Bacco ร้านอาหารอิตาเลี่ยน สุขุมวิท 53

ไปร้านญี่ปุ่น ร้าน Izakaya บ่อยๆ วันนี้ลองเปลี่ยนบรรยากาศเปลี่ยนแนวไปทานอาหารฝรั่งอีกครั้งครับ เป็นอาหารอิตาเลียนร้านเก่าแก่เจ้าดัง แต่ผมก็เพิ่งเคยมาเป็นครั้งแรกเหมือนกันครับ ชื่อร้านว่า Bacco หรือชื่อเต็มๆว่า Bacco – Osteria da Sergio อยู่ในซอย สุขุมวิท 53 ครับ

วันธรรมดาร้านจะเปิดสองช่วงคือมื้อกลางวันและเย็น ส่วนวันหยุดจะเปิดยาวไม่มีพักครับ ตัวร้านเหมือนจะมีสองฝั่ง วันที่ไปเป็นช่วงกลางวัน ลูกค้ายังไม่เยอะมาก บรรยากาศดีครับ ดูอบอุ่น ตกแต่งสวยงามครับ

สำหรับอาหารนั้นเมนูก็เยอะกำลังดี พวกพาสต้า พิซซ่า หรือจานเรียกน้ำย่อยก็น่ารับประทานหลายอย่างเลยครับ แต่วันนั้นสมาชิกไม่เยอะเลยต้องสั่งแบบยั้งๆ กลัวทานไม่หมด ขนาดว่างยั้งแล้ว สุดท้ายก็ยังมีต้องใส่กล่องกลับบ้านมาอยู่ดี

Bacco_01
ด้านหน้าร้านครับ
Bacco_03
ด้านนอกมีสตูลสูงอยู่
Bacco_12
บรรยากาศด้านในร้าน
Bacco_13
อีกมุมนึงของร้านครับ
Bacco_10
ตู้แช่โชว์ชีส มะกอก แฮม สั่งกลับบ้านหรือทานที่ร้านก็ได้ครับ
Bacco_11
ตู้ขนม สวยงาม น่าทาน
Bacco_06
แป้งทานเล่นรอจานหลัก อร่อยดีครับ เค็มนิด มันๆ กรอบนอกนุ่มใน
Bacco_14
มีเบียร์อิตาลี ยี่ห้อ peroni nastro azzurro เสิร์ฟด้วยครับ
Bacco_15
พิซซ่ามาเป็นอย่างแรกครับ สั่งแบบ half half ครึ่งนึงเป็นหน้า capricciosa อีกครึ่งเป็น Napoli หน้าเยอะดีครับ อาติโชคอร่อย ไส้กรอกรสพริกไทยๆ ก็อร่อยดี แอนโชวี่เค็ม มีตัวแป้งไม่ค่อยกรอบ
Bacco_16
ฟัวกราอร่อยมากๆ ถูกใจเลยครับ ข้างนอกเกรียบกรอบ ข้างในยังนุ่มๆ ซอสออกหวาน มีเป็นมะม่วงดับราสเบอรี่ มันบดก็เนื้อเนียน มีผักรอคเกตเสิร์ฟมาด้วย
Bacco_18
ลาซาญญ่าเนื้อ แป้งนุ่ม ตัวชีสหนึบๆ เสิร์มาร้อนดีมากครับ มีกลิ่นเครื่องเทศบางๆ จานนี้ก็ถูกใจครับ
Bacco_19
จานสุดท้ายเป็น osso buco เนื้อนุ่มเปื่อย เป็นซอสรสเข้มข้น เสิร์ฟมากับข้าวริซอตโต้ รสเหมือนมักกะโรนีชีส เม็ดข้าวหนึบๆ อร่อยครับ

โดยรวมอร่อยประทับใจมากครับ อาหารรสชาติดี บริการดี มีกลับมาซ้ำแน่นอน ใครชอบอาหารฝรั่งน่าแวะมาลองครับ

Bacco สุขุมวิท 53
เบอร์โทร : 02-662-4538
เปิด : จันทร์-ศุกร์ 11.00-14.30 17.30-24.00 เสาร์-อาทิตย์ 11.00-24.00
เว็บไซต์
foursquare
ที่จอดรถ : มีที่จอดของร้าน
สถานีรถไฟฟ้า : BTS ทองหล่อ

Bacco_05
เมนูร้าน Bacco
Bacco_07
เมนูร้าน Bacco
Bacco_08
เมนูร้าน Bacco
Bacco_09
เมนูร้าน Bacco
Bacco_04
เมนูร้าน Bacco

Similar Posts

  • |

    กินปิ้งย่างแกล้มเบียร์ที่ Sapporo Bier Garten – Hokkaido ตอนที่ 2.3

    เดินทางกลับมาจากโอตารุ เราก็กลับไปโรงแรมเก็บข้าวเก้บของ แล้วก็ออกมากินข้าวเย็นกัน วันนี้เราจะไปกินกันที่โรงเบียร์ซัปโปโร ที่นี่เราเคยมาแล้วเมื่อคราวก่อน แต่เราไม่รู้ว่าเค้ามีขายอาหารแบบนี้ด้วย คราวนั้นมาเดินดูขั้นตอนการผลิตเบียร์ในโรงงาน แล้วก็ชิมๆเบียร์อย่างเดียว จริงๆที่นี่มีโซนอาหารด้วย ซึ่งมีหลายส่วน วันนี้เราจะทานกันที่ฮอลล์หลังของ Sapporo Bier Garten (Sapporo Beer Garden) โดยที่นี่สามารถสั่งเป็นบุฟเฟต์ก็ได้ แต่ตอนเราไปเราสั่งแยกเป็นจานๆ

  • Sushi Ichizu ทานซูชิแบบ Omakase – ถนนเพชรบุรีตัดใหม่

    มีโอกาสได้ไปรับประทาน Sushi แบบ Omakase อีกหนึ่งร้านครับ ชื่อร้านว่า ‘Sushi Ichizu’ ตัวร้านอยู่บนถนนเพชรบุรีตัดใหม่ โดยร้านนี้ผมได้ยินชื่อมาซักพัก แต่ก็เพิ่งมีโอกาสแวะมาครับ ที่นี่เปิดให้จองวันละสองรอบคือ 17.30 และ 20.30 ตัวผมและครอบครัวจองเป็นรอบ 17.30 ครับ หน้าร้านจะดูลึกลับหน่อย ไม่มีป้ายใหญ่ๆ มีป้ายเล็กๆ ติดอยู่ที่ประตูฝั่งซ้ายมือ พนักงานออกมาต้อนรับ เดินผ่านบอนไซกลางห้อง แล้วก็จะเจอบริเวณเคาเตอร์ แต่จะยังไม่ได้นั่งครับ พนักงานพาไปอีกห้องที่ติดกับเป็นห้องนั่งรอ โดยมีชาเขียวเสิร์ฟให้ทาน พอถึงเวลาก็พาเรามาที่เคาเตอร์ มีเสิร์ฟน้ำยุสุให้ทานก่อน สดชื่นดี เมนูที่เสิร์ฟมีทั้งหมด 16 รายการครับ (รวมขนมด้วย) โดยเริ่มที่ แปะก๊วยคั่วเหลือหนึบๆ ขมหน่อย แล้วก็ต่อด้วยไข่ตุ๋นโรยหน้าด้วยเห็ดทรัฟเฟิล

  • |

    จิบเบียร์รสพระทำ Westvleteren ที่ร้านอาหารหน้าวัด – ประเทศเบลเยี่ยม

    จาก Hops Museum ในเมือง Poperinge คณะของเราก็เดินทางกันต่อประมาณ 10 นาที ระยะทางใกล้ๆ ประมาณ 7 กิโลเมตรเท่านั้นครับ จุดหมายต่อไปของเราก็คือโรงเบียร์ Trappist ชื่อดังที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งก็คือ Brouwerij de Sint-Sixtusabdij van Westvleteren ที่อยู่ในวัด ที่ผลิตเบียร์ Westvleteren นั่นเอง ที่นี่ผลิตเบียร์ทั้งหมด 3 ตัว ก็คือ Blonde (Belgian Blonde), 8 (Belgian Dubbel) และ 12 (Belgian Quad) ซึ่งตัว 12 นี้เคยได้รับการโหวตให้เป็นเบียร์ที่ดีทุกสุดในโลกจากเว็บ ratebeer ด้วยครับ เอกลักษณ์อย่างนึงก็คือทั้งสามตัวจะไม่มีฉลากบนขวด จะแยกได้ก็ต้องดูบนฝา (Blonde-เขียว, 8-ฟ้า, 12-เหลือง) ซึ่งด้วยปริมาณที่ผลิตไม่มาก ทำให้เบียร์ Westy (ชื่อเล่นของเบียร์ Westvleteren) นั้นนอกเบลเยี่ยมค่อนข้างจะหายากพอสมควร และถ้ามี…

  • เบียร์หิมะ อาหารทะเลร้านดังย่านวัดเสมียนนารี คลองประปา

    ร้านที่ไปวันนี้เป็นหนึ่งร้านเก่าแก่ แต่เท่าที่จำได้ผมน่าจะไม่เคยไปเลยครับ ทั้งที่ก็ขับผ่านและก็ได้ยินชื่อเสียงมาเป็นสิบปี วันก่อนมีธุระโซนนั้นก็เลยไปกันทั้งบ้านทานเป็นข้าวเย็น ร้านนี้มีชื่อว่า เบียร์หิมะ ครับ อยู่บนถนนเทศบาลสงเคราะห์ ใกล้ๆ กับวัดเสมียนนารีนั่นเองครับ ตัวร้านดั้งเดิมเป็นแบบ open air ตรงหัวมุม แต่ปัจจุบันมีโซนห้องแอร์อยู่ที่ตึกฝั่งขวามือ ผมไปช่วงค่ำวันธรรมดา ลูกค้าแน่นจนเกือบจะไม่ได้ที่นั่งแล้วครับ ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องอาหารทะเลต่างๆ มีปูนิ่ม ปูม้า กุ้งมังกร กุ้งก้ามกราม มีกั้ง ส่วนปลาก็มี เก๋าจุดฟ้า เก๋าจุดดำ และของโปรดผมปลาเต๋าเต้ยครับ นอกจากนี้ก็ยังมีเมนูอาหารใต้อีกหลายรายการเป็นเมนูแนะนำ

  • |

    Ribsmannn เขาใหญ่

    เมื่อตอนต้นเดือนธันวาที่ไปงาน Beer Camp มีโอกาสแวะไปลองทานร้านดัง Ribsmann มาด้วยครับ ตัวร้านอยู่บนถนนธนะรัชต์จากเส้นมิตรภาพเข้ามาประมาณ 3 กิโลเมตรครับ ตัวร้านใหญ่เบ้อเริ่มเทิ่มครับ ด้านนอกดูเป็นปูนๆ หินๆ สีโทนเทาผสมไม้และเหล็กสีดำ ข้างในโอ่โถงครับ จัดไฟสวยงามเลย วันที่ไปเป็นเย็นวันศุกร์ลูกค้าเยอะ แต่ยังไม่แน่นร้าน อาหารรอไม่นานมากครับ เมนูที่ขึ้นชื่อของที่นี่ก็เป็นพวกของรมควันอย่างซี่โครง แฮม พอร์คชอป อกเป็ด ประมาณนี้ครับ เมนูอื่นๆก็จะเน้นพวกอาหารฝรั่ง อย่าง พาสต้า และ สเต็กครับ

  • ลาบบังเกอร์ ร้านลาบปิดดึก ราคาประหยัด – เชียงใหม่

    หลังจากจบคืนแรกของงาน Chiang Mai Craft Fest ผมและเพื่อนๆ ก็ไปจัดมื้อดึกกันครับ เป็นอีกหนึ่งร้านปิดดึกเจ้าดังอีกแห่งของเชียงใหม่ ร้านนี้ชื่อร้านว่า ลาบบังเกอร์ครับ อยู่บนถนนเชียงใหม่-ลำพูน ไม่ไกลจากร้านน้ำต้น เฮาส์บาร์ครับ อ่านจากในเน็ตมาว่าที่มาของชื่อนั้นมาจากที่ตอนน้ำท่วมทางร้านเอากระสอบทรายมาตั้งกั้นน้ำจนกลายเป็นบังเกอร์นั่นเอง ตัวร้านจะดูเพิงๆ บ้านๆ หน่อย แต่ปริมาณโต๊ะและลูกค้าแน่นร้าน ส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่น ขี่มอเตอร์ไซค์มาจิ้มจอดหน้าร้านกัน อาหารของที่นี่ก็จะเป็นเมนูอาหารเหนือครับ มีหลากหลายเมนู ทั้ง ลาบดิบ ลาบสุก แอ๋บอ่องออ จิ้นส้มหมกไข่ อะไรงี้โดยเสิร์ฟมาในจานขนาดเล็ก จานละประมาณ 10-20 บาท นั่นคือถูกมากๆ ครับ โต๊ะเรากินกันจานเป็นตั้งๆ ยังไม่ถึง 1000 บาทเลยครับ และอาหารก็อร่อยดีทุกเมนูครับ


แสดงความคิดเห็น