|

วันสุดท้ายในปารีส วันแห่งการเดินห้าง Galeries Lafayette / Printemps – budapest/paris ตอนที่ 11

– blog นี้ ย้ายมาจาก blog เก่านะครับ –

และแล้วก็มาถึงวันสุดท้ายของการเดินทางทริปนี้ จะว่าไปก็ยังไม่ใช่วันสุดท้ายจริงๆ เรียกว่าเป็นเที่ยววันสุดท้ายดีกว่า เพราะเราเดินทางกลับไทยเช้าตรู่ในวันรุ่งขึ้น

โปรแกรมวันนี้คือเดินห้าง น้องชายแยกตัวออกไปต่างจังหวัด ไปดู Villa Savoye งานออกแบบของ Le Corbusier


ออกเดินทางจากที่พักย่าน Montmartre ปารีสในความคิดอาจจะดูหรูหรา คลาสสิค โรแมนติค
แต่จริงๆก็เป็นเหมือนกับเมืองใหญ่ทั่วไปที่มีมุม สกปรกรกรุงรัง แทรกตัวอยู่ในหลายๆจุด

แน่นอนถ้าจะไปเดินห้างในปารีสก็ต้องที่นี่ Galeries Lafayette ห้างดังประจำเมือง
คนแน่นทุกวัน คนไทย คนจีน อินเดีย เดินกันขวักไขว่ พนักงานคนไทย คนจีนกระจายตัวอยู่หลายร้านภายในห้าง


ด้านหน้าห้าง


ฝ้าแอบโทรมพอสมควร


ช่วงที่ไปเป็นคริสมาสต์พอดี บริเวณกลางห้างจึงมีการตกแต่งด้วยต้นคริสมาสต์


ไฟจะกระพริบๆ เปลี่ยนสีไปเรื่อยๆ


ล่าสุด (มิถุนายน)ที่ไปมาอีกครั้ง ช่วงปกติก็จะไม่มีต้นคริสมาสต์ เป็นร้านค้าธรรมดามาเปิดเป็นบูธๆ


โดมด้านบมีลวดลายละเอียดสวยงามมาก


ไฟเปลี่ยนสี


Swarovski เป็นผู้จัดทำ

ตัวห้างจะแบ่งเป็นสามตึก คือ ตึกหลัก(ตึกโดม) ตึกผู้ชาย(Homme) และ ตึกของแต่งบ้าน(Maison)
นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ก็จะไปตึกหลัก เพราะมีของแบรนด์เนมอยู่ เช่น Louis Vuitton,Chanel,Balenciaga และอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งคนซื้อก็เอเชียทั้งนั้น (รวยจริงๆ) ข้อดีของการซื้อที่นี่ก็คือทำเรื่อง tax refund ง่าย แต่ก็คิวยาวมาก

หากมีเวลาการไปเดินตึก homme ที่อยู่ด้านหลังก็สนุกดีสำหรับคนที่ไม่ชอบของแบรนด์เนม เพราะจะมีส่วนที่เป็น Lafayette gourmet เป็นซูเปอร์มาร์เก็ต ขายของกินมากมาย ไวน์ เหล้า ขนม แนะนำให้ไปลองเดิน


display ตกแต่งภายในห้าง


Display ข้างตึกหลักเป็นของ LV ก็จะมีสินค้าด้วย แล้วก็มีตุ๊กตาขยับไปมา


เต้นกันเป็นเชียร์ลีดเดอร์


ป้ายไฟ Louis Vuitton


ตีกลอง


หมีตัวนี้มันจะโยกไปมาด้วย


ยกแข้งยกขา


แก๊งเพนกวิน


เดินมาด้านหลังจะเป็นตึก Homme

เริ่มบ่ายคล้อยๆ ก็ออกมาหารร้านข้าวกิน ตอนแรกเป็น 4sq เจอร้านที่อยู่ตรง Opera เป็นมิชลิน 2 ดาวก็รีบไป
ปรากฎว่าต้องจองมา อดเลย -_-


โรงโอเปร่า


ร้านข้าวจะอยู่ตรงฝั่งนี้ ชื่อร้าน L’Opéra


สรุปเปิดหาใหม่จนเจอร้านนี้ ดูดีเหมือนกัน ชื่อร้าน Select Haussmann


มีคนเยอะพอสมควร รอคิว 10 นาทีได้


ขนมปัง ฟรี


Escagotอีกมื้อ ร้านนี้ก็โอเค


Foie Gras เป็นแบบ paste เช่นเคย ขนมปังอร่อย


เบียร์ที่คุ้นชิน Hoegaarden


ต่างกับบ้านเราตรงที่เค้าจะใส่ lemon มาด้วย ทำให้รสมันจะออกสดชื่นๆหน่อย


ปลาราดซอส


bœuf bourguignon (beef bourguignon)จานนี้ประทับใจมาก เป็นเมนูที่อยากลองกินมานานเพราะได้ยินชื่อจากหนัง    Julie & Julia รสของเนื้อมันจะใกล้เคียงเนื้อเปื่อยตุ๋นสไตล์ฮ่องกง กินกับข้าวอร่อยมาก ถ้าได้น้ำส้มพริกตำคงจะอร่อยเหาะ

สรุปก็เป็นอีกร้านที่ประทับใจ อยากจะกลับมากินอีกครั้ง
พอทานข้าวเสร็จก็มาเดินอีกห้างนึงต่อ เป็นห้างที่ติดอยู่กับ Galeries Lafayette แต่ชื่ออาจจะไม่ติดหูเท่า
นั่นก็คือ Printemps


สีดูโอเวอร์เกินจริงหน่อย(ตกแต่งมาในโปรแกรม) Printemps (แปรงตอง) นี่คือติดกับ Lafayette Homme เลย


ของที่ขายเก็บเป็นพวกแบรนด์เนมเช่นกัน LV ก็มี Gucci, Prada นอกจากนั้นพวกนาฬิกาอย่าง Panerai ที่นี่ก็มี
รวมถึงขนมมากาฮง ร้าน Ladurée ก็มีสาขาอยู่ที่ Printemps เช่นกัน


Display ของที่นี่ก็จัดเต็มที่ไม่แพ้กัน โดยเป็นของ Dior


ตุ๊กตาสวมหมวกสัตว์ เต้นรำ

เดินจนเย็นๆก็หาข้าวทาน มาลงที่ร้านชื่อ Le Seize Neuf ออกแนวบาร์+ร้านข้าว
อยู่ไม่ไกลจาก Lafayette มากนัก


Salmon เค้าจะนำไปนาบไฟให้ข้างนอกสุก แต่ตรงกลางยังดิบ แบบ tataki


เนื้อซอสเห็ด


สเต็ก

โดยรวมร้านนี้กลางๆ ไม่เลวร้าย แต่ก็ไม่อร่อยมาก ทานเสร็จก็กลับที่พัก แพคของ

ตัดภาพเป็นวันรุ่งขึ้น

เราออกจากที่พักเช้าเพราะไฟลท์สายๆ แต่กังวลเรื่องการไปขอ tax refund เลยเผื่อเวลาไปซะเยอะ
ปรากฎว่าเทอมินัลที่เราไปไม่มีคนเลย น่าจะเพราะเป็นของ Air france ไม่ค่อยมีคนเอเชียบินเท่าไหร่
อ่านขั้นตอนการขอ tax refund ที่นี่

อาหารบนเครื่อง Air France ขากลับเสิร์ฟสองมื้อเช่นกัน (มื้อหลัก+รองท้องง่อยๆ)


มื้อหลัก


ข้าวกับมีทบอล(มั๊ง)


จานนี้อร่อยดี น่าจะเป็น couscous เปรี้ยวๆ ตัวเม็ดกรุบๆ เล็มๆ Smoked Salomn ไปด้วย


ขนม


ส่วนนี่เป็นมื้อเช้ารองท้องง่อยๆ

ระหว่างไฟลท์มีไอศกรีมไปขอกินได้ ประมาณ 12 ชั่วโมง ก็ถึงไทยช่วงเช้ามืดพอดี
เป็นอันจบทริป Budapest/Paris 2012 ของเรา
ขอขอบคุณที่อ่านมาจนถึงตอนสุดท้ายนี้
ถ้าข้อมูลตรงไหนผิดพลาดต้องขออภัยไว้ด้วย

ขอบคุณครับ

– blog นี้ ย้ายมาจาก blog เก่านะครับ –

Similar Posts

  • |

    Carlo ร้านอาหารอิตาเลียนเจ้าอร่อย – หัวหิน

    มื้อเย็นวันที่สองในหัวหินเป็นร้านอาหารฝรั่งอีกหนึ่งร้าน คราวนี้เป็นร้านอาหารอิตาเลียนครับ ชื่อร้านว่า “Carlo” ร้านอยู่บนถนนนเรศดำริห์เช่นกัน แต่ร้านนี้อยู่ห่างจากโรงแรม Hilton ออกมาหน่อย เกือบจะมาถึงเส้นเพชรเกษมแล้วครับ ตัวร้านจัดไฟสว่างสวยงามครับ เปิดเพลง jazz เบาๆ คลอ มีสองโซนเป็นในตึกกับระเบียงด้านนอก ลูกค้าส่วนใหญ่นั่งข้างนอกกันหมดเลย ที่จริงภายในมีแอร์ แต่วันนี้ไม่ได้เปิด เปิดแต่พัดลม ทำให้รู้สึกร้อนอยู่เหมือนกัน วันที่ไปลูกค้าค่อนข้างเยอะ เป็นชาวต่างชาติทั้งหมด รายการอาหารของร้านจะมีพวกพาสต้าและพิซซ่าตามปกติของร้านอิตาเลียน แล้วก็มีเมนูเรียกน้ำย่อย ซุป สลัด และจานหลัก ในเมนูแยกหมวดหมู่เป็น หมู ไก่ เนื้อ และปลา ส่วนไวน์มีไวน์ขวด แล้วก็เป็นเฮาส์ไวน์สั่งหนึ่งแก้วหรือ ครึ่งลิตรก็มีครับ

  • | |

    Burger Joint จิบคราฟท์เบียร์แกล้มเบอร์เกอร์สไตล์ New York – สิงคโปร์

    อีกหนึ่งร้านคราฟท์เบียร์ที่แวะไปในทริปสิงคโปร์รอบล่าสุดคือร้านชื่อ Burger Joint ครับ ร้านนี้ผมแวะไปทานช่วงบ่ายแก่ๆ ของวันอาทิตย์ที่จะเดินทางกลับไทยครับ พอทานที่นี่เสร็จก็กลับโรงแรมเอากระเป๋าไปสนามบินเลย ตัวร้านค่อนข้างลึกลับนิดนึง คือไม่ได้หายากหรืออยู่ในตรอกในซอย แต่ร้านไม่มีป้ายชื่อ มีแค่นีออนไลท์ดัดเป็นรูปเบอร์เกอร์เท่านั้น พอเข้ามาก็จะเป็นทางเดินมืดๆ ยาวซัก 5-6 เมตร แล้วก็จะเจอกับตัวร้านที่ตกแต่งด้วยไม้ทั้งร้าน ดูมีบรรยากาศแบบอเมริกัน เพราะเป็นร้านมาจาก New York นั่นเองครับ ที่นี่มีเบอร์เกอร์ขายเป็นหลัก มี side dish และขนมนิดหน่อย สำหรับเบอร์เกอร์ จะเลือกซอส เลือกเครื่อง ตัวเนื้อก็เลือกความสุกได้ครับ นอกจากเบอร์เกอร์ ร้าน Burger Joint เค้ามีทีเด็ดคือคราฟท์เบียร์สดถึง 18  แทปเลย

  • | |

    รีวิว Business Class สายการบิน Finnair กรุงเทพ-มิวนิค, โคเปนฮาเกน-กรุงเทพ

    มีโอกาสได้ไปเที่ยวยุโรปอีกครั้งครับ ครั้งก่อนนี่ก็เมื่อปี 2013 โน่นเลย คราวนี้ไปหลายวันอยู่ในออสเตรียเป็นหลักและก็มีไปประเทศอื่นๆ ประเทศละวันสองวันแซมๆ กันครับ คราวนี้พิเศษตรงที่เป็นการเดินทางกับสายการบิน Finnair เป็นครั้งแรกของผม และเป็นชั้น Business Class ด้วยครับ การเดินทางจะไปเริ่มที่ มิวนิค เยอรมันนี และ กลับจากโคเปนฮาเกน เมืองหลวงของเดนมาร์ก ซึ่งทั้งขาไปและกลับจะต้องไปเปลี่ยนเครื่องที่เฮลซิงกิ ฮับของฟินน์แอร์ก่อนครับ ซึ่งก็เป็นข้อดีของตัวสายการบินที่จะรวบรวมผู้โดยสาร สลับไปมาได้จากหลายประเทศ เช่น ขาไปพอถึง เฮลซิงกิ ก็จะมีคนจากญี่ปุ่น ฮ่องกง และประเทศอื่นๆ มาเปลี่ยนไปมิวนิคพร้อมกับเราครับ ด้วยวิธีนี้ก็เลยทำให้ราคาตั๋วของฟินน์แอร์จะราคาถูกหน่อย เพราะไม่ได้บินตรง กลับมาเริ่มที่สุวรรณภูมิต่อ ไฟลท์ออกจากไทยจะเป็นช่วงเช้า 8.55 ต้องออกจากบ้านกันมาตั้งแต่ฟ้ามืดๆ ตีห้าหกโมงเลยครับ มาถึงสนามบินก็มาดรอปกระเป๋าที่แถว G

  • ก๋วยเตี๋ยวน้ำเงี้ยวเจียงฮาย เชียงใหม่

    ด้วยความที่ทริปนี้ยังไม่ได้ทานน้ำเงี้ยวหรือข้าวซอยสักมื้อ แล้วต้องเดินทางกลับวันนี้แล้ว ก็เลยหาร้านขนมจีนน้ำเงี้ยวจากลิสต์ที่จดๆ เอาไว้ สุดท้ายผมเลือกไปที่ร้าน ก๋วยเตี๋ยวน้ำเงี้ยวเจียงฮาย ครับ ร้านอยู่บนถนนรัตนโกสินทร์ใกล้ๆ กับแม่น้ำปิง ติดอยู่บนถนนใหญ่เลย เป็นอาคารชั้นเดียวแบบเปิดโล่ง วันที่ไปมีลูกค้านั่งอยู่ โต๊ะสองโต๊ะครับ ที่นี่มีเมนูก๋วยเตี๋ยวน้ำเงี้ยวเป็นเมนูดังครับ คือจะต่างจากขนมจีนน้ำเงี้ยวตรงเป็นเส้นก๋วยเตี๋ยว มีทั้งหมูและเนื้อ แต่วันที่ไปเนื้อไม่ได้ทำครับ สั่งเป็นขนมจีนหรือเกาเหลาไม่เอาเส้นก็ได้ครับ

  • | |

    Good Morning Cafe สถานี Sengadaya

    เป็นร้านสุดท้ายของทริปเดือนตุลาคม 2015 ที่จะเขียนถึงครับ ร้านนี้ไปทานตอนเช้าก่อนจะไปเดินงาน Tokyo Design Week ตัวร้านอยู่นอกเส้นทางปกติของผม คือถ้าไม่มางาน TDW ก็คงไม่มาทาน ที่เปิดดูเหมือนมีอีก 2-3 สาขา ครับ สำหรับสาขานี้อยู่ใกล้สถานี Sengadaya เดินจากสถานีประมาณ 200 เมตรครับ ตัวร้านเปิดตั้งแต่เช้ายันดึก เมนูก็จะเป็นเซ็ตของแต่ละช่วงไป breakfast, lunch, dinner ประมาณนี้ บรรยากาศร้านดูสบายๆ มีโซนข้างในและข้างนอก พอเดินเข้าไปข้างใน รู้สึกร้อนไปหน่อย เลยออกมานั่งตากลมบ้าอยู่โต๊ะเดียว แต่ก็มีฮีทเตอร์ช่วยพอบรรเทาความหนาวยามเช้าในเดือนตุลาคมไปได้ เซ็ตเมนูจะมีเครื่องดื่มด้วย กรุ๊ปของผมสั่งกันคนละเมนู ส่วนตัวผมเองลองเบอร์เกอร์ครับ ปกติไม่ค่อยชอบทานเบอร์เกอร์ แต่วันนี้ครึ้มอกครึ้มใจ ก็เลยสั่งมาลองครับ

  • |

    Smith Street Taps ที่สุดของคราฟท์เบียร์บาร์

    เก็บของที่โรงแรม แวะลองชิมร้าน Hop Heads บาร์ใต้โรงแรมเรียบร้อย ก็ข้ามถนนมาขึ้นไฟใต้ดินที่สถานี Dhoby Ghaut ลงที่สถานี Chinatown เพราะมีนัดกับ Brewer ชาวไทยที่ส่งเบียร์ประกวดและมาร่วมออกงานที่ Craft Singapore ครับ เรานัดกันที่ร้าน Smith Street Taps ร้านที่ได้คะแนนเยอะสุดจากทุกเว็บไซต์เบียร์ ตำแหน่งที่ระบุไว้ ตัวร้านอยู่ที่ Chinatown Complex ครับ พอถึง ผมเริ่มหวั่นๆ ว่าเอ๊ะ มาถูกที่รึเปล่า มันจะมีร้านเบียร์จริงๆ เหรอ คือบรรยากาศของ Chinatown Complex นี่ข้างล่างจะเป็นร้านขายของ คล้ายๆ คลองถมเซ็นเตอร์ แต่ร้านปิดแล้วนะครับ ขึ้นมาชั้น 2 ก็จะเป็นศูนย์อาหาร ผมนึกถึงตลาดสามย่านอันเก่าก่อนทุบ มีร้านข้าวเป็นห้องๆ ขายบะหมี่ ขายข้าวหน้าเป็ดกัน แล้วมันจะมีร้านคราฟท์เบียร์ได้จริงๆ เหรอวะเนี่ย เดินจนเจอร้าน ก็งงครับ คือเป็นห้องๆ เหมือนร้านก๋วยเตี๋ยวนั่นแหละครับ หน้าร้านก็เป็นโต๊ะแชร์ๆกันของศูนย์อาหาร มีเบียร์สดเสิร์ฟอยู่หลายตัวเลยทีเดียว คุณลุงเจ้าของก็ดูคล่องแคล่ว ใส่เสื้อ Sierra…


แสดงความคิดเห็น