| |

GranMonte เขาใหญ่ เที่ยวไร่องุ่นและเยี่ยมชมโรงไวน์

เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมีโอกาสได้ไปเยี่ยมชมไร่องุ่นและโรงไวน์ GranMonte ที่เขาใหญ่มาครับ ชื่อ GranMonte เป็นชื่อที่ผมได้ยินมาสักพักใหญ่ๆ รู้ว่าเป็นไวน์คนไทยที่ปลูกองุ่นและทำไวน์เองแต่ก็ไม่เคยได้ลองชิมครับ

ตัวไร่อยู่บนถนนผ่านศึก-กุดคล้า เส้นที่วิ่งจากแดรี่โฮมมาทะลุออกถนนธนะรัชต์ จากถนนมิตรภาพระยะทางประมาณ 12.5 กิโลเมตร มาถึงก็เห็นชัดเจนเพราะมีขนาดถึง 100 ไร่

ที่นี่จะมีทั้งร้านอาหาร ร้านขายผลิตภัณฑ์พวก ไวน์ แยม และอีกหลายๆ อย่าง มีร้านกาแฟเล็กๆ ด้วย ที่น่าสนใจก็คือมี winery tour วันละ 3 รอบในช่วงหยุดสุดสัปดาห์ ส่วนถ้าจะมาวันธรรมดาต้องโทรนัดครับ ในทัวร์ก็จะได้ชมไร่องุ่น ได้ชมตัวโรงผลิตไวน์ และก็ปิดท้ายด้วยการจิบไวน์ของ GranMonte ครับ

นอกจากนี้ก็ยังมีบริการห้องพักชื่อ The Guesthouse ด้วย ซึ่งห้องพักติดอยู่กับไร่องุ่นเลย เปิดห้องมาก็เจอเรียงรายเป็นแถวๆ ซึ่งถ้าพักที่นี่ก็จะได้ส่วนลดนิดหน่อยสำหรับค่าอาหารและก็จะได้ไวน์ 1 ขวดด้วยครับ

สำหรับประวัติของ GranMonte นั่นเริ่มกันที่ชื่อก่อนก็น่าจะเดาได้ไม่ยากว่ามาจาก ‘เขาใหญ่’ Gran-ใหญ่ Monte-ภูเขา สถานที่ตั้งของ GranMonte อยู่ที่หุบเขาอโศกครับ พื้นที่รวมประมาณ 100 ไร่ โดยก่อนจะมาเป็นไร่องุ่นเคยเป็นไร่ข้าวโพดมาก่อน แล้วเมื่อ 10 กว่าปีก่อน คุณวิสุทธิ์ โลหิตนาวี เจ้าของ GranMonte ก็มาซื้อที่แล้วเริ่มทำเป็นไร่องุ่น ตอนแรกผลผลิตนั้นจะส่งไปให้โรงไวน์อื่นๆ

จนเมื่อปี 2009 คุณนิกกี้ – วิสุตา ลูกสาวของคุณวิสุทธิ์ เรียนจบด้านการทำไวน์และปลูกองุ่นมาจากออสเตรเลีย (เป็นผู้หญิงคนเดียวในเอเชีย) GranMonte จึงได้เริ่มผลิตไวน์เป็นแบรนด์ของตัวเองครับ

สำหรับทริปนี้ผมก็ได้เข้าพักที่ The Guesthouse แล้วก็ทานอาหารเย็นที่ร้าน Vin Cotto ร้านของทางไร่เอง แล้วก็ได้ร่วม Winery Tour ด้วยครับ คือทริปเดียวคุ้มเลย

granmonte_00
ป้ายทางเข้าครับ (รูปจาก Google Maps)
granmonte_01
เข้ามาแล้วพนักงานแจ้งว่าให้ไปเช็คอินด้านในตรงร้านอาหาร
granmonte_02
มี Welcome Drink เป็นไวน์ Rose ครับ
granmonte_03
ถ้าใครไม่ทานไวน์ก็จะมีเป็นน้ำองุ่นให้
granmonte_04
ระหว่างรอก็เดินสำรวจของที่วางขายอยู่ เจลลี่ไวน์แดง
granmonte_05
ดิปมะกอก
granmonte_06
ดอกเกลือครับ มีสามรส เป็น โรสแมรี่ / องุ่นคาร์เบอร์เน่ ฟรองก์ / เชนิน บลองก์ & หญ้าฝรั่น
granmonte_09
แยมองุ่น
granmonte_10
แยมมะม่วง
granmonte_12
เรียบร้อยแล้วพนักงานก็พอมาที่ห้องพักครับ
granmonte_14
เข้ามาเป็นเตียงใหญ่พร้อมผ้าเช็ดตัวรูปหงส์
granmonte_15
มีทีวีจอแบนติดผนัง
granmonte_16
ตู้เสื้อผ้า
granmonte_18
เปิดมามีเสื้อคลุม
granmonte_19
และตู้เย็นกับมินิบาร์ครับ
granmonte_20
ภายในตู้เย็น
granmonte_21
ถ้าจองแพคเกจอาหารเย็นมาจะได้รับไวน์ GranMonte 1 ขวดครับ ผมได้เป็น Heritage Syrah 2014
granmonte_22
ภายในห้องน้ำ
granmonte_23
ส้วม
granmonte_24
ฝักบัวอาบน้ำ
granmonte_17
ด้านหลังของห้องพักครับ
granmonte_142
วิวหน้าห้องของเราครับ
granmonte_25
พักผ่อนที่ห้องพักเสร็จ เย็นก็ขับรถมาที่ห้องอาหารอีกครั้งครับ
granmonte_46
บรรยากาศภายในห้องอาหาร Vin Cotto
granmonte_26
มีน้ำองุ่นมะนาวโซดาต้อนรับ 1 ถ้วย หวานหอมสดชื่นดี
granmonte_28
ขนมปังนุ่มร้อน หนังกรอบ เสิร์ฟมากับผลิตภัณฑ์ของไร่
granmonte_29
เช่น ดิปมะกอก เค็มๆมัน
granmonte_31
สปาเกตตี้คาโบนาร่ามาเป็นจานแรก ครีมมี่ รสเข้มข้นดีครับ อร่อย
granmonte_32
ในชุดอาหารจะมีไวน์ให้ด้วยครับ แก้วแรกเป็นวิโอเนียร์ รสแปลกดี ให้ความรู้สึกควันๆ และฝาดๆ
granmonte_35
อีกแก้วเป็นโรเซ่ ตัวนี้ใสๆ ไม่หวานมากครับ
gmducksalad
เริ่มกันที่สลัดอกเป็ด เป็ดเยอะดี เป็ดนุ่ม หนังมัน รสเค็มอ่อนๆ น้ำสลัดมันๆ เปรี้ยว โรยมาด้วยพริกไทยบดๆ ใส่องุ่นมาด้วยครับ
granmonte_36
จานหลักของผมเป็นเนื้อแกะหมักออริกาโน่ จะมาป็นชิ้นๆ ขอบเกรียมๆ เนื้อนุ่ม ไม่คาวรสเค็มๆ
granmonte_37
เสิร์ฟมาพร้อมผัดผักพริกหยวกนุ่มๆ เละๆ อร่อยดีครับ
granmonte_38
ส่วนตัวเส้นไม่ค่อยอร่อย มันจืดๆ
granmonte_39
ของพี่สาวลองเป็นเซ็ตอาหารไทย
granmonte_43
ต้มยำครับ
granmonte_45
ไวน์ตัวที่สามเป็น เฮอริเทจชีราส สไปซ์นิดๆ หวานหน่อยๆ
granmonte_47
แก้วสุดท้ายเป็นโอเรียนท์ชีราห์ เป็นรสไม้โอค ตัวนี้ผมรู้สึกร้อนแรง
granmonte_48
ของหวานมี ชีสพาย องุ่นสด รสพายหวานเค็ม เข้ากับองุ่นดีครับ
granmonte_50
Creme brûlée หวาน ครีมละมุนอร่อย ด้านหน้าเป็นน้ำตาลเผากรอบ
granmonte_49
ของเซ็ตอาหารไทยเป็นสาคูบัวลอย
granmonte_53
บรรยากาศร้านบริเวณโซนเอาท์ดอร์
granmonte_51
รายการอาหารแนะนำครับ
granmonte_52
มีบ่อน้ำด้วย
granmonte_57
ตอนเช้าเรากลับมาที่บ่อเดิม
granmonte_54
มารับประทานอาหารเช้าครับ
granmonte_59
บรรยากาศตอนเช้า อากาศเย็นดีนะครับ
granmonte_55
ขนมปัง น้ำส้ม นม น้ำองุ่น ซีเรียล หยิบเองได้เลยครับ
granmonte_60
เริ่มด้วยน้ำส้ม
granmonte_58
สำหรับอาหารจะมีแบบฝรั่งกับข้าวต้มครับ สั่งเพิ่มได้เรื่อยๆ
granmonte_62
ขนมปังนุ่มดีครับ แยมส้มจะเหลวๆ หน่อย รสเปรี้ยวผสมหวานนิดๆ
granmonte_64
กาแฟดำเข้มดีครับ
granmonte_65
วอฟเฟิลหวานๆ เนื้อนุ่ม ทานเพลินครับ
granmonte_66
ผมเลือกทานเป็นไข่คน นุ่มละมุนดี โรยพริกไทยดำมาให้ เบคอนเค็มกำลังดีทอดมาแบบกรอบๆ ไส้กรอกเนื้อแน่น รสชาติดีครับ
granmonte_67
มีไข่กระทะให้สั่งด้วย
granmonte_68
แพนเค้กเนื้อนุ่มดี รสเค็มมันเนย
granmonte_70
ข้าวต้มกุ้งครับ
granmonte_69
ปิดมื้อด้วยผลไม้
granmonte_71
ทานข้าวเช้าเสร็จก็มารอรอบ winery tour ที่ร้านค้าของไร่ครับ
granmonte_72
มีต้นไม้ต่างๆ พวกเบซิล โรสแมรี่ ขายอยู่ด้านหน้า
granmonte_82
ภายในร้านค้าครับ
granmonte_80
ฝั่งซ้ายจะเป็นมุมกาแฟ
granmonte_75
ตรงกลางร้านมีน้ำผึ้งขาย
granmonte_76
แยมและดิปต่างๆ
granmonte_74
กล้วยอบเจ้าดัง banana society
granmonte_77
ผลไม้อบแห้งต่างๆ
granmonte_79
มีน้ำส้มสายชูไวน์แดงของไร่เองด้วย
granmonte_81
ด้านขวามือจะเป็นจุดขายไวน์ครับ
granmonte_78
มีพวกซอง แก้ว ถุง และอุปกรณ์ต่างๆเกี่ยวกับไวน์
granmonte_73
ไวน์ของ GranMonte ตัวซ้ายได้รางวัลด้วยนะครับ
granmonte_141
ตัวเหรียญทองราคาแรงใช้ได้เลย
granmonte_84
พอถึงเวลาก็ขึ้นรถเพื่อนั่งชมไร่องุ่น
granmonte_86
ไกด์ของเราวันนี้ครับ
granmonte_85
องุ่นด็จะมีทั้งแบบมีใบเยอะๆ แบบนี้
granmonte_87
แล้วก็แบบต้นเกลี้ยงๆ ซึ่งมันไม่ได้ตายนะครับ เค้าตัดกิ่งและใบทิ้ง รอให้มันงอกและออกลูกให้เก็บได้ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ในรูปมี weather station ที่ใช้ตรวจสอบสภาพอากาศของไร่ด้วยครับ
granmonte_88
แถวนี้เป็นต้นพี่เพิ่งเพาะใหม่
granmonte_117
มีการปลูกกุหลาบไว้ด้วย ไกด์บอกว่าไว้ดูโรคต่างๆ เพราะกุหลาบจะเป็นโรคง่าย จะได้รู้ก่อนองุ่นเป็นโรคครับ
granmonte_91
สำหรับองุ่นทำไวน์แดงที่ปลูกเยอะก็จะเป็นพันธุ์ Shiraz หรือ Syrah ครับ
granmonte_98
พันธุ์ที่ทำไวน์ขาวก็จะมี Chenin Blanc
granmonte_94
มาถึงตรงนี้ไกด์บอกให้ลงไปถ่ายรูปได้ เป็นมุมถ่ายรูปเพราะแถวองุ่นจะยาวลึก แต่ตอนที่ผมไปอยู่ในช่วงที่กำลังริดใบทิ้งหมด ก็เลยไม่มีรูปจากมุมยอดนิยมครับ
granmonte_95
ถ้าสังเกตที่กิ่งจะเห็นสีขาวๆ เป็นยาที่ทาเพื่อกันเชื้อรา
granmonte_102
จากนั้นเราก็มากันที่บริเวณโรงผลิตไวน์ครับ
granmonte_104
เข้ามาด้านในก็จะเจออุปกรณ์ในการผลิตไวน์เป็นถังหมัก ถังบ่ม
granmonte_103
เครื่องบดองุ่น
granmonte_113
ถังบ่มเป็นถังจากเยอรมันนีครับ
granmonte_108
ไกด์พาเดินเข้าไปที่ห้องเล็กอีกห้องเป็นห้องที่เก็บถังบาร์เรลไม้โอคเอาไว้ครับ
granmonte_110
เค้าจะเอาไวน์ที่หมักแล้วมาบ่มต่อในถังเพื่อให้ได้คาแรคเตอร์ที่ซับซ้อนมากขึ้น แต่ละชนิดก็ใช้เวลาต่างกันไปอยู่ที่ 8-18 เดือน
granmonte_109
เป็นถังจากประเทศฝรั่งเศสครับ ความจุใบละประมาณ 500 ลิตร
granmonte_107
ในห้องนี้จะปรับอุณหภูมิไว้ที่ 18 องศาเซลเซียส
granmonte_114
ออกมาทีมงานก็เปิดวีดีโอเกียวกับตัวไร่องุ่นและโรงไวน์ให้ดูครับ
granmonte_115
ไวน์ทั้งหมดของ GranMonte
granmonte_116
ให้ตัวโรงไวน์มีห้องแลบไว้สำหรับวัดค่าต่างๆ ของไวน์ครับ
granmonte_118
เสร็จจากโรงไวน์ก็ขึ้นรถกลับมาที่ร้านขายของ เพื่อเข้าห้องชิมไวน์ครับ
granmonte_127
มีตู้ไวน์ใหญ่ๆ 4 ตู้
granmonte_129
มีรางวัลที่ได้มาตั้งแสดงอยู่
granmonte_119
มีเปิดวีดีโอให้ดูอีกรอบเป็นประวัติเรื่องเกี่ยวกับไร่และโรงไวน์ GranMonte
granmonte_120
มีแครกเกอร์ให้ล้างปากครับ
granmonte_123
ในเซ็ตที่ให้ชิมจะมีทั้งหมด 4 ตัว คือ วิโอเนียร์ / โรเซ่ / ชีราส / ไวน์หวาน
granmonte_121
ตัวแรกเป็นวิโอเนียร์ปี 2013 ไม่หวานมาก จิบแล้วร้อนในคอนิดๆ
granmonte_124
ตัวที่ 2 เป็นโรเซ่ชื่อ สกุณา ซึ่งก็คือชื่อของคุณสกุณา เจ้าของ GranMonte นั่นเองครับ ตัวนี้ รสออกฟรุตตี้ มีติดหวานนิดๆ ไลท์ จิบเพลินดี
granmonte_125
ตัวที่ 3 เป็น Orient Syrah กลิ่นไม้โอคแรง บอดี้หนา จิบแล้วฉ่ำๆ มีรสเปรี้ยวกำลังดี
granmonte_126
ตัวสุดท้ายเป็นไวน์หวานล้างปากดีครับ กลิ่นสไปซ์ๆ รสหวาน บอดี้หนืดๆ มีฟรุตตี้ๆ จบตัวนี้ก็เป็นอันครบ Winery Tour ครับ
granmonte_133
ตัดภาพมาอีกทีเป็นมื้อเย็น ครอบครัวเราไม่ได้ไปกินข้างนอกทานกันที่ร้าน Vin Cotto อีกครั้งเพราะยังอยากลองอาหารอีกหลายจาน เริ่มมื้อด้วยไวน์ Vandelho 2015 กลิ่นพริกหยวก ผสมฟรุตตี้ๆ น้ำผึ้ง ดรายดี
granmonte_134
ทางร้านให้เห็ดทอดมาฟรีหนึ่งจานครับ แป้งทอดมากรอบ ปรุงรสมาเรียบร้อย เห็ดชิ้นใหญ่นุ่มร้อน อร่อยดีครับ
granmonte_135
สโมคแซลมอนมาเป็นจานเรียกน้ำย่อย เค็มอร่อย โรยหน้ามาด้วยผักชีลาว และเคเปอร์
granmonte_138
จานนี้เป็น Foie gras ทอดมาขอบเกรียมๆ หนึบร้อน รสไม่เข้มข้นมาก เสิร์ฟมากับลูกแพร
granmonte_139
สปาเกตตี้เส้นดำซีฟู๊ดของพี่สาว พี่สาวว่าอร่อยดีครับ ผมไม่ได้ชิม
granmonte_140
แกะตุ๋น นุ่มเปื่อย รสโรสแมรี่เยอะ โรยหน้าด้วยชีสยืดๆ เสิร์ฟมาพร้อมแมชโปเตโต้เนื้อเนียนแต่จืดไปนิด มีแครอทเล็กๆ ย่างมานุ่มดี อร่อยดีครับ
granmonte_137
ข้าวผัดไข่ เบคอน ผัดมาแห้งดี ข้าวร่วนๆ รสแมกกี้ๆ ครับ

สรุปว่าผมพักอยู่ที่ไร่ 2 คืนแล้วก็ทัวร์ไร่และโรงไวน์ด้วย ประทับใจมากครับ คือรู้สึกว่าเจ้าของตั้งใจดี มีความเป็น family owned อาจจะเทียบกับเจ้าใหญ่ๆ ไม่ได้ แต่ก็รู้สึกอบอุ่นดี โดยช่วงที่ผมไปพักมีโอกาสได้เจอคุณวิสุทธิ์ ซึ่งก็ทักทายแขกที่มาพักทุกคนอย่างเป็นกันเอง ตอนเช้านี่ก็ยังเดินตรวจองุ่นเองทุกเช้า (พอดีผมตื่นมาเจอหน้าห้องพัก)

สำหรับคอไวน์น่ามามากๆ ครับ แต่ถ้าเป็นคนไม่ดื่มก็แวะมาทานอาหาร ซื้อสินค้า หรือถ้ามีเวลาก็น่าเข้าชมไร่และตัวโรงไวน์ครับ

GranMonte Vineyard & Winery ปากช่อง สระบุรี
เบอร์โทร : 081-900-8282, 080-661-7555
เว็บไซต์
เพจ
foursquare

Similar Posts

  • ปราสาท Kumamoto – Kyushu 2014 ตอนที่ 4.3

    ทานข้าวเสร็จเราเดินกลับมายังปราสาท Kumamoto ซึ่งก็อยู่ไม่ไกลกันเท่าไหร่ครับ เดินนิดเดียวถึง ที่นี่จะมีสองส่วนที่เราเดินเข้าไปชมได้ คือป้อมปราการฝั่งทิศตะวันตกและตัวปราสาทหลัก เราเดินไปทางตัวป้อมปราการฝั่งทิศตะวันตกที่มีหอคอย Uto ก่อน จุดเด่นของอาคารนี้คือเป็นของเก่าดั้งเดิม รอดจากการถูกเผาทำลายในปี 1877 ด้านในก็จะมีชิ้นส่วนต่างๆของอาคารแสดงไว้ให้ชมครับ พอลงมาจากหอคอยก็มีการแสดงอยู่ที่ลานด้านหลังปราสาทพอดี ก็จะเป็นการเต้นๆ สู้รบๆ คล้ายๆ รำกระบี่กระบองบ้านเรา แน่นอนว่าเป็นภาษาญี่ปุ่นล้วน แสดงเสร็จนักท่องเที่ยวทั้งญี่ปุ่นและชาวต่างชาติก็รุมของถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกัน เสร็จจากตรงนี้เราก็เดินลอดอุโมงค์ขนาดใหญ่ไปด้านของปราสาทกัน ด้านในตัวปราสาทจะมีแบบจำลองและประวัติความเป็นมาของปราสาทให้ดู พอเดินขึ้นจนถึงด้านบนก็จะเห็นวิวตัวเมือง Kumamoto จะมุมสูง รอบๆด้านครับ

  • | |

    จิบเบียร์ที่บาร์บรรยากาศดี Buxton Tap House เมือง Buxton – ประเทศอังกฤษ

    ผมออกเดินทางจากลอนดอนที่สถานี London Euston ตอนประมาณ 10 โมงกว่า ขึ้นรถไฟ Virgin Train มุ่งหน้าสู่เมืองแมนเชสเตอร์ที่อยู่ขึ้นไปทางเหนือประมาณ 320 กิโลเมตร โดยการเดินใช้เวลาราว 2 ชั่วโมงครับ มาถึงแมนเชสเตอร์ที่สถานี Manchester Piccadilly ช่วงเที่ยงๆ มึนทางนิดหน่อยจนงมๆมาขึ้น loop bus ด้านหน้าสถานี เป็นรถฟรีครับ มาลงที่พัก Airbnb ที่จองไว้เจอหน้าเจ้าของห้อง พูดคุยนิดหน่อยแล้วรีบกลับไปยังสถานีเพราได้จองตั๋วไปเมือง Buxton เอาไว้แล้ว รถไฟจากแมนเชสเตอร์ถึง Buxton ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครับ เดินจากสถานีมานิดเดียวก็จะเจอเป้าหมายแรกของเราในวันนี้นั่นก็คือ Buxton Tap house

  • I’m Happy คราฟท์เบียร์บาร์แกล้มอาหารเมนูรมควัน – เชียงใหม่

    -= ร้านนี้ปิดแล้วครับ =- ทริปเชียงใหม่ที่ผ่านมา ก่อนจะไปร่วมงาน Chiang Mai Craft Fest ผมมีโอกาสแวะไปร้านคราฟท์เบียร์เปิดใหม่อีกหนึ่งแห่งมาครับ ร้านนี้มีชื่อว่า I’m happy อยู่ในคูเมืองแถวมุมขวาบน ในซอยศรีภูมิ 1 จากปากซอยเข้ามานิดเดียว ที่นี่เป็นร้านคราฟท์เบียร์ ร้านอาหาร และด้านบนก็เป็นห้องพักโฮสเทล โดยที่นี่เป็นการร่วมมือกันของคุณจูน Happy New Beer คุณไก่จาก Jim’s Burger และหุ้นส่วนอีกสองท่าน ช่วยกันดูแลส่วนต่างๆ เมนูอาหารก็เลยจะมีเบอร์เกอร์และอาหารอีกหลายเมนู โดดเด่นไม่แพ้เบียร์ครับ โดยเฉพาะพวกเมนูของรวมควันและเนื้อต่างๆ ที่ลูกค้าจะสามารถเลือกชิ้นก่อนนำไปปรุงได้เลย วันที่ผมไปเป็นช่วงเย็นๆของวันอาทิตย์ ตอนที่ไปถึงยังไม่มีลูกค้า พอค่ำๆ ถึงได้มีทยอยๆ มา หน้าร้านและด้านข้างมีโต๊ะโซนเอาท์ดอร์ อยู่นิดหน่อย พอเข้ามาด้านในแอร์เย็นสบาย ก็จะเจอแทปเบียร์เรียงรายอยู่ฝั่งขวามือ ด้านในมีห้องเล็กๆ และบันไดขึ้นไปชั้นสองครับ

  • ขนมจีนสันป่าข่อย ร้านดังตลาดทองคำ ปิดตี 2 เชียงใหม่

    จากร้านเก๊าบ่ะต๋าก๊บ พวกเราเดินทางกลับเข้าตัวเมืองเชียงใหม่ ไปนั่งจิงคราฟท์เบียร์ที่ร้านน้ำต้นเฮาส์บาร์จนถึงดึกๆ ก็ออกไปหาของกินกัน สรุปว่าจะไปกันที่ร้านขนมจีนสันป่าข่อย ที่ตลาดทองคำซึ่งอยู่ไม่ไกลจากร้านเท่าไหร่ สำหรับร้านนี้ผมอยากมาทานนานแล้วครับ จดไว้ในลิสต์แต่ก็ไม่ได้มาซักที โชคดีวันนี้จะได้ลอง เรามาถึงร้านประมาณ 5 ทุ่มครึ่ง ลูกค้าทยอยมาเรื่อยๆ ตัวร้านนี่คือเป็นเหมือนแผงในตลาด เดินไปสั่งที่หน้าหม้อแกง แม่ค้าตักให้แล้วก็จ่ายเงิน เดินถือจานหาโต๊ะนั่งบริเวณนั้น

  • บันทึกการเดินทาง ‘เกาะกง 21 ชั่วโมง’

    อย่างที่หลายๆ คนอาจจะทราบกันว่าการทำเบียร์ในประเทศไทย ต้องมีเครื่องจักรที่มีกำลังผลิตได้อย่างน้อย 10 ล้านลิตรต่อปี น้อยลงมาหน่อยก็คือ Brewpub หรือร้านขายเบียร์สด (ไม่สามารถบรรจุขวดได้) ก็มีขั้นต่ำที่ 100,000  ลิตรต่อปีซึ่งทำให้การจะขออนุญาตเป็นโรงงานผลิตเบียร์, ร้านขนาดเล็กและกลางเป็นไปไม่ได้เลย พอกระแสคราฟท์เบียร์มาจากทางฝั่งอเมริกา เราคนไทยที่สนใจจะผลิตเบียร์เองเพื่อจำหน่ายก็ต้องหาหนทางเพื่อจะผลิต หลายทีมต้องเดินทางไปผลิตยังต่างประเทศแล้วนำเข้ามา ขั้นตอนก็คือไปหาโรงเบียร์ที่รับทำเบียร์ตามสูตรที่เราคิดขึ้น จากนั้นเปิดบริษัทนำเข้าในประเทศไทย นำเบียร์เข้ามาเหมือนว่าเป็นเบียร์นำเข้าจากต่างประเทศ เป็นความขำขื่น น่าเศร้า น่าสงสารที่ Brewer(คนต้มเบียร์) ต้องออกไปทำแล้วนำเข้ามา ทั้งที่เราควรจะผลิตได้ในประเทศ สร้างงานสร้างรายได้ให้พนักงาน ลูกจ้าง แล้วก็เสียภาษีให้รัฐ หนึ่งในนั้นทีมคนไทยที่ใช้อีกวิธีคือไปเปิดโรงงานเบียร์เองที่ต่างประเทศ ผลิต แล้วนำเข้ามาขายในไทย แบรนด์นั้นก็คือทีมคนหัวแข็ง ‘StoneHead’ ซึ่งน่าจะเป็นเจ้าแรกที่เปิดโรงงานในต่างประเทศ(เกาะกง กัมพูชา)

  • Lady Knox Geyser, Rotorua – New Zealand 2014 ตอนที่ 3.1

    เริ่มต้นวันที่ 3 ของทริป เช้านี้เรามี 2 จุดที่ต้องเที่ยวในเมืองโรโตรัว ก่อนออกเดินทางไป Lake Taupo โดย 2 ที่นี้อยู่ในบริเวณเดียวกัน ไม่ไกลกันมาก แต่เดินน่าจะไม่ไหวขับรถเอาจะสะดวกกว่า จุดที่เราต้องไป ก็คือ 1. Wai-O-Tapu Thermal Wonderland และ 2.Lady Knox Geyser ซึ่งคือส่วนหนึ่งของ Wai-O-Tapu นั่นเอง Wai-O-Tapu นี่จะอยู่ทางทิศใต้ วิ่งออกมาจาก Rotorua ประมาณ 30 กิโลเมตร ใช้เวลาขับรถประมาณ 30 นาที ทำให้ต้องออกเดินทางจากในเมืองเช้าหน่อยเพราะต้องมาซื้อตั๋วจุดนึงแล้วขับรถมาดูอีกจุดนึง ซึ่งโชว์จะมีแค่วันละรอบ เวลา 10.15 โชว์ที่จะมาดูก็คือน้ำพุ Lady Knox Geyser ซึ่งมันจะไม่ได้พุ่งอยู่เองตลอดทั้งวัน ต้องมีการใช้สารเคมีช่วย (surfactant – สารลดแรงตึงผิว มีอยู่ใรพวก แชมพู/สบู่) Geyser แปลว่าน้ำพุร้อนที่พุ่งจากใต้ดิน ส่วนชื่อ Lady Knox นั้นมาจาก Lady Constance Knox ลูกสาวคนที่ 2 ของ…


แสดงความคิดเห็น