ชิมไวน์ Schubert, Martinborough – New Zealand 2014 ตอนที่ 6.1

วันที่ 6 วันสุดท้ายบนเกาะเหนือของเรา เราเริ่มต้นกันที่เมือง Masterton เมืองเล็กๆ ขับลงใต้ 40 กิโลไปยัง Martinborough อีกเมืองหนึ่งที่มีการปลูกองุ่นและผลิตไวน์อยู่หลายยี่ห้อ โดยไวน์ในเขตนี้ region จะเรียกเป็น ‘Wairarapa‘ ไม่ก็เรียก ‘Martinborough’ เลย

‘Wairarapa’ นี่จะมี 3 เมืองคือ Masterton (ที่เรานอนเมื่อคืน), Martinborough และ Gladstone ใน region นี้องุ่นพันธุ์ที่โดดเด่นคือ Pinot Noir, Sauvignon Blanc, Chardonnay, และ Syrah

ที่แรกเราไปคือ Tasting room ของ Schubert อยู่ห่างจากใจกลางเมืองไม่ถึง 1 กิโลเมตรดี ที่นี่ชื่อฟังดูเป็นเยอรมัน ก็เพราะ ‘Kai Schubert’ เจ้าของนั้น เป็นคนเยอรมัน เรียนจบทางด้านการปลูกองุ่นและทำไวน์มาโดยเฉพาะ เรียนจบก็ไปทำงานในโรงไวน์ แล้วก็ฝันว่าจะมีโรงไวน์เป็นของตัวเองมาตลอด เดินทางไปทั่วโลกจนมาซื้อที่ประมาณ 40 เฮกเตอร์ที่ Martinborough นี่ในปี 1998 สำหรับพันธุ์องุ่นที่เริ่มปลูกในตอนแรกก็คือ Pinot Noir และผลิตออกมาเป็นวินเทจแรกก็คือปี 2001

ที่นี่จะโดดเด่นจากสไตล์แบบ premium hand crafted คือเน้นการทำมือ ไม่เป็นอุตสาหกรรมมากเท่าไหร่ ราคาต่อขวดจึงค่อนข้างสูง มีไวน์อยู่ประมาณ 8 ชนิด

NZ14i_0143
ออกเดินทางจาก Masterton สองข้างทาง เป็นฟาร์มวัว แกะ สลับๆกันครับ
NZ14i_0144
มีป้าย Wine Trail อยู่เรื่อยๆ
NZ14i_0145
วัวดำ
NZ14i_0146
ตรงที่เป้นทุ่งโล่งๆ ก็ตัดกับฟ้าใสๆดีครับ
NZ14i_0147
ตามไป WINE TRAIL ไปเรื่อย ตอนนี้เข้าเขต Martinborough แล้วครับ
NZ14i_0148
เริ่มมีไร่องุ่น
NZ14i_0149
ถนนเล็กมาก
NZ14_0584
มาถึง Tasting Room ของ Schubert แล้วครับ
NZ14_0592
เปิดเกือบทุกวัน 10 โมง ถึง 3 โมง แต่แนะนำให้โทรจองก่อนครับ
NZ14_0585
ที่นี่ขนาดไม่ใหญ่มาก เป็นแค่ส่วนให้มาชิม ไม่ได้ผลิตกันที่นี่
NZ14_0591
เข้ามาภายใน มีพนักงานอยู่คนเดียว
NZ14_0590
ขวดไวน์ตกแต่งอยู่บนผนัง
NZ14_0587
มาถึงก็ชิมเลย ที่นี่คุ้นๆว่าเสียเงิน แต่จำไม่ได้กว่ากี่ NZD น่าจะประมาณ 5 NZD
NZ14_0589
ชิมทั้งหมด 5 ตัว
NZ14_0588
หลังจากลองทั้งหมดแล้ว เราชอบ 2 ตั่ว คือ Rose และ Dolce หรือ Late Harvest นั่นเอง มันจะหวานๆ สดขื่นหน่อย
NZ14_0586
อันนี้เป็น shelf ที่วางขายอยู่
NZ14i_0150
สุดท้ายเราซื้อ Dolce กลับมา แล้วก็จิบกันบนรถเลย รสมันจะหวาน เหมือนน้ำผึ้ง กับลูกพีช เหมาะไว้สำหรับเวลาทานล้างปากตอนจบมื้ออาหาร

Similar Posts

  • |

    รีวิว Plaza Premium Lounge สนามบิน Chek Lap Kok

    ขากลับจากฮ่องกงผมได้แวะใช้บริการเลาจน์ของ Emirates แต่รู้สึกว่าไม่ค่อยมีอะไรมาก พอดีมีบัตร Priority Pass อยู่แล้วก็เลยย้ายมาลอง Plaza Premium Lounge ครับ ที่นี่ผมเคยมาวิ่งผ่านตอนปี 2013 เพราะตอนนั้นแทบจะไม่มีเวลานั่งแล้วหยิบๆของกินแล้วไปเครื่องเลย มาคราวนี้พอมีเวลาเลยสำรวจเครื่องดื่มและอาหารต่างๆ ได้ครับ ช่วงค่ำๆ คนเยอะพอสมควร เป็นคนไทยเยอะด้วยเพราะมีไฟลท์กลับไทยเวลานี้พอดี ส่วนที่นั่งจะมีทั้งแบบโต๊ะอาหารและแบบอาร์มแชร์นั่งสบายๆ อาหารและเครื่องดื่มค่อนข้างเยอะครับ พวกก๋วยเตี๋ยวนี่ลวกเส้นกันสดๆ เลย ขนมก็มีให้เลือก 3-4 อย่าง ข้อดีอีกอย่างของที่นี่คือมีห้องอาบน้ำด้วย ถ้าจะใช้บริการให้แจ้งเจ้าหน้าที่ด้านหน้าเพื่อจองคิวครับ

  • |

    The Ninth อาหารฝรั่งเศส-เมดิเตอเรเนียน ลอนดอน – ประเทศอังกฤษ

    หลังจากที่ออกจากงานเบียร์งานใหญ่ Great British Beer Festival ผมก็นั่งรถไฟไปยังสถานี Tottenham Court Road จุดหมายของเราในคืนนี้คือร้านอาหารชื่อ The Ninth ซึ่งอยู่ห่างจากสถานีไปประมาณ 500 เมตรครับ ร้านนี้เป็นร้านของเชฟชื่อดัง Jun Tanaka ที่มีประสบการณ์มากมายจากร้านอย่างเช่น Le Gavroche, The Restaurant Marco Pierre White และ The Square โดยเมนูของที่นี้ก็จะเป็นอาหารฝรั่งเศสผสมผสานกับเมดิเตอเรเนียน สำหรับชื่อร้านนั้นก็มีที่มาง่ายๆ ว่าเป็นร้านที่ 9 ที่ตัวเชฟได้เกี่ยวข้องด้วยนั่นเองครับ เมนูของที่เป็นอาหาร โดนจะเป็นจาน A La Carte มีตอนกลางวันที่เสิร์ฟเป็น Lunch Set ครับ ตัวร้านโทนสีดำๆ เข้มๆ ขนาดไม่ใหญ่มาก ตกแต่งด้วยเหล็กและไม้ รู้สึกแน่นนิดหน่อย มีชั้น 2 ด้วยแต่ผมไม่ได้ขึ้นไปครับ วันที่ไปลูกค้าในร้านเยอะพอสมควร คุยกันเสียงดังช้งเช้งแข่งกับเสียงเพลง jazz ที่เปิดคลออยู่เบาๆ อากาศในร้านอุ่นจนร้อน

  • |

    จิบ Highball Whisky ที่ Midtown Park Cafe

    ที่พักของเราในทริปนี้นั่นอยู่ใกล้ Tokyo Midtown เลยครับ เดินแป๊บๆก็ถึง ทำให้สามสี่วันที่พักตรงนี้ เดินผ่าน Tokyo Midtown ทุกวัน ซึ่งติดกันก็จะมีสวน Midtown Garden อยู่ แล้วมันก็จะมีร้านชื่อ Midpark Cafe เป็นร้านเอาท์ดอร์ เหมาะกับการนั่งชิลล์ในตอนกลางคืนเลยหละครับ ช่วงที่เราไปอากาศกำลังดี ค่ำๆก็เย็นลงนิดหน่อย งานที่จัดอยู่ใน Midpark Cafe เป็นงานชื่อ ‘World Highball’ จัดโดยแบรนด์ Suntory นั่นเอง ในตัวห้างก็มีบูธอยู่บริเวณซุปเปอร์มาร์เก็ต ส่วนข้างนอกในสวนก็มีเสิร์ฟให้ดื่มกันเลยครับ โดยมีทั้งหมด 7 ตัว คือ 1. Jim Beam 2. Maker’s Mark จากอเมริกาทั้ง 2 ตัว แน่นอนว่าต้องเป็นเบอร์เบิ้นทั้งคู่ 3.Laphroaig ซิงเกิลมอลต์สายควันๆจากสกอตแลนด์ที่กำลังได้รับความนิยมจากคอวิสกี้ไทยในช่วงนี้ 4. ตัวนี้ไม่คุ้นหน้าชื่อ Canadian Club จากแคนาดานั่นเองครับ 5. Connemara มาจาก Ireland 2…

  • |

    เซ็ตอาหารกลางวันร้าน Innsyoutei ในสวน Ueno – Japan 2014 ตอนที่ 7.2

    ออกจาก พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติโตเกียว เราก็เดินลงมาด้านล่างเพื่อกินข้าวกลางวันที่ออกจะเลทไปเยอะเหมือนกัน จริงๆใน พิพิธภัณฑ์ก็มีร้านข้าว แต่ก็แพงแล้วก็ดูไม่ค่อยน่ากิน ก็เลยยอมเดินออกมาไกลนิดนึง ประมาณ 600 เมตร มาร้านนี้ Innsyoutei ร้าน Innsyoutei อยู่ในโซนสวน Ueno เลยครับ ร้านนี้ก็เจอมาจาก tabelog เช่นเคย บรรยากาศร้านจะดูเป็นญี่ปุ่นๆ เก่านิดนึง ไม่ทันสมัย แต่ก็ไม่โบราณมาก อาหารกลางวันก็จะเป็นเซ็ต แบบ kaiseki พนักงานสื่อสารภาษาอังกฤษได้นิดๆหน่อย ดูเมนูแล้วจิ้มๆเอา ยังดีที่เมนูมีรูปอาหารทั้งหมดครับ

  • |

    ครัวท้องถิ่น – กาญจนบุรี

    เพิ่งมีโอกาสไปเที่ยวกาญจนบุรีเป็นครั้งแรกครั้ง (ถ้าไม่นับการไปเขาชนไก่ ตอนเรียน ร.ด.) ทำให้รู้ว่ากาญจนบุรีเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องอาหารป่า รสชาติเผ็ดร้อน แล้วก็มีปลาแม่น้ำสดๆทุกร้าน รวมถึงเมนูเห็ดโคนก็เป็นอีกอย่างที่ขึ้นชื่อของกาญจนบุรี ร้านแรกที่จะเขียนถึงชื่อร้าน ครัวท้องถิ่น (The Local) เป็นร้านที่พี่เจ้าของรีสอร์ตแนะนำมา บอกว่าเป็นร้านยอดนิยม รสชาติอร่อย ราคาไม่แพง เป็นร้านที่เกือบทุกคนจะแนะนำถ้าเดินทางมาที่อำเภอไทรโยค ตัวร้านอยู่บนถนน แสงชูโต วิ่งออกจากตัวอำเภอเมืองมาราว 40 กิโลเมตร ร้านจะอยู่ตรงข้ามกับโรงพยาบาลปศุสัตว์มหาวิทยาลัยมหิดล

  • |

    Song Fa Bak kut teh สาขา New Bridge Road – สิงคโปร์

    ‘บักกุ๊ดเต๋’ หรือซุปกระดูกหมูเป็นอีกหนึ่งอาหารดังขึ้นชื่อของสิงคโปร์ เป็นหนึ่งในเมนูที่ผมจะหาร้านไปทานทุกครั้งเวลาไปสิงคโปร์ครับ อย่างคราวก่อนก็ไปร้านดัง Ng Ah Sio สาขาถนน Rangoon คราวนี้พี่ชายพามาอีกร้านชื่อว่า ‘Song Fa’ Song Fa เป็นร้านดังเช่นกันครับ เปิดบริการมาตั้งแต่ปี 1969 มีหลายสาขา ในสิงคโปร์เองก็มีถึง 7 สาขา แล้วก็ยังไปเปิดที่ จาการ์ต้า อินโดนีเซีย อีก 4 สาขา ล่าสุดมีข่าวว่าจะมาเปิดที่ไทยแล้วด้วยครับ สำหรับสาขาที่ผมไปลองอยู่บนถนน New Bridge Road บนเส้นนี้มีสองสาขานะครับ การเดินทางด้วยรถไฟให้ลงที่สถานี Clark Quay จากตัวสถานีเดินมาไม่ไกลครับ ผมมาถึงช่วงสองทุ่มกว่าๆ เกือบถึงเวลาปิดร้าน หน้าร้านมีคิวยาวพอสมควร แต่ก็ไหลค่อนข้างเร็ว ระหว่างรอพนักงานก็จพนำเมนูมาให้เราดูไปพลางๆ ว่าจะสั่งอะไรทานบ้าง ไม่นานก็ได้ที่นั่งครับ


แสดงความคิดเห็น