The Farmhouse คราฟท์เบียร์ในบ้านหลังใหญ่เมือง Nagano – ประเทศญี่ปุ่น

หลังจากที่พักที่เมือง Nagano หนึ่งคืน วันต่อมาหลังจากข้าวเที่ยงที่ร้านอาหาร Meijitei ผมก็นั่งรถไฟต่อไปยังสถานี Yudanaka ซึ่งห่างออกไปประมาณ 45 นาทีครับ

ที่นี่มีลิงแช่บ่อออนเซนหรือ Snow Monkey เป็นสถานที่เที่ยวสำคัญ แต่สำหรับคอเบียร์ เมืองนี้เป็นสถานที่ตั้งของโรง Tamamura Honten ผู้ผลิตแบรนด์ดัง ‘Shiga Kogen’ นั่นเองครับ

ซึ่งหลังจากเก็บของที่โรงแรมแล้ว ผมก็นั่ง Taxi ไปที่ตัวโรง ปรากฎว่าเค้าไม่มีแทปรูมครับ มีแต่สาเกให้ชิม และก็เบียร์สดสองแทป พร้อมกับเบียร์ขวดอีกนิดหน่อยเลยสอบถามพนักงาน ได้ความว่าให้ไปร้านชื่อ The Farmhouse ที่อยู่ห่างออกไปอีกนิด

ผมเลยกลับที่พักเพื่อทานข้าวเย็นก่อนจะออกมาหลังจากข้าวเย็น แล้วก็ให้ทางโรงแรมเรียก Taxi ให้ ตัวร้านอยู่ออกมานอกเมือง เป็นทางที่จะขึ้นไปดูลิงอาบน้ำร้อนนั่นหละครับ ร้านเป็นคล้ายบ้านหลังใหญ่ ภายในตกแต่ด้วยไม้ อากาศอุ่น เปิดเพลงแจซเบาๆ วันที่ไปมีลูกค้าประมาณ 3 โต๊ะครับ

ที่นี่มีเบียร์สด 12 แทป และสาเกอีก 1 แทป มีเบียร์ขวดและของที่ระลึกของ Shiga Kogen ขายด้วย สำหรับอาหารก็มีทั้งเมนูทานเล่น และเมนูทานจริงจังก็พอมี รวมถึงกาแฟก็มีขายครับ

ด้านหน้าร้าน
ป้ายแนะนำเบียร์และอาหาร
เข้ามาด้านในครับ
เข้ามาด้านในฝั่งซ้ายจะเป็นบาร์ครับ
ฝั่งขวามือมีตู้ขายเบียร์ขวด
แก้วและของที่ระลึกต่างๆ
บริเวณหน้าบาร์ครับ
รายการเบียร์วันนี้
หัวแทป 12 หัว
บรรยากาศภายในร้านครับ
ห้องใหญ่ด้านในสุด
รายการอาหารแนะนำ
รายการเบียร์ครับ
ผมเริ่มแก้วแรกด้วย African Pale Ale แอลกอฮอล์ 5% เสิร์ฟมาไม่ค่อยเย็นครับ จิบๆ ไปออกรสเปรี้ยวนิด ฮอปส์ให้รสขมค้าง ตัวนี้เฉยๆ
แก้วที่สองเป็น No. 10 Anniversary IPA ตัวนี้เสิร์ฟเย็นแล้วครับ ฮอปส์มาทางส้มเลย ติดขม ผสมด้วยรสหวาน บอดี้หนา อร่อยครับ
ที่จริงผมค่อนข้างอิ่มอาหารเย็นจากโรงแรมมาแล้ว แต่ก็สั่งแฮมมาทานแก้เลี่ยน เนื้อหนึบอร่อย รสเค็มกำลังดี ออกมดนิดๆ
ปิดท้ายคืนนี้ด้วยตัวแรง Triple IPA ชื่อ 1t รสนี่หวานเลยครับ บอดี้หนา ท้ายๆ ขมค้าง เสิร์ฟมาเย็นดีเช่นกัน สำหรับตัวนี้มีแบบใส่พริก Habanero ด้วย แต่ผมซื้อเป็นขวดกลับไปลองครับ

โดยรวมบรรยากาศดีเลยครับ เบียร์ก็ใช้ได้ ได้พูดคุยกับพนักงานผู้หญิงบอกชอบเมืองไทย เคยมาเที่ยวแล้วชอบ ในเมนูก็เลยมีอาหารไทยอยู่สองอย่างคือ ไก่ย่างและผัดซีอิ๊ว (ผมลองไม่ไหว อิ่มจริงๆ) ถ้ามีโอกาสมาดูลิงแช่ออนเซนและพักแถวนี้ก็น่าแวะมาลองครับ ขากลับให้ทางร้านเรียก taxi กลับไปส่งที่โรงแรมได้ครับ

The Farmhouse Nagano
เบอร์ : +81 269-38-1630
เปิด : 12.00-23.00 ปิดวันอังคาร
เว็บไซต์
เพจ
foursquare

เมนูร้าน The Farmhouse
เมนูร้าน The Farmhouse
เมนูร้าน The Farmhouse
เมนูร้าน The Farmhouse
เมนูร้าน The Farmhouse
เมนูร้าน The Farmhouse

Similar Posts

  • Sublime Ale House คราฟท์เบียร์บาร์เสิร์ฟเบียร์สด 40 แทป – San Marcos, California

    เสร็จจากโรง Lost Abbey เราเดินทางไปยังร้าน Sublime Ale House เพื่อทานอาหารเย็นกันครับ ที่นี่เป็นคราฟท์เบียร์บาร์และก็มีอาหารขายด้วย ตัวร้านขนาดค่อนข้างใหญ่ครับ ตัวบาร์เป็นสี่เหลี่ยมอยู่ตรงกลางร้าน มีเบียร์ทั้งหมด 40 แทปครับ ทางร้านแยกในเมนูเอาไว้เป็น Local และ Domestic สำหรับอาหารมีหลากหลายพอสมควร อย่าง สลัด ซุป เบอร์เกอร์ แซนด์วิช แมคแอนด์ชีส และพิซซ่าครับ มีพวกของกินเล่นนิดหน่อย

  • Two Dogs Taproom คราฟท์เบียร์บาร์ย่าน Roppongi – Tokyo

    ในทริปโตเกียวเมื่อเดือนกันยายนนั้นมีอีกหนึ่งร้านคราฟท์เบียร์ที่ผมได้แว้บครับ เป็นร้านที่จดเอาไว้นานแล้วอีกหนึ่งร้าน พอดีที่พักคราวนี้อยู่แถว Roppongi ก็เลยลองแวะไปดูซะหน่อยครับ ร้านนี้มีชื่อว่า Two Dogs Taproom ครับ ร้านอยู่ไม่ไกลจากสถานี Roppongi ครับ ประมาณ 300 เมตร แต่ระหว่างทางตอนดึกๆ ก็ดูน่ากลัวนิดนึง คือไม่มืดนะครับ แต่แบบมันเป็นโซนที่เที่ยวกลางคืนคล้ายๆ พวกสีลมบ้านเรา ผมก็ก้มหน้าก้มตารีบๆ เดินไปร้าน ตัวร้านอยู่บนชั้นลอย ขนาดกลางๆ เป็นห้องโปร่งสูง ตกแต่งแนวสปอร์ตบาร์ เข้าใจว่าเจ้าของเป็นฝรั่งครับ วันที่ไปดึกแล้วแต่ก็พอมีลูกค้าอยู่สองสามโต๊ะ ผมมาคนเดียวก็เลยนั่งหน้าบาร์

  • De Dochter van de Korenaar ทัวร์โรงเบียร์และจิบเบียร์ที่ชายแดนเบลเยี่ยม-เนเธอร์แลนด์

    วันที่สามของทริปคณะของเราออกเดินทางแต่เช้าเช่นเคยครับ โดยคราวนี้ไปทางทิศตะวันตกจากเมือง Eindhoven ประมาณราวๆ 60 กิโลเมตร จุดหมายคือเมือง Baarle-Hertog ซึ่งความสนุกของเมืองนี้คือเป็นโซนที่พรมแดนของสองประเทศ (เบลเยี่ยมและเนเธอร์แลนด์) มันสลับ ซ้อน ยึกไปยึกมา บางบ้านหน้าบ้านอยู่เบลเยี่ยมห้องครัวอยู่เนเธอร์แลนด์ (ดูแผนที่ด้านล่างประกอบครับ) แน่นอนว่าโรงเบียร์แรงของวันนี้ที่เรามากัน ก็ตั้งอยู่บนพื้นที่ของทั้งสองประเทศเช่นกัน โรงเบียร์นี้มีชื่อว่า De Dochter van de Korenaar ครับ

  • | |

    เดินเล่นจิบเบียร์ที่งาน The Beer Week Seoul – กรุงโซล เกาหลี

    ทริปเกาหลีครั้งนี้ เกิดจากการที่เห็นโปสเตอร์งาน The Beer Week Seoul แล้วผมก็ไม่เคยไปเกาหลีมาก่อน (ไม่นับตอนเด็กๆ ที่จำอะไรไม่ค่อยได้แล้ว) ก็อยากจะไปดูว่าซีนคราฟท์เบียร์ของที่นั่นเป็นยังไงบ้างครับ พอรู้กำหนดการก็กะคร่าวๆ ว่าจะไปสามสี่วัน ราวๆนี้ ตัดมาวันเดินทางผมเดินทางด้วยสายการบิน Korean Air เที่ยวบิน KE658 ออกจากไทยราวๆ 0.20 ถึงโซลประมาณ 7.45 (เดี๋ยวเขียนถึงแยกอีกตอน) ตรวจคนเข้าเมืองเสร็จก็ซื้อบัตรเติมเงินเพื่อใช้จ่ายค่าเดินทางรถเมล์ รถไฟครับ จากนั้นก็นั่งรถเข้าเมืองประมาณ ชั่วโมงกว่าๆ มาลงแถว Myeongdong เอากระเป๋าฝากที่โรงแรม หาข้าวกิน แล้วก็เดินทางไปที่งาน The Beer Week Seoul ด้วยรถไฟ ตัวงานจัดขึ้นที่ Common Ground เป็นโครงการที่เอาตู้คอนเทนเนอร์มาเรียงๆ ซ้อนๆ กันภายในก็ขายเสื้อ ขายของ ซึ่งผมดันไม่ได้เข้าไปเดินเลย ฮ่าๆ มีทั้งหมดสามชั้น โดยชั้นบนสุดก็จะมีร้านกาแฟ ร้านอาหาร รวมถึงร้านเบียร์ The Booth แบรนด์เบียร์ชื่อดังของเกาหลี ผู้จัดงานนี้นั่นเองครับ

  • Brouwerij de Molen ทัวร์และจิบเบียร์ที่โรงดังของเนเธอร์แลนด์

    เดินมาถึงวันที่ 4 ของทริป ซึ่งวันนี้จะเป็นวันสุดท้ายของผมและพี่ชายครับเนื่องจากติดธุระ (แต่ชาวคณะท่านอื่นๆ ยังอยู่ต่อนะครับ) เราออกเดินทางขึ้นเหนือจากเมือง Eindhoven ประมาณ 120 กิโลเมตร แล้วก็แวะเที่ยวที่เมือง Gouda ต้นกำเนิดของชีส Gouda นั่นเอง ที่นี่เราแวะดูการประมูลชีสที่จัตุรัสใจกลางเมืองแล้วก็แวะซื้อชีสจากตลาดนัดใกล้ๆ ครับ มีไซส์เล็กไส์ใหญ่หลายรส รวมถึงของทานเล่นอื่นๆ อย่างไส้กรอกแห้ง แฮม เป็นต้น เสร็จก็เดินทางกันต่ออีกนิดเดียวไปยังเมือง Bodegraven ที่อยู่ติดกัน เพื่อทานอาหารกลางวันและเยี่ยมชมโรงเบียร์ Brouwerij De Molen ครับ โดยเรารับประทานอาหารและเบียร์ ที่ด้านล่างขอกังหันนั่นเอง

  • | |

    February Cafe ร้านกาแฟน่ารักย่าน Asakusa

    สายๆ คณะของเราก็ออกเดินทางจาก Shinjuku ข้ามฝั่งมายังสถานี Asakusa โดยนั่งรถไฟสาย Chuo Line ลงสถานี Kanda แล้วต่อสาย Ginza Line ลงที่สถานี Tawaramachi ครับ แต่ก็ไม่ได้ตรงไปยังวัด Sensoji เลย ขอแอบแวะร้านกาแฟก่อนครับ ร้านที่ไปชื่อ February Cafe อยู่ห่างจากสถานี Tawaramachi ประมาณ 250 เมตรเท่านั้นครับ ขนาดร้าน 1 ห้อง อบอุ่นๆ หน้าร้านเป็นสีขาว ตัดกับเหล็กขอบกระจกทาสีดำครับ ภายในตกแต่งด้วยไม้และปูนเปลือย มีโต๊ะประมาณ 3-4 โต๊ะ ถ้าแดดไม่แรงนั่งหน้าร้านได้อีก 2 ที่ครับ ในร้านมีเสิร์ฟเซ็ตอาหารเช้าและอาหารกลางวันด้วย เป็นพวกขนมปังปิ้ง แล้วก็มีพวกสโคนกับขนมปังอบชิ้นเล็กๆ ส่วนเครื่องดื่มนอกจากกาแฟก็มีน้ำโซดาและเบียร์ อีก 4-5 รายการครับ


แสดงความคิดเห็น