Hair Of The Dog ร้านคราฟท์เบียร์สถานีเพลินจิต

3-4 เดือนที่ผ่านมามีภารกิจวุ่นวายนิดหน่อย เลยไม่ค่อยสะดวกเข้ามาอัพเดทร้านใหม่ๆ ในเมืองครับ วันก่อนพอจะมีเวลาเลยเข้ามาแวะดูร้านที่เพิ่งเปิดไม่นานมานี้ ชื่อว่า ‘Hair of the dog’ ครับ Hair of the dog เป็นสำนวนที่แปลว่าถอน(อาการเมาค้าง)ครับ ประโยคเต็มๆ ก็คือ hair of the dog that bit you โดนหมาตัวไหนกัดก็ให้เอาขนมันมาทาแผล เปรียบกันกับถ้าแฮงเหล้าก็ให้กินซ้ำนั่นเอง

ตัวร้านอยู่แถวสถานี BTS เพลินจิต ถ้าหันหน้าเข้าตึกมหาทุนพลาซ่าร้าน ร้านจะอยู่ตึกทางฝั่งซ้ายมือ ตอนแรกผมก็เดินๆหาอยู่ว่า เอ อยู่ไหน ที่แท้ร้านอยู่ชั้น 2 ครับ อยู่ด้านบนของร้านอาหาร La Monita เดินขึ้นบันไดข้างๆ ร้านได้เลย

ขนาดร้านค่อนข้างเล็ก ตกแต่งด้วยสเตนเลส และปูนเปลือยเป็นหลัก ดูมืดๆ บรรยากาศเหมือนห้องดับจิต ยิ่งมีไฟแบบห้องผ่าตัดยิ่งได้อารมณ์ครับ ที่นี่เสิร์ฟเบียร์สด 13 ตัว มีวนเปลี่ยนไปเรื่อยๆ เบียร์ขวดนั้นมีหลายตัวเหมือนกันครับ สำหรับอาหารนั้น สามารถสั่งขึ้นมาจากร้านด้านล่างได้ครับ

HairOfTheDog_08
ด้านหน้าร้านครับ
HairOfTheDog_09
บรรยากาศภายในร้าน ฝั่งขวาเป็นบริเวณบาร์
HairOfTheDog_05
เหมือนช่องเก็บศพไหมครับ หะหะ
HairOfTheDog_07
ถ้าด้านในเต็ม ข้างนอกยังพอนั่งได้อีก 6-7 ที่ครับ
HairOfTheDog_04
ไฟห้องผ่าตัด
HairOfTheDog_02
13 แทปเบียร์สดบนกระดานวันนี้
HairOfTheDog_03
แบบขวดแช่อยู่ตู้ด้านล่างครับ
HairOfTheDog_01
แก้วแรกวันนี้เป็น ‘Flat White’ สไตล์ Milk Stout ของ 8 Wired Brewing จาก New Zealand ครับ ส่วนตัวรู้สึกจืดไปหน่อย
HairOfTheDog_06
แก้วที่ 2 จากโรงเบียร์เจ้าโปรดของผม Deschutes ตัวนี้เป็น IPA ชื่อ Pinedrops ตัวนี้ดรายดีครับ ขมติดโคนลิ้น บอดี้กำลังสวย ชอบครับ
HairOfTheDog_10
แก้วสุดท้าย ลองของแรง 8.8 % Hopulent IPA ของ EPIC ตัวนี้เคยลองทีนึงที่ญี่ปุ่น(Watering Hole) ตอนแรกคิดว่าแอลกอฮอล์สูงแล้วจะหวาน แต่ไม่หวานแฮะ ขมกำลังโอเค หอมๆ ครับ

ใจจริงอยากจะต่ออีกซักแก้ว แต่คิดไปคิดเมาเดี๋ยวจะเมาเกิน เอาแค่นี้แล้วกัน กำลังสบายๆ โดยรวมก็ชอบบรรยากาศร้านนะครับ เหมาะสำหรับคอเบียร์ที่ตั้งใจทานจริงจังดี มีเรื่องราคาที่สูงนิดใช้ได้ คือประมาณ 190-250 บาทต่อแก้ว (แก้วเล็ก) ส่วนการเดินทางมาสะดวกดีครับนั่งรถไฟฟ้า เดินนิดถึงเลย ถ้ายังไม่ได้ทานข้าวมาอาจจะลองวนๆเดินดูรอบตึกมหาทุน มีร้านอาหารหลายร้านเหมือนกันครับ

Hair of the dog ตึกมหาทุนพลาซ่า
เบอร์โทร : 02-650-7589
เปิด :17.00-24.00
เว็บไซต์
เพจ
foursquare
ที่จอดรถ : ที่จอดของตึก
สถานีรถไฟฟ้า : BTS เพลินจิต

แผนที่ร้าน Hair of the dog

Similar Posts

  • | |

    Port Street Beer House คราฟท์เบียร์บาร์บรรยากาศดี เมืองแมนเชสเตอร์ – ประเทศอังกฤษ

    เดินทางมาจนถึงร้านสุดท้ายของทริปอังกฤษเมื่อเดือนสิงหาคมแล้วครับ ร้านสุดท้ายที่ผมไปมีชื่อว่า Port Street Beer House เป็นร้านที่แวะไปหลังจากดูฟุตบอลและทานข้าวเย็นเสร็จครับ ตัวร้านอยู่บนถนนชื่อ Port Street ฝั่งตะวันออกจากใจกลางเมือง บรรยากาศหน้าร้านดูเงียบๆ เพราะเป็นคือนวันอาทิตย์ด้วย พอเข้าไปด้านในถึงได้มีคนนิดหน่อย แต่จริงๆ แล้วส่วนใหญ่ไปนั่งกันอยู่ที่ลานด้านหลังครับ หน้าร้อนก็จริง แต่กลางคืนนี่หนาวใช้ได้เลยครับ ลานหลังร้านจะมีฮีตเตอร์เปิดอยู่ อุ่นขึ้นนิดหน่อย ที่ร้านมีเบียร์สดเสิร์ฟประมาณ 20 กว่าตัวครับ เป้นทั้งแบบ keg และ cask ale ส่วนเบียร์ขวดและเบียร์กระป๋องก็มีเยอะพอสมควร ส่วนอาหารไม่แน่ใจว่ามีอะไรบ้าง ผมสั่งเบียร์เสร็จก็ถือแก้วออกไปนั่งด้านหลังร้านด้วยคน มีเสียงเพลง mario แบบ jazz คลออยู่เบาๆ ครับ

  • จิบเบียร์เบลเยี่ยม St Feuillien ที่ฐานทัพ Captain Barrel

    เมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมามีโอกาสได้ไปร่วมงานแนะนำเบียร์ ‘St Feuillien’ ที่ทางผู้นำเข้า Captain Barrel จัดขึ้นครับ วันที่ไปนี่คือมีงาน Open House ของทางบริษัทที่จัดขึ้นเพื่อขอบคุณร้านค้าอยู่แล้ว ปีนี้มีกิจกรรมที่เพิ่มขึ้นคือชวนสื่อมาพูดคุยกับแบรนด์เบียร์ด้วยครับ St Feuillien อ่านออกเสียงได้ง่ายๆ ว่า ซานฟูเยน เป็นแบรนด์จากเบลเยี่ยมครับ เป็นโรงเก่าแก่ก่อตั้งเมื่อปี 1873 ปัจจุบันยังเป็น Family owned คือไม่มีกลุ่มทุนมาถือหุ้นเจ้าของคนปัจจุบันคือรุ่นที่ 4 ของตระกูล ซึ่งรุ่นที่ 5 ก็เข้ามาช่วยทำงานในโรงแล้วด้วยครับ เบียร์จากแบรนด์มีหลายตัวหลายสไตล์ ซึ่งแน่นอนว่าคาแรคเตอร์จะออกสไตล์เบลเยี่ยม โดยที่นี่จะมีเบียร์แบบที่คลาสสิค สูตรแบบดั้งเดิม ทำแบบดั้งเดิมแบบนี้จะเป็น Abbey Beer คือเหมือน Trappist Beer แต่ปัจจุบัน ไม่ได้มีพระเป็นผู้ผลิตแล้วนั่นเองครับส่วนอีกแบบที่ St Feuillien ก็คือจะเป็นเบียร์สไตล์ใหม่ๆ ที่โรงคิดค้นขึ้น คือมีความเป็นเบลเยี่ยมแต่ก็ผสมผสานเทนนิคแบบเบียร์ในปัจจุบันเข้าไปด้วย อย่างเช่นมีการ Dry Hops เพิ่มเติมซึ่งเป็นวิธีในการทำเบียร์สมัยใหม่

  • แม่ช้อย ดอยหลวง ซอยเรวดี 62

    ร้านแม่ช้อย ดอยหลวง เป็นร้านของแม่ช้อย นางรำ ตัวผมเพิ่งรู้จักร้านนี้จากคำแนะนำของรุ่นน้อง ที่ได้ยินมาว่ามีเบียร์ทำเองขาย ดูแล้วไม่ไกลจากบ้าน ก็เลยแวะไปลองชิมดูครับ ร้านอยู่ในซอยเรวดี 62 มาจากทางเส้นเลี่ยงเมืองนนท์จะใกล้กว่าจากติวานนท์ ในกูเกิ้ลหมุดปักผิดฝั่งนะครับ ดูปากซอย 62 เป็นหลัก หลังร้านมีที่จอดรถอยู่ เมนูของร้านจะมีทั้งอาหารไทย อาหารจีนยูนนาน รวมถึงพวกกาแฟต่างๆ วันที่ไปตัวแม่ช้อย หรือคุณสันติอยู่ที่ร้านด้วย ก็มาแนะนำและให้ข้อมูลเมนูต่างๆ ว่า มีที่มายังไง วัตถุดิบจากไหน เป็นกันเองมากครับ

  • |

    Dock No. 13 จิบคราฟท์เบียร์ชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยา – ถนนพระอาทิตย์

    เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมามีโอกาสไปร่วมงานเปิดร้านใหม่แถวถนนพระอาทิตย์ครับ จะเรียกว่าร้านใหม่ก็ไม่เชิง จริงๆ คือเป็นโซนเอาท์ดอร์ของร้าน Sheepshank เค้าปรับปรุง ตกแต่งเพิ่มเติมแทปเบียร์สดสำหรับคราฟท์เบียร์ โดยโซนนี้มีชื่อว่า Dock No.13 ครับ โลเคชันของที่นี่ค่อนข้างสวยงาม คือติดแม่น้ำเจ้าพระยาเลยครับ มองเห็นสะพานพระราม 8 เป็นวิว บรรยากาศดี วันที่ไปอากาศอ้าวฝนนิดหน่อย ถ้าชอบเย็นๆ ก็เข้าไปนั่งด้านในร้าน Sheepshank ที่ติดแอร์ได้ครับ เย็นสบาย เนื่องจากเป็นวันเปิดเบียร์ที่มาก็ค่อนข้างพิเศษหน่อยโดยจะเบียร์สดจากแบรนด์ Heretic ทั้งหมด 9 ตัว และก็ยังมีคราฟท์ไทยแบรนด์อุดมสุขอีก 4 ตัว ขนาดจิบแค่ตัวละนิดละหน่อยแบบเทสต์ไฟลท์ จบงานนี่มึนใช้ได้เลยหละครับ

  • | |

    Warpigs Brewpub บาร์บีคิวและคราฟท์เบียร์ Copenhagen

    ร้าน Warpigs Brewpub เป็นความร่วมมือกันระหว่าง 2 แบรนด์ Mikkeller และ 3 Floyds ทำเป็น Brewpub ที่มีอาหารรมควันสไตล์ Texas เป็นหลัก แล้วก็มีเบียร์ตัวที่ต้มที่นี่เสิร์ฟแบบสดพร้อมกับแบรนด์อื่นๆ รวม 20 แทป ร้านอยู่ในโซนที่ชื่อว่า Meatpacking District ครับ ไม่ไกลจากสถานี Copenhagen Central Station คือเดินประมาณ 700 เมตร แล้วก็ไม่ไกลจากร้าน Mikkeller Bar ด้วยครับ ประมาณ 550 เมตรเท่านั้นเอง ตัวร้านเป็นห้องยาวๆ มีกระจกใสเห็นข้างใน ตัวอาคารเคยเป็นโรงเชือดมาก่อน คือบริเวณนี้เคยเป็นย่านซื้อขายเนื้อสัตว์ก็เลยมีชื่อว่า Meatpacking District ซึ่งบริเวณรอบๆ ก็จะมีร้านอาหาร เท่ๆ สวยๆ อยู่หลายร้านเลย

  • 10 ร้านคราฟท์เบียร์ยอดนิยมประจำปี 2017

    ปี 2017 นี้เป็นที่วงการคราฟท์เบียร์บ้านเราเติบโตอย่างรวดเร็ว ปริมาณเบียร์ที่เข้ามามีเพิ่มมากมายหลายยี่ห้อ หลายสไตล์ รวมถึงคราฟท์ไทยที่ไปต้มจากเมืองนอกเข้ามาก็มีรวมกว่า 70-80 ฉลากเลยทีเดียว แน่นอนว่าเบียร์เพิ่มขึ้น นักดื่มเพิ่มขึ้นร้านคราฟท์เบียร์บาร์ก็เลยเพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยปีนี้ร้านคราฟท์เบียร์เปิดใหม่ราวๆ 2-3 ร้านต่อเดือน ซึ่งก็เป็นผลดีกับลูกค้าที่ไม่ต้องเดินทางไปไกลบ้านหรือที่ทำงาน เนื่องจากร้านใหม่ๆ กระจายไปทั่วเมือง ก่อนจะจบปีเลยขอรวบรวม 10 ร้านคราฟท์เบียร์บาร์ในกรุงเทพฯและปริมณฑลที่มีคนค้นหามาในเว็บไซต์ teerapat.com มากที่สุดครับ หลายร้านมีงาน countdown วันสิ้นปีใครหาที่อยู่ลองดูข้อมูลในเพจของแต่ละร้านได้ครับ


แสดงความคิดเห็น