|

ตามหา data sim นั่งเรือล่องแม่น้ำดานูบชมเมืองบูดาเปสต์ – budapest/paris ตอนที่ 3

– blog นี้ ย้ายมาจาก blog เก่านะครับ –

เช้าวันแรกในฮังการี อากาศขมุกขมัว กว่าจะแดดออกก็สายมากๆ

-
รูปบริเวณที่พัก ซึ่งสวยเกินจริงด้วยการแต่งใน Photoshop หะหะ

-
เห็นทิวเขาอยู่ลิบๆ

-
บ้านพัก

-
ลองแต่งด้วย snapseed บ้าง

เช้าวันนี้เรามีฟังบรรยายจากทางรีสอร์ท จริงๆไม่ใช่บรรยายอะไรหรอกครับ เป็นการขายโปรแกรมเที่ยวต่างๆ ตามวันที่เราพักอยู่ที่นี้ตลอดทั้งอาทิตย์ เจ้าหน้าที่จะมาแนะนำว่าแต่ละวันจะไปไหนบ้าง ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ เราก็เลือกเอาเฉพาะวันที่เราสนใจ
อย่างวันนี้วันแรกมีล่องเรือตอนบ่ายๆ เราก็จองไปกับเค้าด้วย แต่เราแอบไปซื้อ data sim ก่อน ซึ่งเราก็หาข้อมูลมาได้ดังนี้

มี 3 เจ้าคือ 1.Vodafone 2.Telenor 3.T-Mobile เรากะว่าจะใช้ประมาณ 1 GB ในช่วง 1 สัปดาห์ ก็มีของ Telenor กับ Vodafone ราคาไม่ต่างกันมากประมาณ 2500-2600 HUF ประมาณ 350 บาท share ไม่ได้ ตอนที่เราไป (ธันวา 2012) ยังไม่มี nano sim สำหรับ iPhone 5 โดยต้องใช้ passport ในการเปิดเบอร์ด้วยแม้จะเป็น pre paid ใช้เวลาประมาณ 45 นาที (4 ซิม) ก็เรียบร้อย

สำหรับเงินนั้นที่ฮังการีใช้สกุลเงิน ฟอรินท์ (Hungarian Forint) 1 ยูโร = 280-290 ฟอรินท์
ซึ่งเรารีบแลกที่สนามบินทำให้โดนเรทโหดเหมือนกัน แนะนำว่าให้มาแลกในตัวเมืองจะได้เรทดีกว่ามากๆ (แต่แลกร้านที่ดูเป็นทางการหน่อย เพราะร้านก๊อกแก๊กๆเยอะเหมือนกัน)

 

-
ร้าน Telenor ที่ห้าง mammut

-
ตอนที่ไปกำลังโปรโมท DEEZER เหมือนบ้านเราเลย

-
เอ๊ะ ซิม dtac เปล่าเนี่ย หะหะ

จัดการเรื่อง sim เสร็จเราก็หาข้าวกลางวันทานก่อนไปนั่งเรือ ออกมาเดินหาร้านที่ไม่ไกลจากห้างมากนัก เพราะเดี๋ยวบ่ายรถจะมารับ เจอร้านนึงใน foursquare คะแนนเยอะ ไปถึงคิวยาวมาก รอซักพักก็ต้องตัดใจเพราะกลัวจะไม่ทันเวลานัด กลับมาที่ห้าง mammut กินร้าน Okay Italia ที่อยู่ด้านบนของห้าง

-

-
บรรยากาศบ้านเมือง

สุดท้ายกลับมากินที่ห้าง Mammut

-
เบียร์ยี่ห้อ Dreher

-
มีหลายสาขาเหมือนกัน

-
ซุปหัวหอม

-
ขนมปังเสิร์ฟฟรี

-
พิซซ่า

-
พาสต้า

-
ลาซานญ่า

-
สลัดไก่

โดยรวมอร่อยดีครับ ราคาไม่แพงมาก คุ้มค่าๆ

พอถึงเวลานัดพนักงานขับรถของโรงแรมก็มารับเราไปส่งที่ท่าเรือ เป็นเรือลำใหญ่ กระจกรอบลำ เปิดฮีตเตอร์
มีหูฟังพร้อมคำบรรยาย มีภาษาไทยด้วยซึ่งแปลได้ตลกมาก คือมันก็ไม่ถึงกับเอาบอทแปล แต่ก็ฟังแล้วไม่ลื่น ใช้คำแปลกๆ รูปประโยคแปลกๆ สำหรับชื่อเมืองหลวง บูดาเปสต์นั้น เท่าที่เราฟัง คนฮังการีจะไม่ออกเสียง เปสต์ (st) แต่ออกเป็น เปช (sh)

-
ผ่านแต่ละสะพานเค้าก็จะเล่าประวัติคร่าวๆให้ฟัง

-

-
ผ่านอีกสะพาน

-
สะพานเยอะเพราะเมืองอยู่ทั้งสองฝั่งครับ ฝั่งนึงคือ Buda อีกฝั่งคือ Pest (อันนี้เป็นความรู้ใหม่ตอนที่จะมาเที่ยวเลย เปิดอ่านแล้วถึงได้รู้)

-
สะพานดัง Széchenyi Chain Bridge

-
สะพานดังอีกแห่งเพราะเป็นตัว Y เชื่อมกะเกาะ margitsziget (Margaret Island) และฝั่ง  Buda กับ Pest

-

-
สัญลักษณ์สำคัญของของบูดาเปสต์ก็คือตึกนี้ ตึกรัฐสภา

-
สวยงามสมคำร่ำลือ โดยสร้างนานกว่า 19 ปี ใช้คนเป็นพัน ไกด์บอกว่าเป็นตึกที่แพงที่สุดในฮังการี

-
ถ่ายได้แค่ไกลๆ

จบการล่องแม่น้ำดานูบ เค้าก็มาจอดแถวท่าเรือใกล้ๆกับถนนชอปปิ้งชื่อดัง Vaci Utca

-
มีประดับไฟคริสมาสต์แล้ว

-
ท้องฟ้าสีนี่ 3-4โมงเย็นเองนะครับ มืดเร็วมาก

-

-
ลองเลนส์ไวด์ที่ซื้อมาให้คุ้ม

-

-
มีตลาดงานคริสมาสต์ ขายของกิน ของที่ระลึก

-

-
มีทั้งคนฮังการีและนักท่องเที่ยวมาเดิน

-
ประดับไฟสวยงามครับ

-

-

-

ด้วยความที่ยังไม่ถึงเวลานัดเลยแวะทานขนม+กาแฟบริเวณร้านแถวๆนั้นชื่อ Szamos เป็นร้านที่มีสาขาเยอะเช่นกัน

-

-

-
กินกาแฟกับขนมเค้ก ตอนหนาวๆ ก็รู้สึกดี 😀

สุดท้ายกลับรีสอร์ท ก่อนนอนจิบเบียร์ 1 กระป๋องยาว
อากาศเย็นขนาดที่ว่า วางเบียร์ไว้แป๊บเดียวก็เย็นแล้ว

-
เบียร์คืนนี้

– blog นี้ ย้ายมาจาก blog เก่านะครับ –

Similar Posts

  • เดินดูโบสถ์ Sacré-Cœur และย่านศิลปิน montmartre – budapest/paris ตอนที่ 10.1

    – blog นี้ ย้ายมาจาก blog เก่านะครับ – เช้าวันนี้เราเที่ยวใกล้ๆบ้านก่อน ค่อยเข้าไปเที่ยวในเมืองช่วงบ่ายๆ ย่าน Montmartre นี่ก็จะมีสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่ออยู่แห่งนึงก็คือ Basilique du Sacré-Cœur ตั้งอยู่ส่วนบนๆของย่าน เดินขึ้นหรือขึ้นรถกระเช้าก็ได้ (แต่ก็ต้องขึ้นบันไดต่อหลายขั้นอยู่ดี)

  • อบทรายร้อนที่ Beppu Beach Sand Bath

    จาก Yufuin ผมเดินทางมายังเมืองที่อยู่ใกล้ๆ กันนั่นก็คือ Beppu ซึ่งเคยเดินทางมาแล้วเมื่อทริปก่อนครับ ที่ Beppu จะขึ้นชื่อเรื่องบ่อน้ำพุร้อนที่มีกระจายอยู่รอบตัวเมือง ทริปนี้ก็ไปซ้ำทุกบ่ออีกหนึ่งรอบ มีที่ได้ไปเพิ่มเติมก็คือการอบทรายร้อน โดยข้อมูลและตำแหน่งนั้นอ่านมาจากกระทู้ของคุณป้าปุ๊ ใน pantip.com ครับ วิธีเดินทางก็ไม่ยาก นั่งรถไฟจากสถานี Beppu มาลงสถานี Beppudaigaku ซึ่งอยู่ห่างกันสถานีเดียวครับ ออกจากสถานีเลี้ยวซ้ายพอเจอถนนใหญ่ก็เลี้ยวขวาไม่ถึงร้อยเมตรก็จะเจอร้านทรายร้อน ค่าใช้จ่ายจะอยู่ที่คนละ 1,030 เยน ได้อบประมาณ 15 นาทีครับ วันที่ไปคิวยาวเหมือนกัน นั่งรอราวๆ 25 นาทีได้ครับ มีห้องให้นั่งรอ หรือจะไปนั่งริมหาดชมวิวรอก็ได้ พอถึงคิวเค้าก็จะมาตาม ก็เปลี่ยนเป็นชุดยูกาตะแล้วไปยังบ่อ

  • | |

    เดินเล่นจิบเบียร์จิบกาแฟในบูดาเปสต์ – budapest/paris ตอนที่ 7

    – blog นี้ ย้ายมาจาก blog เก่านะครับ – วันที่ 5 ในฮังการี วันนี้เราสบายๆไม่มีโปรแกรมอะไร ก็เลยจะเข้าเมืองไปเดินเล่น ดูโน่นนี่ สบายๆ

  • เดินดูซากุระที่สวน Odori – Hokkaido ตอนที่ 10.1

    กลับมาซัปโปโรอีกรอบ เช้านี้เราไปเดินสวนสาธารณะใจกลางเมือง สวนโอโดริ (大通公園) จุดประสงค์ก็คือมาเดินเล่นถ่ายรูปและดูดอกซากุระ สวนโอโดริ (Odori Park) ขนาดใหญ่ของเมืองซัปโปโร เป็นที่รู้จักกันดีจากการเป็นที่แสดงงานหิมะของที่นี่ (Sapporo Snow Festival) หน้าตาของสวนก็คือเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้ายาว 1.5 กิโล มีพื้นที่รวม 78,901 ตารางเมตร แรกเริ่มเดินทีนั้นตอนวางผังเมือง สวนแห่งนี้ถูกออกแบบให้เป็นถนนหลักใจกลางเมืองเลยชื่อ Odori (โอ แปลว่ ใหญ่ โดริ แปลว่าถนน) แต่ไปๆมาๆก็กลายมาเป็นสวนแทน ที่นี่ไม่ได้เป้นสวนแบบทึบๆ เป็นสวนโปร่งๆมีต้นไม้ สองฝั่งข้างทาง เรามาวันนี้แดดแรงแล้ว คนญี่ปุ่นออกมาเดินเล่นถ่ายรูปกันอย่างมีความสุข แต่เราเซ็งอุส่าห์หนีแดดมาจากไทยมาเจอแดดเปรี้ยงที่นี่อีก หะหะ

  • สึเนกิ ทัง ทัง ราเมง ราเมงรถเข็น ถนนบำรุงบุรี – เชียงใหม่

    มื้อเย็นวันที่สองของทริปเชียงใหม่ เราพักจากอาหารเหนือมาลองชิมเมนูญี่ปุ่นตามคำแนะนำของเพื่อนว่าร้านนี้เด็ดน่าแวะไปลอง เป็นร้านราเม็งครับ ชื่อร้านว่า ‘สึเนกิ ทังทัง ราเมง’ ตัวร้านเป็นรถเข็นอยู่ไม่ไกลจากประตูเชียงใหม่ครับ ใกล้ๆ ปากซอยบำรุงบุรี 3 (ที่มีร้านลาบไก่เมืองพันแหวน) ที่นั่งก็เป็นโต๊ะแบบร้านก๋วยเตี๋ยวเลย เราไปช่วงค่ำๆ มีลูกค้าอยู่เกือบเต็มเหมือนกันครับ เมนูของที่นี่จะมีเป็นราเม็งทั้งหมด 4 แบบ คือ สึเนกิราเมงแบบออริจินัล แบบที่สองคือมิโสะ แบบที่สามคือมิโสะงาดำ สุดท้ายคือราดด้วยน้ำแกงกะหรี่ครับ นอกจากราเม็งก็จะมีเมนูข้าวต่างๆ เช่น ข้าวไก่ทอด ข้าวแกงกะหรี่ไก่ทอด ข้าวปลาซาบะย่าง ข้าวไก่เทอริยากิ โดยทุกเมนูสามารถสั่งมาเป็นกับแบบไม่เอาข้าวก็ได้ครับ

  • Whakarewarewa, Rotorua – New Zealand 2014 ตอนที่ 2.2

    จาก rainbow springs เราก็เดินทางต่อมายัง Whakarewarewa Thermal Village สถานที่เที่ยวยอมนิยมอีกแห่ง แต่ก็มาถึงเย็นไปหน่อย มาไม่ทันเค้าปิดแล้ว เลยได้แต่เข้าไปถ่ายๆรูปนิดนึงแล้วเจ้าหน้าที่ก็มาตามบอกว่าปิดแล้วๆ กลับๆ พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่ อย่างที่เล่าไปในตอนแรกสุดว่า เกาะเหนือนี่จะนิยมเที่ยวเกี่ยวพวก พลังงานใต้พิภพและ เรื่องราวของชนเผ่าเมารีเยอะ หมู่บ้าน Whakarewarewa นี่ก็คือรวมทั้ง 2 อย่าง ทั้งน้ำพุ และควันกำมะถัน แล้วก็มีชาวเมารียังอาศัยอยู่จริงๆ ไม่ได้เป็นหมู่บ้านโบราณอะไร


แสดงความคิดเห็น