|

Sarutahiko Coffee ร้านกาแฟสถานี Ebisu

ออกจาก 21_21 Design Sight ก็เดินทางไปยัง Roppongi Hills ครับ ไปทานข้าวกลางวันที่ ‘Pintokona‘ ร้านซูชิสายพานร้านเดิม จากนั้นก็เดินทางด้วยรถไฟสาย Hibiya Line มาลงสถานี Ebisu ครับ

มาแวะทานกาแฟตอนบ่ายๆ ก่อนจะไปเที่ยวต่อ ร้านที่มาชื่อว่า Sarutahiko Coffee อยู่สถานี Ebisu เลยครับ ขนาดร้านเล็กหน่อย ตกแต่งร้านด้วยไม้จริง บรรยากาศดูอบอุ่นดี มีขายขนมและกาแฟอยู่ด้านขวามือภายในร้านครับ

ด้านหน้าร้านมีชงกาแฟขายแบบ takeaway อยู่  ด้านในมีโต๊ะเล็กๆ 3-4 โต๊ะ ลูกค้าแน่นร้านครับ ตอนแรกได้กามา ผมยังต้องยืนตรงบาร์ ซักพักถึงจะได้ที่นั่งครับ

JapOct15_194
ด้านหน้าร้าน มีน้องผู้หญิงขายกาแฟอยู่
JapOct15_187
ภายในร้านลูกค้าแน่นๆ
JapOct15_192
บริเวณเคาท์เตอร์สั่งกาแฟครับ
JapOct15_185
เวลาทำการ
JapOct15_189
ฝั่งขวาขายเมล็ดกาแฟและขนม
JapOct15_188
ซื้อเป็นขวดกลับบ้านก็มี
JapOct15_190
ขนมครับ
JapOct15_193
ของที่ระลึกก็มีขายด้วย
JapOct15_186
บาริสต้ากำลังง่วนเลย
JapOct15_184
มีเครื่องชงแบบ Cold Drip ด้วย
JapOct15i_009
เมนูครับ
JapOct15_191
สั่งอเมริกาโนมาครับ เปรี้ยวไปนิดนึง

Sarutahiko Coffee ร้านกาแฟสถานี Ebisu
เบอร์โทร : 03-5422-6970
เปิด : จันทร์-ศุกร์ 8.00-0.30 เสาร์-อาทิตย์ วันหยุด 10.00-0.30
เว็บไซต์
เพจ
foursquare
tabelog

– Japan October 2015 ตอนที่ 2.2 –

Similar Posts

  • |

    ภัตตาคารซาดิสซ์ โฮงหมู ตุ๊บอี๊ด ตุ๊บอี๊ด แม่บัวชุม-เนตรดวงดาว เชียงใหม่

    ในทริปเชียงใหม่คราวนี้ยังได้เจ้าถิ่นใจดีพาไปลองร้านแปลกๆ อร่อยๆ ด้วยครับ เป็นร้านที่ผมไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนอะไรอย่างนี้ ร้านแรกที่ไปเป็นร้านชื่อยาวว่า ‘ภัตตาคารซาดิสซ์ โฮงหมู ตุ๊บอี๊ด ตุ๊บอี๊ด แม่บัวชุม-เนตรดวงดาว’ จะยาวอะไรขนาดนี้ ฮ่าๆ ร้านเป็นขวัญใจคนนอนดึกหรือไปเที่ยวเสร็จก็มาแวะทานรอบดึกก่อนกลับบ้าน อย่างวันที่ผมไปก็จวนเจียนเวลาปิดเล็กน้อย คือร้านปิดตี 1 ผมไปถึงเกือบๆ เที่ยงคืนครึ่งครับ ร้านเป็นอาคารพาณิชย์ 2 ห้อง วันที่ไปไม่มีลูกค้าแล้วมีโต๊ะผมโต๊ะเดียว เมนูขึ้นชื่อของร้านจะเป็นพวกของทอด อย่างไส้หมู กระเพาะ ลิ้น ตับ มะแกว (คือส่วนไหนหว่า) แล้วก็มีเมนูอาหารเหนืออย่างลาบดิบซึ่งมีทั้งหมูและเนื้อ แหนมหมกไข่ รวมถึงต้มแซ่บชนิดต่างๆ ครับ ซึ่งเจ้าถิ่นว่าอย่างไร สั่งอะไรผมก็ตามอย่างนั้น

  • รีวิวโรงแรม Richmond Hotel Nagasaki – Kyushu 2014 ตอนที่ 7.3

    หลังจากทานข้าวเย็นที่ร้าน Zakoya แล้วก็เดินข้ามฝั่งกลับมาโรงแรมครับ สำหรับที่ Nagasaki นี่เราพักกันที่ Richmond Hotel โดยจะนอนทั้งหมด 2 คืนครับ ที่ตั้งโรงแรมอยู่ใกล้สถานีรถราง Shianbashi เดินนิดเดียวครับไม่ไกลมาก บรรยากาศรอบโรงแรมก็จะเป็นร้านอาหารผสมกับไนท์คลับ แต่อย่างที่บอกไปว่าเป็นวันปีใหม่ ร้านไนท์คลับส่วนมากเลยปิดทำการทั้งหมด ทำให้ดูเงียบๆ เหงาๆ ไม่คึกครึ้น แต่ดีละครับ เงียบสงบดี ตัวโรงแรมดูใหม่และสะอาดดี ขนาดห้อง Single Room ไม่เล็กไม่ใหญ่ ในห้องมีตู้เย็น มีทีวีพร้อม ห้องน้ำก็ใหญ่กำลังดีครับ อุปกรณ์ต่างครบๆ

  • | |

    Ye Olde Buffalo Tavern อาหารเช้าแบบฝรั่ง หัวหิน

    อาหารเช้ายอมนิยมของหัวหินก็คงจะหนีไม่พ้นร้านเจ๊กเปี๊ยะ หรืออย่างร้านโจ๊กฮิตๆ เช่น เจ๊แอ้ม แต่คราวนี้ไปลองหาอาหารฝรั่งทานกันดูบ้างครับ ร้านที่ไปวันนี้ผ่านหลายทีแล้ว ส่วนมากจะผ่านตอนกลางคืน ก็จะเห็นคนมานั่งดื่มเบียร์กันมากกว่า ร้านชื่อ Ye Olde Buffalo Tavern บางทีในเน็ตจะเจอคำว่า Buffalo Bills คือร้านเดียวกันครับ ร้านอยู่ในซอย หัวหิน 55 (ชมสินธุ์) วิ่งจนจะถึงหาด ร้านจะอยู่หัวมุมฝั่งขวาครับ อาจจะต้องจอดรถตั้งแต่กลางๆ ซอย 55 แล้วเดินมาครับ เพราะแถวร้านไม่มีที่จอด กลางคืนเค้าจะมากินสเต็ค พอร์คชอป แกะ อะไรอย่างนี้กัน เห็นมีเบียร์ foster ขายด้วย แต่ผมมาเช้าก็ต้องจัด Full English Breakfast ให้เข้าบรรยากาศร้านสไตล์อังกฤษครับ แต่ถ้าอยากกิน ตอนบ่ายตอนเย็นเค้าก็ทำขายนะครับ เป็นแบบ All Day Breakfast ครับ

  • |

    Craft Beer Market ร้านคราฟท์เบียร์ญี่ปุ่นสาขา Toranomon

    ร้านเบียร์ร้านสุดท้ายของทริปนี้เป็นคืนวันก่อนกลับไทย ผมข้ามฝั่งจาก Shinjuku มาแถวสถานี Toranomon เพราะมีธุระแถวนี้ แล้วก็ได้มาแวะจิบๆที่ร้าน Craft Beer Market สาขา Toranomon นี่หละครับ ร้าน Craft Beer Market นี่มีประมาณ 6-7 สาขาครับ กระจายตัวอยู่ทั่วๆโตเกียว เป็นร้านที่รู้จักจากหนังสือ Writer’s Taste ของพี่ม่อน อุทิศ เหมะมูล เช่นเคยครับ ร้าน Craft Beer Market นี่จะต่างจากร้านอื่นตรงที่เน้นคราฟท์เบียร์ของญี่ปุ่นเป็นหลัก 30 แทปเป็นแบรนด์ญี่ปุ่นทั้งหมด อารมณ์เหมือนร้านชิตเบียร์บนเกาะเกร็ดเลยครับ ด้วยความที่เป็นเบียร์ญี่ปุ่นหมดทำให้ราคาย่อมเยากว่าร้านอื่นๆ ที่ขายเบียร์นำเข้า โดยราคาจะอยู่ที่ไพท์ละ 780 เยนเท่านั้นครับ ตัวร้านอยู่ห่างจากสถานี Toranomon ประมาณ 300 เมตร เดินแป๊บเดียวถึงครับ ตอนไปถึงเค้ายังปิดบานพับเอาไว้ แยกเป็นโซนนอกและในร้าน พอตอนเลิกถึงได้เปิดเชื่อมกัน ในร้านสว่างดี พนักงานออฟฟิศแน่นเต็มร้าน ด้านในห้ามสูบบุหรี่ครับ เข้าร้านไปโชคดียังมีโต๊ะอยู่ แป๊บเดียวคนมาอีกเพียบเกือบไม่ได้ที่นั่ง ซักพักพอคนทยอยกลับ พนักงานถึงได้ชวนย้ายไปนั่งหน้าบาร์

  • |

    The Ledbury อาหาร Modern European สุดประทับใจ ลอนดอน – ประเทศอังกฤษ

    ทริปอังกฤษเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านนั้น ผมมีสามจุดหมายหลักที่ตั้งใจไป อย่างแรกคืองาน London Craft Beer Festival อย่างที่สองคือการเดินทางไปชมฟุตบอลที่สนาม Old Trafford และอย่างสุดท้ายคือร้านนี้ ‘The Ledbury’ The Ledbury เป็นร้านอาหารฝรั่งเศสผสมผสานสไตล์โมเดิร์นยูโรเปี้ยน โดยมีเชฟ Brett Graham เป็นหัวหน้าเชฟและเจ้าของร้าน ที่ร้านให้บริการมื้อกลางวันและมื้อเย็นทุกวัน มีเป็น Set Menu และ Tasting Menuโดยมื้อวันเย็นศุกร์เสาร์และอาทิตย์จะมีแต่ Tasting Menu เท่านั้นครับ การจองร้านนี้ค่อนข้างยากนิดหน่อยครับ ผมใช้ opentable กดรีเฟรชทุกวันล่วงหน้าเป็นเดือนๆ เพื่อรอให้มีโต๊ะว่าง กว่าจะสำเร็จก็ได้ลุ้นพอสมควร ในเงื่อนไขจะมีระบุไว้ด้วยว่าถ้ายกเลิกจองภายใน 48 ชั่วโมงของเวลาที่จอง จะโดนตัดบัตรเครดิต รวมถึงถ้าไม่โผล่ไปที่ร้านก็จะโดนตัดเช่นกันครับ

  • |

    รีวิวโรงแรม Acorn Estate Motel, Masterton – New Zealand 2014 ตอนที่ 5.4

    หลังจากครบ 3 โรงแล้วเราก็ออกเดินทางลงใต้ประมาณ 220 กิโลเมตร โดยคืนนี้เราจะพักที่เมือง Masterton ซึ่งอยู่ระหว่างทาง ไป Wellington ที่เราจะไปขึ้นเครื่องข้ามไปเกาะใต้กันในวันพรุ่งนี้ตอนค่ำๆ สำหรับการเดินทางจาก Napier ลงไป Masterton ช่วง 100 กิโลเมตรแรกนี่ขับรถค่อนข้างยาก เพราะว่าถนนแคบมาก หลายจุดจะเป็นถนนวิ่งสวนกันฝั่งละเลน เล็กกว่าถนนต่างจังหวัดบ้างเราอีก บางทีเจอรถใหญ่ช้าๆ บ้าง ถนนกว่าจะโอเคใหญ่และวิ่งได้สะดวกขึ้นก็คือผ่านเมือง Dannevirke ไปแล้ว ทำให้ระยะทาง แค่ 200 กว่าโล ใช้เวลา 3 ชั่วโมงกว่าๆได้ ช่วงค่ำพอถึง Masterton เราไม่ได้ไปทานข้าวที่ร้าน เพราะหาแล้วไม่ค่อยมีอะไรมาก เมืองค่อนข้างเล็ก ก็เลยไป Pak n’ Save ซุปเปอร์มาร์เก็ตในตัวเมือง ซื้อเนื้อสัตว์ ซื้อผักกลับมาทำที่โรงแรมทานแทน


แสดงความคิดเห็น