดินเล่นที่ตลาดนิชิกิ (錦市場) ซึ่งอยู่แถวร้านนั่นแหละครับ ตลาดนี้เราเคยมาแล้วตอนทริปปี 2011 คราวนี้ก็เลยพาพ่อแม่มาเดินเล่นย่อยราเม็งไปด้วย ที่นี่ก็จะขายพวกของสด ของแห้ง ผัก ผลไม้ ขนม หลายๆอย่าง แต่จะเป็นของวัตุดิบทำอาหารซะเยอะ ของกินเล่นแบบทานได้เลยก็พอมีอยู่บ้าง หรืออย่างไข่ปลา ใบชา เหล้า ของฝากจุกจิก ก็มีขายอยู่สองสามร้าน

  • American Taproom คราฟท์เบียร์ 30 แทปแกล้มอาหารฝรั่ง – สิงคโปร์

    ก่อนเดินทางกลับไฟลท์ประมาณ 4 ทุ่ม ช่วงหัวค่ำผมได้ไปแวะร้านคราฟท์เบียร์เปิดใหมของสิงคโปร์หนึ่งร้านครับ ร้านนี้มีชื่อง่ายๆ ว่า American Taproom อยู่ไม่ไกลจากห้าง Bugis+ สถานีใกล้ๆ ก็คือ Bras Basah หรือ Bencoolen ก็ได้ครับ ตัวร้านเป็นห้องแนวยาว ขนาดค่อนข้างใหญ่ ภายในร้านสลัวๆ หน่อย ตัวแทปเบียร์สดอยู่ด้านในฝั่งซ้ายมือ แอร์เย็นสบาย เพลงในร้านวันนี้เป็นแนว Blues วันที่ไปนี่คือเย็นวันอาทิตย์ พอมีลูกค้านิดหน่อยครับ เป้นคนสิงคโปร์ด้วยแล้วก็ฝรั่งด้วย ที่นี่มีเบียร์สดมากถึง 30 แทปค่อนข้างหลากหลายพอสมควรซีเลคชั่นเยอะนอกจากเบียร์ก็มีเสิร์ฟอาหารฝรั่งด้วยจะมีทั้งของทานเล่นแกล้มเบียร์หรือจะทานเป็นข้าวจริงจังก็มีครับ

  • Versailles (พระราชวังแวร์ซาย) – ยุโรป 2013 ตอนที่ 10

    วันที่ 10 ของทริปนี้ วันนี้เราออกมานอกเมือง มายังสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังอีกแห่งของฝรั่งเศส นั่นก็คือ พระราชวังแวร์ซาย หรือ Château de Versailles ในภาษาฝรั่งเศส พระราชวังแวร์ซาย อยู่ในเมืองแวร์ซาย ซึ่งนับเป็นส่วนหนึ่งของกรุงปารีส โดยตัวเมืองอยู่ห่างจากใจกลางกรุงปารีสไปทางตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 17.1 กิโลเมตร เราเดินทางมาด้วยรถทัวร์ แต่ถ้าเดินทางมาเองจากใจกลางเมืองก็สามารถมาได้ทางรถไฟ พระราชวังแวร์ซายเริ่มก่อสร้างในปี 1661 เสร็จในปี 1688 โดยแรกเริ่มในสมัยของพระเจ้าหลุยส์ที่ 13 นั้นเป็นเพียง กระท่อมล่าสัตว์ขนาดไม่ใหญ่ แต่พอมาถึงสมัยของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 จึงได้มาสร้างขึ้นเป็นพระราชวังขนาดใหญ่ ตัวอาคารส่วนใหญ่เป็นหินอ่อนสีขาว นอกจากตัววังแล้ว สวนของพระราชวังใหญ่ก็มีขนาดใหญ่มโหฬารเช่นกัน (ตอนนี้รูปเยอะหน่อยนะครับ)

  • |

    Song Fa Bak kut teh สาขา New Bridge Road – สิงคโปร์

    ‘บักกุ๊ดเต๋’ หรือซุปกระดูกหมูเป็นอีกหนึ่งอาหารดังขึ้นชื่อของสิงคโปร์ เป็นหนึ่งในเมนูที่ผมจะหาร้านไปทานทุกครั้งเวลาไปสิงคโปร์ครับ อย่างคราวก่อนก็ไปร้านดัง Ng Ah Sio สาขาถนน Rangoon คราวนี้พี่ชายพามาอีกร้านชื่อว่า ‘Song Fa’ Song Fa เป็นร้านดังเช่นกันครับ เปิดบริการมาตั้งแต่ปี 1969 มีหลายสาขา ในสิงคโปร์เองก็มีถึง 7 สาขา แล้วก็ยังไปเปิดที่ จาการ์ต้า อินโดนีเซีย อีก 4 สาขา ล่าสุดมีข่าวว่าจะมาเปิดที่ไทยแล้วด้วยครับ สำหรับสาขาที่ผมไปลองอยู่บนถนน New Bridge Road บนเส้นนี้มีสองสาขานะครับ การเดินทางด้วยรถไฟให้ลงที่สถานี Clark Quay จากตัวสถานีเดินมาไม่ไกลครับ ผมมาถึงช่วงสองทุ่มกว่าๆ เกือบถึงเวลาปิดร้าน หน้าร้านมีคิวยาวพอสมควร แต่ก็ไหลค่อนข้างเร็ว ระหว่างรอพนักงานก็จพนำเมนูมาให้เราดูไปพลางๆ ว่าจะสั่งอะไรทานบ้าง ไม่นานก็ได้ที่นั่งครับ

  • อนุสาวรีย์หมูป่าและสะพาน Ponte Vecchio – ยุโรป 2013 ตอนที่ 4.2

    จากแถว Palazzo Vecchio ไกด์พาเราเดินต่อมาอีกหน่อยย่าน Mercato Nuovo เป็นโซนที่มีร้านขายของ ทั้งของกิน และของใช้ พวกของที่ระลึกต่างๆ แล้วก็เครื่องหนังบ้าง ที่นี่เราเจอกระเป๋าสวยใบนึง แต่ราคาก็แพงเอาเรื่องอยู่ ตัดใจซื้อไม่ลงได้แต่ดูๆจับๆ หะหะ ที่นี่มีรูปหล่อทองแดงหมูป่า Porcellino ซึ่งนักท่องเที่ยวก็จะมาอธิษฐานแล้วก็ปล่อยเหรียญ ถ้าเหรียญไหลลงรูด้านล่างคำอธิษฐานก็จะสมหวัง

  • | |

    Birds Nest Cafe อาหารเช้าอร่อยๆ เชียงใหม่

    หลังจากวันแรกทานอาหารเช้าที่โรงแรมซึ่งไม่ค่อยอร่อย ฮ่าๆ ก็เลยหาร้านอื่นๆ ดูว่ามีอะไรบ้าง มีร้านนี้ที่จดๆ เอาไว้ ชื่อ Birds Nest Cafe ซึ่งก็เป็นทีมที่จัดงาน Taste Of Japan ที่ผมเพิ่งไปมาด้วยนั่นเองครับ ตัวร้านอยู่ในคูเมืองฝั่งหัวมุมด้านซ้ายบน สามารถเข้าทางฝั่งถนนศรีภูมิหรือถนนอารักษ์ก็ได้ ร้านเปิดตั้งเช้าแปดโมงครึ่งถึงหกโมงเย็นครับ เป็นบ้านไม้ มีชั้นลอยขึ้นมาเป็นที่นั่งทานอาหาร ตอนเช้าๆ มีลมเย็นโชๆ สบายดี ด้านหน้ามีส่วนชงกาแฟ รับออเดอร์และคิดเงินครับ แล้วก็มีชั้นวางของขายผลิตภัณฑ์ต่างๆ แล้วก็เสื้อยืดของที่ระลึกอะไรอย่างนี้ มีป้ายเขียนบอกว่าทางร้านพยายามใช้วัตถุดิบที่เป็นออแกนิคให้มากที่สุด ใช้ของจากฟาร์มในพื้นที่ แล้วก็พยายามลดการใช้พวกพลาสติก สำหรับอาหารจะเน้นเป็นอาหารต่างชาติเยอะหน่อย ซึ่งพวกขนมปังที่ใช้ในร้านจะเป็นขนมปังโฮดเมดที่ทางร้านทำเอง มีอาหารไทย 3-4 เมนูพวกข้าวต่างๆ สำหรับคนที่เป็นมังสวิรัติก็มีให้เลือกทานได้ 2-3 เมนูครับ ผมสั่งมา 1 อย่างแล้วก็สั่งกาแฟร้อนมาอีก 1 ถ้วย


แสดงความคิดเห็น